fbpx
อินเดียในสมรภูมิ New Normal

อินเดียในสมรภูมิ New Normal

ศุภวิชญ์ แก้วคูนอก เรื่อง

 กฤตพร โทจันทร์ ภาพประกอบ

 

 

หากนับย้อนไปตั้งแต่ช่วงต้นเดือนกุมภาพันธ์ของปีนี้ ซึ่งเป็นเดือนที่อินเดียพบเคสผู้ติดเชื้อโควิด-19 เป็นรายแรกของประเทศ จนกระทั่งถึงปัจจุบัน อาจเรียกได้ว่าอินเดียต้องเผชิญกับโรคระบาดครั้งใหญ่นี้มากกว่าครึ่งปีแล้ว เฉกเช่นเดียวกับประเทศอื่น ๆ ที่กำลังพยายามอย่างแข็งขันในการบริหารจัดการไม่ให้เชื้อมรณะนี้แพร่ระบาดและสร้างความเสียหายต่อสุขภาวะของประชากรภายในประเทศ ตลอดหลายเดือนมานี้รัฐบาลอินเดียทั้งในระดับประเทศและระดับรัฐได้งัดมาตรการออกมามากมายเพื่อป้องกันการแพร่ระบาด ไม่ว่าจะเป็นการปิดเมือง การสนับสนุนให้ประชาชนเว้นระยะห่างทางสังคม หรือการส่งเสริมให้คนทำงานที่บ้าน เป็นต้น

อย่างไรก็ตาม มาตรการที่อินเดียออกมาดูเหมือนว่าจะไม่ได้ผลเท่าที่ควร ครั้งนี้เลยอยากพาท่านผู้อ่านทุกคนมาสำรวจสถานการณ์โควิด-19 ของอินเดียทั้งในมิติด้านสุขภาพ และเศรษฐกิจ สืบหาเหตุผลเบื้องหลังที่อินเดียเดินมาถึงจุดนี้ และวิเคราะห์ความหวังทางเศรษฐกิจของอินเดียหลังโรคระบาด

 

สถานการณ์โควิด-19 ในอินเดีย

 

แม้ว่าสถานการณ์การระบาดของโควิด-19 ในหลายประเทศจะเริ่มควบคุมได้ หรือมีการติดเชื้อในวงจำกัด แต่สิ่งเหล่านี้ยังคงไม่เกิดขึ้นในประเทศอินเดีย แม้ว่าอินเดียจะประกาศใช้มาตรการจำนวนมากมาเกือบครึ่งปีแล้วก็ตาม

ตอนนี้อินเดียกลายเป็นประเทศที่มีตัวเลขผู้ติดเชื้อสะสมมากเป็นอันดับที่ 2 ของโลก ตัวเลข ณ วันที่ 17 กันยายน ระบุว่าอินเดียมีผู้ติดเชื้อสะสมทั้งสิ้น 5,212,687 ราย โดยในจำนวนนี้มีผู้ป่วยที่กำลังรักษาตัวอยู่ทั้งสิ้น 1,017,718 ราย และเสียชีวิต 84,404 ราย

ฉะนั้น อาจเรียกได้ว่าอินเดียกลายเป็นพื้นที่แพร่ระบาดสำคัญของโควิด-19 แห่งหนึ่งของโลก และที่น่ากังวลไปกว่านั้นคือ จำนวนผู้ติดเชื้อรายวันของอินเดียยังคงเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องจนเกือบจะมากถึง 1 แสนคนต่อวัน

ทั้งนี้ ในความเป็นจริง อาจมีผู้ติดเชื้อโควิด-19 มากกว่านี้ แต่ไม่สามารถเข้าถึงการตรวจของภาครัฐได้ งานศึกษาหลายชิ้นสะท้อนให้เห็นว่า ตัวเลขผู้ติดเชื้อในหลายพื้นที่มีสัดส่วนที่เข้าใกล้ระบบภูมิคุ้มกันหมู่ ยกตัวอย่างเช่น พบการติดเชื้อประชากรกว่าร้อยละ 30 ในกรุงนิวเดลี หรือการตรวจแอนตี้บอดี้ของคนอินเดียในสลัมมุมไบพบว่ากว่าร้อยละ 60 ของประชากรมีแอนตี้บอดี้ของโควิด-19 เรียบร้อยแล้ว เป็นต้น

