อายุษ ประทีป ณ ถลาง เรื่อง

ภาพิมล หล่อตระกูล ภาพประกอบ

 

ความสำเร็จระดับหนึ่งในการรับมือกับวิกฤตโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 หรือโควิด-19 ที่กำลังแพร่ระบาด และสร้างความเสียหายร้ายแรงไปทั่วโลกอยู่ในขณะนี้ ทำให้พออนุมานได้ว่า อย่างน้อยที่สุดแล้วประเทศนี้ก็ยังมีอะไรดีๆ หลงเหลืออยู่ให้เป็นที่ชื่มชมยินดีบ้าง ในท่ามกลางความแตกร้าว เสื่อมถอย ทรุดโทรมทางการเมือง เศรษฐกิจ และสังคม

นั่นคือระบบสาธารณสุขที่มีประสิทธิภาพ อันเป็นผลมาจากความรู้ความสามารถและการทำงานหนักต่อเนื่องมาเป็นเวลายาวนานของแพทย์ พยาบาล อาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน (อสม.) ตลอดจนบุคลากรที่เกี่ยวข้อง เพราะไม่เช่นนั้นคงไม่สามารถจำกัดการแพร่ระบาดของโรคได้เช่นที่ประจักษ์

ความเชื่อมั่นไว้วางใจที่ทุกฝ่ายมีให้กับแพทย์และระบบสาธารณสุข นำมาซึ่งความร่วมมือจากประชาชนทั้งประเทศ ในการจัดการปัญหาการแพร่ระบาดของโควิด-19 จนประสบผลสำเร็จในระดับหนึ่ง สร้างความพึงพอใจให้กับแทบทุกคน

ตัวเลขคนเจ็บ คนป่วย คนตาย ไม่เลื่อนลอย โกหกใคร

อาจจะมีบ้างที่รู้สึกขัดหูขัดตาการแถลงข่าวของโฆษก ศบค. หรือศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 กับการพากย์นอกเหนือประเด็นทางการแพทย์ แต่ก็นับประสาอะไร เพราะเพียงแค่พระไพศาล วิสาโล มองเห็นโควิดเป็นของขวัญเข้าเท่านั้น ยังตกเป็นขี้ปากถูกวิพากษ์วิจารณ์อย่างเผ็ดร้อน พระมหาบางรูปถึงกับออกมาเทศนานอกธรรมาสน์สวดลั่นสื่อสังคมออนไลน์

สวนทางกับรัฐบาล ที่ถูกมองว่าล้มเหลวในการบริหารจัดการผลกระทบที่เกิดขึ้นจากวิกฤตโควิด-19 ชาวบ้านร้องยี้กันทั้งประเทศ

ระบบสาธารณสุขที่ดี ความสำเร็จในการจัดการวิกฤตการณ์โควิด-19 ยังเป็นเหตุผลสำคัญประการหนึ่ง ทำให้คนไทยในต่างประเทศพากันหลั่งไหลแห่เดินทางกลับมาตุภูมิ

อาจจะมีข้อยกเว้นก็คงจะไม่กี่คน ที่ดูไม่ค่อยอยากจะอยู่ประเทศไทยสักเท่าใดนัก

นอกจากระบบสาธารณสุขซึ่งพอเป็นที่เชิดหน้าชูตาแล้ว ยังมีภาพความเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ของพี่น้องประชาชนคนไทย ที่ร่วมทุกข์ ร่วมสุข อยู่เคียงข้างกันภายในประเทศ เป็นอีกสิ่งดีๆ ที่ปรากฏให้เห็นในยามวิกฤต ผู้คนหลายสิบล้านต้องเดือดร้อนจากผลกระทบของมาตรการปิดเมืองซึ่งมีขึ้นกระทันหัน โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ชาวบ้านราษฎรหาเช้ากินค่ำ แรงงานรายวันที่ขาดรายได้ฉับพลันทันที โดยรัฐหรือทางการมิได้ตระเตรียมมาตรการรองรับเอาไว้ล่วงหน้า ซึ่งเป็นเรื่องที่ผู้ปกครองบ้านบริหารเมืองคงไม่มีใครคาดคิดถึง เพราะรัฐมนตรีต่างก็มีรายได้ประจำ ร่ำรวยกันอยู่แล้ว ส่วนข้าราชการก็กินเงินเดือนไม่เดือดร้อน

