fbpx

‘ธุรกิจรับจองตั๋วรถไฟ’ โอกาสเศรษฐกิจใหม่จากรถไฟลาว กับแผนธุรกิจสุดอลหม่านในวันที่ยังจองออนไลน์ไม่ได้

ระบบจองตั๋วรถไฟลาวเจ้าปัญหา สู่การเฟื่องฟูของธุรกิจรับจองตั๋ว

หลังจากที่ประเทศไทยเริ่มผ่อนคลายมาตรการจำกัดการเดินทางเข้าออกประเทศเมื่อการระบาดของโควิด-19 เริ่มคลี่คลาย คนไทยจำนวนไม่น้อยทยอยพากันเดินทางไปท่องเที่ยวต่างประเทศอีกครั้ง โดยหนึ่งในจุดหมายปลายทางยอดนิยมหนีไม่พ้นประเทศเพื่อนบ้านอย่าง ‘ลาว’ ซึ่งดึงดูดนักท่องเที่ยวด้วยจุดขายใหม่อย่างรถไฟหัวกระสุนบนเส้นทางรถไฟลาว-จีน ที่ทั้งทันสมัย สะดวกสบาย และร่นระยะเวลาการเดินทางได้หลายชั่วโมง

ทว่าสำหรับนักท่องเที่ยวหลายคน แผนการเดินทางเที่ยวลาวบนเส้นทางรถไฟสายใหม่กลับไม่ได้ราบรื่นดั่งฝัน เพราะไม่อาจคว้าตั๋วบนเที่ยวรถไฟที่วางแผนไว้ได้ ด้วยว่าตั๋วรถไฟถูกจองเต็มอย่างรวดเร็ว โดยสาเหตุไม่ใช่แค่เพราะความต้องการเดินทางที่สูงเท่านั้น แต่ยังเป็นเพราะปัญหาของระบบจองตั๋วรถไฟเองที่ทำให้การคว้าตั๋วรถไฟไม่ใช่เรื่องง่ายอย่างที่คิด

ขบวนรถไฟบนเส้นทางรถไฟจีน-ลาว

ระบบการจองตั๋วของรถไฟลาว-จีนไม่ได้อำนวยความสะดวกต่อนักเดินทางมากนัก โดยเฉพาะคนต่างชาติ เนื่องจากยังไม่มีระบบที่ทำให้นักเดินทางต่างชาติสามารถจองตั๋วด้วยตนเองผ่านช่องทางออนไลน์ได้ แต่ต้องจองที่หน้าสถานีรถไฟหรือตามจุดให้บริการต่างๆ ในประเทศลาว แม้ว่าตอนนี้จะมีการพัฒนาแอปพลิเคชันสำหรับจองตั๋วออกมาแล้ว แต่ก็มีข้อจำกัดคือต้องลงทะเบียนด้วยเบอร์โทรศัพท์ของลาวและต้องกรอกที่อยู่ในลาวสำหรับการจัดส่งตั๋ว อีกทั้งยังสามารถโอนเงินได้เฉพาะทางระบบชำระเงินอิเล็กทรอนิกส์ของลาวเท่านั้น

ระบบจองตั๋วรถไฟยังมีข้อจำกัดสำคัญคือสามารถจองล่วงหน้าได้ไม่เกิน 3 วัน ซึ่งถือว่ากระชั้นจนทำให้นักท่องเที่ยวแทบไม่สามารถวางแผนการเดินทางล่วงหน้านานๆ ได้ เพราะต้องลุ้นในวันที่ต่อคิวจองตั๋วว่าตั๋วจะเต็มก่อนจะถึงคิวตัวเองหรือไม่ แถมยังมีกฎว่า 1 คนสามารถซื้อตั๋วรถไฟได้ไม่เกิน 3 ใบ จึงยิ่งเป็นการยากสำหรับนักท่องเที่ยวที่เดินทางร่วมกันเป็นกลุ่มใหญ่

