fbpx
Mega Megxit ทางออกที่(ถูก)เลือกแล้ว

Mega Megxit ทางออกที่(ถูก)เลือกแล้ว

สมชัย สุวรรณบรรณ เรื่อง

 กฤตพร โทจันทร์ ภาพประกอบ

 

“There really was no other option.”

เจ้าชายแฮร์รี ดยุกแห่งซัสเซกซ์ กล่าวถึงข้อตกลงการจัดระเบียบความสัมพันธ์เรื่องบทบาทใหม่ของพระองค์และพระชายากับสำนักพระราชวัง ที่สรุปลงตัวในรูปแบบที่พระองค์รู้สึกผิดหวังและเศร้าพระทัยที่ต้องมาถึงจุดนี้ เพราะในความตั้งใจแต่แรกเริ่มต้องการเพียงถอยห่างออกมาครึ่งทาง แต่ดูเหมือนว่าถูกบีบให้เลือกทางถอยเกือบสุดซอย

แถลงการณ์ของสำนักพระราชวังบักกิงแฮมเมื่อวันที่ 18 มกราคมที่ผ่านมาเป็นการส่งสัญญาณที่ชัดเจนเรื่องการจัดระเบียบความสัมพันธ์ใหม่ระหว่างราชวงศ์วินเซอร์กับรัชทายาทอันดับหกของราชบัลลังก์อังกฤษและ เมแกน มาร์เคิล พระชายาดาราสาวชาวอเมริกัน หรือดยุกและดัชเชสแห่งซัสเซกซ์

การเจรจาสามารถสรุปลงตัวได้อย่างรวดเร็วเกินความคาดหมายตามบัญชาของสมเด็จพระราชินีนาถเอลิซาเบธที่ 2 หลังจากเมื่อวันที่ 9 มกราคม ในอินสตาแกรมของเจ้าชายแฮร์รีและพระชายามีข้อความประเด็นสำคัญว่า

“ในปีนี้เราเลือกที่จะปรับเปลี่ยนด้วยการสร้างบทบาทใหม่ที่ก้าวหน้าภายในสถาบันฯ และตั้งใจที่จะลดทอนภารกิจในฐานะสมาชิกราชวงศ์อาวุโส และทำงานเพื่อให้มีอิสระทางการเงิน”

“We have chosen to make a transition this year in starting to carve out a progressive new role within this institution. We intend to step back as ‘senior’ members of the Royal Family and work to become financially independent.”

แต่ดูเหมือนว่าทั้งสองพระองค์จะต้องก้าวห่างจากความสัมพันธ์กับสถาบันฯ มากกว่าที่ตั้งใจไว้ โดยความตั้งใจเดิมเพียงขอลดภารกิจบางส่วน งดรับเงินปีซึ่งเป็นเงินภาษีประชาชน แล้วทำงานหาเลี้ยงชีพเอง แต่ยังคงทำหน้าที่เป็นตัวแทนของสมเด็จพระราชินีในพระราชกรณียกิจบางส่วน และยังต้องการคงตำแหน่งทางทหารที่มีอยู่เดิมทั้งหมด แต่ดูเหมือนว่าขนบธรรมเนียมแต่ดั้งเดิมไม่เอื้อให้เกิดสภาพคาบลูกคาบดอก จำเป็นต้องแบ่งให้ชัดเจนลงไป

หากทำงานหาเลี้ยงชีพด้วยพระองค์เองก็จะมีเรื่องผลประโยชน์ด้านการค้ามาเกี่ยวข้อง ทำให้บทบาทการเป็นตัวแทนสมเด็จพระราชินีในพระราชกรณียกิจบางอย่างเกิดปัญหาผลประโยชน์ทับซ้อนขึ้น ส่วนพระประสงค์ที่ว่าจะสร้างบทบาทใหม่ที่ก้าวหน้าและทำงานเพื่อมีอิสระทางการเงินนั้น ในภาคปฏิบัติจะมีความหมายอย่างไร

สื่อมวลชนในยุโรปและในอเมริกาพาดหัวข่าวและมีบทวิพากษ์วิจารณ์เรื่องนี้อย่างคึกคัก โดยเฉพาะสื่อแทบลอยด์ (หรือสื่อหัวสี) ในอังกฤษออกแนวตำหนิและซ้ำเติม เมแกน มาร์เคิล ว่าเป็นต้นเหตุให้เกิดปัญหาที่ระคายเคืองสมเด็จพระราชินี แต่หนังสือพิมพ์แบบบรอดชีท (broad sheet) หรือสื่อคุณภาพที่ออกแนวเสรีนิยมวิจารณ์ว่า เมแกน มาร์เคิล กลายเป็นเหยื่อของสังคมเหยียดผิวที่ฝังตัวในโครงสร้างสังคมอังกฤษ