การแบ่งปันข้าวปลาอาหาร ความช่วยเหลือต่างๆ ให้กับคนอื่น ไม่เฉพาะเพื่อนร่วมชาติเท่านั้น ตู้ปันสุขหรือตู้แบ่งปันก็ดีที่แพร่กระจายวางอยู่ตามพื้นที่ต่างๆ แสดงให้เห็นน้ำใจไมตรีของพี่น้องประชาชนคนไทยได้เป็นอย่างดี แม้กระทั่งในยามวิกฤตที่ตัวเองก็ได้รับผลกระทบด้วยเช่นกัน

ขณะที่รัฐบาลจะช่วยเหลือเยียวยาประชาชนทั้งทีกลับคิดมาก เป็นห่วงเป็นใย กลัวเงินทองที่ก็มาจากภาษีอากรของชาวบ้านราษฎรนั่นละ จะรั่วไหล มีมาตรการคัดกรองเคร่งครัดรัดกุม ไม่เหมือนกับตอนใช้จ่ายงบประมาณจัดหาอาวุธยุทโธปกรณ์ให้กองทัพ หรือทุ่มเงินโอบอุ้มช่วยเหลือภาคธุรกิจของบรรดาเศรษฐีนายทุน

มะงุมมะงาหรา กว่าจะคิด กว่าจะลงมือ ปล่อยให้ผู้คนเผชิญกับความทุกข์ยากลำเค็ญ เดือดร้อนแสนสาหัสไปทุกหย่อมหญ้า อย่าว่าแต่ชักหน้าไม่ถึงหลังเลย หลายครอบครัวไม่มีแม้กระทั่งข้าวสารกรอกหม้อ ลูกหลานต้องผจญกับความอดอยาก บางคนต้องพึ่งพาหาทางออกด้วยความตาย

ที่เป็นข่าวอึกทึกครึกโครม กรณีของนางสาวปลายฝน ซึ่งผูกคอปลิดชีพตัวเอง โดยทิ้งข้อความตัดพ้อต่อว่ารัฐบาลใจร้าย พร้อมกับภาพวาดรูปใบหน้านายกรัฐมนตรี นำมาซึ่งดรามาในสังคมไทย ทั้งนายกรัฐมนตรีคนปัจจุบันและอดีตนายกรัฐมนตรี ต่างพากันแสดงความเสียใจ นักการเมืองน้อยใหญ่แห่แหนไปงานศพ ส่งพวงหรีดไปแสดงความอาลัย ขอร่วมเป็นเจ้าภาพสวดพระอภิธรรมให้เอิกเกริก

แตกต่างไปจากงานศพนางสาวดารณี ชาญเชิงศิลปกุล หรือ “ดา ตอร์ปิโด” ซึ่งบางฝ่ายอาจจะเกลียดกลัวยิ่งกว่าโควิด-19 ขณะที่ฟากเดียวกันก็ไม่ได้ให้ราคาค่างวดอะไรมากมายนัก ทั้งๆ ที่ “ดา ตอร์ปิโด” ทุ่มเทเอาชีวิตเข้าแลก พิสูจน์ให้เห็นถึงความซื่อสัตย์ต่ออุดมการณ์ ความเชื่อทางการเมืองของตัวเอง แม้วิธีการจะไม่เหมาะสม แต่ก็ถือเป็นแบบอย่างของคน “อยู่ไม่เป็น” อย่างแท้จริง

มิเช่นนั้นคงไม่ติดคุกติดตะรางนานเกือบสิบปี โดยไม่ยอมทรยศต่อความคิดความเชื่อของตน เพียงเพื่อให้ได้รับโทษทัณฑ์น้อยลงเหมือนเช่นที่ใครหลายคนเขาทำกัน

แล้วไม่ใช่อยู่ไม่เป็น ทว่ากลับลอยหน้าลอยตาเป็นอีลีตใหม่ในสภา ยอมตระบัดสัตย์กลืนน้ำลายตัวเองเพื่อความอยู่รอดร่วมสังคมชนชั้นนำ

แต่ช่างเถอะ

คนเราวัดใจกันก็ในยามยากนี่แหละ ธาตุแท้พฤติกรรมเป็นอย่างไรมักจะปรากฏให้เห็นในห้วงวิกฤต เวลาคับขัน ใครจริงใจ ให้ความรัก ความห่วงหาอาทร อยู่เคียงข้างประชาชนซึ่งกำลังตกทุกข์ได้ยาก ผู้ใดเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ แบ่งปันบ้าง ซึ่งชัดแจ้งว่ามีแต่ประชาชนด้วยกันเท่านั้นเอง

ความเชื่อมั่นไว้วางใจ การให้ความร่วมไม้ร่วมมือ ความเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ของพี่น้องประชาชน ก่อนหน้านี้เปรียบไปก็เหมือนกับงมหาเข็มในมหาสมุทร