ข้อจำกัดเหล่านี้จึงสร้างความปวดหัวไม่น้อยสำหรับนักท่องเที่ยวที่ตั้งใจตระเวนเที่ยวลาวด้วยรถไฟ แต่อีกด้าน มันกลับกลายเป็นโอกาสทางเศรษฐกิจสำหรับคนอีกจำนวนหนึ่ง

“ผมก็มาลองทำดูนะ เพราะระบบการจองจริงๆ ยุ่งยากมาก พอเปิดขายตั๋วปุ๊บ ไม่เกิน 30 นาทีก็ประกาศว่าตั๋วหมดแล้ว” ชัย (นามสมมติ) ผู้ประกอบการชาวลาว เล่าถึงไอเดียของเขา ที่เห็นช่องทางจากความยุ่งยากของนักท่องเที่ยวในการจองตั๋วรถไฟด้วยตนเอง ชัยจึงมาเปิดธุรกิจรับจองตั๋วรถไฟในนครหลวงพระบาง โดยมีลูกค้าทั้งที่เป็นกลุ่มทัวร์ลาวและกลุ่มทัวร์ไทย

ร้านของชัยไม่ใช่เจ้าเดียวในหลวงพระบางหรือในประเทศลาวที่เปิดรับจองตั๋วรถไฟ แต่ร้านรับจองตั๋วรถไฟลักษณะเดียวกับร้านของชัยนี้เป็นที่เห็นได้ทั่วไปโดยเฉพาะตามย่านการค้าในเมืองใหญ่ กลายเป็นธุรกิจใหม่ที่เกิดขึ้นในลาวนับตั้งแต่เส้นทางรถไฟลาว-จีน เปิดให้บริการเมื่อวันที่ 3 ธันวาคม 2021 โดยจำนวนมากเป็นกิจการที่ทำธุรกิจอื่นๆ โดยเฉพาะธุรกิจทัวร์อยู่แต่เดิม ก่อนที่จะหันมาทำธุรกิจดังกล่าวเพิ่ม เพื่อรับโอกาสที่เกิดขึ้นมาใหม่

ร้านรับจองตั๋วรถไฟลาวในนครหลวงพระบาง

เช่นเดียวกับบี (นามสมมติ) คนไทยที่ทำธุรกิจในลาวมายาวนาน ก็เริ่มหันมาจับธุรกิจทัวร์ รวมถึงธุรกิจรับจองตั๋วรถไฟเพิ่มเติม หลังจากที่เส้นทางรถไฟเปิดให้บริการ โดยเน้นรับจองผ่านทางเฟซบุ๊ก ซึ่งก็กำลังเป็นอีกช่องทางยอดนิยมในการหาตั๋วรถไฟลาว

“นักท่องเที่ยวก็อยากได้ความชัวร์ในการเดินทาง ทำให้หลายคนตัดสินใจใช้บริการรับจองตั๋วรถไฟ เพราะชัวร์กว่าที่จะต้องไปต่อคิวจองเอง ถ้าเขาจองเอง เขาต้องไปวัดดวงเอาที่เคาน์เตอร์ขายตั๋วหน้าสถานี แล้วสถานีกับตัวเมืองก็อยู่ไกลกัน หลายคนไปถึงแล้วไปเจอว่าไม่มีตั๋วเหลือก็เยอะ ลูกค้าของพี่บางคนก็คือคนที่หาตั๋วไม่ได้ แต่ต้องรีบเดินทาง เขาก็มาขอให้พี่ช่วยหาตั๋วให้” บีกล่าว และให้ข้อมูลว่าหากเป็นช่วงเวลาปกติ เธอมักได้รับออเดอร์ประมาณวันละ 5-10 คน แต่หากเป็นช่วงเทศกาลจะมีมากถึง 30-40 คน