นอกจากประเด็นปัญหาทางด้านสุขภาพที่ยังคงมองไม่เห็นจุดจบนอกจากการได้มาซึ่งวัคซีนแล้ว ในอีกด้านหนึ่ง อินเดียเองก็กำลังเผชิญกับมรสุมทางด้านเศรษฐกิจที่ตั้งเค้ามาตั้งแต่ปีก่อน เมื่อประเทศต่างๆ ต้องเผชิญการต่อสู้กันอย่างดุเดือนในสงครามการค้าระหว่างจีนและสหรัฐอเมริกา

เมื่อมรสุมทั้งสองลูกมาผสานกันในอนุทวีปอินเดีย จึงไม่ใช่เรื่องแปลกอะไรที่เศรษฐกิจอินเดียจะติดลบอย่างหนัก

รายงานตัวเลขการเติบโตทางเศรษฐกิจของอินเดียในไตรมาสแรก ระบุว่าเศรษฐกิจอินเดียติดลบมากถึงร้อยละ 23 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีที่แล้ว สถานการณ์ทางการคลังของอินเดียเองก็ค่อนข้างอ่อนไหว โดยเฉพาะการที่รัฐบาลกลางของอินเดียไม่สามารถส่งคืนเงินภาษีสินค้าและบริการให้กับรัฐบาลระดับรัฐได้ตรงตามเวลา ยิ่งไปกว่านั้นตัวเลขการว่างงานของอินเดียก็พุ่งมากยิ่งขึ้น จนหนึ่งในผู้นำฝ่ายค้านอย่างนายราหุล คานธีออกมาระบุว่านี่เป็นตัวเลขการว่างงานที่มากที่สุดในรอบ 45 ปี

 

ทำไมสถานการณ์ในอินเดียถึงหนักหน่วงขนาดนี้?

 

เมื่ออ่านมาถึงจุดนี้ หลายคนคงมีคำถามในใจว่าทำไมสถานการณ์โควิด-19 ในอินเดียถึงมีสภาพเป็นเช่นนี้ ทั้งที่รัฐบาลอินเดียก็มีมาตรการหลายอย่างทั้งในเชิงรุกและเชิงตั้งรับเพื่อป้องกันไม่ให้การแพร่ระบาดรุนแรง ในขณะเดียวกันก็พยายามพยุงการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจไปพร้อมๆ กันด้วย ซึ่งในจุดนี้เองเราอาจมองปัจจัยสำคัญ ๆ ที่ส่งผลโดยตรงต่อสถานการณ์โควิด-19 ได้ต่อไปนี้

 

ด้านสุขภาพ

 

อินเดียเป็นประเทศหนึ่งที่การรักษาระยะห่างทางสังคมกระทำได้ยาก เนื่องจากจำนวนประชากรต่อพื้นที่นั้นมีความหนาแน่น ในขณะที่การประชาสัมพันธ์และการขอความร่วมมือจากประชาชนไม่ประสบผลเท่าที่ควร ในหลายพื้นที่คนยังคงใช้ชีวิตกันแบบปกติ แม้ว่ารัฐบาลจะเข้มงวดกับการปิดเมืองก็ตาม ฉะนั้นเราจึงเห็นได้ชัดว่าเมืองใหญ่กลายเป็นเป็นแหล่งแพร่ระบาดสำคัญเช่น มุมไบ เดลี เชนไน เป็นต้น

ในขณะเดียวกัน คนอินเดียยังมีข้อจำกัดอย่างมากในการเข้าถึงอุปกรณ์ป้องกันตัวเองไม่ว่าจะเป็นเจลล้างมือ หรือหน้ากากอนามัย สิ่งเหล่านี้ยิ่งส่งผลให้การส่งต่อเชื้อไวรัสเพิ่มขึ้นได้อย่างรวดเร็วมากยิ่งขึ้น เพราะเชื้อโควิด-19 ในอินเดียนั้น ส่วนใหญ่เป็นลักษณะไม่แสดงอาการทำให้ไม่สามารถรู้ได้ว่าใครติดเชื้อหรือไม่

