fbpx
อูเบอร์ศึกษา : เมื่อกฎระเบียบเก่าถูกเขย่าด้วยโลกใหม่

อูเบอร์ศึกษา : เมื่อกฎระเบียบเก่าถูกเขย่าด้วยโลกใหม่

พิพัฒน์ เหลืองนฤมิตชัย เรื่อง

เทคโนโลยีใหม่ป่วนธุรกิจเก่า

เรากำลังก้าวเข้าสู่ยุคที่เทคโนโลยีใหม่กำลังค่อยๆ “disrupt” หรือสร้างความปั่นป่วนให้กับการทำธุรกิจและบริการแบบเก่าในหลายอุตสาหกรรม โฉมหน้าของธุรกิจและการแข่งขันกำลังเปลี่ยนไป แต่ดูเหมือนคนที่อาจจะตามไม่ทันคือภาครัฐ ทั้งเรื่องของกฎหมาย กฎระเบียบ และการกำกับดูแล จนหลายคนเริ่มสงสัยกันแล้วว่า กฎระเบียบหลายๆ อย่างที่มีอยู่นั้นมีไว้ทำไม มีหน้าที่คุ้มครองผู้บริโภคหรือผู้ประกอบการกันแน่

ข่าวดังหลายข่าวในช่วงหลังล้วนเกี่ยวพันกับเรื่องเทคโนโลยีใหม่ป่วนธุรกิจเก่า ไล่ตั้งแต่ เรื่องการล่อซื้อรถที่ให้บริการผ่านอูเบอร์ หรือ การล่อซื้อและสั่งห้ามให้บริการรถจักรยานยนต์ผ่าน “แกร็บไบค์” และ “อูเบอร์โมโต” รวมถึงบริการเช่าที่พักอย่าง Airbnb หรือแม้แต่การจับผู้ผลิตเบียร์คราฟท์ที่เพียงต้องการทำเบียร์รสชาติใหม่

สินค้าและบริการเหล่านี้นับได้ว่าเป็นนวัตกรรมใหม่ที่สุ่มเสี่ยงต่อการขัดกับกฎหมายปัจจุบัน แน่นอนว่าทางการต้องนั่งยันว่าของพวกนี้ผิดกฎหมาย เพราะกฎหมายไม่ได้อนุญาตไว้ และยืนยันว่าจะจับให้หมด

เรื่องนี้คงไม่เป็นประเด็นแน่ ถ้าผู้บริโภคเห็นด้วยว่าสินค้าและบริการเหล่านี้เป็นสิ่ง “ไม่ดี” เอาเปรียบผู้อื่น ก่อให้เกิดอันตรายและไม่ควรนำมาใช้ แต่หลายคนที่เคยได้ใช้สินค้าและบริการเหล่านี้กลับรู้สึกว่า สินค้าและบริการเหล่านี้เป็นสิ่งที่ผู้บริโภคต้องการ เพราะคุณภาพดีขึ้น ราคาถูกลง และมีการแข่งขันมากขึ้น ถ้าเช่นนั้น สินค้าและบริการใหม่ๆ เหล่านี้ “ควร” จะผิดกฎหมายหรือไม่?

และกฎระเบียบต่างๆ ควรจะถูกปรับปรุงให้เหมาะสมกับสถานการณ์และมีเป้าหมายเพื่อรักษาผลประโยชน์ของผู้บริโภคหรือไม่?

