ธิติ มีแต้ม และ สมคิด พุทธศรี เรื่อง

ธิติ มีแต้ม ภาพ

 

ในมุมผลกระทบทางการเมือง ถือว่าเป็นความยากลำบากไหมที่ต้องเข้ามาทำองค์กรสื่อหลังรัฐประหาร, ประเมินสภาพสังคมอย่างไร Voice TV จะปรับตัวอย่างไรท่ามกลางธุรกิจสื่อที่อยู่ในภาวะขาลง

ความท้าทายของคุณคืออะไร, ถ้าพิจารณาตัวตนสื่อไทย คุณคิดว่ามีสปิริตพอที่จะพากันออกความขัดแย้งได้ไหม, สื่อที่โตแล้วเป็นตัวของตัวเองได้ ควรมีหน้าตาเป็นอย่างไร

การมีเจ้าของเป็นคนตระกูล ‘ชินวัตร’ ถือว่าท้าทายเสรีภาพของสื่อไหม, และอะไรคือความสำเร็จของ Voice TV ที่คุณอยากเห็นในอนาคต

ทั้งหมดเป็นคำถามบางส่วนที่ 101 มีโอกาสชวน เมฆินทร์ เพ็ชรพลาย ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท วอยซ์ ทีวี จำกัด ร่วมทบทวน-พูดคุย ในวันเวลาที่องค์กรสื่อมวลชนไทยถูกเขย่าจากภาวะเศรษฐกิจเสื่อมถอย และการเปลี่ยนแปลงทางเทคโนโลยีที่มีผลต่อพฤติกรรมคนเสพสื่อไปอย่างสิ้นเชิง มากกว่านั้นคือการที่ Voice TV ตกเป็นเป้าหลัก ขึ้นทำเนียบในการจับตาจากบิ๊กบราเธอร์เป็นพิเศษ

ประเด็นคือ อดีตคนทำธุรกิจที่เติบโตมาในธุรกิจที่มีมูลค่าหลายหมื่นล้านบาท ตั้งแต่ บริษัท ไทยคม จำกัด (มหาชน) และขยับมาเป็นเบอร์ 1 ในการคุมบริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) เมื่อต้องเข้ามาในเกมธุรกิจสื่อหลังรัฐประหาร 2557 และเต็มไปด้วยความแปรปรวนมาก เขารับมืออย่างไร ด้วยทัศนคติแบบไหน

คำตอบยาวเหยียดต่อไปนี้ชวนสะท้อนภาพของสื่อไทยอย่างยิ่ง

 

หลังจากเข้ามาบริหาร Voice TV คุณมองธุรกิจสื่ออย่างไร

สื่อเป็น content business และเป็น content creator ซึ่งส่วนที่เป็น content creator นั้นมีทั้งส่วนที่เป็น creativity และส่วนที่เป็น story telling สำหรับภาคที่เป็น business ผมมองว่าเป็นกึ่งอุตสาหกรรม ซึ่งมีมิติของ creativity ที่น่าสนใจ

ผมขอเน้นว่าสื่อเป็นสถาบันที่สำคัญของประเทศที่จะทำให้สังคมมีวัฒนธรรมที่ดีงาม และมีส่วนทำให้สังคมก้าวหน้าขึ้นได้จากการเผยแพร่ข่าวสาร แต่อีกด้านก็กำลังเผชิญความเปลี่ยนแปลง โดยเฉพาะบทบาทของ Technology Disruption ที่ทำให้ปั่นป่วน ผมรู้สึกเลยว่าท้าทายมาก

 

ขณะที่สื่อหลายๆ สำนัก เน้นขายข่าวประเภทใครทำอะไรที่ไหนเมื่อไหร่ ฯลฯ อะไรคือความจำเป็นที่ต้องมี creativity

จากการที่ผมเคยเป็นวิศวกร ผมจะใช้วิธีตีโจทย์แบบเดียวกับการแก้สมการ มองจากข้อมูลที่เป็นข้อเท็จจริง แล้วลองปรับให้เป็นสมการคณิตศาสตร์ก่อน

ผมวางสมการที่จะทำ content ที่มีคุณค่า ผู้ชมก็ได้ประโยชน์จากคุณค่าของข่าวสารที่น่าเชื่อถือ นี่คือการสร้างฐานผู้ชมซึ่งเป็นกลไก และใช้เป็นเครื่องมือทางการตลาดได้

ขณะเดียวกัน เราก็ให้ความสำคัญกับการวิเคราะห์ข้อมูลที่เกี่ยวข้อง (data mining) ในการออกแบบ content และปรับเปลี่ยนตามผู้ชมที่เป็นกลุ่มเป้าหมายของเรา

ส่วน creativity นั้นมีความสำคัญในแง่ของการสร้างคุณค่าให้กับคอนเทนต์ใน 2 มิติ

มิติแรก คือ การสร้างสรรค์เนื้อหาที่ทำให้สังคมเข้าใจการเปลี่ยนแปลงของโลก วิเคราะห์ข้อมูลข่าวสารที่จะส่งเสริมให้เกิดสังคมที่ดี ชีวิตที่ดี และมีความก้าวหน้า

