‘มอแกน’ ณ ชายแดนแห่งชายทะเล

ยศธร ไตรยศ เรื่องและภาพ

-1-

เหตุการณ์ไฟไหม้หมู่บ้านมอแกนครั้งใหญ่ที่อ่าวบอน อุทยานแห่งชาติหมู่เกาะสุรินทร์ จังหวัดพังงา เมื่อเดือนกุมภาพันธ์ 2562 ทำให้ชาวมอแกนกลับมาได้รับความสนใจจากทั้งภาครัฐและเอกชนอีกครั้ง

61 ครอบครัวมอแกนที่ไร้ที่อยู่อาศัย ขาดปัจจัยต่างๆ ในการดำรงชีวิต วันนี้พวกเขาได้รับการช่วยเหลือจากทุกภาคส่วน รวมถึงบ้านหลังใหม่ที่มีฝ่ายความมั่นคงรับอาสาเป็นผู้สร้างให้ด้วย

ผมลงพื้นที่หมู่เกาะสุรินทร์หลังจากการส่งมอบบ้านหลังใหม่ได้ไม่นาน เสียงของพวกเขาก็สะท้อนออกมาว่าบ้านหลังใหม่ไม่สอดคล้องกับวิถีชีวิต สวนทางกับคติความเชื่อดั้งเดิม ถูกกระชับพื้นที่ให้อยู่อย่างแออัด ไม่มีความเป็นส่วนตัว ทั้งที่ชาวมอแกนรักสันโดษและนิยมปลูกบ้านกระจายตัวอยู่กันแบบหลวมๆ มากกว่า

แต่เป็นความจริงที่ว่า หากพวกเขาจะอาศัยอยู่ในพื้นที่เขตอุทยานแห่งชาติต่อไป ก็ต้องปรับตัวยอมรับเงื่อนไขดังกล่าวให้ได้ โดยเฉพาะการหากิน มีปลาไม่กี่ชนิดเท่านั้นที่พวกเขาจับไปทำกับเมนูสำหรับครัวเรือนเท่านั้น

จากสายตาคนนอก การท่องเที่ยวดูเหมือนจะเป็นคำตอบที่ดีของรายได้ มอแกนที่หมู่เกาะสุรินทร์ส่วนใหญ่ผันตัวไปเป็นลูกจ้างให้กับอุทยานและลูกจ้างบริษัททัวร์ในพื้นที่ บางครอบครัวทำของที่ระลึกไว้ขายนักท่องเที่ยวที่แวะเข้าชมวิถีชีวิตในหมู่บ้านมอแกนด้วย นับเป็นวิธียังชีพอีกทางหนึ่งนอกเหนือไปจากการหาปลา

แต่ภาพนักท่องเที่ยวที่เดินขวักไขว่คึกคัก เข้าออกบ้านของชาวมอแกนราวกับเป็นพื้นที่สาธารณะ ความรู้สึกภายในของพวกเขากลับสวนทาง หนุ่มมอแกนบางคนบอกกับผมด้วยน้ำเสียงเบื่อหน่ายว่า “บางครั้งรู้สึกเหมือนว่าบ้านเป็นสวนสัตว์ให้คนมาเที่ยว”

ผมมีโอกาสได้พูดคุยกับสมาชิกครอบครัวสกุล ‘กล้าทะเล’ ที่ดูเหมือนจะมีบทบาทเป็นผู้นำชุมชนอย่างไม่เป็นทางการ ซึ่งพวกเขามีโอกาสได้ไปเรียนหนังสือมาจากบนฝั่ง คนหนึ่งเป็นมอแกนที่เรียนจบปริญญาตรี ขณะที่อีกคนมีภรรยาเป็นชาวเยอรมัน และอีกคนทำหน้าที่เป็นผู้ใหญ่บ้านคอยประสานงานกับภาครัฐ โอกาสดังกล่าวทำให้พวกเขาได้เดินทางไปเปิดประสบการณ์ในต่างแดน และเห็นความจำเป็นในการปรับตัวเพื่ออยู่รอดในสังคมปัจจุบัน

