Nature Repair Bill: เมื่อออสเตรเลียซ่อมแซมธรรมชาติด้วยกลไกตลาดและการลงทุน   

ออสเตรเลียเป็นประเทศที่มีความหลากหลายทางชีวภาพสูงที่สุดแห่งหนึ่งของโลก อีกทั้งยังเป็นแหล่งที่อยู่อาศัยของสิ่งมีชีวิตหายากและมีเอกลักษณ์เฉพาะถิ่นมากมาย

อย่างไรก็ตาม ในช่วงหลายทศวรรษที่ผ่านมา ความหลากหลายทางชีวภาพของออสเตรเลียกำลังเผชิญกับภัยคุกคามที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ด้วยอัตราการสูญพันธุ์ของสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมสูงที่สุดในโลก การลดลงของประชากรสัตว์ป่ากว่า 30% และการคุกคามจากสูญเสียระบบนิเวศดั้งเดิม การแบ่งแยกพื้นที่ธรรมชาติเป็นหย่อมเล็กหย่อมน้อย ผลกระทบจากชนิดพันธุ์ต่างถิ่นที่รุกราน การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและไฟป่าที่ทวีความรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ ออสเตรเลียกำลังเผชิญกับความท้าทายที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์ นั่นคือการหยุดยั้งและฟื้นฟูความหลากหลายทางชีวภาพที่กำลังอยู่ในภาวะวิกฤติ

รัฐบาลนำโดยพรรคกรีนและพรรคแรงงานจึงได้ผลักดันให้มีการเสนอพระราชบัญญัติซ่อมแซมธรรมชาติ (Nature Repair Bill) ในวุฒิสภา เพื่อเป็นจุดเริ่มต้นของการเยียวยาวิกฤตครั้งนี้ ร่างกฎหมายฉบับนี้มุ่งวางรากฐานระยะยาวสำหรับการปกป้อง ฟื้นฟู และเชื่อมโยงระบบนิเวศที่สำคัญทั่วประเทศ โดยมีเป้าหมายที่ท้าทายและชัดเจน ทั้งในด้านการหยุดยั้งการสูญพันธุ์ การขยายพื้นที่คุ้มครอง การฟื้นฟูถิ่นอาศัยและสมดุลทางธรรมชาติ และการจัดการพื้นที่อนุรักษ์อย่างมีประสิทธิภาพ

การผลักดันร่างกฎหมายฉบับนี้เกิดขึ้นท่ามกลางความตระหนักที่เพิ่มขึ้นเกี่ยวกับวิกฤติความหลากหลายทางชีวภาพที่ออสเตรเลียกำลังเผชิญอยู่ รวมถึงแรงกดดันจากสาธารณชนและกลุ่มอนุรักษ์ที่เรียกร้องให้รัฐบาลดำเนินการเชิงรุกมากขึ้นเพื่อปกป้องสิ่งแวดล้อมและระบบนิเวศที่เปราะบาง

พะราชบัญญัติซ่อมแซมธรรมชาติ (Nature Repair Bill/Act) ถูกเสนอเข้าสู่รัฐสภาออสเตรเลียในช่วงเดือนกุมภาพันธ์ ปี 2023 และมีผลบังคับใช้อย่างเป็นทางการในวันที่ 15 ธันวาคม 2023 นั่นเท่ากับว่ากระบวนการผลักดันและพิจารณากฎหมายฉบับนี้ใช้เวลาเพียง 10 เดือนเท่านั้น โดยการผ่านพระราชบัญญัติฉบับนี้ในรัฐสภาออสเตรเลียได้รับการสนับสนุนจากทั้งพรรครัฐบาลและพรรคฝ่ายค้าน ซึ่งแสดงให้เห็นถึงความเป็นเอกฉันท์ และความมุ่งมั่นทางการเมืองในการรับมือกับความท้าทายด้านความหลากหลายทางชีวภาพที่ประเทศกำลังเผชิญอยู่

ภาพจาก Southcoast Natural Resource Management

แม้ว่ากระบวนการออกกฎหมายใช้เวลาเพียง 10 เดือน แต่การพัฒนาแนวคิดและกลไกของตลาดซ่อมแซมธรรมชาตินั้นได้มีการศึกษาวิจัย และการปรึกษาหารือกับผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย รวมทั้งวางโครงสร้างนโยบายมาระยะหนึ่งแล้ว ก่อนที่บรรจุลงในร่างกฎหมายที่นำเสนอต่อรัฐสภา