มิติที่สอง คือ การสร้างสรรค์วิธีเล่าเรื่องและวิธีการนำเสนอที่เข้าใจง่าย น่าสนใจ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง creative production การผลิตงานคุณภาพสูง ซึ่งจะช่วยให้รูปแบบการนำเสนอเนื้อหาสอดคล้องกับการใช้งานของผู้บริโภคยุคใหม่ ซึ่งแตกต่างทั้งในแง่รูปแบบและ device ไม่ว่าจะเป็น long form video แบบ playlist สำหรับรายการทีวี, short form video หรือ info-graphic สำหรับช่องทางออนไลน์

ด้วยเหตุนี้ creativity จึงเป็นวิธีการนำเสนอที่สำคัญให้สอดคล้องกับความปั่นป่วนที่เกิดขึ้น และผมมองว่านี่เป็นหัวใจ

สมัยก่อนสินค้า 10 ชิ้น จะแข่งขันกันว่าหากสามารถนำสินค้าสองชิ้นใดเข้าสู่สื่อโทรทัศน์แค่เพียง 3 ช่องหลักได้ ก็ถือว่าสำเร็จแล้ว ขณะที่สินค้าอีก 7 ชิ้นของคุณอาจจะมีคุณภาพดีกว่า แต่ก็ขายไม่ได้ ซึ่งเวลานี้มันไม่ใช่โมเดลแบบนั้นแล้ว วิวัฒนาการของเทคโนโลยีมันกลายเป็นสื่อในหลายรูปแบบ ไม่มีขีดจำกัด เรามี living room TV, personal handset, notebook และแอพพลิเคชันมากมาย

 

ตอนตัดสินใจเข้ามาทำสื่อ มองภาพสื่อไว้อย่างไร พอเข้ามาแล้วเห็นอะไร

ผมมองเห็นภาพสถานการณ์ที่ปั่นป่วนของกิจการสื่อสารมวลชนและการเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยี ผมมองว่าอุตสาหกรรมของสื่อไทยยังไม่ค่อยลงตัวเท่าไหร่ สิ่งที่เห็นชัดคือ การทำงานสื่อนั้นขับเคลื่อนด้วยอารมณ์ทางบวก ซึ่งเป็นพลังพิเศษ แต่ผมก็ไม่ได้รู้สึกหลงใหลอะไร ผมเข้ามาในวันที่สื่อมีการเปลี่ยนแปลงอย่างมาก แต่ผมไม่ค่อยรู้สึกอะไร เพราะมันเป็นการถอดรหัสตัวแปรในสมการ แล้วที่เหลือก็เปิดเวทีให้กับคนที่เชี่ยวชาญในด้านต่างๆ

อุตสาหกรรมสื่อเวลานี้อยู่ในโหมด oversupply เศรษฐกิจของสื่อทีวีมีขนาดตลาดเท่าเดิม หรือเติบโตน้อยตาม GDP ขณะที่ตลาดสื่อมีผู้เล่นเพิ่มขึ้นมาก ผู้ประกอบการเพิ่มจาก 6 ช่องเป็น 20 กว่าช่อง ผลประกอบการส่วนใหญ่ขาดทุน ซึ่งน่าจะมาจาก 3 ปัจจัยหลักก็คือ Regulator ซึ่งก็คือการที่ กสทช. และผู้ประกอบการ สร้างเศรษฐกิจให้อุตสาหกรรมนี้ไม่สำเร็จ ผู้ประกอบการส่วนใหญ่ขาดทุนหรือมีกำไรถดถอย

ผู้ประกอบการจำนวนมากเข้าประมูลและมีค่าใช้จ่ายสูงมากจากการประมูลคลื่นความถี่รวมกว่า 50,000 ล้านบาท และค่าเช่าบริการโครงข่ายก็สูงมาก ขณะที่มีผู้ชมจากโครงข่ายน้อยกว่าเป้าหมายมากและช้ากว่ากำหนด เงินหายจากระบบไปจำนวนมาก การนำเงินประมูลกลับเข้ามาใช้ไม่มีประสิทธิภาพ

ผมมองตัวอย่างประเทศเกาหลีใต้และอีกหลายประเทศ เขาสร้างเศรษฐกิจให้ผู้ประกอบการโดยรวมได้สำเร็จ ผู้ประกอบการพัฒนาตนเองจนขยายผลเป็นการสร้าง content ส่งออก นำเงินเข้าประเทศได้

ปัจจัยที่ 2 ผมคิดว่าเรายังมีระบบการวัดผลแบบดั้งเดิม เน้นการวัดผลเชิงตัวเลข ซึ่งไม่ครอบคลุมพอ ไม่สะท้อนพฤติกรรมการเสพสื่อของผู้บริโภคยุคใหม่หรือการตลาดแบบ segmentation ถ้าสังเกตดูทุกวันนี้ การจะทำให้ได้ผลตัวเลขผู้ชมที่สูง ช่องข่าวยังต้องมีรายการมวยเลย