นอกจากนี้ มาตรการปิดเมืองของอินเดียเองค่อนข้างล่าช้า กล่าวคือ การนำเข้าเชื้อของอินเดียเริ่มขึ้นตั้งแต่ปลายเดือนกุมภาพันธ์ และเริ่มระบาดในวงกว้างช่วงต้นเดือนมีนาคม แต่มาตรการปิดเมืองของอินเดียเริ่มใช้ในปลายเดือนมีนาคม ซึ่งก็ถือว่าช้าไปมากสำหรับอินเดียที่มีประชากรจำนวนมาก ยิ่งไปกว่านั้น ในระหว่างที่อินเดียปิดเมือง ด้วยข้อจำกัดทางด้านอุปกรณ์ทางการแพทย์ ส่งผลให้อินเดียไม่มีการตรวจหาเชื้อเชิงรุกอย่างทันท่วงทีเพื่อจำกัดวงของผู้ติดเชื้อ ทำให้ผู้ติดเชื้อจำนวนมากหลุดรอดไปได้ เห็นได้จากการตรวจหาเชื้อช่วงแรกของการปิดเมืองอยู่ในหลักหมื่นเท่านั้น

อินเดียผ่อนคลายมาตรการปิดเมืองทั้งที่การระบาดยังคงดำเนินอยู่ โดยเฉพาะการอนุญาตให้แรงงานข้ามรัฐเคลื่อนย้ายกลับภูมิลำเนา สิ่งที่เกิดขึ้นคือตัวเลขผู้ติดเชื้อเพิ่มขึ้นในหลายรัฐ ซึ่งเป็นพื้นที่กลับบ้านของแรงงานเหล่านี้ ในบางรัฐไม่เคยมีรายตัวเลขผู้ติดเชื้อมาก่อน เช่นสิกขิม นากาแลนด์ เป็นต้น ฉะนั้นจากเดิมที่ผู้ติดเชื้อกระจุกตัวในเมืองใหญ่จึงกลายเป็นระบาดในทุกพื้นที่ของอินเดีย ที่เป็นเช่นนั้นเพราะอินเดียไม่ได้มีนโยบายในการจำกัดที่อยู่ของแรงงานข้ามรัฐเหล่านี้อย่างเป็นระบบเพียงพอ ฉะนั้นแรงงานเหล่านี้หากติดเชื้อก็จะนำเชื้อไปให้คนในครอบครัวหรือชุมชน

 

ด้านเศรษฐกิจ

 

ความถดถอยทางเศรษฐกิจของอินเดียในช่วงสถานการณ์การระบาดของโควิด-19 นั้น ปฏิเสธไม่ได้ว่าเป็นผลโดยตรงมาจากมาตรการปิดเมืองของรัฐบาลอินเดีย ซึ่งส่งผลให้ภาคเศรษฐกิจเกือบทั้งหมดของประเทศอินเดียหยุดชะงักโดยทันที โดยภาคส่วนที่ได้รับผลกระทบหนักที่สุดคงหนีไม่พ้นภาคบริการ ซึ่งถือเป็นเป็นภาคส่วนขนาดใหญ่ของอินเดีย และมีการจ้างงานเป็นจำนวนมาก

การปิดเมืองจึงส่งผลให้แรงงานนอกระบบจำนวนมากที่ทำงานแบบหาเช้ากินค่ำต้องตกงานโดยทันที ซึ่งนี่ถือเป็นเรื่องใหญ่สำหรับอินเดียเพราะแรงงานกลุ่มนี้มีจำนวนมากโดยเฉพาะในหัวเมืองหลักของอินเดีย เมื่อแรงงานจำนวนมากตกงาน การจับจ่ายใช้สอยภายในของอินเดียก็ลดลงอย่างรวดเร็ว ส่งผลให้ตัวเลขการเติบโตทางเศรษฐกิจของอินเดียพลอยลดลงตามไปด้วย

นอกเหนือจากปัจจัยภายใน สถานการณ์การระบาดของโควิด-19 ในต่างประเทศเองก็ส่งผลอย่างมากต่อเศรษฐกิจอินเดีย โดยเฉพาะในภาคการส่งออก เพราะภาคการผลิตของอินเดียนั้น ส่วนใหญ่เน้นผลิตเพื่อการส่งออกไปยังต่างประเทศ การที่สถานการณ์โควิด-19 กระจายไปทั่วทุกมุมโลก จนส่งผลให้หลายประเทศเริ่มใช้มาตรการปิดเมือง ปัจจัยเหล่านี้ส่งผลให้การบริโภคลดลงอย่างรวดเร็ว หลายประเทศมีการลดการนำเข้าสินค้าจากต่างประเทศ