ความท้าทายประการหนึ่งของผู้นำชุมชน คือ การทำให้ชาวบ้านด้วยกันเห็นความจำเป็นในการร่วมมือปกป้องและรักษาสิทธิตนเอง โดยเฉพาะการเรียกร้องขอรับสัญชาติไทยที่มีคนมอแกนในหมู่เกาะสุรินทร์เพียง 134 คนที่มีบัตรประชาชน จากทั้งหมด 327 คน แน่นอนว่าชาวมอแกนเกินครึ่งย่อมเข้าไม่ถึงสิทธิและสวัสดิการจากรัฐ

ยังไม่นับว่าบ้านของพวกเขากำลังรายล้อมไปด้วยขยะจำพวกขวดและกระป๋องน้ำอัดลมมหาศาลที่มาพร้อมกับบริษัททัวร์ และการลักลอบจับปลาในเขตอุทยานฯ ของเรือประมงพาณิชย์ ซึ่งผมเห็นว่าเกินกำลังที่ใครคนใดคนหนึ่งจะรับมือไหว

-2-

สถานการณ์แตกต่างออกไปที่หาดราไวย์ จังหวัดภูเก็ต ซึ่งยังมีกรณีพิพาทระหว่างกลุ่มคนท้องถิ่นที่อาศัยอยู่ในพื้นที่มาก่อน กับกลุ่มทุนซึ่งอ้างเป็นเจ้าของโฉนดที่ดินอย่างถูกต้องตามกฎหมาย และเท่าที่ทราบ คดีความยังคงค้างอยู่ในชั้นศาล ซึ่งไม่มีใครทราบว่าจะมีคำพิพากษาออกมาอย่างไร

หาดราไวย์เป็นพื้นที่อาศัยของ ‘ชาวเล’ กว่า 2,000 คน ทั้งชาวมอแกนและชาวอูรักลาโว้ยอยู่ร่วมกันโดยไม่แบ่งแยก แต่ด้วยพื้นที่อันจำกัด สวนทางจำนวนคน ทำให้ชุมชนชาวเลริมหาดราไวย์ยังไม่สามารถเข้าถึงระบบสาธารณูปโภคขั้นพื้นฐานได้ เอาแค่ห้องน้ำที่ผมเห็น ก็ไม่ใช่ว่าทุกครอบครัวจะมีห้องน้ำเป็นของตัวเอง ชาวเลลูกครึ่งมอแกนอูรักลาโว้ยสารภาพกับผมว่า พวกเขาบางคนยังอาศัยการขับถ่ายอยู่ตามริมทะเลในตอนกลางคืน

การไม่มีกรรมสิทธิ์ในที่ทำกินของพวกเขายังเป็นปัญหาคลาสสิก ไหนจะข้อจำกัดในการทำอาชีพประมงขนาดเล็กที่ถูกกำกับไว้จาก พ.ร.บ.อุทยานแห่งชาติที่เข้มงวดว่าห้ามล้ำเส้น จึงเป็นเรื่องยากที่คนอย่างพวกเขาจะเข้าถึงโอกาสเหมือนคนทั่วไป มีเพียงทักษะทางร่างกายที่อึดและทนเท่านั้นที่พอจะช่วยหารายได้ประทังครอบครัว

ทุกวันนี้ชายชาวเลหาดราไวย์ยังคงดำน้ำลงไปเก็บหอยเป๋าฮื้อ ส่งขายตลาดสดและร้านซีฟู้ดที่เรียงรายอยู่ริมชายหาด แต่เป็นรายได้ที่เต็มไปด้วยความเสี่ยง อาการน็อคน้ำคือสิ่งที่พวกเขากลัวที่สุด

พวกเขาเล่าให้ผมฟัง เมื่อก่อนการดำลึกแบบไม่มีเครื่องช่วยหายใจระดับสิบกว่าเมตร เป็นระดับความลึกที่จะพบกุ้งล็อบสเตอร์และปลิงทะเล แต่ปัจจุบันร่างกายพวกเขาไม่เหมือนเดิม ความลึกเพียง 3-4 เมตรที่พวกเขาดำหาหอยเป๋าฮื้อคือสิ่งที่สุดความสามารถแล้ว แม้รายได้จะน้อยกว่า แต่ความเสี่ยงน้อยกว่า ก็พอจะเป็นทางเลือกที่ทำให้ครอบครัวสบายใจ