ปัจจัยที่ 3 ก็คือการให้บริการ social media platform ซึ่งถูกครอบครองโดย aggregator รายใหญ่ๆ ทั้ง Facebook, Google, Youtube, Line, Instragram, Twitter, Netflix ฯลฯ ทำให้ผู้ประกอบการและผู้ผลิตคอนเทนต์ในประเทศต้องปรับโมเดลธุรกิจ ให้สามารถแข่งขันได้อย่างยั่งยืน

เราจึงต้องตัดสินใจปรับขนาดองค์กรให้สอดคล้องกับขนาดเศรษฐกิจรวมของอุตสาหกรรม ปรับกลุ่ม product และ sub companies ให้แต่ละส่วนสามารถ self-finance ได้

 

ในมุมผลกระทบทางการเมือง ถือว่าเป็นความยากลำบากไหมที่ต้องเข้ามาทำองค์กรสื่อหลังรัฐประหาร

ผมเป็นคนที่ robotic มาก ผมตั้งใจจะทำให้สังคมไทยเข้าใจการเปลี่ยนแปลงของโลก ทำให้คนในสังคมมีชีวิตที่ก้าวหน้า ผมจึงยึดหลักความยุติธรรมสากลกับประชาธิปไตยเสรี

ผมรู้สึกว่าหลังๆ มานี้ เราใช้พลังไปกับการอธิบายภายใต้การขอความร่วมมือหรือเห็นแก่ประโยชน์ส่วนรวมมากเลย ถามว่ารู้สึกอึดอัดไหม มีคนบ่นแทนผมไปเยอะแล้ว จนผมไม่รู้สึกอึดอัดอะไร มันแค่เสียเวลา

ผมถอดสมการว่าอะไรเชื่อมโยงกับอะไรบ้าง แล้วที่เหลือผมก็ดูว่าอะไรคือตัวแปร ซึ่งบางทีมันก็เป็น noise เท่านั้นเอง ไม่ใช่ตัวแปร แต่ถ้ามีสัญญาณรบกวนที่มากเกินไป มันก็กลายเป็นตัวแปรขึ้นมาได้บ้าง เราก็จะไปเจรจากับตัวแปรเหล่านั้น ไม่ว่ามันจะมีโอกาสเป็นศูนย์หรือหนึ่งก็ตาม

นอกจากนี้เราพยายามสื่อสารให้คนในองค์กรเข้าใจว่าเส้นของเราอยู่ตรงไหน แล้วผู้มีอำนาจเขามองเราอย่างไร หน้าที่ผมคือต้องบาลานซ์ว่าบุคลากรที่เขามีอุดมการณ์ เขาทำเนื้อหาแบบนี้เพื่ออะไร แล้วผมก็ไปชี้แจงให้ผู้มีอำนาจฟัง ทุกคนมีความเชื่อที่ไม่เหมือนกัน สุดท้ายเราให้ผู้ชมเป็นคนตัดสิน เราไม่ได้ปลุกระดม ไม่ได้ใส่ความหรือหมิ่นประมาทใคร

บางอย่างมันแก้ปัญหาได้แบบครั้งเดียวจบ แต่บางอย่างก็ต้องแก้ปัญหาแบบค่อยๆ ชี้แจง บางเรื่องผมก็บอกเขาไปตรงๆ ว่าต้องแก้ปัญหาแบบปรับแต่งกันไป สมการมันคือการเปลี่ยนตัวแปรไปเรื่อยๆ หมุนไปหมุนมา

 

 

ตั้งแต่คุณเข้ามาบริหาร มีการผ่าตัดองค์กรไปสองครั้งด้วยเหตุผลทางธุรกิจ ตอนนี้ลงตัวหรือยัง ประเมินความรู้สึกคนทำงานอย่างไร

คนที่นี่เป็นคนมีอุดมการณ์ เขาเข้าใจว่าเศรษฐกิจเป็นแบบนี้ และมันต้องเกิดกับทั้งระบบ ไม่ได้เกิดขึ้นที่เราที่เดียว เราประกาศตัวไปเลยว่าเราปรับขนาดองค์กรให้สอดคล้องกับเศรษฐกิจทั้งอุตสาหกรรม จัดการให้มี self-finance และสื่อสารให้ทุกคนเข้าใจว่าเราปรับเพื่อหาจุดที่เหมาะสมกับอุตสาหกรรมแล้ว และกำลังจะก้าวไปข้างหน้าได้อย่างยั่งยืน

ตอนนี้ผมก็พยายามสื่อสารให้ กสทช. ทราบว่า มูลค่าเศรษฐกิจโดยรวมทั้งอุตสาหกรรม สำหรับผู้ประกอบการมันยังไม่พอ ในขณะที่อุตสาหกรรมสื่อนั้นมีความสำคัญกับสังคมอย่างมาก

 

คุณประเมินสภาพสังคมอย่างไร แล้ว Voice TV จะปรับตัวอย่างไรท่ามกลางธุรกิจสื่อที่อยู่ในภาวะขาลง

