fbpx
สนทนากับศิลปินหนุ่ม Oscar Jimenez : หลังค่ำคืนแห่ง ‘คุมเบีย’ ดนตรีจากรากเหง้าโคลอมเบีย

สนทนากับศิลปินหนุ่ม Oscar Jimenez : หลังค่ำคืนแห่ง ‘คุมเบีย’ ดนตรีจากรากเหง้าโคลอมเบีย

 พินดา พิสิฐบุตร เรื่อง

วิชิต หอยิ่งสวัสดิ์ และ Oscar Mañon ภาพ

Oscar Jimenez

คืนวันเสาร์ ไฟหน้าเวทีเป็นสีม่วง ที่นี่ไม่ใช่โคลอมเบีย เมลเบิร์น หรือสักแห่งในลาตินอเมริกา แต่เป็นบาร์เล็กๆ ที่ชื่อ Soulbar ริมถนนสีลม ใจกลางกรุงเทพฯ นี่เอง

เขาบอกว่าวันนี้วงดนตรีลาตินแนวอิเล็กโทรโฟล์กจะมาเล่น เป็นนักดนตรีชาวโคลอมเบียจากเมลเบิร์นนาม Oscar Jimenez และนี่จะไม่ใช่ดนตรีลาตินแบบทั่วไปที่เราเคยได้ยิน แต่เป็นดนตรีที่ผสมความเป็นพื้นเมืองเข้ากับดนตรีอิเล็กทรอนิกส์

สี่ทุ่มตรง หนุ่มหน้าเข้มและสาวนัยน์ตาคมเดินไปด้านหน้าเวที เขาร้อง เล่นกีตาร์ไฟฟ้า เท้าเหยียบเครื่องลูปสเตชั่น ขณะที่เธอร้องคู่และเขย่าเชคเกอร์ไปด้วย เพลงแรกที่พวกเขาเล่นคือ Dime ที่แต่งขึ้นเอง เขานิยามว่าเพลงนี้เป็นเพลงคุมเบียแบบ ‘psychedelic’ ตามมาด้วยเพลงอมตะของโคลอมเบียอย่างเพลง ‘คนหาปลา’ หรือ El Pescador

เพลงส่วนใหญ่ที่พวกเขาเล่นในคืนนั้นเป็นเพลงแนวคุมเบีย (cumbia) ดนตรีเต้นรำพื้นเมืองของประเทศโคลอมเบีย  คุมเบียมาจากคำว่า ‘คุมเบ้’ ในภาษาแอฟริกันแปลว่า ‘การเต้นรำ’ จึงไม่น่าแปลกใจที่ความทรมานของการฟังคุมเบียคือการห้ามสะโพกไม่ให้ส่ายหรือลุกขึ้นเต้น แม้ว่าคุณจะเป็นคนขี้อายแค่ไหนก็ตาม

การมาทัวร์แบบกันเองคราวนี้ Oscar และนักดนตรีคนอื่นๆ จากออสเตรเลียไม่เพียงนำวัฒนธรรมลาตินมาเผยแพร่เท่านั้น แต่พวกเขายังนำคุมเบียมาแจมกับดนตรีหมอลำของไทย ซึ่งหลังจากที่เล่นสดที่ Soulbar และ Live Lounge พวกเขายังมีการแสดงดนตรีสดร่วมกับสองศิลปินไทยอย่างรัสมี เวระนะและต้นตระกูล แก้วหย่อง ณ บาร์ Light My Fire ที่นครปฐม

หลังการแสดงดนตรีสดคืนนั้นจบลง อาการปวดสะโพกเริ่มทุเลาลงแล้ว แต่อะดรีนาลีนยังคงหลั่งอยู่ เราจึงชวน Oscar Jimenez นักร้องและนักดนตรีวง Amaru Tribe ที่เขย่าสีลมในคืนนั้นมานั่งสนทนากันถึงดนตรีอิเล็กโทรโฟล์ก ความรักในดนตรีคุมเบีย และการบรรจบกันของคุมเบียกับหมอลำ

Oscar Jimenez

คุณดูมีหลายชื่อเหลือเกิน สรุปว่าคุณคือ Oscar Jimenez, CHIBCHA หรือ Amaru Tribe กันแน่

