อายุษ ประทีป ณ ถลาง เรื่อง

 

ปฏิบัติการค้นหากู้ภัย ช่วยเหลือเด็กๆ นักฟุตบอลและโค้ช ทีมหมูป่าอะคาเดมี 13 คน ซึ่งพลัดเข้าไปติดอยู่ภายในถ้ำหลวง-ขุนน้ำนางนอน ตำบลโป่งผา อำเภอแม่สาย จังหวัดเชียงราย ระหว่างวันที่ 23 มิถุนายนถึงวันที่ 10 กรกฎาคม สำเร็จเสร็จสิ้นลงเป็นอย่างดี นำมาซึ่งความปลื้มปิติยินดีของทุกฝ่าย

เป็นความสำเร็จที่เหลือเชื่อ เหนือความคาดหมายของใครหลายคนอยู่ไม่น้อย

ทิ้งภาพความช่วยเหลือทางมนุษยธรรมจากนานาชาติ จิตใจอันเป็นสากล ความเสียสละของนักดำน้ำ เหล่าผู้เชี่ยวชาญจากต่างประเทศ และปรากฏการณ์ความร่วมมือร่วมใจของภาครัฐ ราชการ ตลอดจนประชาชนชาวไทยคนเล็กคนน้อย ไว้ในหน้าประวัติศาสตร์

เหตุการณ์ 13 นักฟุตบอลเด็กและโค้ชทีมหมูป่าอะคาเดมี ติดถ้ำหลวง-ขุนน้ำนางนอน ได้รับความสนใจไปทั่วโลก ไม่เฉพาะเพียงแค่คนไทยเท่านั้น

กลายเป็นข่าวใหญ่กลบเรื่องราว ข่าวสารอื่นชั่วขณะ

ไม่ว่าจะเป็นกรณีของอุบัติภัยทางทะเลครั้งร้ายแรงที่จังหวัดภูเก็ต เรือนำเที่ยวอับปางล่มลง เนื่องเพราะไม่นำพาต่อคำเตือนของกรมอุตุนิยมวิทยาที่ว่า จะมีฝนตกหนักและคลื่นลมแรงบริเวณภาคใต้ฝั่งอันดามัน ส่งผลทำให้นักท่องเที่ยวชาวจีนเสียชีวิตมากกว่า 40 คน

สุ่มเสี่ยงจะสร้างความเสียหายให้กับอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวของประเทศไทย

มิพักพูดถึงข่าวสารการเมืองอันเลอะเทอะ ไร้สาระ ความเคลื่อนไหวของอดีต ส.ส. ที่กลุ่มโน้นย้ายพรรค ก๊วนนี้ย้ายคอก ท่ามกลางกระแสวิพากษ์วิจารณ์ว่า เป็นการปูทาง เตรียมการผลักดันนายกรัฐมนตรีในระบอบคสช. ผู้ซึ่งดูจะผะอืดผะอมกับฉายา “สฤษดิ์น้อย” ขึ้นสืบทอดอำนาจทางการเมือง ภายหลังการเลือกตั้งทั่วไปที่จะมีขึ้น

ทำเอาเหล่าพยัคฆ์ส่งเสียงขรมคำรามร้องดังเอ๋ง

พลพรรคเพื่อไทยออกมาร้องแรกแหกกระเชอ กล่าวหาว่า เป็นการกวาดต้อน ดูด-สูบ บรรดาอดีต ส.ส. เข้าสังกัด โดยลืมไปว่า เป็นวิธีการเดียวกันกับที่พรรคไทยรักไทยเคยดำเนินการเพื่อผลักดัน พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร ขึ้นเป็นนายกรัฐมนตรี เมื่อหลายสิบปีก่อนทุกประการ

ประเด็นมนุษยธรรม ความอยู่รอดของเด็กๆ นักฟุตบอลและโค้ชทั้ง 13 ชีวิต จึงสมควรเป็นเรื่องที่ผู้คนให้ความสนใจมากกว่า

เป็น 17 วันซึ่งเต็มไปด้วยเรื่องราวมากมาย หลากหลายอารมณ์ความรู้สึก

ครบครันทั้งความจริง-ความเท็จ ทั้งเหตุผลและดราม่า ทั้งวิทยาศาสตร์-ไสยศาสตร์

มีเสียงชื่นชมการปฏิบัติหน้าที่ผู้บัญชาการเหตุการณ์ของ นายณรงค์ศักดิ์ โอสถธนากร อดีตผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย ซึ่งไม่จำเป็นต้องเป็นทหาร แซ่ซ้องสรรเสริญความทุ่มเท เสียสละของทุกฝ่ายทั้งคนไทยและต่างชาติ

ทว่า ขณะเดียวกันก็มีเสียงก่นด่า บริภาษการทำหน้าที่ของสื่อมวลชนบางคนบางสำนัก

ได้ประจักษ์ถึงความรู้สึกปลื้มปิติ บรรยากาศความรัก สามัคคีของคนส่วนใหญ่ แต่ไม่วายต้องมาประสบพบเจอความน่าเบื่อหน่าย เอือมระอาจากพฤติกรรมของผู้คนซึ่งช่างนินทา ผีเจาะปากมาพูด แสดงความคิดเห็นวิพากษ์วิจารณ์ไปได้ทุกเรื่อง ไม่ถูกอกถูกใจไปเสียทุกอย่าง

แม้กระทั่งเด็กๆ ลูกหลานสื่อสารกับฝรั่งต่างชาติเข้าใจได้เป็นอย่างดี ยังมิวายไปตรวจสอบความถูกต้องของแกรมม่า ทำราวกับโคตรพ่อโคตรแม่เป็นคนต่างด้าวท้าวต่างแดนก็ไม่ปาน

ได้เห็นบางคนมาพบปะพ่อแม่ผู้ปกครองเด็กๆ นักฟุตบอล แต่กลับพูดจาปราศรัยราวกับกำลังออกรายการคืนวันศุกร์ ทางสถานีโทรทัศน์รวมการเฉพาะกิจแห่งประเทศไทย

ได้เฮ ยินดีปรีดาไปกับการค้นพบเด็กและโค้ชทั้ง 13 คนปลอดภัยอยู่ภายในถ้ำ แต่ก็ต้องเศร้าสลดเสียใจไปกับการพลีชีพ เสียชีวิตของ จ.อ.สมาน กุนัน หรือจ่าแซม อดีตนักทำลายใต้น้ำจู่โจม หรือเจ้าหน้าที่หน่วยซีลนอกราชการ ผู้ซึ่งได้รับการยกย่องเป็นฮีโร่หรือวีรบุรุษถ้ำหลวง

มากันครบ ทั้งจิตอาสาและมิจฉาชีพ คนทำงานและพวกโหนกระแส พระสงฆ์และร่างทรงองค์เทพ

อย่างไรก็ตาม ทั้งหมดได้เสร็จสิ้นจบลง และกำลังจะผ่านพ้นไป โดยหลายฝ่ายพยายามที่จะถอดบทเรียนจากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น เพื่อหวังให้เกิดประโยชน์ต่อไปในภายภาคหน้า ไม่เฉพาะประเด็นเกี่ยวเนื่องภารกิจการกู้ภัยเพียงเท่านั้น

แต่ยังมีเป้าหมายไปถึงความรักสามัคคี การร่วมแรง ร่วมมือร่วมใจ นำพาประเทศชาติบ้านเมือง เป็นหัวข้อใหญ่ใจความ

ปรากฏให้เห็นผ่านถ้อยคำให้สัมภาษณ์ การแสดงความคิดเห็นของหลายคน

โดยเฉพาะกับเสียงเรียกร้องของผู้บัญชาการเหตุการณ์ ที่อยากจะเห็นบทเรียนจากบ้านโป่งผา อำเภอแม่สาย จังหวัดเชียงราย ขยับขยายเป็นโมเดลในการขับเคลื่อนประเทศไทย อยากจะให้ทุกฝ่ายได้จดจำ เป็นบทเรียนในการพัฒนาประเทศไทยต่อไป