ผมไม่คิดว่าสื่ออยู่ในช่วงขาลง ผมคิดว่าการเป็นผู้ผลิตเนื้อหา Content Creator เป็นอุตสาหกรรมที่ดีมากๆ มีผลมากต่อสังคม และมันดีกว่าอุตสาหกรรมอื่นที่ถูกแทนที่ไปก่อนหน้านี้ด้วยซ้ำ ผมคิดว่าธุรกิจสื่อจะเป็นสิ่งสุดท้ายที่จะถูกแทนที่ คุณดูดีๆ ตอนนี้เรามีเทคโนโลยีใหม่ๆ เกิดขึ้นแทบทุกปี แต่สิ่งที่ทดแทนได้ยากที่สุดคือความสร้างสรรค์

ผมมองว่าผู้ผลิตเนื้อหาเป็นอุตสาหกรรมที่ยั่งยืน และจะมีรายได้สูงมาก เพียงแต่ว่าตอนนี้ผู้เล่นในอุตสาหกรรม ทั้งรัฐบาลและผู้ผลิตเองยังไม่เข้าใจ ก็เลยเกิดสภาวะที่เราประคองยาก ทำให้บุคลากรบางส่วนต้องไปอยู่กับอุตสากรรมอื่น แต่ผมมองว่าผู้ผลิตเนื้อหาเป็นสิ่งที่มีคุณค่าจริงๆและยากที่จะถูกทดแทนจากสิ่งอื่น ไม่มีใครมาหยิบฉวยได้ แค่เราต้องทำให้เศรษฐกิจของสื่อสำเร็จให้ได้

ผมอยากรู้ว่าถ้ามีคนต่างชาติอยากรู้เรื่องประเทศไทย มันจะมีใครทำเนื้อหาที่ดีที่สุดได้ ถ้าไม่ใช่คนในไทย

พูดกันถึงที่สุด อุตสาหกรรมนี้เป็นที่พึ่งสำคัญของสังคมได้ ถ้าคุณอยากทำอะไร อุตสาหกรรมนี้สามารถเคลื่อนย้ายและสร้างการเปลี่ยนทุกอย่างได้ทั้งประเทศ

 

ในขณะที่สื่อทั่วไปเน้นเนื้อหาง่ายๆ เพื่อเข้าถึงคนวงกว้าง แต่คุณยิ่งอยากทำเนื้อหายากๆ มันทำให้ขายโฆษณายากไหม ความท้าทายของคุณคืออะไร

Voice TV เน้นสร้าง Content ที่มีคุณค่า มีคุณภาพสูง เนื้อหาเราขายได้ทั้งกลุ่มคนที่มีกำลังซื้อ กลุ่มคนที่เป็นนักคิด ความท้าทายคือเนื้อหาและงานโปรดักชั่นต้องคุณภาพสูง มีการเล่าเรื่องที่ดี เข้าใจง่าย

ในมุมกลับกัน ลองเปรียบเทียบว่า ถ้าคุณทำรายการท่องเที่ยวญี่ปุ่นหรือเกาหลีธรรมดาๆ กับการท่องเที่ยวที่ทิเบต โดยใช้ประสบการณ์และความรู้ความสามารถจากนักคิดและบรรณาธิการ แน่นอนว่าการลงโฆษณากับแบบหลัง คุณจะได้ความพรีเมียมเข้าไปด้วย

เราจะไม่เน้นข่าวเรื่องคนตีกันหรือใครชกมวยตอนไหน ใครชนะ เราเน้นว่าเราจะพัฒนาอุตสาหกรรมกีฬาไทยไปได้อย่างไร ตอนนี้สภาพเป็นอย่างไร มันไม่ใช่การทำข่าวที่คนสนใจอย่างเดียว แต่แกนเนื้อหาคือสังคมมีชีวิตที่ก้าวหน้าขึ้น นี่คือธงของเรา

อีกเรื่องที่สำคัญคือสร้างฐาน การขยายฐานผู้ชมให้มีปริมาณ ไปสู่กลุ่มเป้าหมายที่แม่นยำ นี่เป็นความท้าทายของทั้งอุตสาหกรรมสื่อ

 

ดูแล้วสังคมไทยน่าจะยังอยู่ในความขัดแย้งอีกนาน หากอุตสาหกรรมสื่อยังโตไม่ทัน คุณจะทำอย่างไร 

อย่าลืมว่าความขัดแย้งทางการเมืองมันกระทบทุกอุตสาหกรรม กระทบความกินดีอยู่ดี ส่วนการที่ผมโตมา ก็ถือว่าประสบความสำเร็จกับทุกมิติแล้ว คนรุ่นลูกรุ่นหลานเรามีความคิดเรื่อง global citizen มากกว่าเราอีกนะ