CHIBCHA เป็นนามแฝงที่ผมใช้เมื่อเป็นโปรดิวเซอร์ทำเพลงที่มีส่วนผสมของอิเล็กทรอนิกส์และลูป เป็นโปรเจกต์ส่วนตัว ส่วน Amaru Tribe คือชื่อวงดนตรีที่ผมเล่น มีนักดนตรีหกคน ส่วน Oscar Jimenez เป็นชื่อที่ผมใช้เวลาเล่นเพลงอะคูสติก แต่ละชื่อเป็นคาร์แรกเตอร์ที่แตกต่างกันเวลาที่ผมใช้สร้างเสียงดนตรีที่มีลักษณะต่างกัน

CHIBCHA แปลว่าอะไร

เป็นภาษาของชนพื้นเมืองกลุ่มหนึ่งในโคลอมเบียซึ่งเป็นบ้านเกิดของผม ผมมีเชื้อผสมฮิสแปนิก แอฟริกัน และชนพื้นเมือง การใช้ชื่อนี้ก็เหมือนการแสดงความคารวะต่อบรรพบุรุษ อีกอย่าง ที่ผมเลือกชื่อนี้เพราะผมชอบเสียงของมัน

คุณนิยามดนตรีแบบที่คุณเล่นว่าอย่างไร

ดนตรีที่ผมเล่นในนาม CHIBCHA ผมเรียกว่าอิเล็กโทรโฟล์ก เป็นการผสมระหว่างดนตรีพื้นบ้านและการเล่นวนของดนตรีอิเล็กทรอนิกส์ และมีกีตาร์สายไนลอนเข้ามาด้วย ดนตรีแบบนี้ให้อารมณ์ความเป็นลาตินอเมริกามาก แต่ผมก็ผสมมันเข้ากับจังหวะตอนที่เล่นวนลูปด้วย จึงให้พลังที่แตกต่าง ดนตรีในโปรเจ็กต์นี้เปลี่ยนไปเรื่อยๆ ขึ้นอยู่กับว่าตอนนั้นผมร่วมงานกับศิลปินคนไหน แต่ถ้าผมเล่นคนเดียว เครื่องดนตรีที่ผมใช้ก็มักเป็นกีตาร์ ชารังโก (charango) ดรัมมาชีน บีทส์ เครื่องลูปสเตชั่น

เพลงของคุณเป็นแนวคุมเบียเสียเป็นส่วนใหญ่ คุณเห็นความพิเศษอะไรในดนตรีแนวคุมเบีย

รากเหง้าของคุมเบียมาจากโคลอมเบีย ดนตรีแนวนี้เกิดขึ้นใกล้กับบ้านเกิดของผมในเมืองบารังกีย์ยา ซึ่งอยู่ทางชายฝั่งคาริบเบียน ผมโตมาด้วยการฟังเพลงคุมเบีย ผมมีโปรเจ็กต์ดนตรีมากมาย และโปรเจ็กต์เหล่านั้นทำให้ผมค้นพบตัวเองผ่านคุมเบีย ตอนนั้นผมเล่นแนวฟังก์และร็อคเยอะ และผมก็ยังชอบดนตรีแนวนั้นอยู่ แต่การค้นพบรากเหง้าของตัวเองทำให้ผมรู้สึกว่าคุมเบียสัมผัสจิตใจส่วนลึกของผม และเป็นแรงบันดาลใจทางดนตรีให้ผม

เมื่อผมพูดถึงดนตรีแนวคุมเบีย ผมไม่ได้หมายความถึงแค่คุมเบียแบบโคลอมเบียเท่านั้น แต่ผมพูดถึงวิวัฒนาการของคุมเบียซึ่งตอนนี้แพร่หลายไปหลายประเทศ ไม่ว่าจะเป็นอาร์เจนตินา เม็กซิโก หรือแม้กระทั่งในเยอรมนีและออสเตรเลีย ดังนั้นผมจึงคิดว่าผมอยากจะเข้าไปค้นหาการแตกแขนงของดนตรีแนวนี้

ดนตรีแนวคุมเบียแบบโคลอมเบียเป็นราก มีต้นไม้ใหญ่ออกมาจากรากนั้น และก็แผ่กิ่งก้านไปทั่วโลก ผมกำลังค้นหาการตีความคุมเบียในแบบของผมเองเช่นกัน ด้วยเสียงเพลงของแถบหมู่เกาะแปซิฟิกผ่านโปรเจ็กต์ CHIBCHA และวง Amaru Tribe

