เอกศาสตร์ สรรพช่าง เรื่อง

ภาพิมล หล่อตระกูล ภาพประกอบ

 

 

หนึ่งในพระรูปหนึ่งที่ดูอ่อนกว่าอายุขัยจริงๆ ที่ผมยกให้เป็นมือวางอันดับหนึ่งเลยก็คือท่านติช นัท ฮันห์ ปัจจุบันอายุ 93 ปี ซึ่งหากดูจากกายสังขารแล้วท่านดูหนุ่มกว่าอายุจริงมาก

การดูเป็นหนุ่มสาวของพระในศาสนาพุทธ ผมไม่ได้หมายความว่าดูเต่งตึง แต่หมายถึงความเยาว์วัยสดใสที่ดูเปล่งปลั่งเป็นธรรมชาติ หลายคนบอกว่าส่วนหนึ่งมาจาการทำสมาธิอย่างต่อเนื่องเป็นเวลานาน ซึ่งก่อนหน้านี้ก็ดูเป็นเพียงสมมติฐานเท่านั้น

มีการศึกษาเรื่องความเกี่ยวเนื่องของการใช้สมาธิในหลากหลายด้านเหมือนกันครับ หลังจากที่โลกตะวันตกเริ่มตื่นตัวกับศาสตร์ของตะวันออกว่ามีข้อดีหลายอย่าง เช่น มีการศึกษาเรื่องการใช้สมาธิช่วยบำบัดผู้ป่วย ซึ่งพบว่า การทำสมาธิช่วยให้ผู้ป่วยอดทนต่อความเจ็บป่วยได้ดีกว่า สมองไม่ได้หลั่งสารความเครียดหรือคอร์ติซอลออกมามากเท่ากับผู้ป่วยที่ไม่เคยฝึกสมาธิ

ช่วงสิบปีมานี้ มีการศึกษาเรื่องประโยชน์ของการทำสมาธิเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ จากกระแสของโยคะ เริ่มจากการเป็นเครื่องมือบรรเทาความเครียด จนมาถึงเรื่องที่ว่าการทำสมาธิช่วยเรียบเรียงความคิดได้ดีขึ้น เริ่มมีการเอาการทำสมาธิไปศึกษาเกี่ยวกับเซลล์สมองก็พบอีกว่า ผู้ที่ฝึกสมาธิเป็นประจำ สมองส่วนฮิปโปแคมปัสจะทำงานไม่หนักและ ‘เย็น’ กว่าคนที่ไม่เคยผ่านการฝึกสมาธิเลย นอกจากนี้ ยังพบอีกว่าถ้าเราฝึกสมาธิต่อเนื่องไปเรื่อยๆ จะช่วยให้อายุของสมองเด็กลงได้ หมายถึงว่าเซลล์สมองยังคงเฉียบแหลม ฉับไว นักวิทยาศาสตร์พบว่า พระในธิเบตหลายรูปมี ‘อายุสมอง’ เด็กกว่า ‘อายุจริง’ ถึงสิบปี ปัจจุบันยังมีการศึกษากันต่อว่า สมาธิอาจเป็นหนทางหนึ่งของการช่วยแก้ไขปัญหาโรคอัลไซล์เมอร์ได้

กระแสทั้งหมดนี้นำมาซึ่งคอร์สการนั่งสมาธิในบริษัทชั้นนำหลายแห่งของโลก ที่บรรจุให้การนั่งสมาธิให้เป็นหนึ่งในกิจกรรมที่แนะนำให้พนักงานทำยามว่าง ฝ่าย HR ของบริษัทอย่างแอปเปิล กูเกิล ไนกี เอาจริงเอาจังกับเรื่องนี้มาก

ปัจจุบันธุรกิจการทำคอร์สสมาธิ ผ่านสมาร์ทโฟนหรือธุรกิจที่เกี่ยวเนื่องกับ ‘การออกกำลังกายทางจิต’ เป็นธุรกิจระดับพันล้านเหรียญไปแล้ว

นิตยสาร Fortune เคยทำสกู๊ปเกี่ยวกับธุรกิจการทำคอร์สสมาธิที่ให้บริการทางแอปพลิเคชันที่มีมูลค่าหนึ่งพันล้านเหรียญไปแล้ว แอปฯ ระดับแนวหน้าอย่าง Headspace หรือ Muse มีมูลค่าทางการตลาดสูงเกิน 30 ล้านเหรียญ ปัจจุบันคาดการณ์กันว่ามีแอปฯ ที่ให้บริการเกี่ยวกับการนั่งสมาธิเกิน 1,000 แอปพลิเคชัน และคิดว่าทั้งหมดนี้น่าจะเพิ่มขึ้นหากพวกเขารู้ว่าไม่ใช่มีแต่เซลล์สมองเท่านั้นที่เด็กลง