ความกังวลเรื่องนี้มันเป็นปัญหาร่วมกันของสังคม ถ้ามันขัดแย้งไปเรื่อยๆ เรายิ่งต้องอยู่เพื่อรักษาสถานะของความยุติธรรมและประชาธิปไตยเสรี ถ้ามีแก่นนี้ไว้ให้คนยึดเหนี่ยวเป็นพื้นที่ในการสื่อสารประเด็นต่างๆ ได้ มุ่งผลิตเนื้อหาให้สังคมไป ผมว่าความขัดแย้งทางการเมืองต่างๆ จะหายไปเอง

 

ถ้าพิจารณาตัวตนสื่อไทย คุณคิดว่ามีสปิริตพอที่จะพากันออกความขัดแย้งได้ไหม

ตอนนี้ผลประกอบการของทีวีดิจิทัลส่วนใหญ่ยังขาดทุน ผมห่วงว่าอุตสาหกรรมสื่อมันเล็กไป ทำให้อำนาจต่อรองของเรามันน้อยลงไปด้วย และความเป็นตัวของตัวเองลดลง ถ้าสื่อสามารถ self-finance ตัวเองได้ มันจะมีความเป็นตัวของตัวเองและมีพลังเต็มที่

เวลาผมเห็นมูลค่าเศรษฐกิจของสื่อน้อยลง ผมก็รู้สึกว่าวงการนี้จะต้องต่อสู้ เพื่อให้ความแข็งแกร่งกลับมาอีกครั้ง นี่เป็นเรื่องที่น่าเป็นห่วง แต่ถึงที่สุดแล้วผลประกอบการจะติดลบอย่างไร Content Creator ที่ไม่มีตรรกะ ก็จะถูกแรงเหวี่ยงกลับไปสู่ตรรกะเองอยู่ดี

 

สื่อที่โตแล้วเป็นตัวของตัวเองได้ ควรมีหน้าตาเป็นอย่างไร

สำหรับประเทศไทย สุดท้ายควรต้องมีกลุ่ม Content Creator หรือกลุ่มช่องการศึกษา กลุ่มช่อง E Sport กลุ่มช่องข่าว กลุ่มช่องบันเทิง กลุ่มช่องกีฬา กลุ่มช่องเพลงที่ประสบความสำเร็จได้ สามารถทำกำไร และส่งออกในที่สุด รวมทั้งผู้ประกอบการ ผู้ผลิตเนื้อหา ควรรวมตัวกันทำ National Content Aggregator ของประเทศไทย เพื่อสู้กับแพลตฟอร์มจากต่างประเทศ และทำให้เกิดเศรษฐกิจที่ก้าวหน้าสำหรับแพลตฟอร์มของสังคมไทยอย่างแท้จริง

แต่ที่ต้องจัดการก่อนอื่นคือ จำนวนผู้เล่นของสื่อจะต้องเหมาะสมกับปริมาณเศรษฐกิจโดยรวม เช่น เดิมเรามีผู้ประกอบกิจการโทรทัศน์ 6 ช่อง แต่มีคนที่ต้องการดูมากกว่า 15 ช่อง ถ้าคุณเป็นคนจัดการระบบอุตสาหกรรม คุณต้องจัดการให้มีเศรษฐกิจรวมเพียงพอสำหรับผู้ประกอบการ ผมขอย้ำอย่างหนึ่งว่า คนที่ทำธุรกิจในตลาดทีวีดิจิทัลส่วนใหญ่ เป็นผู้เล่นที่มีจุดยืนที่จะเป็นคนสร้างเนื้อหาที่ดี

ผมว่าตอนนี้ กสทช. ก็เริ่มมีการผ่อนปรนการจ่ายค่าสัมปทานเป็นงวด มีการพักการชำระหนี้ มีการลดค่ามักซ์ แต่มันไม่ทันเวลาแล้วหรือเปล่า

ในขณะที่โมเดลของต่างประเทศ เวลาที่มีผู้ผลิตจำนวนมากแล้วแย่งความถี่กัน ผู้ผลิตจ่ายค่าใช้ความถี่สูงไป ถ้าเกิดมีปัญหาเศรษฐกิจรวม ผู้ประกอบการไม่พอ ภาครัฐก็จะเอาเงินกลับมาช่วยทันที เพื่อให้เศรษฐกิจในวงจรนี้มันหมุนไปได้ แต่ในไทย การเปลี่ยนผ่านเป็นทีวีดิจิทัลนั้น เราพบว่าภาครัฐไม่ได้สนับสนุนกิจการตรงนี้อย่างได้ผลเท่าไหร่

ที่สหรัฐอเมริกา เวลามีการให้ประมูลความถี่ จากสถานีโทรทัศน์ที่ใช้อยู่ก็กลับไปใช้ทางโทรคมนาคม มีการคืนคลื่น รวมถึงย้ายรายการตัวเองไปอยู่ในแพลตฟอร์มอื่นๆ เช่น เพลย์ลิสต์ออนไลน์หรือแอพพลิเคชันต่างๆ

 