บางครั้งผมใช้เครื่องดนตรีที่เรียกว่ากัวจารากา (guacharaca) อูคูเลเล่ และเครื่องดนตรีเคาะจังหวะแบบโอเชียเนีย ผมอยากเผยแพร่ดนตรีคุมเบียไม่ว่าผมจะไปที่ไหน นี่จึงเป็นเหตุผลว่าทำไมดนตรีหมอลำของไทยจึงทำให้ผมสนใจ มันเหมือนกับ ว้าว มีความเชื่อมโยงอะไรบางอย่างอยู่ ไม่ว่าจะเสียงที่ออกมาในการใช้กีตาร์หรือการใช้แคน

การเล่นแจมระหว่างคุณกับรัสมีและต้นตระกูล รวมทั้งนักดนตรีคนอื่นๆ ที่มาร่วมในครั้งนี้อย่างวง Oyobi และ Javier Rodriguez เป็นอย่างไรบ้าง

เยี่ยมมาก ผมได้แรงบันดาลใจหลายอย่างหลังได้พบนักดนตรีที่มีพรสวรรค์ที่กรุงเทพฯ พรสวรรค์เหล่านั้นเป็นแบบที่จริงแท้กับรากเหง้า คนเหล่านี้ไม่ได้พยายามจะให้ดนตรีตัวเองฟังดูคล้ายเคป็อปหรือดนตรีแนวอเมริกัน พวกเขาสร้างเสียงของตนเองโดยใช้เครื่องดนตรีสมัยใหม่ร่วมด้วย อย่างต้นตระกูล เขากำลังอยู่ในการเดินทางสายนั้น เขาใช้เครื่องดนตรีพื้นเมือง ใส่เข้าไปในบริบทสมัยใหม่ แล้วผมก็แบบ ว้าว

เรามีบทสนทนาที่ดีด้วยกันหลังการแสดงจบ ผมคิดว่าเรามีความเชื่อมโยงกันในสิ่งที่เรากำลังพยายามค้นหาอยู่ ส่วนรัสมีนี่ผมรู้สึกถึงความเชื่อมโยงทันที ในแง่ของพลังที่มาพร้อมกับเสียงของเธอ เสียงของรัสมีนั้นเหมือนเสียงโซลในแบบเก่าก่อน และดนตรีของโคลอมเบียหลายแนวก็มีลักษณะเช่นนั้น

เราคุยกันแป๊บเดียว รัสมีอธิบายเนื้อเพลงให้ผมฟัง ผมคิดว่าเรื่องราวในดนตรีของเราทั้งสองก็มีอะไรเชื่อมโยงกันมากด้วย เช่น เนื้อเพลงพูดถึงครอบครัว

นอกจากนี้ก็มีการด้นสดที่ยอดเยี่ยม ผมยินดีที่ได้ร่วมเล่นดนตรีกับนักดนตรีที่มีพลังการแสดงออกในระดับนี้ นี่เป็นสิ่งที่ผมมองหาในตัวนักดนตรีที่ผมอยากร่วมงานด้วย

คุณเห็นว่าหมอลำกับคุมเบียเหมือนหรือแตกต่างกันอย่างไร

เพลงหมอลำบางเพลงที่ผมฟังจะมีเสียงระฆัง (bell) ที่เน้นจังหวะ ส่วนในคุมเบียก็มีตัวเน้น (accent) ที่ขึ้นมาก่อนแต่ละเคาะ เหมือนเสียงรถไฟ ในขณะเดียวกัน คุมเบียก็มีการเน้น offbeat ดังนั้นจังหวะจะเป็นแบบ “หนึ่งและ สองและ สามและ สี่และ”

ผมก็ได้ยินการเน้นแบบนี้ในดนตรีหมอลำบางเพลงด้วย และถ้านั่นเป็นพื้นฐานของดนตรีหมอลำก็แปลว่า มีความเชื่อมโยงกันอย่างมากระหว่างสไตล์เพลงทั้งสอง ทำให้ผมอยากค้นคว้าต่อ ตอนนี้ผมอยู่แค่ช่วงต้นของโปรเจ็กต์ค้นคว้าที่ยาวนานและการทดลองกับดนตรี ผมตื่นเต้นมากๆ