คิดใหม่เรื่องอูเบอร์

ลองมาดูกรณีศึกษาเรื่อง “อูเบอร์” ดูนะครับ

“อูเบอร์” เป็นผู้ให้บริการเรียกรถผ่านแอปพลิเคชั่น ทำให้คนที่ต้องการใช้บริการรถเจอกับคนที่มีรถได้สะดวกขึ้น คนเรียกรถสามารถรู้ทันทีว่ามีรถพร้อมบริการอยู่ใกล้ๆ หรือไม่ สามารถระบุลักษณะรถ หมายเลขทะเบียน ชื่อ เบอร์ติดต่อ รูปคนขับ และอัตราค่าโดยสารโดยประมาณได้ทันที  สามารถจ่ายเงินผ่านบัตรเครดิตโดยไม่ต้องพกเงินสด ผู้ใช้ทราบทันทีว่าใครจะมารับและจะมาเมื่อไร นอกจากนั้น ผู้ใช้บริการยังสามารถเลือกที่จะจ่ายแพงขึ้นถ้าต้องการได้รถที่ขนาดใหญ่ขึ้นหรือมีความหรูหราเพิ่มขึ้นได้อีกด้วย

หลักการสำคัญของโมเดลธุรกิจของอูเบอร์คือการใช้ระบบแบ่งปันทรัพยากร และการกำจัดตัวกลาง คนขับสามารถนำรถส่วนตัวของตัวเองมาให้บริการในเวลาที่ไม่ได้ใช้รถ  คนขับสามารถเลือกที่จะให้บริการหรือไม่ก็ได้ เพราะทราบตั้งแต่แรกว่าคนเรียกจะไปไหน

ในหลายประเทศ อูเบอร์เป็นบริการที่ได้รับความนิยมมากขึ้นเรื่อยๆ เพราะตอบโจทย์ผู้ใช้ และเป็นทางเลือกที่น่าสนใจ จนกลายเป็นคู่แข่งสำคัญของผู้ให้บริการรถแท็กซี่ดั้งเดิม ที่มักรวมตัวกันอย่างเข้มแข็ง จนมีการประท้วง และถูกห้ามให้บริการในหลายประเทศ

การถกเถียงเรื่องการห้ามอูเบอร์ให้บริการในประเทศไทยจึงไม่ใช่เรื่องน่าประหลาดใจแต่อย่างใด และสะท้อนให้เห็นแนวคิดและทัศนคติของรัฐต่อนวัตกรรมใหม่ที่กำลังเขย่าระบบธุรกิจแบบเก่า

รัฐอาจจะต้องกลับมาทบทวนว่า จุดประสงค์ของกฎระเบียบแต่ละเรื่องคืออะไร และจะทำอย่างไรเพื่อให้เกิด level playing field หรือการแข่งขันที่เป็นธรรมระหว่างผู้เล่นรายใหม่กับผู้เล่นรายเก่า และทำให้เกิดประโยชน์สูงสุดกับผู้บริโภค

เพราะสุดท้ายแล้วสาเหตุสำคัญที่รัฐต้องเข้าไปบังคับและตั้งกฎเกณฑ์ต่างๆ ในแต่ละธุรกิจ ก็คือการรักษาผลประโยชน์ของผู้บริโภค การป้องกันไม่ให้ผู้บริโภคมีความเสี่ยงและอันตรายจากการใช้บริการ และการรักษาเสถียรภาพของระบบ

ในอดีต อาจมีเหตุผลว่าทำไมรถสาธารณะจึงควรแยกออกจากรถทั่วไปอย่างชัดเจน เช่น ใช้ป้ายเหลือง ทาสีแฟนซีต่างๆ ทั้งนี้ก็เพื่อให้ผู้ใช้บริการที่เรียกจากข้างถนนแน่ใจได้ว่า รถที่ตัวเองกำลังจะขึ้นนั้น เป็นรถที่ปลอดภัย มีการขึ้นทะเบียน มีการตรวจสภาพ และทำประกันภัยอย่างครบถ้วน คนขับต้องแสดงบัตรประจำตัวให้เห็นว่าได้ทำตามกฎระเบียบเรียบร้อยแล้ว

แต่ปัจจุบัน เทคโนโลยีสามารถทำให้ผู้ใช้บริการสามารถระบุรถและคนขับได้ล่วงหน้าตั้งแต่เริ่มเรียกใช้บริการและรถยังมาไม่ถึง การบังคับให้รถที่ให้บริการต้องจดทะเบียนเป็นรถรับจ้างสาธารณะอาจจะมีความจำเป็นลดลง เพราะผู้ใช้บริการสามารถตรวจสอบว่า รถที่มารับนั้นตรงตามที่ระบุไว้ในระบบหรือไม่ และคนขับเป็นคนเดียวกันหรือไม่

แล้วทางเลือกที่เหมาะสมในการกำกับดูแลของรัฐควรจะเป็นเช่นไร?

