ศีลข้อที่ห้า สุราเมรยมชฺชปมา ทฏฺฐานา เวรมณีฯ คือการละเว้นจากการดื่มสุราเมรัยสิ่งมึนเมา เป็นศีลข้อที่ชาวพุทธไทยรู้จักกันดีมาแต่ยังเป็นเด็ก การดื่มเหล้าจึงเป็นสิ่งผิดบาปในสายตามาตรวัดทางศีลธรรมของสังคมไทยมาโดยตลอด เหล้าเบียร์ถูกจำกัดเวลาขาย ให้ภาพโฆษณาเลวร้าย แม้ว่าภาครัฐเองจะเคยมีโรงต้มเหล้าและเปิดสัมปทานสุราได้เงินมหาศาลแต่ละปี อีกทั้งเศรษฐีอันดับหนึ่งของประเทศไทย อย่างคุณเจริญ สิริวัฒนภักดี ก็ร่ำรวยจากธุรกิจเหล้าเบียร์จนถึงบัดนี้ จึงน่าสงสัยว่า ตกลงชาวไทยนับถือพุทธแบบไหนถึงถือข้อปฏิบัติกับความเป็นจริงที่เกิดขึ้นแตกต่างกันเหลือเกิน

 

ตัดภาพมาที่ประเทศญี่ปุ่น ซึ่งปัจจุบันไม่มีศาสนาใดเป็นศาสนาหลักประจำชาติ ชาวญี่ปุ่นเข้าร่วมงานเทศกาลเฉลิมฉลองทุกศาสนา เข้าวัดพุทธขอพรปีใหม่ แต่งงานในโบสถ์คริสต์ สะเดาะเคราะห์ซื้อเครื่องรางในศาลเจ้าชินโต องค์กรศาสนาต้องแข่งขันแสวงหาศรัทธาจากญาติโยมมาอุปถัมภ์ค้ำจุนในแบบต่างๆ กันไป ซึ่งในวิธีการเหล่านั้นก็มีวัดแห่งหนึ่งเปิดกิจการที่ชาวพุทธไทยเห็นแล้วต้องเลิกคิ้วตกใจ นั่นก็คือบาร์เหล้า!

ทางขอบตะวันออกของเขตชินจูกุที่แสนพลุกพล่านและเต็มไปด้วยแหล่งบันเทิง มีร้านเหล้าร้านหนึ่งตั้งอยู่ในย่านยตสึยะซังโจเมะ บนชั้นสองของซอยเล็กๆ ที่เมื่อเดินขึ้นไปแล้วก็ชวนสงสัยว่าไม่เข้ากับบรรยากาศรอบข้างแต่อย่างใด เนื่องจากประดับไปด้วยภาพจิตรกรรมแนวพุทธ เป็นต้นว่า ดอกบัว พระโพธิสัตว์ ภาพพุทธมณฑล (Mandala) และพระสูตรอักขระสันสกฤต

 

 

 

 

เมื่อเปิดประตูร้านที่เขียนว่า “วัดไดโทคุจิ” ก็จะได้พบกับภาพที่เราอาจไม่คิดไม่ฝันมาก่อนที่จะได้เห็น – พระสงฆ์โกนศีรษะกำลังเสิร์ฟเหล้าให้นักดื่มทั้งชายและหญิงอย่างครื้นเครง

แต่อย่าเพิ่งตื่นตระหนกหรือกล่าวหาว่าร้ายอะไรท่านเหล่านั้น เนื่องจากแนวคิด ศรัทธา และศีลของพระสงฆ์ในบาร์แห่งนี้ แตกต่างจากแนวคิดพุทธเถรวาทของไทยไปอีกทาง

 

 