(เมื่อเราคุยกันได้สักครู่ Jorge Federico Echevarria ผู้จัดการวง Amaru Tribe ผู้ที่ทำให้การแสดงในครั้งนี้เกิดขึ้นได้ก็เดินเข้ามาร่วมสนทนาด้วย)

Oscar Jimenez

รัสมีและต้นตระกูลเพิ่งเคยได้ยินดนตรีคุมเบียเป็นครั้งแรกเลยหรือเปล่า

Jorge: ใช่ ความสวยงามของการร่วมงานครั้งนี้คือ สองคนนี้ไม่เคยฟังดนตรีคุมเบียมาก่อน ส่วนฝั่ง Oscar ก็ ตอนที่ผมเปิดวิดีโอที่ต้นตระกูลเล่นแคนให้เขาดู เขาประทับใจมาก การได้เชื่อมออสเตรเลีย ลาตินอเมริกา และไทยเข้าด้วยกันเป็นสิ่งที่ดีมาก

Oscar: เหมือนเป็นการทำลาย stereotype

Jorge: ผมคิดว่าคนส่วนใหญ่รู้จักดนตรีซัลซ่า บาชาตา แต่ดนตรีคุมเบียซึ่งเป็นรากเหง้าของบรรพบุรุษเราไม่เป็นที่นิยมเท่า สิ่งนี้เกิดขึ้นกับหมอลำเช่นกัน เมื่อคุณได้ยินหมอลำ คุณจะรู้สึกอยากเต้นขึ้นมาทันที  ตอนนี้หมอลำไม่ได้เป็นที่นิยมในกระแสหลัก แต่มีความเคลื่อนไหวบางอย่างอยู่ในแวดวงดนตรีกระแสรอง

(เราหันไปหา Oscar) ทั้งการเล่นดนตรีสดร่วมกับรัสมี ต้นตระกูล และศิลปินคนอื่นๆ ในครั้งนี้ รวมถึงโปรเจ็กต์ที่ผ่านมา ดูเหมือนคุณชอบร่วมงานกับศิลปินคนอื่น คุณชอบอะไรในการทำงานร่วมเหล่านั้น

ผมว่ามันเป็นการค้นพบตัวเองอีกครั้งเมื่อผมได้ฟังคนอื่นเล่น ดนตรีเกี่ยวกับการฟังอย่างมาก ตอนที่คุณเริ่มเล่นดนตรี ตอนที่คุณยังอายุน้อย คุณอยากตะโกนเสียงดัง อยากให้คนมองเห็น แต่ในที่สุด วุฒิภาวะจะสอนคุณว่าการที่คุณจะโตได้ คุณจำเป็นต้องเปิดใจ สำหรับผมแล้ว การทำงานร่วมกับคนอื่นก็เป็นเรื่องนี้แหละ เป็นการฟังเรื่องราว ฟังเสียงที่ออกมา ผมจะได้แรงบันดาลใจอะไรจากมันบ้าง มีอะไรที่ผมช่วยเติมให้กับเส้นทางของศิลปินคนอื่นได้บ้างด้วย

การตอบรับในครั้งนี้เป็นอย่างไร

Jorge: ดีทีเดียว นี่เป็นสิ่งที่คนไม่เคยเห็นหรือได้ยินมาก่อน ผมพูดรวมถึงต้นตระกูลด้วย

ดนตรีแบบรากเหง้าเหล่านี้พบได้ไม่บ่อยในบาร์ต่างๆ ไม่ใช่ดนตรีกระแสหลัก สิ่งเดียวกันนี้เกิดขึ้นกับโปรเจ็กต์ของเราที่ออสเตรเลียและในลาตินอเมริกา ผมต้องบอกครอบครัวคนไทยของผมเองเกี่ยวกับรัสมี เพราะพวกเขาไม่รู้จักเธอมาก่อน เหมือนกับการรอให้ใครสักคนดังขึ้นมาเพื่อที่จะชอบดนตรีของคนๆ นั้น

มีดนตรีดีๆ มากมายเหลือเกิน ต่อไปนี้ถ้าผมสามารถหาบาร์สักแห่งที่ต้น (ต้นตระกูล) จะไปเล่นได้ ก็ถือว่าเราประสบความสำเร็จในระดับหนึ่ง