การคืนคลื่นจะทำได้ยังไง แล้วกลุ่มธุรกิจที่ลงทุนทำเสาส่งสัญญาณไปแล้วทำอย่างไร

สมมติคุณลงทุนเสาไป คุณลองไปสำรวจดูว่า มีคนใช้บริการจากเสาที่คุณลงทุนไปมากขนาดไหน สิ่งที่เป็นอยู่มันคุ้มหรือเปล่า ต้องลองไปเช็คดู ขณะที่โครงข่ายสามารถใช้บริการโทรคมนาคมได้เช่นกัน

เราเป็น Content Creator ที่ออกทุกแพลตฟอร์ม เราต้องเตรียม Content สำหรับทุกสื่อ ทุกเครือข่าย Digital TV, Satellite TV, Cable TV, Online ดังนั้นสิ่งที่เป็นจุดเริ่มต้นสำคัญที่สุด ก็คือการเป็นผู้ผลิตเนื้อหา เราเป็นผู้เชี่ยวชาญในการวิเคราะห์ข่าว มีรูปแบบนำเสนอที่น่าสนใจ เราเป็นผู้เชี่ยวชาญเรื่องนี้

มากไปกว่านั้น คนไม่ได้ต้องการดูรายการตามตารางเวลาของเราในช่วงที่ผ่านมา ผมทำรายการต่างๆ แบบรีรันมากขึ้น เราต้องการอำนวยความสะดวกให้คนดูในเวลาที่เขาสะดวก ในขณะที่ทุกคนสามารถดูผ่านออนไลน์ได้อยู่แล้ว

พฤติกรรมผู้บริโภคมันหมุนไป เขาไม่ได้ดูผ่านดิจิทัลทีวีแล้ว เราก็ต้องมาประเมินว่าจะทำยังไง แต่เราจ่ายค่าสัมปทานไปแล้ว 8 ปีครึ่ง เหลืออีก 4 ปีครึ่งที่ยังไม่ได้จ่าย

 

 

ท่ามกลางวิกฤตการเมืองที่ผ่านมา บุคลากรที่อยู่หน้าจอของช่อง ถูกมองว่าเป็นกลุ่มเดียวกัน แบบนี้ถือว่าท้าทายกับการสร้างความหลากหลายไหม

เรื่องประเภทเนื้อหาของเราครบถ้วน ส่วนการยึดหลักประชาธิปไตยเสรีในช่วงเวลาที่ยังไม่เป็นประชาธิปไตยแบบนี้ Content แบบนี้จากที่ไหนก็ตาม ย่อมถูกมองว่าเป็นกลุ่มเดียวกันไป ซึ่งเข้าใจได้

ด้วยความที่เราถูกมองว่ามีเฉดสี แต่เพราะเราวางตัวเป็นประชาธิปไตยเสรี ถ้าไปดูช่องไหนก็ได้ที่วางจุดยืนที่เป็นประชาธิปไตยเสรี ก็ถูกมองเป็นแบบนั้นไปทั้งหมด แต่ถ้าดูเราจริงๆ จะเห็นว่าเราเชิญคนที่หลากหลายจากทุกฝ่ายมาพูดตลอด ไม่ว่าจะอย่างไรก็ตาม เราก็ยอมรับไป เรารู้อยู่แล้วว่าจะถูกผลักไปอยู่ในมุมนั้น แต่เราก็จะเป็นในแบบที่เราเลือก

 

แล้วการมีเจ้าของเป็นคนตระกูล ชินวัตรถือว่าท้าทายเสรีภาพของสื่อไหม

ผมอยากให้มองว่าสื่อเรามีเนื้อหาที่มีคุณค่ากับสังคม ส่วนเรื่องการเมืองที่คนมองเข้ามา ผมรู้สึกเฉยๆ มันเป็นเรื่องชั่วคราวที่เกิดขึ้น เดี๋ยวมันก็หายไป แต่ถ้ามันยังมีอยู่ก็คงต้อง handle กันไป เพราะผมเห็นปรัชญาของที่นี่ ผมเห็นว่าเขาต้องการสร้างเวทีให้กับคนรุ่นใหม่ เขาต้องการสร้างคนคุณภาพให้กับสังคม ผมดูเนื้อหาปรัชญาแล้ว ไม่มีความรู้สึกติดขัดอะไรกัน

แต่อย่างที่บอกว่า เราเป็นสื่อที่มีหลักการเรื่องความยุติธรรมสากล และประชาธิปไตยเสรี การถูกมองว่าเกี่ยวข้องกับกลุ่มการเมืองไม่ใช่สาระสำคัญตั้งแต่ต้นและตลอดไป เราได้รับแรงกดดันไม่ใช่เพราะใครถือหุ้น แต่มาจากการที่เรามีจุดยืนประชาธิปไตยเสรีต่างหาก

ผมอยากให้สังคมเข้าใจว่า ไม่มีอะไรมากดดันกับหลักการประชาธิปไตยเสรีที่เรายึดถือได้ หากผู้ถือหุ้นหรือพรรคการเมืองใดขัดกับหลักประชาธิปไตยเสรี บุคลากรในองค์กรนี้ที่มีอยู่หลากหลาย ก็จะวิเคราะห์วิจารณ์กันไป ไม่ใช่ทุกคนเห็นตรงกันหมด มันเป็นไปไม่ได้เลยที่จะไม่มีคำถาม