ผมมีโอกาสเข้าไปเยือนในบ้านของครอบครัวชาวเลครอบครัวหนึ่ง เป็นบ้านหลังเล็กที่มีพื้นที่ไม่เกิน 30 ตารางเมตร หากเป็นคอนโดในเมือง เต็มที่ก็อยู่ได้สำหรับ 1-2 คน แต่สำหรับบ้านของพวกเขาที่อยู่กันถึง 15 คน ซ้ำยังถูกตัดสิทธิในแผ่นดินที่อยู่อาศัยมาตั้งแต่บรรพบุรุษ มันคล้ายกับชีวิตที่ต้องแบ่งกันนอนลงในกองปฏิกูลที่เรียกกันอย่างสุภาพว่า ‘ความเหลื่อมล้ำ’

 

 

 

 

 

 

 

นายเลี้ยว หลักเกาะ หนึ่งในแกนนำชาวเลหาดราไวย์ ผู้หวังจะเห็นคนในชุมชนมีคุณภาพชีวิตดีกว่าที่เป็นอยู่ เขาโชว์ถุงตาข่ายบรรจุหอยเป๋าฮื้อที่เขาหาได้ ซึ่งเป็นรายได้หลักที่ใช้หล่อเลี้ยงครอบครัว ส่วนด้านหลังของเขาคือเรือตกปลาแบบเช่าเหมาลำ ที่กำลังเป็นที่นิยมในหมู่นักท่องเที่ยว

 

 

ครอบครัวของนายเลี้ยว หลักเกาะ ชาวอูรักลาโว้ย ขณะนั่งดูทีวีในยามค่ำคืนกันอย่างพร้อมหน้าพร้อมตา

นายเลี้ยว หลักเกาะ หนึ่งในแกนนำชาวเลหาดราไวย์ ผู้หวังจะเห็นคนในชุมชนมีคุณภาพชีวิตดีกว่าที่เป็นอยู่ เขาโชว์ถุงตาข่ายบรรจุหอยเป๋าฮื้อที่เขาหาได้ ซึ่งเป็นรายได้หลักที่ใช้หล่อเลี้ยงครอบครัว ส่วนด้านหลังของเขาคือเรือตกปลาแบบเช่าเหมาลำ ที่กำลังเป็นที่นิยมในหมู่นักท่องเที่ยว
นายเลี้ยว หลักเกาะ หนึ่งในแกนนำชาวเลหาดราไวย์ ผู้หวังจะเห็นคนในชุมชนมีคุณภาพชีวิตดีกว่าที่เป็นอยู่ เขาโชว์ถุงตาข่ายบรรจุหอยเป๋าฮื้อที่เขาหาได้ ซึ่งเป็นรายได้หลักที่ใช้หล่อเลี้ยงครอบครัว ส่วนด้านหลังของเขาคือเรือตกปลาแบบเช่าเหมาลำ ที่กำลังเป็นที่นิยมในหมู่นักท่องเที่ยว

ครอบครัวของนายเลี้ยว หลักเกาะ ชาวอูรักลาโว้ย ขณะนั่งดูทีวีในยามค่ำคืนกันอย่างพร้อมหน้าพร้อมตา

 

สภาพของห้องน้ำภายในชุมชนชาวเลหาดราไวย์ ซึ่งไม่ใช่ทุกบ้านที่มีห้องน้ำใช้ เนื่องจากพื้นที่บ้านค่อนข้างคับแคบ ทำให้บางครอบครัวต้องอาศัยห้องน้ำจากเพื่อนบ้านหรือปลดทุกข์ที่ริมทะเลแทน

 

น้ำเสียจากร้านอาหารทะเลและจากชุมชนเป็นจำนวนมากถูกปล่อยลงสู่ท้องทะเลโดยตรง ส่งผลกระทบต่อระบบนิเวศบริเวณชายฝั่ง ซึ่งชาวบ้านต่างทราบกันดีว่าปริมาณสัตว์ทะเลบริเวณใกล้ชายฝั่งที่กำลังลดลงอย่างชัดเจน

 

 

 

 

 

 

 

 

ศาลบรรพบุรุษของชาวมอแกนที่ตั้งอยู่ร่วมกับที่อยู่อาศัยของชาวเลในพื้นชุมชนริมหาดราไวย์

ศาลบรรพบุรุษของชาวมอแกนที่ตั้งอยู่ร่วมกับที่อยู่อาศัยของชาวเลในพื้นชุมชนริมหาดราไวย์