ได้วางแผนเกี่ยวกับอนาคตของโปรเจกต์นี้ไว้หรือยัง

Jorge: ตอนที่ต้นเดินออกมาจากบาร์ Light My Fire เขาพูดกับผมว่า เขามีสิ่งที่อยากจะทำกับ Oscar และรัสมีอยู่ในหัว ผมจินตนาการถึงภาพที่เขากำลังเล่นดนตรีได้เลย มีเสียงแอคคอร์เดียนและเสียงแคน และยังจะมีความร่วมมือกันอีกอย่าง คือ Oscar จะบันทึกเสียงในเมลเบิร์น

Oscar: ผมเคยทำอะไรทำนองนี้ ทำงานทางไกลร่วมกับศิลปิน เทคโนโลยีทุกวันนี้ทำให้เราสามารถส่งไฟล์ไปมาได้ นักดนตรีสามารถบันทึกเสียงช่วงหนึ่งที่ตนเล่นและนำมารวมกัน แผนต่อจากนี้คือปล่อยให้สิ่งต่างๆ ดำเนินไป ตอนนี้เราสร้างสัมพันธ์ระหว่างต้นและรัสมีแล้ว ผมคิดว่าเราจะหาทางให้รัสมีและต้นไปเล่นที่ออสเตรเลีย หรือไม่เราก็จะกลับมาที่นี่

Oye mi cumbia! Hear my Cumbia!

Oye mi cumbia! Hear my Cumbia!

Óyeme bien! Hear me well!

Es para tu pies! It’s for your feet!

การแสดงจบลงแล้ว แต่เสียงเพลง Cumbia Oceánica ของวง Amaru Tribe ยังคงเล่นวนลูปในหัว ดนตรีเป็นสิ่งที่ต้องได้ยิน การอ่านบทสัมภาษณ์นี้เทียบไม่ได้เลยกับการฟังพวกเขาเล่นในวันนั้น แต่ไม่ต้องห่วงหรอกนะ เพราะพวกเขาจะกลับมาในไม่ช้า

ติดตามความเคลื่อนไหวของ Oscar และวง Amaru Tribe ได้ที่เฟซบุ๊กเพจ www.facebook.com/AmaruTribe

MOST READ

Interviews

3 Sep 2018

ปรากฏการณ์จีนบุกไทย – ไชน่าทาวน์ใหม่ในกรุงเทพฯ

คุยกับ ดร.ชาดา เตรียมวิทยา ว่าด้วยปรากฏการณ์ ‘จีนใหม่บุกไทย’ ซึ่งไม่ใช่แค่เรื่องการท่องเที่ยว แต่คือการเข้ามาลงหลักปักฐานระยะยาว พร้อมหาลู่ทางในการลงทุนด้านต่างๆ จากทรัพยากรของไทย

ปาณิส โพธิ์ศรีวังชัย

3 Sep 2018

Life & Culture

1 Feb 2019

ทรมานแสนสุขสม : เปิดโลก ‘BDSM’ รสนิยมทางเพศที่ตั้งต้นจากความยินยอมพร้อมใจ

ศุภาวรรณ คงสุวรรณ์ ชวนสำรวจรสนิยมทางเพศแบบ BDSM ผ่านการพูดคุยกับสองสาวเจ้าของเพจ Thailand BDSM : Let’s Play and Learn ว่าด้วยนิยาม รูปแบบ คำอธิบายของความสุขในความเจ็บปวด ไปจนถึงความเสี่ยงในการใช้โซเชียลมีเดียเพื่อตามหาผู้มีรสนิยมแบบเดียวกัน พร้อมเก็บบรรยากาศการแสดง ‘ชิบาริ’ โดยศิลปินชาวญี่ปุ่นมาเล่าสู่กันฟังอย่างถึงเนื้อถึงหนัง

ศุภาวรรณ คงสุวรรณ์

1 Feb 2019

Life & Culture

8 Sep 2021

คนกระโปกแห่งยุคสมัย 199x ทำไมเด็กเจนวายไม่ยอมโต

คอลัมน์ PopCapture พิมพ์ชนก พุกสุข เขียนถึงสาเหตุสำคัญว่าเพราะอะไร ‘ชาวมิลเลนเนียลส์’ ถึงไม่อาจเติบโตได้อย่างที่ใจหวัง

พิมพ์ชนก พุกสุข

8 Sep 2021

เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และสามารถจัดการความเป็นส่วนตัวเองได้ของคุณได้เองโดยคลิกที่ ตั้งค่า

Privacy Preferences

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

Allow All
Manage Consent Preferences
  • Always Active

Save