รัฐอาจจะบังคับให้ผู้ให้บริการ (เช่น อูเบอร์) เป็นผู้ตรวจสอบว่ารถที่นำมาให้บริการนั้น ทำตามกฎระเบียบต่างๆ เหมือนกับมาตรฐานของรถยนต์รับจ้างทั่วไปหรือไม่ (เช่น ขนาดเครื่องยนต์ อายุของรถ การทำประกันภัย การติดฟิล์มกรองแสง การตรวจสภาพรถ ฯลฯ) และบังคับให้คนขับรถปฏิบัติตามกฎระเบียบด้านความปลอดภัย เช่น การตรวจประวัติอาชญากรรม การทำบัตรแสดงตนให้คนใช้บริการเห็นอย่างชัดเจน รัฐสามารถกำกับและเรียกเก็บภาษีและค่าธรรมเนียมจากผู้ให้บริการ ให้สอดคล้องกับผู้ให้บริการรายเดิม และห้ามไม่ให้รถแบบนี้รับผู้โดยสารจากข้างถนนแบบรถแท็กซี่ทั่วไป

ถ้าทำได้เช่นนี้แล้ว รถที่ให้บริการก็จะถูกกำกับด้วยมาตรฐานเดียวกันกับรถแท็กซี่ทั่วไป ในขณะที่ยังสามารถรักษาหลักการสำคัญของโมเดลธุรกิจในการแบ่งปันทรัพยากรได้อีกด้วย  ถ้าผู้ให้บริการอย่างอูเบอร์ปฏิเสธในการปฏิบัติตาม จึงค่อยสั่งปิด ก็ยังได้

ไม่เช่นนั้นเราคงต้องถามตัวเองว่า ทำไมผู้บริโภคจึงต้องถูกบังคับให้ใช้บริการรถแท็กซี่ สภาพย่ำแย่ บางทีแอร์เสียบ้าง เรียกไปบ้างไม่ไปบ้าง แถมกำลังจะขึ้นราคาอีกด้วย ทำไมไม่ปล่อยให้เกิดการแข่งขันเพื่อประโยชน์สูงสุดของผู้บริโภค

รัฐกำกับดูแลทำไม

รัฐกำกับดูแลเพื่อใคร – เพื่อผู้บริโภค หรือ เพื่อผู้ประกอบการรายเดิม

ถ้าเราดูตัวอย่างของประเทศสิงคโปร์ที่มีแท็กซี่วิ่งอยู่บนถนนจำนวนมาก และสหภาพแท็กซี่ก็ค่อนข้างเข้มแข็ง ประธานาธิบดี ลี เซียน ลุง เคยให้ความเห็นว่า มีความจำเป็นที่สิงคโปร์จะต้องเปิดรับนวัตกรรมและพยายามสร้างบรรยากาศการแข่งขันที่เท่าเทียมและสนับสนุนให้ผู้เล่นรายเดิมปรับตัวรับการแข่งขัน ซึ่งเป็นทัศนคติที่เปิดกว้างและน่าสนใจ