Vowz Bar ก่อตั้งขึ้นด้วยความคิดของพระสงฆ์แห่งวัดไดโทคุจิ สังกัดนิกายสัจสุขาวดี (โจโดชินชู 浄土真宗) อันมีวัดหลักคือนิชิฮงกันจิในเกียวโต นิกายสัจสุขาวดีนี้พระชินรันอันเป็นผู้ก่อตั้งนิกายสัจสุขาวดีมองว่า มนุษย์มีธรรมชาติอ่อนแอ จำเป็นต้องพึ่งพระอมิตาภพุทธเจ้า (อามิดะบุตสึ 阿弥陀仏) เพื่อปฏิบัติภาวนาให้บรรลุโพธิภาวะเพื่อการหลุดพ้นจากห้วงทุกข์ เป็นการปฏิบัติโดยไม่มีกรอบศีลเคร่งครัดบังคับ ผู้ใดปรารถนาถือศีลใดก็จงปวารณาถือเอาตามปณิธานส่วนตน การสำเร็จมรรคผลไม่ขึ้นกับถือศีลมากน้อย แต่ขึ้นกับจิตใจที่เข้าใกล้โพธิญาณ มีเมตตาต่อสรรพสัตว์และปราศจากอัตตาตัวตน จึงเป็นทางที่ง่ายกว่าและเข้าถึงผู้คนมากยิ่งกว่าแนวทางพุทธแบบเก่าที่สาวกต้องปฏิบัติเข้มข้นและเคร่งครัด นิกายสัจสุขาวดีนี้ ได้รับความนิยมนับถือเป็นอันดับหนึ่งในญี่ปุ่นมาตั้งแต่หลังยุคสงครามกลางเมือง

พระสงฆ์ในนิกายสัจสุขาวดีนี้จะปวารณาถือศีลโพธิสัตว์ อันได้แก่ ไม่ฆ่าสัตว์ ฉันอาหารเจ ถือไตรสรณคมน์คือมีพระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์ เป็นที่พึ่งเที่ยงแท้ มิได้บังคับถือศีลปาติโมกข์ตามพระวินัย 227 ข้อ ดังนั้นการดื่มเหล้า หรือแม้กระทั่งขายเหล้า ก็ทำได้หากกิจการที่ทำเป็นไปเพื่อเมตตาต่อสรรพสัตว์บนโลก และ Vowz Bar บาร์เหล้าพระธรรมแห่งวัดไดโทคุจิ ก็ทำหน้าที่โปรดสัตว์เช่นนั้นอยู่

ทันทีที่ย่างก้าวเข้าไปในบาร์ จะได้กลิ่นธูปหน้าแท่นพระพุทธรูปที่อบอวลเจืออยู่กับกลิ่นแอลกอฮอล์ เมื่อนั่งลงที่โต๊ะหรือเคาน์เตอร์บาร์ หลวงพี่หัวโล้นโกนเกลี้ยงก็จะถามด้วยใบหน้ายิ้มแย้มว่าราจะรับอะไรดี เมนูของบาร์แห่งนี้ประกอบด้วยค็อกเทลสูตรเฉพาะที่นำชื่อมาจากพระสูตร พระธรรม และพุทธตำนานต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น “สุขาวดีนิพพาน – โกคุราคุโจโด 極楽浄土” ที่ผสมเหล้าฮิปโนติก, น้ำมะม่วง และน้ำแครนเบอร์รี่เป็นสามชั้นสีสดใสให้ความรู้สึกมึนเมาสดชื่น “อเวจีมหานรก – ชาคุเน็ตสึ จิโกคุ 灼熱地獄” ค็อกเทลว็อดก้าพริก ผสมเหล้าหวานควงเทรอ และน้ำเลมอน สีแดงฉานดื่มแล้วเผ็ดร้อนแสบสันต์เหมือนไฟนรก หรือ “สาละอนิจจัง – ซาระโซจู 沙羅双樹” เหล้าหวานชาเขียวมัตฉะและโยเกิร์ตผสมโซดาและน้ำเลมอน สีเขียวอ่อนเปรี้ยวหวานกลิ่นหอมให้ความรู้สึกเหมือนอยู่ใต้ร่มสาละอันเป็นต้นไม้ที่พระพุทธองค์เสด็จดับขันธปรินิพพาน รวมถึงเมนูเครื่องดื่มอื่นๆ และกับแกล้มอาหารเจแบบวัดญี่ปุ่น เช่น เต้าหู้เย็น หัวบุกผัดอัสนีเทพ ยำสาหร่าย ฯลฯ

 

 

 