แถลงการณ์จากสำนักพระราชวังได้ตีกรอบความสัมพันธ์ให้ชัดเจนขึ้น นั่นคือการระงับใช้พระอิสริยยศ His/Her Royal Highness (HRH) ซึ่งคล้ายกับระดับเจ้าฟ้าหรือพระองค์เจ้า และให้ใช้เพียง ‘ดยุกและดัชเชสแห่งซัสเซกซ์’ เท่านั้น รวมถึงการระงับตำแหน่งหน้าที่ทางทหารทั้งหมด ซึ่งทำให้เจ้าชายแฮร์รีเศร้าพระทัยมาก

ส่วนเรื่องเงินทอง ทั้งสองพระองค์จะไม่รับเงินปี ซึ่งเป็นเงินจากงบประมาณหรือภาษีประชาชน นอกจากนี้ทั้งสองพระองค์จะคืนเงินที่ใช้ในการปรับปรุงพระตำหนัก Frogmore Cottage ซึ่งเป็นที่ประทับในเขตรั้วพระราชวังวินด์เซอร์ จำนวน 2.4 ล้านปอนด์ให้กระทรวงการคลัง เพราะเงินก้อนนี้มาจากภาษีประชาชน และตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป ทั้งสองพระองค์จะทำงานหาเลี้ยงชีพเป็นอิสระไม่รบกวนภาษีประชาชนอีกต่อไป

นักวิเคราะห์ตลาดหลายคนประเมินจำนวนผู้ติดตามอินสตาแกรมของ ดยุกและดัชเชสแห่งซัสเซกซ์ ที่มีหลายสิบล้านคน แล้วเชื่อกันว่า Sussex Royal Brand จะมีมูลค่ามหาศาลและมีราคาสูงกว่า Beckham Brand ของอดีตนักเตะทีมชาติอังกฤษและแมนเชสเตอร์ยูไนเต็ดอย่างเดวิด เบ็คแฮม ด้วยซ้ำไป หากทั้งสองพระองค์ประสงค์ที่กระโจนเข้าสู่สังเวียนการค้า จะสามารถทำรายได้ปีละหลายร้อยล้านปอนด์ มากกว่าที่เคยรับเงินรายปีจากภาษีประชาชน

สื่อบางสำนักรายงานว่า ทุกวันนี้เจ้าฟ้าชายชาร์ลทรงพระราชทานพระราชทรัพย์จากสำนักทรัพย์สินดัชชีแห่งคอร์นวอลล์ปีละประมาณ 2-3 ล้านปอนด์ ทั้งนี้ไม่นับงบประมาณหลวงในการจัดระบบรักษาความปลอดภัยตลอด 24 ชั่วโมง ซึ่งใช้เงินภาษีประชาชน

นับตั้งแต่พิธีอภิเษกสมรสเมื่อเดือนพฤษภาคม 2018 เป็นต้นมา มีปัญหาหลายสิ่งหลายอย่างที่ค่อยๆ กัดกร่อนความรู้สึกและความคาดหวังของเจ้านายทั้งสอง ทั้งเรื่องในวัง เช่น กฎระเบียบ พิธีรีตองของสำนักพระราชวัง มีปัญหากับเจ้าหน้าที่อาวุโสที่ถวายงานใกล้ชิดสมเด็จพระราชินี สมาชิกราชวงศ์บางพระองค์ และเรื่องนอกวัง เช่น สื่อหัวสีและสื่อสายอนุรักษนิยมที่มักตำหนิ เมแกน มาร์เคิล ด้วยภาษาที่มีอคติทางสีผิว ความเป็นสะใภ้เจ้าที่เป็นชาวอเมริกัน (ที่ซ้ำรอยประวัติศาสตร์ยุคกษัตริย์เอ็ดเวิร์ดที่ 8 ซึ่งสร้างความเจ็บปวดมาก่อน) รวมไปถึงคอยแคะคุ้ยเรื่องที่ไม่ลงรอยกันระหว่างเมแกน และ โทมัส มาร์เคิล ผู้เป็นเป็นพ่อ จนเมแกนทนไม่ไหวต้องฟ้องร้องกัน