ในกรณีของ Airbnb แอปยอดฮิตในการจองที่พัก ที่ทำให้ผู้ให้บริการรายเล็ก รวมถึงเจ้าของบ้านที่มีห้องว่างสามารถให้บริการห้องพักได้  ก็กำลังเขย่าธุรกิจวงการโรงแรม จนมีการล็อบบี้เพื่อห้ามการให้บริการเช่นนี้ในหลายประเทศ โดยอ้างเหตุผลด้านความปลอดภัย (ซึ่งก็มีประเด็น) แต่ก็มีหลายประเทศที่เปิดรับ Airbnb เพื่อแก้ปัญหาห้องพักขาดแคลน ล่าสุด ญี่ปุ่นก็กำลังวางกฎระเบียบในการกำกับ airbnb ซึ่งเป็นทางออกที่น่าสนใจ และเป็นการทบทวนเหตุผลของการมีกฎระเบียบเพื่อควบคุมให้มีมาตรฐานเดียวกัน มากกว่าการปฏิเสธนวัตกรรม

จริงๆ แล้วประเด็นเหล่านี้ อาจจะคิดเลยไปได้ถึงกรณีนวัตกรรมด้านอื่น เช่น fintech ด้วย ถ้าผู้กำกับนโยบายอย่างธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) หรือสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) อยู่เฉยๆ ปฏิเสธการมีอยู่ของนวัตกรรมใหม่ๆ ยึดติดแต่กฎหมายปัจจุบัน ก็สามารถทำได้ แต่จะทำให้ผู้บริโภคขาดโอกาสในการรับบริการที่ดีกว่า ทำให้ผู้ประกอบการในประเทศขาดประสิทธิภาพ ไม่สามารถแข่งขันได้กับเทคโนโลยีใหม่ และอาจเกิดช่องว่างที่นำไปสู่ความเสี่ยงของระบบได้ในที่สุด

ผู้กำหนดนโยบายและผู้กำกับดูแลจึงต้องหาสมดุลระหว่างการรักษาประโยชน์และความปลอดภัยของผู้บริโภค การสนับสนุนให้มีการแข่งขันที่เป็นธรรม และการสนับสนุนการพัฒนานวัตกรรมใหม่ เพื่อให้ผู้บริโภคได้รับสินค้าและบริการที่ดีที่สุด ไม่ใช่การรักษาผลประโยชน์ของผู้ประกอบการรายเดิมเท่านั้น

MOST READ

Economy

15 Mar 2018

การท่องเที่ยวกับเศรษฐกิจไทย

พิพัฒน์ เหลืองนฤมิตชัย ตั้งคำถาม ใครได้ประโยชน์จากการท่องเที่ยวบูม และเราจะบริหารจัดการผลประโยชน์และสร้างความยั่งยืนให้กับรายได้จากการท่องเที่ยวได้อย่างไร

พิพัฒน์ เหลืองนฤมิตชัย

15 Mar 2018

Economy

23 Nov 2023

ไม่มี ‘วิกฤต’ ในคัมภีร์ธุรกิจของ ‘สิงห์’ : สันติ – ภูริต ภิรมย์ภักดี

หากไม่เข้าถ้ำสิงห์ ไหนเลยจะรู้จักสิงห์ 101 คุยกับ สันติ- ภูริต ภิรมย์ภักดี ถึงภูมิปัญญาการบริหารคน องค์กร และการตลาดเบื้องหลังความสำเร็จของกลุ่มธุรกิจสิงห์

กองบรรณาธิการ

23 Nov 2023

Economy

19 Mar 2018

ทางออกอยู่ที่ทุนนิยม

ในยามหัวเลี้ยวหัวต่อของบ้านเมือง ผู้คนสิ้นหวังกับปัจจุบัน หวาดหวั่นต่ออนาคต และสั่นคลอนกับอดีตของตนเอง
วีระยุทธ กาญจน์ชูฉัตร เสนอทุนนิยมให้เป็น ‘grand strategy’ ใหม่ของประเทศไทย

วีระยุทธ กาญจน์ชูฉัตร

19 Mar 2018

เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และสามารถจัดการความเป็นส่วนตัวเองได้ของคุณได้เองโดยคลิกที่ ตั้งค่า

Privacy Preferences

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

Allow All
Manage Consent Preferences
  • Always Active

Save