 

จำเป็นต้องรีแบรนด์ไหม ถ้ามีคนติดภาพจำความเป็นตระกูลชินวัตร

ไม่, ไม่มีความจำเป็นที่เราต้องปรับภาพลักษณ์เรื่องนี้เลย โปรไฟล์ของผู้ถือหุ้นก็คือของผู้ถือหุ้นที่เกี่ยวข้องกับกลุ่มการเมือง ซึ่งใกล้ชิดกับคนที่เป็นนายกรัฐมนตรีมาทั้งสี่คน การที่เขาถือหุ้นในกิจการใดๆ แล้วเราจะไปปรับภาพลักษณ์ว่าไม่เกี่ยวข้อง มันไม่ใช่ประเด็น เนื้อหาที่มีความเป็นสากลต่างหากที่จะทำให้เรื่องเหล่านี้มีผลน้อยลงไปเองเรื่อยๆ

แบรนด์ของเราวางตัวเป็นสถานีวิเคราะห์ข่าว ทั้งเศรษฐกิจ การเมืองระหว่างประเทศมาแต่ต้น เรามุ่งทำให้คนเท่าทันการเปลี่ยนแปลงของโลก เราเป็นสำนักข่าวที่วิเคราะห์ข่าวได้ดีที่สุดของประเทศไทย ก็เท่านั้นเอง

 

คุณเข้ามาที่ Voice TV หลังรัฐประหาร มาถึงวันนี้มองเห็นสื่อไทยเปลี่ยนไปยังไงบ้าง

สื่อพัฒนาขึ้นเยอะในเชิงของรูปแบบการนำเสนอให้สอดคล้องกับเทคโนโลยี แต่ผมมองว่าเรายังก้าวไม่ทันกับการเปลี่ยนแปลงของโลกที่มันเข้มข้นมากขึ้น

แต่เมื่อเทียบกับอุตสาหกรรมอื่นแล้ว อุตสาหกรรมสื่ออ่อนแอลงมากเลยทีเดียว และในประเทศไทยยังไม่มีกฎเกณฑ์ที่เอื้อให้สื่อโตได้กว่านี้

 

มีสื่อสากลที่ใกล้เคียงอุดมคติของสื่อที่คุณอยากเห็นบ้างไหม

ยังไม่มี ผมมองว่าทุกคนมีจุดยืนของเขา แต่ผมชอบ Channel NewsAsia ของสิงคโปร์ ผมเห็นว่าเขามีประชากรน้อย แต่เนื้อหาของเขาสามารถฉายภาพ global citizen ได้ ผมชอบสิงคโปร์ตรงที่เขาเชื่อมอนาคตโลกไว้กับอนาคตสิงคโปร์

ผมชอบตามเพจต่างๆ ที่เป็นสถาบันการศึกษาหรือองค์กร ที่ผมดูบ่อยๆ ก็คือเพจของ World Economic Forum ผมรู้สึกว่าต่อไปเนื้อหาที่สื่อจะนำเสนอ จะต้องมีการศึกษาและการวิเคราะห์

 

คุณคิดว่าหลังจากนี้จะมีอะไรมาเขย่าวงการสื่อได้อีกไหม

ตอนนี้มีการเปลี่ยนแปลงอีกมากมายหลายมิติที่จะเกิดขึ้นกับทุกอุตสาหกรรม และจะปั่นป่วน มีวิกฤตต่างๆ ที่เกิดขึ้นในทุกวงการ ขึ้นอยู่กับว่าใครจะเจอก่อนเจอหลัง

เราต้องพยายามเข้าใจการเปลี่ยนแปลงของโลกและปรับองค์กรให้ทันเวลา สำหรับเราตอนนี้มันผ่านวิกฤตไปแล้ว ตอนนี้คือช่วงของการบริหารจัดการตัวเองในแต่ละส่วน แล้วค่อยขยับขยายขึ้นไปเป็นขั้นเป็นตอน

เราจะก้าวหน้าไปเรื่อยๆ หากเราแทนค่าตัวแปรอย่างแม่นยำ มันอาจมีความก้าวหน้าแบบ Break through เกิดขึ้นได้เหมือนกัน

 

การมีภาพลักษณ์ด้านอุดมการณ์ที่คุณบอก มีผลต่อการหาโฆษณายากหรือง่ายอย่างไร

มีบ้าง, กับธุรกิจที่มีความเกี่ยวข้องกับเรื่องอ่อนไหวทางการเมือง เราก็ชี้แจงกันไป แต่ถามว่าประสิทธิภาพของเราเป็นอย่างไร ก็เรามีฐานผู้ชม มีผลผลิตงานคุณภาพสูง ที่เหลือก็คือเรื่องของการทำความเข้าใจกันว่า ทิศทางขององค์กรและผลงานเราเป็นอย่างไร

 

นอกจากการบริหารฝ่าวิกฤตตั้งแต่เข้ามา คุณสนุกไหมกับการเข้ามาอยู่ในธุรกิจสื่อเต็มตัวได้ 4 ปี