พระราชบัญญัติซ่อมแซมธรรมชาติ (Nature Repair Bill/Act) มีวัตถุประสงค์เพื่อสร้างกรอบการทำงานสำหรับ ‘ตลาดซ่อมแซมธรรมชาติ’ (nature repair market) นับเป็นตลาดความหลากหลายทางชีวภาพแบบสมัครใจ (voluntary biodiversity market) ระดับประเทศที่มีกฎหมายรองรับครั้งแรกของโลก

วัตถุประสงค์หลักของพระราชบัญญัติซ่อมแซมธรรมชาติมีดังนี้:

1. เพื่อระดมทุนจากภาคเอกชนมาใช้ในการปกป้อง ซ่อมแซม และฟื้นฟูความหลากหลายทางชีวภาพและสิ่งแวดล้อมทางธรรมชาติอันเป็นเอกลักษณ์ของออสเตรเลีย

2. เพื่อสร้างแรงจูงใจทางเศรษฐกิจให้แก่ผู้ถือครองที่ดิน รวมถึงชนพื้นเมือง กลุ่มอนุรักษ์ และเกษตรกร ในการดำเนินกิจกรรมอนุรักษ์และฟื้นฟูธรรมชาติในพื้นที่ของตน ผ่านการซื้อขายใบรับรองความหลากหลายทางชีวภาพ (biodiversity certificate)

3. เพื่อสร้างตลาดที่โปร่งใสและรับผิดชอบสำหรับการลงทุนในต้นทุนธรรมชาติของออสเตรเลีย และช่วยขับเคลื่อนการเปลี่ยนผ่านสู่เศรษฐกิจที่ยั่งยืนมากขึ้น

4. เพื่อดึงดูดแหล่งเงินทุนใหม่ๆ และสร้างโอกาสทางเศรษฐกิจ ในขณะเดียวกันก็บรรลุเป้าหมายด้านการอนุรักษ์ความหลากหลายทางชีวภาพ

5. เพื่อสนับสนุนการมีส่วนร่วมของชนพื้นเมืองในการจัดการมรดกทางธรรมชาติของออสเตรเลีย และสร้างโอกาสทางเศรษฐกิจให้กับชุมชนท้องถิ่น

หากกล่าวโดยสรุปพระราชบัญญัติซ่อมแซมธรรมชาติและตลาดซ่อมแซมธรรมชาติ มุ่งใช้กลไกตลาดผลักดันการลงทุนและการดำเนินการเพื่ออนุรักษ์และฟื้นฟูความหลากหลายทางชีวภาพ สร้างแรงจูงใจและโอกาสทางเศรษฐกิจ ในขณะเดียวกันก็ช่วยแก้ไขวิกฤติความหลากหลายทางชีวภาพที่ออสเตรเลียกำลังเผชิญอยู่

ปัจจุบันภาคเอกชนมีความสนใจในศักยภาพการลงทุนด้านธรรมชาติเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ตลาดซ่อมแซมธรรมชาตินี้ทำให้การลงทุนที่เกี่ยวข้องกับการฟื้นฟูธรรมชาติทำได้ง่ายขึ้น และผลักดันให้เกิดการซ่อมแซมธรรมชาติทั่วออสเตรเลีย คาดว่าความต้องการในตลาดนี้จะเติบโตขึ้นเรื่อยๆ โดยมีแรงขับเคลื่อนจากการลงทุนเพื่อประโยชน์สาธารณะ การรายงานด้านความยั่งยืน และ ESG รวมทั้งผู้เข้าร่วมตลาดคาร์บอนที่ต้องการโครงการซึ่งเป็นประโยชน์ต่อธรรมชาติ

ตลาดซ่อมแซมธรรมชาติจึงมีจุดมุ่งหมายเพื่อระดมทุนจากภาคเอกชนมาใช้ในการซ่อมแซมและปกป้องสิ่งแวดล้อมทางธรรมชาติ โดยผู้ถือครองที่ดินที่เป็นชนพื้นเมืองหรือชุมชนท้องถิ่น กลุ่มอนุรักษ์ หน่วยงานของรัฐและเกษตรกร ต่างมีสิทธิ์เข้าร่วมในโครงการนี้ ตลาดดังกล่าวอนุญาตให้ทำกิจกรรมหรือโครงการซ่อมแซม ปกป้อง และฟื้นฟูธรรมชาติได้หลากหลายประเภท ทั้งบนบก ในน้ำ และพื้นที่ทะเลและชายฝั่งห่างออกไปไม่เกิน 12 ไมล์ทะเลของออสเตรเลีย