ชีวิตที่อยู่ภายใต้ระบอบปกครองกึ่งเผด็จการทหารกึ่งสมบูรณาญาสิทธิราชย์ ทำให้หลายคนรู้สึกหดหู่ วังเวง หรือถึงกับสิ้นหวัง ด้วยสภาพการณ์ความเป็นจริงของประเทศชาติบ้านเมืองที่เสื่อมทรุดถดถอยไม่มีอะไรดี โดยเป็นผลสืบเนื่องมาจากความขัดแย้งที่ดำรงมานานนับสิบปี

ไม่ใช่เพียงแค่แตกต่างทางความคิด แต่ถึงขนาดไล่ล่าฆ่ากันกลางเมืองเลยทีเดียว

ติดคุกติดตะรางอีกมากมาย

ทุกวันนี้ผู้คนก็ยังพร้อมจะห้ำหั่น กระโจนเข้าหากันด้วยความขัดแย้งหยั่งรากฝังลงลึก แตกร้าวยากจะประสาน มีการแบ่งขั้วแยกฝ่ายจนแทบจะไม่หลงเหลือใคร องค์กรไหน หรือสถาบันใด ที่ทุกฝ่ายพร้อมใจให้การยอมรับนับถืออีกต่อไป เว้นเสียแต่จะหลอกตัวเอง หรือโปรปะกันดาเพื่อประโยชน์ทางการเมือง

มิพักพูดถึงรัฐบาลที่มาจากการสืบทอดอำนาจคณะรัฐประหารโดยกองทัพ สถาบันทางการเมือง ไม่ว่าจะเป็นฝ่ายบริหารหรือรัฐสภา ฝ่ายค้าน  ส.ส. หรือ ส.ว. ที่ต่างผูกรัดมัดตัวเองเข้าไปเป็นคู่ความขัดแย้ง พฤติกรรมของนักการเมืองไม่เป็นที่ไว้วางใจของประชาชน

องค์กรทั้งหลายที่อ้างว่าอิสระ สถาบันซึ่งทำหน้าที่อำนวยความยุติธรรมให้กับประชาชน ต่างถูกมองด้วยความเคลือบแคลงว่าเป็นเครื่องมือ หรืออยู่ภายใต้การครอบงำของระบอบปกครองที่ไม่เป็นประชาธิปไตย

ความเสื่อมถอยทรุดโทรมขยายตัวลุกลามเข้ายังแทบทุกองคาพยพ

ไม่ต้องพูดถึงตำรวจ ทหาร ขณะที่แวดวงการศึกษา ครูบาอาจารย์ ซึ่งผู้คนเคยให้การนับหน้าถือตา ยกย่องว่าเป็นปูชนียบุคคล ยังเต็มไปด้วยเรื่องอื้อฉาวข่าวเสื่อมเสีย ไม่ทุจริตเบียดบังอาหารกลางวัน โกงนมเด็ก ก็ล่วงละเมิดทางเพศนักเรียนทั้งหญิงและชาย

ล่าสุดกับพฤติกรรมงามหน้า ไอ้บ้ากาม

กรณีครูห้าคนในจังหวัดมุกดาหาร พร้อมศิษย์เก่าอีกสอง ก่อเหตุบังคับขืนใจนักเรียนสาว ม.2 และ ม.4 เป็นเวลายาวนานถึงหนึ่งปีเต็ม

ผู้คนสะเทือนใจกันทั้งประเทศ แต่กลับมีอาจารย์รุ่นพี่ ซึ่งเป็นผู้หญิงเช่นเดียวกับเหยื่อกามารมณ์ ออกมาพูดจาให้สัมภาษณ์สื่อ ปกป้องเป็นกำลังใจให้กับนักข่มขืนกระทำชำเรา โดยปราศจากหิริโอตัปปะ ไม่แยแสสนใจมโนธรรมสำนึก ความถูกต้องชอบธรรมใดๆ ทั้งสิ้น

เป็นครูบาอาจารย์กันมาได้อย่างไรก็ไม่ทราบ

ไม่เว้นแม้กระทั่งแวดวงพระศาสนา ที่ปรากฏข่าวอื้อฉาวไม่แพ้ฆราวาส

ฯลฯ

แปลกอะไรที่จะเกิดข้อสงสัย คำถามว่าบ้านนี้เมืองนี้มีอะไรดีหลงเหลืออยู่บ้าง ประเทศชาติจะเดินหน้าต่อไปได้อย่างไร และเราจะอยู่กันไปอย่างนี้จริงๆ หรือ