ธุรกิจรับจองตั๋วรถไฟในลาวนับว่าเป็นตัวช่วยอย่างดีในการอำนวยความสะดวกและรับประกันความแน่นอนในการได้รับตั๋วมากขึ้นสำหรับนักท่องเที่ยว อย่างไรก็ตาม ใช่ว่าธุรกิจรับจองตั๋วรถไฟเหล่านี้จะได้ตั๋วมาอย่างง่ายๆ เพราะต้องอยู่ภายใต้ข้อจำกัดต่างๆ ในการจองตั๋วไม่ต่างจากคนทั่วไป ทำให้พวกเขาต้องสรรหาวิธีการต่างๆ เพื่อเอาชนะข้อจำกัดของระบบจองตั๋ว คว้าตั๋วมาให้ลูกค้าที่ฝากความหวังไว้กับพวกเขาได้อย่างครบถ้วน

จ้างชาวบ้านต่อคิวแต่เช้ามืด

“เราต้องเอาคนไปต่อคิวตั้งแต่เช้า ตีสี่-ตีห้า ถ้าไม่ได้คิวแรกๆ ก็แย่เลย ตั๋วเต็มไวมาก” ชัยเล่าให้ฟัง

รถไฟลาว-จีนมีการเปิดขายตั๋ววันละ 3 รอบ ได้แก่รอบ 6.50-10.00 น., 14.30-16.30 น. และ 20.00-22.00 น. เพื่อเพิ่มความแน่นอนในการได้ตั๋ว ผู้จองจึงมักต้องเดินทางไปจองในช่วงแรกสุด และยังต้องไปถึงที่ขายตั๋วก่อนเวลาเปิดจองเพื่อได้คิวเป็นลำดับแรกๆ ทำให้หลายคนตัดสินใจไปต่อคิวกันแต่เช้ามืดเพื่อได้ซื้อตั๋วตั้งแต่รอบแรกของวัน โดยชัยเล่าต่อว่า เขาไม่ได้เป็นคนไปต่อแถวซื้อตั๋วรถไฟด้วยตัวเอง แต่ต้องจ้างคนในพื้นที่ไปต่อคิวซื้อตั๋วให้ในแต่ละวัน

“ผมจ้างคนที่อยู่แถวนั้นนั่นแหละ คือพวกคนที่มีบ้านอยู่ใกล้สถานี” ชัยเล่า ก่อนขยายความว่า “ผมรับจองได้ทุกสถานีเลย ผมมีทีมงานของผมอยู่ทุกสถานี จะเดินทางจากเวียงจันทน์หรือหลวงพระบาง ก็จองได้หมด”

ขณะที่บีก็เล่าว่าต้องจ้างชาวบ้านต่อคิวซื้อตั๋วให้เหมือนกัน โดยใช้วิธีหาคนรับจ้างบนช่องทางออนไลน์ โดยเฉพาะในกลุ่มต่างๆ บนเฟซบุ๊กที่มักมีคนลงประกาศรับจ้างต่อคิวซื้อตั๋ว

“พี่ไม่ได้หาตั๋วผ่านเอเจนต์ใหญ่ แต่เลือกจ้างชาวบ้านต่อคิวซื้อตั๋วให้เรา เพราะพี่มองว่าอย่างน้อยมันช่วยกระจายรายได้ไปสู่ชาวบ้าน คนลาวโดยทั่วไปไม่ได้มีเงินเดือนมาก ส่วนใหญ่อยู่ประมาณ 5,000 บาทต่อเดือน แต่พอเขามารับจ้างต่อคิวจองตั๋วก็ได้มาแล้วอย่างน้อยประมาณวันละ 100 บาท ซึ่งรวมๆ กันทุกวันก็อาจจะเยอะกว่าเงินเดือนที่เขาได้รับทั่วไป หรือไม่ก็เป็นรายได้เสริมให้เขาได้” บีกล่าว

“ที่เราจ้างคนในพื้นที่ไปต่อคิว เรตราคาก็จะต่างกันไปในแต่ละคน แล้วแต่ว่าเขาจะเรียกราคาเราเท่าไหร่ ส่วนมากก็จะเรียกเราใบละ 70-80 บาท แต่ถ้าช่วงไหนเป็นช่วงที่จองตั๋วยาก อย่างเช่นช่วงเทศกาล เขาก็จะเรียกค่าจ้างเพิ่มขึ้นเป็นใบละ 100 บาท” บีเล่า พร้อมชี้ว่าการมีต้นทุนในการจ้างคนต่อคิวจองตั๋วนี้เป็นปัจจัยหนึ่งที่ทำให้ธุรกิจรับจองตั๋วรถไฟต้องบวกราคาค่าตั๋วขึ้นไปในการขายให้กับลูกค้าที่ใช้บริการ โดยส่วนมากมักบวกราคาเพิ่มเข้าไปอีกประมาณ 100-200 บาท จากราคาหน้าตั๋วเดิมซึ่งอยู่ที่ 242,000 กีบ หรือประมาณ 570 บาท (จากสถานีเวียงจันทน์ไปสถานีหลวงพระบาง) ทำให้โดยทั่วไปการซื้อตั๋วรถไฟจากบริษัทรับจองตั๋วมักกำหนดราคาตั๋วไว้ที่ 750-800 บาท  

“ส่วนของพี่บวกราคาจากหน้าตั๋วขึ้นมา 100 บาท ซึ่งถ้าเราบอกลูกค้าไปแล้วว่าราคาไหน ก็ต้องเป็นราคานั้น ถ้าเกิดคนที่เรารับจ้างต่อคิวขอขึ้นค่าจ้างในวันนั้น พี่ก็ต้องยอมขาดทุนเลยนะ เพราะสำหรับเราที่เป็นเอเจนต์ อยู่ดีๆ เราไม่สามารถขึ้นราคาตั๋วได้ตามใจชอบ” บีอธิบาย

ทางด้านชัยก็เล่าว่าเขาบวกราคาเพิ่มจากหน้าตั๋วเหมือนกัน โดยหากเป็นคนทั่วไปจะบวกเพิ่มที่ใบละ 50,000 กีบ (ประมาณ 120 บาท) แต่ถ้าเป็นกลุ่มทัวร์ขนาดใหญ่จะต้องบวกเพิ่มใบละ 80,000 กีบ (ประมาณ 190 บาท) เนื่องจากการจองตั๋วหลายใบมีความเสี่ยงสูงกว่า จึงต้องเพิ่มค่าจ้างให้สำหรับคนรับจ้างต่อคิวในกรณีนี้

เคาน์เตอร์ขายตั๋วรถไฟหน้าสถานีรถไฟเวียงจันทน์

สำหรับคนทำธุรกิจรับจองตั๋วรถไฟลาวอย่างชัยและบี ความท้าทายที่สำคัญมากอย่างหนึ่งก็คือข้อจำกัดของระบบจองตั๋วที่จำกัดให้ 1 คนซื้อได้ไม่เกิน 3 ใบ ทำให้ในแต่ละวันต้องจ้างคนต่อคิวไว้หลายคน โดยบางครั้งในช่วงที่ได้รับออเดอร์เป็นจำนวนมาก ชัยเล่าว่าเคยต้องจ้างคนต่อคิวมากถึงประมาณ 20 คน

ในการคำนวณจำนวนคนที่ต้องจ้างต่อคิวในแต่ละวัน ชัยเล่าว่าบางทีก็ต้องเผื่อเหลือเผื่อขาดไว้บ้าง เพราะมีความไม่แน่นอนว่าทุกคนจะได้รับตั๋ว 3 ใบเท่ากันหมด เพราะแม้จะมีกฎกำหนดชัดเจนว่า 1 คนซื้อได้สูงสุด 3 ใบ แต่บางครั้งเจ้าหน้าที่ขายตั๋วกลับให้ซื้อได้ไม่ถึง 3 ใบ จึงสร้างความสับสนอยู่ไม่น้อย

“1 คนบางทีได้ 2 ใบบ้าง 3 ใบบ้าง คือบางคน เขาก็ขายให้แค่ 2 ใบ บางคนก็ให้ 3 ก็เลยไม่รู้ว่าตกลงเขาขายอย่างไรกันแน่” ชัยเล่า

อย่างไรก็ตาม ทั้งชัยและบีบอกตรงกันว่า พวกเขาหาซื้อตั๋วในจำนวนที่พอดีกับออเดอร์ที่ได้รับมาเท่านั้น โดยไม่มีการซื้อตั๋วเกินเพื่อมากั๊กรอขายต่อเก็งกำไร เนื่องจากมีความเสี่ยงที่จะหาลูกค้าซื้อต่อไม่ได้ และการนำตั๋วไปยกเลิกก็ยังต้องเสียค่าธรรมเนียม โจทย์สำหรับพวกเขาจึงอยู่แค่ว่าจะทำอย่างไรให้หาตั๋วมาได้ครบถ้วนตามจำนวนออเดอร์แบบไม่ขาดไม่เกิน

ลูกค้าต้องได้ตั๋วครบ แผนสำรองต้องมีเสมอ

“เรารับออเดอร์มาแล้วต้องมั่นใจว่าได้ครบแน่นอน ถ้าไม่แน่นอนนี่ตายเลย เพราะเขาจองรถ จองโรงแรม จองร้านอาหารกันไว้หมดเรียบร้อยแล้ว เพราะฉะนั้นเขาจองรอบนี้ เขาก็ต้องได้รอบนี้ ถ้าเราได้ไม่ครบจริงๆ เราก็ต้องไปหาจากตรงนั้นตรงนี้มาให้ครบให้ได้” ชัยกล่าว

ชัยเล่าต่อว่าเคยมีหลายครั้งที่ไม่สามารถหาตั๋วได้ครบตามออเดอร์ได้ ทำให้เขาต้องพยายามหาตั๋วทุกวิถีทาง ไม่ว่าจะด้วยการหาซื้อต่อจากคนอื่นหรือให้คนเฝ้าหน้าสถานีรถไฟเพื่อรอซื้อตั๋วที่ถูกยกเลิก

“บางทีต้องให้คนสแตนบายอยู่ที่สถานีเลย เพราะบางครั้งจะมีคนเดินทางไปขอยกเลิกตั๋วที่สถานี พอมีตั๋วที่ถูกยกเลิก เขาก็จะประกาศขึ้นกระดาน แล้วเราก็ต้องรีบเข้าไปซื้อตั๋วใบนั้นให้ได้” ชัยเล่า ก่อนจะบอกต่อว่า ถ้าหากพยายามทุกวิถีทางแล้วไม่สามารถหาตั๋วได้จริงๆ ก็จำใจต้องคืนเงินให้ลูกค้า

ขณะที่บีบอกว่าตัวเธอยังไม่เคยเจอปัญหาหาตั๋วได้ไม่ครบตามออเดอร์ แต่เธอเคยได้ยินประสบการณ์จากผู้ประกอบการเจ้าอื่นที่เคยหาตั๋วได้ไม่ครบ โดยเธอเล่าว่าพวกเขาต้องแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้าไปตามสถานการณ์

“เคยมีพาร์ตเนอร์ที่พี่รู้จัก หาตั๋วให้ลูกค้าได้ไม่ครบ เขาก็ต้องแก้ปัญหาให้ลูกค้าไปตามสถานการณ์ คือต้องหาลูกค้าเดินทางรอบอื่นที่มีตั๋วแทน ซึ่งก็เคยมีกรณีที่ว่าต้องแบ่งกลุ่มลูกทัวร์ สมมติกลุ่มแรกเดินทางรอบ 11 โมง อีกกลุ่มก็ต้องเดินทางตามไปรอบบ่ายโมง คือเขาต้องปรับแผนการท่องเที่ยวให้ลูกค้าไปตามตั๋วที่ได้มา” บีเล่า

แม้บีจะยังไม่เคยเจอประสบการณ์หาตั๋วให้ลูกค้าได้ไม่ครบ แต่เธอก็ไม่ประมาท เตรียมแผนสำรองไว้ทุกครั้งเผื่อกรณีที่ไม่สามารถหาตั๋วได้จริง โดยเธอเล่าว่า “ทุกทัวร์ที่มากับเรา เราต้องประกบด้วยรถตู้ตลอด หมายถึงว่าเราต้องติดต่อรถตู้สแตนบายไว้ เผื่อว่าสุดท้ายแล้วถ้าเราหาตั๋วไม่ได้จริงๆ เราก็ต้องเปลี่ยนแผนให้ลูกค้าเดินทางด้วยรถตู้แทน”

บีเล่าต่อว่าที่เธอไม่สามารถประมาทได้เป็นเพราะโอกาสที่ตั๋วเต็มเร็วกว่าที่คิดอาจเกิดขึ้นได้ตลอด โดยเฉพาะในช่วงเทศกาล และอีกสาเหตุที่สำคัญคือเป็นเพราะมีการซื้อตั๋วกั๊กไว้เพื่อขายต่อเก็งกำไร โดยเฉพาะในบรรดาบริษัททัวร์รายใหญ่ จนเกิดความไม่แน่นอนในจำนวนตั๋วสูง

“ถ้าเป็นการเดินทางที่เป็นกลุ่มทัวร์ขนาดใหญ่ ทางบริษัททัวร์จะมีช่องทางการซื้อตั๋วได้อีกแบบหนึ่ง คือทำใบเสนอซื้อตั๋วไปล่วงหน้าได้ประมาณ 1 อาทิตย์ ขณะที่ถ้าเราจองแบบทั่วไป เราจะจองได้ล่วงหน้าแค่เพียง 3 วัน แปลว่าเอเจนต์ทัวร์พวกนี้จะมีโอกาสได้ตั๋วก่อน ซึ่งในบางเที่ยว บริษัททัวร์ก็เหมาที่นั่งไปแล้วครึ่งหนึ่งของขบวน และบางเจ้าก็มีการซื้อตั๋วกั๊กไว้เพื่อกินกำไรด้วย ซึ่งเราจะไม่รู้ก่อนเลยว่าบริษัททัวร์พวกนี้ซื้อตั๋วล่วงหน้าในเที่ยวนั้นๆ ไปแล้วกี่ที่นั่ง แต่เราทุกคนจะมาเห็นจำนวนที่เหลือขายอยู่พร้อมกันก็คือวันที่เปิดจองเที่ยวนั้นวันแรกนั่นแหละ นี่เป็นเหตุผลหนึ่งว่าทำไมคนที่เป็นลูกค้าขาจรถึงได้หาซื้อตั๋วยากในหลายๆ เที่ยว เพราะฉะนั้นถ้าเกิดกรณีที่หาตั๋วไม่ได้ มันก็ต้องไปหาซื้อต่อจากเอเจนต์ใหญ่ๆ พวกนี้ ผู้ประกอบการธุรกิจรับซื้อตั๋วก็เหมือนกัน พอหาให้ลูกค้าได้ไม่ครบ ก็ต้องติดต่อถามบริษัทพวกนี้ไป” บีเล่า

ตั๋วรถไฟลาว

ด้วยความเสี่ยงในการไม่ได้ตั๋วรถไฟที่มีสูงมาก ทำให้ผู้ประกอบการธุรกิจรับจองตั๋วรถไฟรายเล็กๆ อย่างบีและชัย ต้องรับออเดอร์ในจำนวนที่ไม่เกินศักยภาพในการจัดหาตั๋วของตัวเอง และต้องคอยประเมินความเสี่ยงในแต่ละช่วงเวลา โดยชัยกล่าวว่า “ส่วนมากถ้าเป็นเที่ยวรถไฟวันอาทิตย์ที่วันเดินทางกลับของหลายคน ผมจะไม่รับออเดอร์เยอะมาก เพราะว่ามันเสี่ยง อันตรายเลย กลัวจะไม่ได้ตั๋ว วันศุกร์ก็เหมือนกันที่คนชอบเดินทางออกจากเวียงจันทน์ อันนั้นก็ไม่รับเยอะ”

“เอาเข้าจริง มันเป็นธุรกิจที่มีความไม่แน่นอนสูงมาก ตื่นเต้นตลอดเวลา มีบริษัททัวร์บางเจ้าที่เป็นเจ้าใหญ่มาก มีชื่อเสียงมานาน ตอนแรกก็เปิดบริการรับจองตั๋วรถไฟ แต่ปรากฏว่าเคยพยายามหาซื้อตั๋วให้กลุ่มทัวร์กลุ่มใหญ่แล้วหาไม่ได้ ก็เฟลเลย จนถึงขั้นประกาศว่าขอยกเลิกบริการรับจองตั๋วรถไฟในลาวไปเลย มันมีเรื่องแบบนี้เกิดขึ้น บางเจ้าบอกเราเลยว่า พี่ไม่เอาแล้วนะรถไฟในลาว เพราะปวดหัวกับระบบการจองมาก เขาถอดใจไปเลย” บีกล่าว

อนาคตระบบจองตั๋วออนไลน์
‘ประโยชน์’ หรือ ‘จุดจบ’ ของธุรกิจรับจองตั๋วรถไฟลาว?

เมื่อวันที่ 13 กันยายนที่ผ่านมา บริษัท รถไฟลาว-จีน จำกัด ได้ประกาศใช้แนวทางใหม่ ซึ่งระบุให้ผู้โดยสารต้องแสดงหนังสือเดินทางตัวจริงหรือสำเนาเพื่อซื้อตั๋วรถไฟ โดยมีการระบุชื่อผู้โดยสารบนตั๋วไว้อย่างชัดเจน ส่งผลให้ไม่สามารถขายต่อตั๋วรถไฟให้กับคนอื่นได้ ซึ่งบีมองว่าเป็นผลดี

“กฎนี้โอเคเลยนะ ก็เหมือนตั๋วเครื่องบินที่แสดงชื่อผู้โดยสารชัดเจน แล้วการซื้อตั๋วกั๊กไว้เพื่อไปขายต่อเก็งกำไรเป็นสิ่งที่ทำไม่ได้อีกต่อไป มันทำให้เราหาซื้อตั๋วให้ลูกค้าได้ง่ายขึ้น อย่างตอนนี้ก็มีตั๋วให้ซื้อได้อยู่ตลอดเลย” บีกล่าว

นอกจากนี้ บริษัท รถไฟลาว-จีน ยังเปิดเผยว่ากำลังอยู่ระหว่างการเดินหน้าพัฒนาระบบการจองตั๋วออนไลน์เพื่ออำนวยความสะดวกในการจองให้แก่ผู้โดยสาร โดยคาดว่าจะพร้อมให้ใช้งานภายในปลายปีนี้ แม้ในด้านหนึ่ง การมีระบบจองออนไลน์อาจทำให้นักท่องเที่ยวจองตั๋วด้วยตัวเองมากขึ้น และใช้บริการธุรกิจรับจองตั๋วรถไฟน้อยลง แต่บีกลับเห็นว่ามันจะเป็นประโยชน์มากกว่า

“มันอาจจะมีผลกับเราบ้างแหละ คนก็อาจใช้บริการเราน้อยลง แต่ต้องยอมรับว่ามันเป็นสิ่งที่ดีนะ และถ้าคิดอีกด้านหนึ่งคือเราก็จะได้จองตั๋วให้ลูกค้าของเราได้ง่ายขึ้นด้วย ถ้าว่าตามจริง บริษัททัวร์จะดีใจมากถ้ามีระบบออนไลน์ เขาจะได้ไม่ต้องมานั่งปวดหัว และวางแผนการเดินทางต่างๆ ให้ลูกค้าได้แน่นอนขึ้น” บีให้ความเห็น

อย่างไรก็ตาม การมีระบบจองตั๋วออนไลน์ก็เลี่ยงไม่ได้ที่จะกระทบต่อชาวบ้านที่เป็นผู้รับจ้างต่อคิวจองตั๋วตามสถานีรถไฟ เพราะทำให้บริษัททัวร์หรือนักท่องเที่ยวอาจไม่จำเป็นต้องจ้างพวกเขาอีกต่อไป