ตัวอย่างโครงการซ่อมแซมธรรมชาติที่อาจเกิดขึ้นได้ อาทิ

– การปรับปรุงหรือฟื้นฟูระบบนิเวศพืชพันธุ์ดั้งเดิม ด้วยการทำรั้วป้องกันปศุสัตว์ และการกำจัดวัชพืชต่างถิ่น

– การปลูกพืชพันธุ์พื้นเมืองที่มีความหลากหลาย

– การปกป้องระบบนิเวศทุ่งหญ้าที่เป็นแหล่งอาศัยของสิ่งมีชีวิตใกล้สูญพันธุ์

– การรื้อสิ่งกีดขวางการขึ้นลงของน้ำเพื่อฟื้นฟูป่าชายเลน หาดเลน และพื้นที่ชุ่มน้ำบริเวณชายฝั่ง

– การฟื้นฟูหญ้าทะเลด้วยวิธีการที่ได้รับการยอมรับว่าได้ผล เช่นการใช้ถุงกระสอบป่านบรรจุเมล็ดหญ้าทะเล  

– การเชื่อมโยงพื้นที่อนุรักษ์ทั้งบนบกและในทะเลให้เป็นเครือข่ายที่เชื่อมต่อกันอย่างทั่วถึงผ่านเส้นทางเชื่อมต่อทางธรรมชาติ (conservation corridors) เพื่อให้สัตว์ป่าสามารถเคลื่อนย้ายและแลกเปลี่ยนพันธุกรรมได้ ซึ่งช่วยลดความเสี่ยงจากการผสมพันธุ์ในกลุ่มเครือญาติ และเพิ่มความทนทานต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ

เจ้าของที่ดินอาจทำโครงการเพื่อปกป้องแหล่งอาศัยตามธรรมชาติที่มีอยู่เดิม หรือการฟื้นฟูพื้นที่ที่เสียหายหรือเสื่อมโทรมลงไป รวมไปถึงการปรับปรุงแหล่งที่อยู่อาศัยเพื่อส่งเสริมความหลากหลายทางชีวภาพทั้งทางบกและทางทะเล โดยเกษตรกรและชาวประมงอาจช่วยติดตามความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นกับโครงการได้อีกด้วย อาทิ การติดตามความเปลี่ยนแปลงด้านความหลากหลายทางชีวภาพ ทั้งในแง่ของปริมาณชนิดและความชุกชุม

ภาพจาก Trust for Nature

นอกจากนี้ ชนพื้นเมืองยังสามารถดำเนินโครงการกำจัดชนิดพันธุ์ต่างถิ่น เช่น การกำจัดหญ้าต่างถิ่น การควบคุมประชากรแมวจรจัด คางคก หรือการเผาตามองค์ความรู้และวัฒนธรรมดั้งเดิมในทะเลทรายตอนกลาง ใบรับรองที่ได้จากโครงการเหล่านี้สามารถนำมาซื้อขายเพื่อสนับสนุนกิจกรรมเหล่านี้ในระยะยาว

เมื่อใบรับรองสามารถนำมาซื้อขายได้ พระราชบัญญัติซ่อมแซมธรรมชาติจึงต้องมีโครงสร้างการบริหารจัดการที่โปร่งใสและเป็นที่ยอมรับ ผ่านการทำงานของคณะกรรมการผู้เชี่ยวชาญ มีการกำหนดมาตรฐานและกฎที่ชัดเจน รวมถึงการติดตามตรวจสอบที่สามารถเข้าถึงได้ นอกจากนี้ยังมีความร่วมมือกับหน่วยงานกำกับดูแลสำคัญเพื่อให้มั่นใจถึงความถูกต้องน่าเชื่อถือของข้อมูล โดยมีขั้นตอนที่สำคัญคือ

1. พระราชบัญญัตินี้สร้างกรอบการทำงานที่โปร่งใสสำหรับตลาดซ่อมแซมธรรมชาติ โดยออกใบรับรองความหลากหลายทางชีวภาพที่ซื้อขายได้ให้แก่ผู้ถือครองที่ดินในออสเตรเลีย

2. มีการจัดตั้งคณะกรรมการผู้เชี่ยวชาญ (nature repair committee) เพื่อพิจารณาวิธีการที่เสนอ ซึ่งกำหนดกฎสำหรับโครงการต่างๆ คณะกรรมการให้คำแนะนำต่อรัฐมนตรีว่าวิธีการเหล่านั้นเป็นไปตามมาตรฐานความสมบูรณ์ของความหลากหลายทางชีวภาพตามที่กำหนดไว้ในพระราชบัญญัติหรือไม่