เมื่อถึงเวลาสามทุ่มตรง พระอาจารย์ชิกิชิน เจ้าอาวาสของวัดและเจ้าของบาร์ จะออกมานำสวดมนต์ทำวัตรเย็น โดยเริ่มจากจุดเทียนธูปบูชาพระรัตนตรัยที่แท่นพระพุทธรูป กล่าวน้อมนำจิตใจให้ถึงไตรสรณคมน์ แจกบทสวดเพื่อทำความเข้าใจแก่ลูกค้านักดื่มในร้าน แล้วจึงเคาะไม้โมคุเงียว (หรือที่เรารู้จักกันว่าบักฮื้อ) ภาวนาปรัชญาปารมิตาหฤทัยสูตร หรือฮันเนียฮารามิตตาชินเกียว 般若波羅蜜多心經 อันเป็นหัวใจของปรัชญาพุทธมหายานนิกายนี้จนจบ

บทปรัชญาปารมิตาหฤทัยสูตรนี้เองที่ชี้ถึงความไม่ยึดติดและเหตุผลการทำบาร์เหล้าของวัดไปพร้อมกัน

“พระผู้ทอดสายตาคอยช่วยเหลือสรรพสัตว์ ยามปฏิบัติลึกซึ้งซึ่งปัญญาและบารมี

เห็นแจ้งว่าสิ่งที่ประกอบขึ้นเป็นมนุษย์ล้วนว่างเปล่า จึงข้ามพ้นทุกข์ทั้งหลาย…”

 

 

หลังจากทำวัตรเสร็จ ก็จะแสดงพระธรรมเทศนาหนึ่งกัณฑ์ ก่อนจะเปิดให้สนทนาธรรมกับพระทั้งหน้าเคาน์เตอร์ และเดินวนไปตามโต๊ะที่นิมนต์ไปหา พระอาจารย์ชิกิชิน อธิบายถึงแนวคิดการทำร้านเหล้าว่า คนในเมืองใหญ่ปัจจุบันใช้ชีวิตต่างจากวิถีของคนสมัยก่อนตามชนบท เวลาทำงาน เวลาพักผ่อนก็ดำเนินไปต่างกัน Vowz Bar แห่งนี้เปิดขึ้นเพื่อนำผู้คนที่อ่อนล้าจากการใช้ชีวิตในเมืองใหญ่ให้มาพบพระพุทธและพระธรรม โดยเหล่าพระสงฆ์ที่ทำงานคอยรับฟัง สนทนา ให้คำปรึกษา และเอาใจช่วยคอยเป็นกำลังให้พวกเขาดำเนินชีวิตต่อไปได้อย่างราบรื่นในยามค่ำคืนหลังเลิก วัดและพระไม่ทำหน้าที่ตัดสินหรือบังคับกะเกณฑ์ใคร แต่เป็นงาน เป็นที่พักใจและคลายกังวลโดยมีศาสนาเป็นที่พึ่งไม่ต่างจากหน้าที่ของวัดวาอารามในอดีต

นอกจากนี้ ทางวัดยังมีวงดนตรีร็อคที่ร่วมกับพระจากวัดอื่น คอยออกไปให้ความบันเทิงเชิงพุทธในงานต่างๆ หรือแม้กระทั่งโชว์สดในไลฟ์เฮาส์ โดยมีงานใหญ่ในวันฮานะมัตสึริ หรือวันคล้ายวันประสูติพระพุทธเจ้าตามคติมหายานในวันที่ 8 เมษายนด้วย

เมื่อสนทนากับพระสงฆ์ในบาร์เหล้าแห่งนี้ ก็ชวนให้ฉุกใจย้อนคิดว่า ความยึดถือในศีลธรรมของเราอยู่ตรงไหนในโลก และเป้าหมายของศีลธรรมคืออะไรกันแน่ หากท่านมีโอกาสมาโตเกียวก็น่ามาลองใคร่ครวญธรรมในมุมมองที่ต่างจากพุทธเถรวาทของไทยๆ ในบรรยากาศที่หายากนี้ดูสักหน

…คเต คเต ปารคเต ปารสังคเต โพธิ สวาหา

(ไป ไป ข้ามไปให้พ้น ให้พ้นที่สุด ถึงความรู้แจ้ง เทอญ)”

SHARE