“พี่เคยคุยกับคนรับจ้างต่อคิวจองตั๋วรถไฟนะ จริงๆ ทุกคนก็รู้ว่าอนาคตจะเป็นแบบไหน แต่ในเมื่อตอนนี้มีช่องว่างที่ทำให้เขาสามารถทำรายได้ได้ เขาก็ทำไปก่อน แต่เขาก็เตรียมใจเผื่อการเปลี่ยนแปลงกันไว้อยู่แล้ว” บีกล่าว

ที่ขายตั๋วหน้าสถานีรถไฟเวียงจันทน์

นอกจากนี้ บีมองว่าอีกข้อจำกัดหนึ่งในระบบการจองตั๋วรถไฟลาวที่ควรมีการทบทวนก็คือการจำกัดให้จองตั๋วล่วงหน้าก่อนวันเดินทางได้ไม่เกิน 3 วัน ซึ่งทำให้ยากต่อการวางแผนการเดินทางที่แน่นอนทั้งสำหรับนักท่องเที่ยวและบริษัททัวร์ โดยบีเสนอว่าอาจขยายระยะเวลาให้จองตั๋วล่วงหน้าได้ไม่เกิน 7 วัน ซึ่งจะช่วยเพิ่มความสะดวกให้มากขึ้น

“การแก้ไขกฎระเบียบพวกนี้จะดีกับทุกฝ่าย โดยเฉพาะนักท่องเที่ยวที่จะได้รับความสะดวกมากขึ้น เขาจะแฮปปีกับการเดินทางในประเทศลาวมากขึ้น ซึ่งสุดท้ายมันก็คือผลดีต่อประเทศลาวและเศรษฐกิจลาวเอง” บีให้ความเห็น

MOST READ

World

1 Oct 2018

แหวกม่านวัฒนธรรม ส่องสถานภาพสตรีในสังคมอินเดีย

ศุภวิชญ์ แก้วคูนอก สำรวจที่มาที่ไปของ ‘สังคมชายเป็นใหญ่’ ในอินเดีย ที่ได้รับอิทธิพลสำคัญมาจากมหากาพย์อันเลื่องชื่อ พร้อมฉายภาพปัจจุบันที่ภาวะดังกล่าวเริ่มสั่นคลอน โดยมีหมุดหมายสำคัญจากการที่ อินทิรา คานธี ได้รับเลือกให้เป็นนายกรัฐมนตรีหญิงคนแรกในประวัติศาสตร์

ศุภวิชญ์ แก้วคูนอก

1 Oct 2018

World

9 Mar 2018

สีจิ้นผิงมาถึงจุดนี้ได้อย่างไร?

อาร์ม ตั้งนิรันดร วิเคราะห์เส้นทางการเมืองของสีจิ้นผิง ผู้นำสูงสุดของจีนที่สามารถรวบอำนาจมาอยู่ในมือได้สำเร็จเด็ดขาด สีจิ้นผิงมาถึงจุดนี้ได้อย่างไร? และสุดท้ายเขาจะพาจีนพังกันหมดหรือไม่?

อาร์ม ตั้งนิรันดร

9 Mar 2018

Economy

12 Dec 2018

‘รวยกระจุก จนกระจาย’ ระดับสาหัส: ความเหลื่อมล้ำทางเศรษฐกิจไทยในศตวรรษที่ 21

ธนสักก์ เจนมานะ ใช้ข้อมูลและระเบียบวิธีวิจัยใหม่ล่าสุดสำรวจสถานการณ์ความเหลื่อมล้ำไทยที่ ‘สาหัส’ เป็นอันดับต้นๆ ของโลก

ธนสักก์ เจนมานะ

12 Dec 2018

เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และสามารถจัดการความเป็นส่วนตัวเองได้ของคุณได้เองโดยคลิกที่ ตั้งค่า

Privacy Preferences

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

Allow All
Manage Consent Preferences
  • Always Active

Save