3. แต่ละโครงการมีใบรับรองที่ซื้อขายได้ใบเดียว ผู้เป็นเจ้าของสามารถขายใบรับรองเหล่านี้ให้กับผู้ซื้อภายใต้สัญญาเชิงพาณิชย์

4. ใบรับรองให้ข้อมูลมาตรฐานเพื่อให้ตลาดสามารถเปรียบเทียบและประเมินมูลค่าโครงการต่างๆ ได้อย่างมั่นใจ โดยมีการจัดทำรายงานความก้าวหน้าของโครงการเป็นประจำเพื่ออธิบายและยืนยันผลลัพธ์ด้านสิ่งแวดล้อม

5. ใบรับรองสถานะ และความเป็นเจ้าของ สามารถติดตามได้ผ่านทะเบียนสาธารณะ ซึ่งช่วยให้ผู้ถือใบรับรองแสดงให้เห็นว่าพวกเขาสนับสนุนการซ่อมแซมธรรมชาติอย่างไร

เพื่อป้องกันปัญหาด้านการฟอกเขียว และส่งเสริมให้เกิดการดำเนินงานภายใต้พระราชบัญญัตินี้อย่างมีประสิทธิภาพ โปร่งใส และบรรลุวัตถุประสงค์ด้านสิ่งแวดล้อมตามที่กำหนดไว้ มีการกำหนดมาตรฐานเพื่อรับประกันความซื่อสัตย์ การบังคับใช้ เพื่อทำให้มั่นใจได้ว่าโครงการต่างๆ สามารถซ่อมแซมและฟื้นฟูธรรมชาติได้อย่างแท้จริง ซึ่งใบรับรองความหลากหลายทางชีวภาพประกอบด้วยข้อมูลที่เชื่อถือได้เกี่ยวกับการดำเนินโครงการต่างๆ

นอกจากนี้รัฐบาลจะร่วมมือกับคณะกรรมการการแข่งขันและผู้บริโภคออสเตรเลีย (ACCC) และคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และการลงทุนแห่งออสเตรเลีย (ASIC) เพื่อให้มั่นใจว่าข้อมูลอ้างอิงเกี่ยวกับใบรับรองมีความถูกต้องและไม่เป็นการหลอกลวง

ในช่วง 12 เดือนข้างหน้า กรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ พลังงาน สิ่งแวดล้อม และน้ำ  (Department of Climate Change, Energy, Environment and Water) และหน่วยงานกำกับดูแลพลังงานสะอาด (clean energy regulator) พัฒนากระบวนการและระบบในการบริหารจัดการโครงการ รวมถึงจัดตั้งคณะทำงานอ้างอิงผู้เชี่ยวชาญ คณะกรรมการซ่อมแซมธรรมชาติ ปรึกษาหารือเกี่ยวกับกฎหมายลำดับรอง และพัฒนาเครื่องมือประเมินความหลากหลายทางชีวภาพและวิธีการต่างๆ เพื่อให้มั่นใจว่าโครงการต่างๆ ดำเนินการตามกฎระเบียบ ซึ่งรวมถึงการตรวจสอบ รายงาน และแจ้งเตือนเกี่ยวกับการดำเนินกิจกรรมโครงการและความคืบหน้าในการบรรลุผลลัพธ์ด้านสิ่งแวดล้อม

ตลาดซ่อมแซมธรรมชาติ (nature repair market) เป็นส่วนหนึ่งของแผนงานธรรมชาติเชิงบวก (nature positive plan) ของออสเตรเลีย ที่มุ่งปกป้องธรรมชาติที่มีค่า ซ่อมแซมส่วนที่เสียหาย และบริหารจัดการธรรมชาติให้ดีขึ้นสำหรับอนาคต จากรายงานล่าสุดของบริษัทที่ปรึกษา PwC พบว่า ตลาดความหลากหลายทางชีวภาพน่าจะสามารถระดมทุนได้ถึง 137 พันล้านดอลลาร์ออสเตรเลีย เพื่อซ่อมแซมและปกป้องสิ่งแวดล้อมของออสเตรเลียภายในปี 2593