 

ทุกๆ เย็น เด็กๆ ชาวเลในชุมชนจะรวมตัวกันเตะฟุตบอลที่ลานกิจกรรมริมหาดราไวย์ ลานดังกล่าวเป็นส่วนหนึ่งของกรณีพิพาทที่ดินที่กำลังต่อสู้กันในชั้นศาล ระหว่างชาวเลกับนายทุนผู้ถือครองโฉนดที่ดิน

 

‘บาลัย’ พื้นที่สำหรับประกอบพิธีกรรมตามความเชื่อของชาวเลที่สืบทอดกันมา ซึ่งอยู่ในพื้นที่ที่กำลังมีข้อพิพาทเรื่องกรรมสิทธิ์ที่ดิน

‘บาลัย’ พื้นที่สำหรับประกอบพิธีกรรมตามความเชื่อของชาวเลที่สืบทอดกันมา ซึ่งอยู่ในพื้นที่ที่กำลังมีข้อพิพาทเรื่องกรรมสิทธิ์ที่ดิน

 

สุริยันต์ กล้าทะเล กำลังไกวแปลให้ ‘กาอู’ ลูกชายของเขา ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่มีนักท่องเที่ยวเข้าเที่ยวชมหมู่บ้านมอแกนหมู่เกาะสุรินทร์ในฤดูท่องเที่ยว

 

สุริยันต์และลีนา บูเมิลเล่อ ภรรยา ขณะกำลังอาบน้ำให้กาอู ลูกชายของพวกเขาบริเวณหน้าบ้าน

สุริยันต์และลีนา บูเมิลเล่อ ภรรยา ขณะกำลังอาบน้ำให้กาอู ลูกชายของพวกเขาบริเวณหน้าบ้าน

ชาวมอแกนนิยมอาบน้ำบริเวณหน้าบ้านพักของตัวเองมากกว่าการอาบในห้องน้ำส่วนกลาง เพราะความสะดวกสบายและเป็นวิถีปกติที่ปฏิบัติสืบต่อกันมา

 

 

 

 

 

 

 

 

 

ภาพเด็กที่ในมือถือขวดน้ำอัดลมสามารถพบเห็นได้ทั่วไป เนื่องจากชาวมอแกนจำนวนมากเป็นลูกจ้างให้กับบริษัททัวร์ในพื้นที่ ซึ่งนิยมจัดเตรียมน้ำอัดลมไว้บริการแขกและเป็นสินน้ำใจให้กับชาวบ้าน

 

ชาวมอแกนกำลังรวมตัวกันไปรับสิ่งของบริจาคหลังเหตุการณ์ไฟไหม้ หลังจากภาครัฐและเอกชนต่างระดมให้ความช่วยเหลือหลังเหตุการณ์ไฟไหม้

 

เครื่องปั่นไฟที่ชุมชนได้รับพระราชทานมา เปิดให้บริการในเวลา 18.30 น. จนถึง 23.00 น. เครื่องปั่นไฟหนึ่งเครื่องใช้ได้กับบ้าน 10 หลังคาเรือน ส่วนค่าน้ำมันที่ใช้ในการปั่นไฟแต่ละเดือนมาจากชาวบ้านหารกัน

 

ชาวมอแกน หมู่เกาะสุรินทร์ กำลังนอนอ่านการ์ตูนเรื่อง วันพีชที่เขาชื่นชอบและติดตามอ่านอย่างสม่ำเสมอ

 

การมีไฟฟ้าใช้มีผลโดยตรงต่อวิถีชีวิตมอแกน ภาพถ่ายขณะเด็กๆ และชาวบ้านรวมตัวกันดูภาพยนตร์ที่ใช้ไฟฟ้าจากเครื่องปั่นไฟ

 

เด็กๆ ชาวมอแกนนำผลไม้ที่ได้รับบริจาคมาลงไปกินในน้ำ เพื่อคลายความร้อนจากอุณหภูมิที่กำลังระอุ

ในทุกๆ วัน ชาวมอแกนจะรับจ้างนำขยะและเศษอาหารที่เหลือจากนักท่องเที่ยวจำนวนมากลำเลียงขึ้นเรือเพื่อนำไปฝังยังพื้นที่อื่น

Share: