fbpx

เด็กเล็กไทยสูญเสียการเรียนรู้แค่ไหนจากโควิด-19?

การปิดโรงเรียนเพราะโรคระบาดอันเป็นผลมาจากโควิด-19 กลายเป็นปรากฏการณ์ที่สร้างผลร้ายให้ระบบการศึกษาทั่วโลก ข้อสำคัญประการหนึ่งที่เห็นได้ชัดเจนคือการเรียนการสอนในห้องเรียนไม่สามารถทำได้ตามปกติ ส่วนการเรียนออนไลน์ที่ถูกนำมาใช้ทดแทนก็มีประสิทธิภาพไม่เต็มที่ ทั้งยังสร้างข้อจำกัดแก่ผู้เรียนที่เข้าไม่ถึงอุปกรณ์ อินเทอร์เน็ต หรืออาศัยอยู่ในสภาพที่ไม่เหมาะแก่การนั่งเรียนทางหน้าจอ

ร้ายที่สุดคือการเรียนออนไลน์ของเด็กในช่วงวัยที่ไม่สามารถนั่งจดจ่อกับจอเล็กๆ เป็นเวลานานได้ อย่างเด็กปฐมวัย ซึ่งต้องการการเรียนรู้ผ่านปฏิสัมพันธ์กับผู้คน การเล่น ทำกิจกรรม และมีพื้นที่ให้วิ่งเล่น

ขณะเดียวกันช่วงปฐมวัยเป็นช่วงเวลาสำคัญแห่งการเรียนรู้ของมนุษย์ การต้องอยู่แต่ในบ้าน เรียนผ่านหน้าจอหรือไม่ได้เรียนเลย จึงส่งผลร้ายถ้วนหน้าต่อ ‘เด็กยุคโควิด’ อย่างเลี่ยงไม่ได้

ปรากฏการณ์นี้เป็นสิ่งที่ทั่วโลกกำลังเผชิญ องค์การกองทุนเพื่อเด็กแห่งสหประชาชาติ (UNICEF) ประเมินว่า เด็กและเยาวชนกว่า 1.6 พันล้านคนทั่วโลกต้องเผชิญกับภาวะการเรียนรู้ถดถอย (learning loss) และเกินครึ่งมาจากกลุ่มประเทศรายได้ต่ำและปานกลาง

ภาวะการเรียนรู้ถดถอยที่เกิดขึ้นทั่วโลกนี้มีความสัมพันธ์จากการที่แต่ละประเทศต้องปิดสถานศึกษาเพื่อป้องกันโรคระบาด จากการประเมินการเรียนรู้ที่เด็กสูญเสียไปจากการไม่ได้ไปโรงเรียนในหลายประเทศพบว่า ยิ่งปิดโรงเรียนยาวนาน ก็ยิ่งทำให้ผู้เรียนสูญเสียการเรียนรู้มากขึ้นไปด้วย เช่น ประเทศเม็กซิโกที่ปิดโรงเรียนไป 48 สัปดาห์ เมื่อเทียบตัวเลขออกมาแล้วพบว่าทำให้นักเรียนมีความรู้ถดถอยลงมา 1.7 ปีการศึกษา หรือนอร์เวย์ที่ปิดเรียนไป 7 สัปดาห์ก็ทำให้นักเรียนความรู้ถดถอยไป 0.7 ปีการศึกษา

สำหรับประเทศไทยมีข้อมูลจากองค์การเพื่อการศึกษา วิทยาศาสตร์ และวัฒนธรรมแห่งสหประชาชาติ (UNESCO) ระบุว่า จากปี 2563 ถึงเดือนมีนาคม 2565 สถานศึกษาทุกพื้นที่ถูกปิดทั้งหมด 16 สัปดาห์ และบางพื้นที่ถูกปิดยาวนานถึง 53 สัปดาห์

ในสถานการณ์เช่นนี้ย่อมส่งผลโดยตรงต่อการเรียนรู้ของเด็ก โดยเฉพาะในระดับปฐมวัย จาก การสำรวจสถานะความพร้อมในการเข้าสู่ระบบการศึกษาของเด็กปฐมวัย (Thailand School Readiness Survey: TSRS) โดยสถาบันวิจัยเพื่อการประเมินและออกแบบนโยบาย (RIPED) มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย ร่วมกับ กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.) พบว่าการปิดโรงเรียนในช่วงการระบาดของโควิด-19 ส่งผลให้เกิดปัญหาภาวะการเรียนรู้ถดถอยกับเด็กปฐมวัยอย่างชัดเจน ซึ่งงานวิจัยนี้เป็นการสำรวจและประเมินว่าเด็กปฐมวัยมีความพร้อมที่จะเรียนรู้อย่างเต็มศักยภาพเมื่อเข้าสู่การศึกษาระดับประถมศึกษาหรือไม่ โดยมีการเก็บวัดทักษะด้านภาษา ด้านคณิตศาสตร์ ความจำใช้งาน (working memory) รวมถึงสำรวจข้อมูลพื้นฐานของครัวเรือนและสถานศึกษาของเด็กปฐมวัยทั่วประเทศ

ระหว่างที่เก็บข้อมูลนี้เองก็เกิดการระบาดของโควิด-19 จนทำให้มีชุดข้อมูลเปรียบเทียบระดับความพร้อมของเด็กปฐมวัยในแต่ละช่วงเวลา ตั้งแต่ก่อนการระบาดของโควิด-19 (ปี 2563) ช่วงที่โควิด-19 ระบาดไม่รุนแรงมาก (ปี 2564) จนถึงช่วงที่โควิด-19 ระบาดรุนแรง (ปี 2565) ซึ่งทำให้เห็นว่าสถานการณ์เมื่อโควิด-19 ระบาดรุนแรงซึ่งเป็นช่วงที่มีการปิดโรงเรียนอย่างยาวนั้น ในภาพรวมเด็กปฐมวัยมีระดับความพร้อมน้อยลง

(ภาพจาก RIPED)

ส่วนข้อมูลที่ RIPED นำมาวิเคราะห์ภาวะการเรียนรู้ถดถอยของเด็กปฐมวัยไทยนั้น เป็นข้อมูลที่เก็บจากจังหวัดกลุ่มตัวอย่าง ในช่วงต้นปี 2564 ซึ่งมีจำนวนวันปิดโรงเรียนเนื่องจากโควิด-19 สูงสุดคือ 35 วัน พบว่า การหยุดเรียนแต่ละวันส่งผลให้เกิดภาวะถดถอยด้านวิชาการประมาณร้อยละ 99 ด้านความจำใช้งานประมาณร้อยละ 98 ซึ่งอยู่ในระดับที่น่าเป็นห่วง อีกทางหนึ่งสามารถมองได้ว่าประสิทธิภาพของการเรียนออนไลน์เมื่อเทียบกับการเรียนที่โรงเรียน สำหรับด้านวิชาการมีค่าประมาณร้อยละ 1 และด้านความจำใช้งานมีค่าประมาณร้อยละ 2 แต่ไม่พบหลักฐานว่าการปิดเรียนส่งผลเสียต่อทักษะด้านพฤติกรรมของเด็กปฐมวัยอย่างมีนัยสำคัญ

นอกจากนี้ RIPED ยังพบว่าระดับเศรษฐฐานะของครอบครัวส่งผลต่อความพร้อมของเด็กปฐมวัย กล่าวคือเด็กปฐมวัยจากครอบครัวยากจนมีค่าเฉลี่ยความพร้อมต่ำกว่าเด็กจากครอบครัวรวย และระดับความพร้อมของเด็กจะเพิ่มขึ้นตามระดับเศรษฐฐานะของครอบครัว

ค่าเฉลี่ยความพร้อมแบ่งตามระดับเศรษฐฐานะของครอบครัวในปี 2563-2564-2565 โดยแบ่งครัวเรือนออกเป็นห้ากลุ่มเรียงลำดับตาม wealth index ซึ่งวัดจากทรัพย์สินของครอบครัว (ภาพจาก RIPED)

จากสภาพการณ์ที่เกิดขึ้นนี้สะท้อนว่าเด็กปฐมวัยที่เผชิญการปิดโรงเรียนช่วงโควิด-19 ส่งผลให้เกิดภาวะการเรียนรู้ถดถอย อันเป็นโจทย์ทางการศึกษาที่สังคมต้องร่วมกันหาทางออก ซึ่ง RIPED เสนอไว้ว่านโยบายระยะสั้นที่ควรจะเร่งดำเนินการคือ การเปิดเรียนให้นานและปิดให้น้อย โดยควรจะเปิดเรียนในช่วงเวลาปิดภาคเรียนปกติ เพื่อชดเชยเวลาคุณภาพที่ขาดหายไปในช่วงที่ผ่านมา ส่วนนโยบายระยะยาวที่จำเป็นสำหรับการฟื้นฟูทักษะให้กับเด็กปฐมวัยคือ การพัฒนาทักษะให้ผู้ปกครองสามารถจัดกิจกรรมที่มีคุณภาพร่วมกับบุตรหลานของตนและการยกระดับคุณภาพการเรียนการสอนระดับปฐมวัยโดยเฉพาะสำหรับเด็กที่ขาดโอกาสหรือเด็กยากจน

อ้างอิง

UNESCO, “Thailand,” Global monitoring of school closures caused by covid-19.

UNICEF, The State of the Global Education Crisis, 2021.

ศูนย์ความรู้นโยบายเด็กและครอบครัว (คิด for คิดส์), เด็กและครอบครัวไทยในสามวิกฤต: รายงานสถานการณ์เด็ก เยาวชน และครอบครัว ปี 2022, 2022.

สถาบันวิจัยเพื่อการประเมินและออกแบบนโยบาย มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย, รายงานฉบับสมบูรณ์โครงการพัฒนาระบบฐานข้อมูลแบบออนไลน์และการขยายผลการสำรวจสถานะความพร้อมในการเข้าสู่ระบบการศึกษาของเด็กปฐมวัยสำหรับประเทศไทย (Thailand School Readiness Survey: Phase 4), 2022.


ผลงานชิ้นนี้เป็นส่วนหนึ่งของความร่วมมือระหว่าง กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.) และ The101.world

MOST READ

Spotlights

14 Aug 2018

เปิดตา ‘ตีหม้อ’ – สำรวจตลาดโสเภณีคลองหลอด

ปาณิส โพธิ์ศรีวังชัย พาไปสำรวจ ‘คลองหลอด’ แหล่งค้าประเวณีใจกลางย่านเมืองเก่า เปิดปูมหลังชีวิตหญิงค้าบริการ พร้อมตีแผ่แง่มุมเทาๆ ของอาชีพนี้ที่ถูกซุกไว้ใต้พรมมาเนิ่นนาน

ปาณิส โพธิ์ศรีวังชัย

14 Aug 2018

Social Issues

27 Aug 2018

เส้นทางที่เลือกไม่ได้ ของ ‘ผู้ชายขายตัว’

วรุตม์ พงศ์พิพัฒน์ พาไปสำรวจโลกของ ‘ผู้ชายขายบริการ’ ในย่านสีลมและพื้นที่ใกล้เคียง เปิดปูมหลังชีวิตของพนักงานบริการในร้านนวด ร้านคาราโอเกะ ไปจนถึงบาร์อะโกโก้ พร้อมตีแผ่แง่มุมลับๆ ที่ยากจะเข้าถึง

กองบรรณาธิการ

27 Aug 2018

Social Issues

21 Nov 2018

เมื่อโรคซึมเศร้าทำให้อยากจากไป

เรื่องราวการรับมือกับความคิด ‘อยากตาย’ ผ่านประสบการณ์ของผู้ป่วยโรคซึมเศร้า คนเคียงข้าง และบทความจากจิตแพทย์

ศุภาวรรณ คงสุวรรณ์

21 Nov 2018

เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และสามารถจัดการความเป็นส่วนตัวเองได้ของคุณได้เองโดยคลิกที่ ตั้งค่า

Privacy Preferences

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

Allow All
Manage Consent Preferences
  • Always Active

Save