ตั้งแต่ดยุกและดัชเชสแห่งซัสเซกซ์อภิเษกสมรสก็สามารถเรียกกระแสความนิยมราชวงศ์อังกฤษได้ทั้งจากในหมู่รากหญ้าชาวอังกฤษ โดยเฉพาะในกลุ่มคนต่างผิวสีและกลุ่มคนด้อยโอกาส จนถึงความนิยมจากทั่วโลก โดยเฉพาะในกลุ่มประเทศเครือจักรภพที่ค่อยๆ เสื่อมความนิยมในรอบหลายปีที่ผ่านมา

ทั้งดยุกและดัชเชสแห่งซัสเซกซ์พยายามลดทอนพิธีรีตอง และแสวงหาบทบาทใหม่ที่ก้าวหน้า เข้าหาประชาชนและสร้างความรู้สึกเป็นแนวระนาบกับประชาชนมากขึ้น แต่ก็มักจะพบอุปสรรคหลายอย่างจากบุคคลเคร่งขนบในวัง ทำให้รู้สึกอึดอัดในบรรยากาศที่เคร่งตึง ไม่สามารถเป็นตัวของตัวเองในกิจกรรมหลายอย่าง

มีนักประวัติศาสตร์และนักวิชาการหลายคนประเมินว่าทั้งเจ้าชายแฮร์รี่และพระชายาเมแกนมีมูลค่าที่เป็นประโยชน์ในระยะยาวต่อความมั่นคงของราชวงศ์และผลประโยชน์ของประเทศชาติมากกว่าสมาชิกราชวงศ์หลายพระองค์ เพราะบุคลิกและท่าทีของทั้งสองพระองค์สามารถเชื่อมโยงความรู้สึกที่ดีในหมู่ประชาชนในต่างประเทศโดยเฉพาะกลุ่มประเทศเครือจักรภพที่มีต่อสหราชอาณาจักรมากกว่านักการทูตหรือนักการเมืองทั้งหลาย ดังนั้นข้อตกลงจัดระเบียบใหม่ดังกล่าวกลับกลายเป็นความสูญเสียของราชวงศ์และประเทศชาติมากกว่า

ก่อนหน้านี้เจ้าฟ้าชายชาร์ลเคยมีพระราชดำริว่า สมาชิกราชวงศ์อาวุโสที่ทำงานรับเงินภาษีประชาชนมีจำนวนเทอะทะเป็นภาระต่อประชาชนมากเกินไป อาจจะต้องลดจำนวนลงบ้าง (slim down monarchy) ซึ่งเป็นไปตามทิศทางในระยะหลังๆ ของราชวงศ์หลายแห่งในยุโรป ที่สมาชิกของราชวงศ์ระดับวงในคือพระเจ้าแผ่นดินและพระรัชทายาทตามลำดับสืบราชบัลลังก์ชั้นในเท่านั้นที่รัฐบาลจะจัดเงินค่าใช้จ่ายถวายจากงบประมาณแผ่นดินให้ สมาชิกราชวงศ์ในยุโรปจำนวนมากต่างมีอาชีพหน้าที่การงานหาเลี้ยงชีพไม่เป็นภาระต่อประชาชน

แม้กระนั้นเจ้าฟ้าชายชาร์ลก็มิได้คาดคิดว่าจะสูญเสียแฮร์รีและเมแกนไป เพราะทั้งสองพระองค์เป็นแม่เหล็กสร้าง good will ในทางสากล และมีมูลค่าที่สร้างผลประโยชน์ทางด้านการเงินต่อเศรษฐกิจของประเทศอย่างมหาศาล

ปรากฏว่าบัดนี้ราชวงศ์อังกฤษสูญเสียสมาชิกอาวุโสที่ปฏิบัติพระราชกรณียกิจแบ่งเบาสมเด็จพระราชินีไปพร้อมกันถึงสี่พระองค์ในเวลาใกล้เคียงกัน คือ เจ้าชายฟิลิปซึ่งทรงชราภาพมากแล้ว เจ้าชายแอนดรูว์ ซึ่งถูก ‘ปลด’ โดยปริยายเนื่องจากเรื่องอื้อฉาวทางเพศพัวพันกับเศรษฐีต้องคดีค้ามนุษย์ และล่าสุดคือเจ้าชายแฮร์รีกับพระชายา

ล่าสุดเกิดคำถามที่นักประวัติศาสตร์ท่านหนึ่งยกขึ้นมาถามประชาชนผ่านรายการโทรทัศน์ของบีบีซี เมื่อเร็วๆ นี้ว่า ทำไมเจ้าชายแอนดรูว์ที่มีเรื่องอื้อฉาวทางเพศเป็นข่าวน่าอับอายไปทั่วโลก ยังคงใช้อิสริยยศ His Royal Highness ได้ แต่เจ้าชายแฮร์รี่ทำอะไรเสียหาย จึงถูกระงับไม่ให้ใช้

 

[box]

แถลงการณ์ฉบับเต็มของพระราชินีนาถเอลิซาเบธที่ 2

“Following many months of conversations and more recent discussions, I am pleased that together we have found a constructive and supportive way forward for my grandson and his family.

Harry, Meghan and Archie will always be much loved members of my family.

I recognise the challenges they have experienced as a result of intense scrutiny over the last two years and support their wish for a more independent life.

I want to thank them for all their dedicated work across this country, the Commonwealth and beyond, and am particularly proud of how Meghan has so quickly become one of the family.

It is my whole family’s hope that today’s agreement allows them to start building a happy and peaceful new life.”

[/box]

 

[box]

แถลงการณ์ฉบับเต็มของพระราชวังบักกิงแฮม

“The Duke and Duchess of Sussex are grateful to Her Majesty and the Royal Family for their ongoing support as they embark on the next chapter of their lives.

As agreed in this new arrangement, they understand that they are required to step back from royal duties, including official military appointments. They will no longer receive public funds for royal duties.

With The Queen’s blessing, the Sussexes will continue to maintain their private patronages and associations. While they can no longer formally represent The Queen, the Sussexes have made clear that everything they do will continue to uphold the values of Her Majesty.

The Sussexes will not use their HRH titles as they are no longer working members of the Royal Family.

The Duke and Duchess of Sussex have shared their wish to repay Sovereign Grant expenditure for the refurbishment of Frogmore Cottage, which will remain their UK family home.

Buckingham Palace does not comment on the details of security arrangements. There are well established independent processes to determine the need for publicly-funded security.

This new model will take effect in the spring of 2020.”

[/box]

MOST READ

World

1 Oct 2018

แหวกม่านวัฒนธรรม ส่องสถานภาพสตรีในสังคมอินเดีย

ศุภวิชญ์ แก้วคูนอก สำรวจที่มาที่ไปของ ‘สังคมชายเป็นใหญ่’ ในอินเดีย ที่ได้รับอิทธิพลสำคัญมาจากมหากาพย์อันเลื่องชื่อ พร้อมฉายภาพปัจจุบันที่ภาวะดังกล่าวเริ่มสั่นคลอน โดยมีหมุดหมายสำคัญจากการที่ อินทิรา คานธี ได้รับเลือกให้เป็นนายกรัฐมนตรีหญิงคนแรกในประวัติศาสตร์

ศุภวิชญ์ แก้วคูนอก

1 Oct 2018

World

9 Mar 2018

สีจิ้นผิงมาถึงจุดนี้ได้อย่างไร?

อาร์ม ตั้งนิรันดร วิเคราะห์เส้นทางการเมืองของสีจิ้นผิง ผู้นำสูงสุดของจีนที่สามารถรวบอำนาจมาอยู่ในมือได้สำเร็จเด็ดขาด สีจิ้นผิงมาถึงจุดนี้ได้อย่างไร? และสุดท้ายเขาจะพาจีนพังกันหมดหรือไม่?

อาร์ม ตั้งนิรันดร

9 Mar 2018

World

17 Jul 2020

ร่วมรากแต่ขัดแย้ง ความบาดหมางระหว่างอินโดนีเซียและมาเลเซีย

อรอนงค์ ทิพย์พิมล เขียนถึงความขัดแย้งระหว่างประเทศมาเลเซียและอินโดนีเซีย ที่ทั้งสองประเทศมีรากเหง้าทางประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมร่วมกันหลายอย่าง จนนำไปสู่ความขัดแย้งในการช่วงชิงความเป็นเจ้าของภาษาและวัฒนธรรมมลายู

อรอนงค์ ทิพย์พิมล

17 Jul 2020

เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และสามารถจัดการความเป็นส่วนตัวเองได้ของคุณได้เองโดยคลิกที่ ตั้งค่า

Privacy Preferences

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

Allow All
Manage Consent Preferences
  • Always Active

Save