ทั้งๆ ที่จะว่าไปแล้ว ทุกฝ่ายต่างล่วงรู้เป็นอย่างดีว่า หากต้องการหลุดพ้นไปจากสภาพการณ์ที่เป็นอยู่ จำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องแก้ไข ปรับปรุง เปลี่ยนแปลงประเทศขนานใหญ่ และมักมีการกล่าวอ้างคำว่า “ปฏิรูป” ขึ้นมาตีกิน เอาประโยชน์ทางการเมืองเฉพาะกิจเฉพาะกาลครั้งแล้วครั้งเล่า โดยไม่เคยปรากฏผลรูปธรรมในทางปฏิบัติ

จะหาเสียงเลือกตั้ง จะเป่านกหวีด หรือทำรัฐประหาร ต่างอ้างปฏิรูปด้วยกันทั้งสิ้น

ล้มล้างรัฐธรรมนูญก็แล้ว ยกร่างใหม่ก็แล้ว มีอะไรดีขึ้นมาบ้าง ก็เปล่าเลย ตรงกันข้ามกลับรังแต่จะนำพาชาติบ้านเมืองถลำลึกไปสู่ความขัดแย้ง การเผชิญหน้าที่รุนแรงขึ้นทุกที โดยเฉพาะวันข้างหน้า ยามที่วิกฤตโควิด-19 ทำให้คนยากคนจนมีจำนวนเพิ่มขึ้นอีกหลายล้าน ขยายถ่างความเหลื่อมล้ำทางเศรษฐกิจ สังคม ช่องว่างระหว่างคนรวยกับคนจน เป็นปัญหาความแตกต่างแตกแยกทางชนชั้น

คิดแล้วหวั่นใจแทน หากรัฐบาลระบอบปกครองที่เป็นอยู่ไม่สามารถสร้างความพอใจให้กับประชาชนคนส่วนใหญ่ของประเทศได้ ซึ่งก็คงจะเป็นเช่นนั้น

ความเชื่อมั่นไว้วางใจที่ทุกฝ่ายมีให้กับแพทย์และระบบสาธารณสุข ความเอื้ออาทรที่มีต่อกันระหว่างพี่น้องประชาชนคนไทย ในท่ามกลางวิกฤตการณ์โควิดที่เกิดขึ้น ไม่มีการแบ่งฝักแยกฝ่าย ไม่ได้มองว่าหมอเป็นพวกรัฐบาลหรือผู้ปกครอง ไม่แบ่งแยกเป็นตู้กับข้าวสีน้ำเงิน สีส้ม ตู้แบ่งปันสีเหลือง หรือตู้ปันสุขสีแดง

ปรากฏการณ์ที่เกิดขึ้น ไม่ฉุกคิดกันบ้างหรือว่าเหตุใดผู้คนถึงชื่นชมความสำเร็จของแพทย์ แต่กลับยี้ใส่รัฐบาล ทำไมชาวบ้านจึงให้ความร่วมมือกับหมอ ประชาชนเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่อาทรต่อกันได้ ในขณะที่คิดต่าง ไม่ค่อยเห็นด้วยกับผู้ปกครองซึ่งกุมอำนาจได้แทบทุกเรื่อง ทุกประเด็น รัฐบาลไม่ได้รับความเชื่อมั่น ไม่เป็นที่ไว้วางใจของราษฎร

ยอมรับกันเสียทีหรือไม่ว่า ระบอบปกครองที่เป็นอยู่เป็นปัญหาของประเทศ

ยกเลิก พรก.ฉุกเฉินเมื่อไรประชาชนลงถนน รับมือกันไม่หวาดไม่ไหว เงื่อนไขพร้อม มีเหตุมีผลที่จะออกมาเคลื่อนไหวเรียกร้อง

โดยเฉพาะม็อบคนอดอยากยากจน ผู้หิวโหยที่พร้อมจะกลืนกินทุกอย่าง เซ่นสังเวยความเหลื่อมล้ำ

 

Author

aryus prateep na thalang

อายุษ ประทีป ณ ถลาง - อดีตบรรณาธิการข่าวหนังสือพิมพ์แนวหน้า สยามโพสต์ และไทยโพสต์ เจ้าของนามปากกา “นายประชา ช้ำชอก” 101 เชิญอายุษกลับมาเขียนเรื่องแวดวงการเมือง สังคม และสื่อมวลชนไทยอีกครั้งหลังจากวางปากกาและก้าวออกจากวงการสื่อไปพักใหญ่