และสำหรับอินเดียที่มีตลาดส่งออกรายใหญ่คือสหรัฐอเมริกาด้วยแล้ว สถานการณ์ยิ่งไม่สู้ดีนัก เพราะคู่ค้ารายนี้ดันเป็นประเทศที่มีการระบาดหนักที่สุดในโลก ฉะนั้น เศรษฐกิจของสหรัฐอเมริกาเองก็ได้รับผลกระทบอย่างมาก จนส่งผลให้การนำเข้าสินค้าจากอินเดียในลักษณะเดิมแทบที่จะเป็นไปไม่ได้

สิ่งเหล่านี้จึงกลายเป็นปัจจัยสำคัญที่ส่งผลให้ตัวเลขเศรษฐกิจของอินเดียติดลบอย่างมากในช่วงไตรมาสแรกของปี ซึ่งเป็นช่วงที่สถานการณ์การระบาดเกิดขึ้นอย่างหนักในหลายประเทศทั่วโลก ในขณะเดียวกันอินเดียก็มีมาตรการปิดเมืองอย่างเข้มงวดในชนิดที่การออกจากบ้านผิดเวลาก็อาจการเป็นความผิดทางกฎหมายได้

 

ความหวังและเศรษฐกิจรูปตัววีหลัง COVID-19

 

แม้ว่าสถานการณ์ในปัจจุบันที่อินเดียเผชิญจากมรสุมโรคระบาดครั้งนี้ดูเหมือนจะไม่จบง่าย ๆ และส่งผลให้สภาพสังคมและเศรษฐกิจของอินเดียอ่อนแออย่างมาก อย่างไรก็ตามอินเดียยังคงมีความหวังในหลายมิติ เพราะหากเราพิจารณาจากการระบาดของอินเดีย แม้ว่าจำนวนผู้ติดเชื้อจะมีจำนวนมาก แต่ตัวเลขผู้เสียชีวิตยังคงอยู่ในสัดส่วนที่ต่ำ ทั้งนี้ เนื่องมาจากโควิด-19 มักสร้างผลกระทบโดยตรงต่อกลุ่มผู้สูงอายุ ซึ่งสำหรับอินเดียประชากรกลุ่มนี้ยังคงมีจำนวนน้อยมาก ฉะนั้นผู้ติดเชื้อส่วนใหญ่ของอินเดียจึงเป็นวัยกลางคนและวัยรุ่น ซึ่งมีศักยภาพในการรักษาตัวได้ด้วยตนเอง นี่เป็นปัจจัยเชิงบวกส่งผลให้จำนวนผู้หายป่วยของอินเดียมีจำนวนเพิ่มขึ้นรวดเร็ว

นอกจากนี้ ศักยภาพทางด้านวิทยาศาสตร์สุขภาพของอินเดียเองก็มีความก้าวหน้าอย่างมาก โดยเฉพาะสถาบันไวรัสวิทยาของอินเดียที่มีศักยภาพที่จะพัฒนาวัคซีนของตนเองได้ ในช่วงหลายเดือนมานี้วัคซีนที่ถูกพัฒนาในสถาบันแห่งนี้มีความก้าวหน้าอย่างรวดเร็วและเริ่มทดลองในมนุษย์ได้แล้ว ในทางเดียวกัน อินเดียยังสร้างความร่วมมือกับรัฐบาลชาติอื่นๆ ในการพัฒนาวัคซีนร่วมกัน ซึ่งจะเป็นโอกาสให้คนอินเดียสามารถเข้าถึงวัคซีนป้องกันโควิด-19 ได้พร้อมกับชาติอื่นๆ ทั่วโลก