เพราะเซลล์ผิวหนังก็ยังเด็กลงด้วย

เรื่องมันเริ่มจากการศึกษาของ ดร.ฮาร์เวิร์ด ชาง และคณะทีมนักวิจัยจากจากมหาวิทยาลัยสแตนฟอร์ด ที่ค้นพบว่าการนั่งสมาธิสามารถเข้าไปเปลี่ยนแปลงร่างกายของเราระดับโครโมโซม และช่วยให้กระบวนการเสื่อมของเซลล์ช้าลง การทดลองนี้เปิดเผยเมื่อปี 2009 หลังจากที่ ดร.ชาง ทดสอบการปิดยีนตัวหนึ่งชื่อ ‘NF-κB’ ในหนู ยีนตัวนี้เกี่ยวข้องกับการอักเสบของเซลล์ในร่างกาย เขาพบว่าหนูที่ถูกปิดยีน NF-κB จะมีการเสื่อมของเซลล์ช้ากว่าหนูอีกตัวที่ปล่อยให้ยีน NF-κB ทำงานตามปกติ ผลที่ได้ก็คือความเหี่ยวย่นของผิวน้อยลง คอลลาเจนและความสมบูรณ์ของเซลล์ดีขึ้น ลดการอักเสบทั้งแบบเรื้อรังและฉับพลันได้ด้วย พูดง่ายๆ ก็คือหากเราสามารถเข้าไปบล็อกการทำงานของ NF-κB ไม่ให้ทำงานได้ตามปกติ เราก็จะสามารถชะลอการเสื่อมสภาพของผิวได้ แม้จะเกิดขึ้นเฉพาะในหนูก็สร้างความฮือฮาได้มาก

นี่คือเรื่องน่าตื่นเต้นสำหรับแวดวงความสวยความงามอย่างแท้จริง

หลังจากที่ผลงานของ ดร.ชาง ได้รับการตีพิมพ์ทางวารสารวิชาการ เขาเคยให้สัมภาษณ์ในนิตยสาร Wired ว่าเขาได้รับการติดต่อจากบริษัทผู้ผลิตเครื่องสำอางหลายแห่งเพื่อจะให้ทุนทำวิจัยเพื่อมาใช้จริง แต่ทุกอย่างไม่ไดง่ายขนาดนั้น ผ่านมาสิบปีแล้วเขายังทำไม่สำเร็จ

ทว่าต่อมาในปีงานวิจัยในปี 2013 ของมหาวิทยาลัย UCLA ซึ่งทำกับกลุ่มตัวอย่าง 45 ครอบครัว โดยให้คนเหล่านี้ฝึกการนั่งสมาธิเป็นเวลา 8 สัปดาห์ต่อเนื่องกัน นักวิจัยพบว่าการนั่งสมาธิส่งผลกระทบต่อยีน 68 ยีนในร่างกายและหนึ่งในนั้นก็คือ ยีน NF-κB ด้วย นักวิจัยพบว่าหากทำต่อเนื่องสม่ำเสมอ มันสามารถให้ผลเช่นเดียวกับการทดลองในหนูของ ดร.ชาง เช่นกัน

การทำสมาธิช่วยให้เกิดกระบวนการชะลอวัยได้อย่างไร

จากการวิจัยพบว่าการทำสมาธิช่วยลดการหลั่งสารที่เป็นตัวแปรสำคัญของการเสื่อมของเซลล์ และการอักเสบของเซลล์ก็คือคอร์ติซอล ซึ่งสารตัวนี้ส่งผลหลายอย่างกับร่างกาย ร่างกายจะหลั่งเมื่อรู้สึกอยู่ในภาวะกดดันหรือมีความผิดปกติบางอย่างเกิดขึ้น เช่น การอดนอน พักผ่อนไม่เพียงพอ อยู่ในสถานการณ์ตึงเครียดติดต่อกันเป็นเวลานาน สิ่งเหล่านี้จะส่งผลให้ระดับน้ำตาลในเลือดสูงขึ้น ความดันเลือดเพิ่มมากขึ้น สอดคล้องกับการวิจัยของมหาวิทยาลัยรัทเกอร์ส (Rutgers University) ว่าการทำสมาธิทำให้ระดับคอร์ติซอลในร่างกายลดลงได้มากถึง 50% นั่นหมายถึงว่าหากคอร์ติซอลในร่างกายต่ำ ร่างกายสามารถฟื้นฟูเซลล์และคอลลาเจนในเซลล์ได้ดีขึ้น

นักวิจัยยังพบว่าเซลล์สมองที่อ่อนเยาว์นั้น เกี่ยวข้องกับเซลล์อื่นๆ ในร่างกายด้วยเช่นกัน สมองที่ถูกใช้งานมากเกินไป เต็มไปด้วยความเครียด ก็จะเร่งปฏิกิริยาความเสื่อมของเซลล์ให้มากขึ้น พูดง่ายๆ คือ หากใช้ชีวิตหักโหมเกินไปก็จะทำให้แก่ไว

ยังมีงานวิจัยของมหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ดเมื่อปี 2011 พบว่าเมื่อเราสามารถควบคุมสมองส่วนอะมิกดาลา(Amygdala) (ซึ่งเป็นศูนย์กลางของการโต้ตอบและการควบคุมอารมณ์) ให้สงบ คือไม่ขึ้นลงเร็วเกินไป กิจกรรมในอะมิกดาลาจะส่งผลไปถึงการควบคุมการหลั่งคอร์ติซอลด้วย เมื่อไม่เครียด ไม่โกรธง่าย คอร์ติซอลหลั่งน้อย คุณภาพของเซลล์ในร่างกายก็จะดีขึ้น

การนั่งสมาธิ ไม่จำเป็นต้องนั่งนานก็สามารถได้ผลดีเช่นกันนะครับ การศึกษาในมหาวิทยาลัยอ๊อกซ์ฟอร์ดที่ศึกษากับกลุ่มตัวอย่าง เขาบอกว่าแค่นั่งสมาธิวันละ 27 นาที เป็นเวลาสัก 2 สัปดาห์ ก็จะเริ่มเห็นการเปลี่ยนแปลงแล้วว่า จะนิ่งขึ้น เรียบเรียงความคิดได้ดีขึ้น นอนหลับได้ดีและคนที่เป็นโรควิตกกังวล อาการเหล่านี้จะลดลง อีกประการหนึ่งซึ่งทุกคนน่าจะพอรู้อยู่แล้วก็คือ การหายใจลึกๆ ขณะนั่งสมาธิ ก็เป็นการช่วยผ่อนคล่ายได้เป็นอย่างดีและเป็นการเพิ่มออกซิเจนเข้าไปในร่างกาย เป็นการสร้างแอนตี้ออกซิแดนท์ได้แบบง่ายๆ ไม่ต้องลงทุนอะไรเลย

เท่าที่ผมอ่าน ศึกษาและที่นั่งสมาธิด้วยตัวเอง (ซึ่งพบว่าหน้าก็ยังไม่เด็กลง — ฮา) ระยะเวลาที่เหมาะสมของการนั่งสมาธิของแต่ละคนไม่เท่ากัน ทำได้ไม่เหมือนกัน เหมือนออกกำลังกายน่ะครับ ต้องใช้เวลาในการเรียนรู้ อย่างแรกที่ต้องทำก็คือทำอย่างสม่ำเสมอเสียก่อน ลองเริ่มจากช่วงเวลาสั้นๆ สัก 5-8 นาทีก็ได้ เมื่อนั่งจนรู้สึกว่าเวลามันสั้นไป ก็เริ่มขยายไปเรื่อยๆ เคล็ดลับที่ใช้ได้ผลกับตัวเองคือลองเพิ่มครั้งละหนึ่งนาที หากคุณนั่งไม่ได้ก็ลองเดินจงกรม หรือเล่นโยคะดูก่อนก็ได้

การนั่งสมาธิให้ได้ผลดีควรอยู่ที่เงียบ ที่ที่จะไม่มีใครมากวนเราระหว่างนั่งได้ การทำสมาธิแทบไม่มีข้อเสียใดๆ จะว่าไปแล้วก็เหมือนเป็นความลับจักรวาลจริงๆ ยิ่งพอได้อ่านเรื่องของการสดสอบทางวิทยาศาสตร์แบบนี้ก็ไม่แปลกใจว่าทำไมพระสงฆ์หลายๆ รูปที่บำเพ็ญเพียรด้วยการนั่งสมาธิ ถึงได้ดูอ่อนกว่าวัย แต่ก็ยังไม่รู้ว่าจะต้องนั่งเท่าไหร่ หรือต้องเจริญสติมากขนาดไหนถึงจะเห็นผลขนาดนั้น

แค่คิดว่าถ้าไปตั้งเป้าว่าต้องนั่งสมาธิเพราะอยากหน้าเด็ก ก็อาจเครียดหนักเข้าไปอีก

 

อ้างอิง

https://wsimag.com/wellness/35256-the-anti-aging-impact-of-meditation

https://eocinstitute.org/meditation/4-top-ways-meditation-is-the-best-anti-aging-longevity-tool/

https://eocinstitute.org/meditation/how-meditation-improves-skin-resistance/

https://eocinstitute.org/meditation/genes-cortisol-how-meditation-stops-inflammation-builds-health/

https://www.ucdavis.edu/news/mindfulness-meditation-associated-lower-stress-hormone/

https://fitspotwellness.com/blog/5-big-companies-that-see-the-big-benefits-of-meditation/

Author

Ekasart Sappachang

เอกศาสตร์ สรรพช่าง - จบการศึกษาปริญญาโท ด้านมานุษยวิทยา เคยทำงานอยู่ในหน่วยงานระหว่างประเทศระยะสั้นๆ ก่อนชีวิตผกผันให้เข้ามาอยู่ในแวดวงนิตยสารกว่า 20 ปี ผ่านการทำงานมาทั้งนิตยสารหัวไทย หัวนอก ปัจจุบันหุ้นกับเพื่อนๆ พี่ๆ น้องๆ ผันตัวมาทำ Content Agency ให้บริการเรื่องการผลิตเนื้อหาให้แบรนด์