การฟื้นฟูระบบนิเวศในเชิงรุกให้ได้ 30% ภายในปี 2030 และ 100% ภายในปี 2050 ถือเป็นความท้าทายครั้งสำคัญ เพราะจำเป็นต้องอาศัยความร่วมมืออย่างใกล้ชิดระหว่างรัฐบาลกลาง รัฐบาลท้องถิ่น พื้นที่อนุรักษ์ เจ้าของที่ดิน ชุมชนท้องถิ่น และภาคประชาสังคมในการร่วมกันฟื้นฟูระบบนิเวศที่เสื่อมโทรมให้กลับมามีชีวิตชีวาและมีความสามารถในการให้บริการทางระบบนิเวศ เช่น การควบคุมน้ำ การกักเก็บคาร์บอน และการสร้างความอุดมสมบูรณ์ของดิน

แม้พระราชบัญญัติฉบับนี้จะมีเสียงคัดค้านจากผู้รับสัมปทานเหมืองแร่และเกษตรกรบางกลุ่มที่กังวลถึงผลกระทบทางเศรษฐกิจที่ตามมา อย่างไรก็ตามรัฐบาลก็ย้ำมาตลอดว่านี่ไม่ใช่การเสียโอกาสแต่เป็นการลงทุนเพื่ออนาคต  ความหลากหลายทางชีวภาพไม่เพียงแต่ช่วยปกป้องโลกใบนี้ แต่ยังเป็นทางออกที่ดีที่สุดในการฟื้นฟูจากวิกฤตอย่างยั่งยืน

ตลาดซ่อมแซมธรรมชาติถือเป็นก้าวสำคัญของออสเตรเลียในการส่งเสริมการลงทุนเพื่ออนุรักษ์และฟื้นฟูความหลากหลายทางชีวภาพ ด้วยศักยภาพในการดึงดูดแหล่งเงินทุนใหม่ๆ และสร้างแรงจูงใจให้เจ้าของที่ดินหันมาปกป้องและฟื้นฟูธรรมชาติผ่านกลไกตลาด นับเป็นโอกาสสำคัญที่จะช่วยขับเคลื่อนเศรษฐกิจที่ยั่งยืนมากขึ้น และยังช่วยให้ออสเตรเลียมีโอกาสบรรลุพันธกรณีระหว่างประเทศด้านการอนุรักษ์ความหลากหลายทางชีวภาพ ภายใต้กรอบงานคุนหมิง-มอนทรีออลว่าด้วยความหลากหลายทางชีวภาพของโลก (Kunming-Montreal Global Biodiversity Framework)


อ้างอิง

Nature Repair Market

Joint Response to the Australian Consultation on Nature Repair Market

Nature repair bill passes after Greens agree to deal

Trust for Nature’s submission to the Nature Repair Market Bill

MOST READ

Social Issues

9 Oct 2023

เด็กจุฬาฯ รวยกว่าคนทั้งประเทศจริงไหม?

ร่วมหาคำตอบจากคำพูดที่ว่า “เด็กจุฬาฯ เป็นเด็กบ้านรวย” ผ่านแบบสำรวจฐานะทางเศรษฐกิจ สังคม และความเหลื่อมล้ำ ในนิสิตจุฬาฯ ปี 1 ปีการศึกษา 2566

เนติวิทย์ โชติภัทร์ไพศาล

9 Oct 2023

Social Issues

5 Jan 2023

คู่มือ ‘ขายวิญญาณ’ เพื่อตำแหน่งวิชาการในมหาวิทยาลัย

สมชาย ปรีชาศิลปกุล เขียนถึง 4 ประเด็นที่พึงตระหนักของผู้ขอตำแหน่งวิชาการ จากประสบการณ์มากกว่าทศวรรษในกระบวนการขอตำแหน่งทางวิชาการในสถาบันการศึกษา

สมชาย ปรีชาศิลปกุล

5 Jan 2023

Social Issues

27 Aug 2018

เส้นทางที่เลือกไม่ได้ ของ ‘ผู้ชายขายตัว’

วรุตม์ พงศ์พิพัฒน์ พาไปสำรวจโลกของ ‘ผู้ชายขายบริการ’ ในย่านสีลมและพื้นที่ใกล้เคียง เปิดปูมหลังชีวิตของพนักงานบริการในร้านนวด ร้านคาราโอเกะ ไปจนถึงบาร์อะโกโก้ พร้อมตีแผ่แง่มุมลับๆ ที่ยากจะเข้าถึง

กองบรรณาธิการ

27 Aug 2018

เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และสามารถจัดการความเป็นส่วนตัวเองได้ของคุณได้เองโดยคลิกที่ ตั้งค่า

Privacy Preferences

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

Allow All
Manage Consent Preferences
  • Always Active

Save