“อยากให้พวกเราเอาบทเรียนตรงนี้ไปขยาย บทเรียนจากแม่สาย บทเรียนจากโป่งผา บทเรียนจากเชียงราย เป็นบริบทเล็กๆ ของเขาลูกนึง เขานางนอนลูกนึง แต่ผมว่าถ้าเราเอาไปสืบทอดต่อ มันจะเป็นบทเรียนที่เรา สามารถขับเคลื่อนประเทศไทยได้ในระยะยาว ผมอยากให้เรานำบทเรียนนี้ไปใช้ และประเทศไทยก็จะได้พัฒนาก้าวไกลตามศักยภาพ

วันนี้คนไทย ทีมไทยแลนด์ ทีมราชการ พร้อมเอกชน ทีมสื่อมวลชนที่ช่วยกับเรา รวมทั้งกำลังใจของทั่วโลก เราทำในสิ่งที่ไม่มีใครคาดคิดว่าเราทำได้เป็นครั้งแรกในโลก เป็นความภาคภูมิใจ เป็น Mission Possible ของทีมไทยแลนด์ที่ทำได้ ผมอยากให้โป่งผาเป็นโมเดลของประเทศไทยทั้งประเทศ…”

จะว่าไป การพูดถึงความรัก สามัคคี ความร่วมมือร่วมใจ เป็นเรื่องที่ประชาชนคนทั้งประเทศได้ยินได้ฟังกัน มาโดยตลอด

เป็นความหวัง ความฝันที่ทุกคนในบ้านนี้เมืองนี้ ต่างปรารถนากันมาช้านานในท่ามกลางความขัดแย้ง แตกแยกทางความคิดอย่างรุนแรงของเพื่อนร่วมชาติ ที่ดำรงมายาวนานกว่าสิบปีแล้ว

แต่ความเป็นจริงจะเป็นไปได้อย่างไร เต็มไปด้วยข้อสงสัยและคำถาม

เพราะเรื่องราวภายนอกถ้ำหลวงโหดร้ายกว่ามากมายนัก  ปัญหาของประเทศชาติบ้านเมืองเป็นประเด็นที่มีความสลับซับซ้อนซ่อนเงื่อนปม เกี่ยวพันกับอำนาจวาสนา อิทธิพล ผลประโยชน์มหาศาลที่ทุกฝ่ายต่างจับจ้อง มองตาเป็นมัน

ไม่เช่นนั้นคงไม่ทำทุกวิถีทางเพื่อแย่งชิงอำนาจรัฐกันหรอก

แตกต่างไปจากการกู้ภัย ช่วยเหลือเด็กๆ และโค้ชทีมฟุตบอลหมูป่าอะคาเดมี ซึ่งเป็นเรื่องของปฏิบัติการทางมนุษยธรรม ไม่ได้มีประเด็นผลประโยชน์เข้ามาเกี่ยวข้อง ไม่ได้มีความสลับซับซ้อนมากมาย มุ่งฟันฝ่าอุปสรรคจากธรรมชาติที่เป็นปราการขวางกั้นก็แต่เพียงเท่านั้น

ที่เห็นทั้งนักการเมือง ทั้งทหาร นายทุนนักธุรกิจ กรูกันราวกับกำลังกอบกู้ภัยให้กับประเทศชาติบ้านเมืองนั้น แท้จริงเขาเข้าถ้ำไทย ไปขุดค้นกอบโกยหาทรัพย์สมบัติกันต่างหาก

เป็นความหวัง ความฝัน ที่ยากจะเป็นความจริงขึ้นมาได้

Author

aryus prateep na thalang

อดีตบรรณาธิการข่าวหนังสือพิมพ์แนวหน้า สยามโพสต์ และไทยโพสต์ เจ้าของนามปากกา “นายประชา ช้ำชอก” 101 เชิญอายุษกลับมาเขียนเรื่องแวดวงการเมือง สังคม และสื่อมวลชนไทยอีกครั้งหลังจากวางปากกาและก้าวออกจากวงการสื่อไปพักใหญ่