ผมมีความสุขกับผลลัพธ์ ไม่ได้มีความรู้สึกอะไรกับระหว่างทาง ผมทำงานด้วยเหตุและผล ผมเคยทำงานด้านโทรคมนาคม ทำธุรกิจที่บ้าน ทำสนามบิน ผมไม่รู้สึกว่าต่างกัน การทำธุรกิจเป็นสมการที่มีตัวแปร มาทำงานที่นี่ก็เปลี่ยนตัวแปรที่มันยากขึ้นบ้าง คนอื่นอาจรู้สึกว่าผมมีช่องว่างเวลาคุย แต่จริงๆ แล้วผมไม่สนใจ ถ้าเขาทำเนื้อหาที่มีคุณค่า พัฒนาต่อได้ ผมก็ไม่มีปัญหา

เวลาอธิบายให้คนในองค์กรฟังเรื่องสมการเศรษฐกิจ เขาไม่เข้าใจ เขาอาจสนใจการทำงานดนตรีอยู่หลังบ้าน แต่ผมไม่สนใจ ผมอยากบอกว่าถ้าคุณมีเศรษฐกิจที่ทำให้ตัวคุณหาเงินได้พอตัว และทำกำไรได้ คุณก็จะใหญ่ขึ้น ทำห้องดนตรีหลังบ้านของคุณให้ใหญ่ขึ้นได้

สำหรับเรา สุดท้ายก็เลือกสิ่งที่เหมาะสมที่สุด ก็คือการวิเคราะห์ข่าว เพราะผมมองว่าจะทำให้เกิดประสบการณ์และความรู้จากการถกเถียง จะเกิดประโยชน์ต่อการพัฒนาสังคมให้ก้าวหน้าอย่างได้ผล

 

 

คุณว่าน่าเบื่อไหมที่สื่อยังต้องพูดถึงอุดมการณ์หลักๆ อยู่ แทนที่จะไปพูดถึงเนื้อหาหรือรายละเอียดของเรื่องต่างๆ ไปเลย

Voice TV ถูกวางรากฐานอย่างเฉียบคม คือ Smart Voice ‘ฉลาดคิด ฉลาดใช้ชีวิต’ ถ้าเราทำให้คนเข้าใจการเปลี่ยนแปลงของโลกได้สำเร็จ เราก็พอใจแล้ว ถ้าทำให้คนมีชีวิตมีสังคมดีขึ้น ก็เป็นเรื่องที่ผมพอใจแล้ว

ส่วนการสื่อสารเรื่องจุดยืนประชาธิปไตยเสรี จุดยืนเรื่องความยุติธรรม ก็อาจถูกดึงเข้าไปสู่บรรยายกาศเฉดสีทางการเมืองไปบ้างไม่มากก็น้อย ด้วยสถานการณ์ก่อนกลับไปสู่การเป็นประชาธิปไตย แต่ก็เป็นหลักการสำคัญของการทำงาน

 

อะไรคือความสำเร็จของ Voice TV ที่คุณอยากเห็นในอนาคต

ผมต้องการทำให้อุตสาหกรรมนี้มีเศรษฐกิจเป็นของตนเอง และส่งออกได้ ความสำเร็จส่วนตัวของผมมันเกษียณไปตั้งนานแล้ว แต่ผมเข้ามาเป็นปากเสียงให้อุตสาหกรรมนี้ เพราะอยากเห็นเศรษฐกิจของสื่อที่โตขึ้นได้ ผมประเมินไว้ 3-5 ปี เศรษฐกิจสื่อน่าจะกลับมาคึกคักได้

ถ้าผมทำงานนี้เสร็จ ผมก็คงไปทำงานอย่างอื่น ตระกูลผมมันอยู่นิ่งไม่ได้ เป็นพวกไฮเปอร์ งานที่ทำต้องมีคุณค่า และผมมีความสุขตอนที่เห็นความสำเร็จ

 

ประเมินไหมว่าถ้าผ่านการเลือกตั้งไปแล้ว Voice TV จะสบายขึ้นในทางธุรกิจและการทำเนื้อหาตามหลักการที่ยึดถือไหม

รามีบุคลากรที่ดีที่สุดในการวิเคราะห์ข่าวเศรษฐกิจ สังคม การเมือง ต่างประเทศ อยู่ที่นี่หมดเลย หลังเลือกตั้ง สิ่งแวดล้อมต่างๆ ก็เข้าสู่โหมดอุตสาหกรรมเต็มรูปแบบ Voice TV ก็จะเดินหน้ามุ่งสู่ความเป็นสถานีวิเคราะห์ข่าวที่ดีที่สุดของประเทศ เน้นสร้าง Content ที่มีคุณค่า มีคุณภาพสูง ซึ่งผมมองว่าบรรยากาศเรื่องเฉดสีทางการเมือง สุดท้ายมันจะเจือจางและหมดไปในที่สุด.

 

Author

Thiti Meetam

ธิติ มีแต้ม - หัวหน้ากองบรรณาธิการ The101.world