ในขณะที่ภาคเศรษฐกิจของอินเดียแม้จะติดลบอย่างมากจากหลายปัจจัย แต่นักเศรษฐศาสตร์ทั้งในและนอกอินเดียต่างมีความเห็นตรงกันว่าในท้ายที่สุดแล้วหลังโรคระบาดครั้งใหญ่นี้ เศรษฐกิจอินเดียจะกลับมาพุ่งทะยานร้อนแรงดังเช่นก่อนหน้านี้ กล่าวคือ เศรษฐกิจอินเดียจะมีการเติบโตในลักษณะตัววี ที่แม้จะติดลบแรง แต่ก็จะกลับมาบวกแรงเช่นเดียวกัน ทั้งนี้เป็นผลสำคัญมาจากโครงสร้างพื้นฐานทางเศรษฐกิจของอินเดียยังคงมีความแข็งแกร่ง ไม่ว่าจำนวนประชากรในภาคแรงงานที่มีจำนวนมาก รวมถึงการเติบโตอย่างรวดเร็วของแรงงานฝีมือภายในประเทศอินเดีย

ยิ่งไปกว่านั้นตลาดการค้าภายในของอินเดียค่อนข้างแข็งแกร่งทั้งในภาคการผลิต และการบริโภค ฉะนั้นตัวเลขเศรษฐกิจของอินเดียจะค่อยๆ เพิ่มมากยิ่งขึ้นหลังรัฐบาลอินเดียเริ่มผ่อนคลายมาตรการปิดเมือง อันจะทำให้ชาวอินเดียกลับมาใช้ชีวิตได้ปกติมากยิ่งขึ้น ในขณะเดียวกันโปรเจคการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานที่หยุดชะงักไปในช่วงปิดเมืองจะกลับมาดำเนินการได้อีกครั้ง ซึ่งจะส่งผลให้มีการจ้างงานจำนวนมหาศาลจากภาครัฐ

ปัจจัยข้างต้นเหล่านี้ล้วนส่งผลอย่างสำคัญต่อการขยายตัวทางเศรษฐกิจของอินเดียหลังยุคโควิด-19 ซึ่งส่วนใหญ่เป็นปัจจัยเชิงบวกที่จะช่วยจูงใจให้นักลงทุนางชาติเห็นศักยภาพของอินเดียมากยิ่งขึ้น โดยเฉพาะการตัดสินใจย้ายห่วงโซ่อุปทานจากจีนมายังประเทศอินเดีย

MOST READ

World

1 Oct 2018

แหวกม่านวัฒนธรรม ส่องสถานภาพสตรีในสังคมอินเดีย

ศุภวิชญ์ แก้วคูนอก สำรวจที่มาที่ไปของ ‘สังคมชายเป็นใหญ่’ ในอินเดีย ที่ได้รับอิทธิพลสำคัญมาจากมหากาพย์อันเลื่องชื่อ พร้อมฉายภาพปัจจุบันที่ภาวะดังกล่าวเริ่มสั่นคลอน โดยมีหมุดหมายสำคัญจากการที่ อินทิรา คานธี ได้รับเลือกให้เป็นนายกรัฐมนตรีหญิงคนแรกในประวัติศาสตร์

ศุภวิชญ์ แก้วคูนอก

1 Oct 2018

World

9 Mar 2018

สีจิ้นผิงมาถึงจุดนี้ได้อย่างไร?

อาร์ม ตั้งนิรันดร วิเคราะห์เส้นทางการเมืองของสีจิ้นผิง ผู้นำสูงสุดของจีนที่สามารถรวบอำนาจมาอยู่ในมือได้สำเร็จเด็ดขาด สีจิ้นผิงมาถึงจุดนี้ได้อย่างไร? และสุดท้ายเขาจะพาจีนพังกันหมดหรือไม่?

อาร์ม ตั้งนิรันดร

9 Mar 2018

World

17 Jul 2020

ร่วมรากแต่ขัดแย้ง ความบาดหมางระหว่างอินโดนีเซียและมาเลเซีย

อรอนงค์ ทิพย์พิมล เขียนถึงความขัดแย้งระหว่างประเทศมาเลเซียและอินโดนีเซีย ที่ทั้งสองประเทศมีรากเหง้าทางประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมร่วมกันหลายอย่าง จนนำไปสู่ความขัดแย้งในการช่วงชิงความเป็นเจ้าของภาษาและวัฒนธรรมมลายู

อรอนงค์ ทิพย์พิมล

17 Jul 2020

เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และสามารถจัดการความเป็นส่วนตัวเองได้ของคุณได้เองโดยคลิกที่ ตั้งค่า

Privacy Preferences

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

Allow All
Manage Consent Preferences
  • Always Active

Save