คุยกับ วิศรุต สินพงศพร เจ้าของเพจฟุตบอล วิเคราะห์บอลจริงจัง ที่คนไม่ดูบอลก็อ่านได้ ว่าด้วยที่มาที่ไปของเพจวิเคราะห์บอลจริงจัง คุยชีวิต การเขียนหนังสือ และเรื่อง ‘ลูกกลมๆ’ ทั้งในและนอกสนาม

101 ชวน วิศรุต สินพงศพร คุยในรายการ 101 One-on-One Ep.92 ท่ามกลางเพจกีฬามากมาย วิศรุตทำอย่างไรให้ ‘วิเคราะห์บอลจริงจัง’ ของเขาขึ้นมาเป็นเพจอันดับต้นๆ เนื้อหามหาศาลที่ข้นคลั่ก เขาย่อยอย่างไรให้อ่านสนุกย่อหน้าต่อย่อหน้า และเรื่องที่ว่าด้วยกีฬา ทำอย่างไรให้คนไม่ดูกีฬาอ่านแล้วอินได้ เขามองเห็นชีวิตแบบไหนในกีฬา

 

:: วิเคราะห์พรีเมียร์ลีกจริงจัง ::

 

 

‘ลิเวอร์พูล’ ปีที่แล้วลุ้นแชมป์กับแมนซิตี้ 29 ปีที่รอคอย แต่ไม่ได้แชมป์ เลข 29 ยังไม่สวยพอ ต่อมาปีนี้ครบ 30 ปีที่รอคอย แล้วถ้าลิเวอร์พูลจบด้วยการเป็นแชมป์จะเหมือนมีสคริปต์เลย คิดว่าปีนี้ลิเวอร์พูลมีโอกาสได้แชมป์ เจอร์เกน คล็อปป์ เป็นกุนซือที่แก้ไขข้อผิดพลาดของตัวเองได้ดีเสมอ ในยูฟ่าแชมเปียนส์ลีก 2 ปีที่แล้วเขามาไกลถึงนัดชิงชนะเลิศ เขาเห็นข้อผิดพลาดแล้วว่าโกลคือ ลอริส คาริอุส เล่นไม่ดี เสีย 2 ประตู เกมรับยังไม่ดีพอ ปีต่อมาซื้ออลีสซง เบ็คเกอร์ โกลแพงที่สุดในโลก 66 ล้านปอนด์ ก่อนจะโดน เกปา ทำลาย ปีต่อมาลิเวอร์พูลเป็นแชมป์ยุโรป พรีเมียร์ลีกฤดูกาลก่อนคล็อปป์เห็นปัญหาแล้วว่าไปเสมอเกมที่ไม่ควรเสมออย่างเลสเตอร์ พอมาปีนี้เจอเลสเตอร์ในบ้าน ลิเวอร์พูลก็ชนะ แล้วฤดูกาลก่อนเสมอเชลซี ปีนี้ก็บุกไปชนะเชลซี คล็อปป์บุกมากขึ้นเพื่อเก็บ 3 แต้ม แก้ข้อผิดพลาดในฤดูกาลที่แล้ว ลิเวอร์พูลเกือบได้แชมป์ยุโรปแล้วก็มาได้แชมป์ พรีเมียร์ลีกก็เคยเกือบได้ เลยคิดว่ามีทิศทางที่น่าจะได้แชมป์

‘แมนยู’ ฤดูกาลนี้ต้องประคองตัวก่อน โอเล กุนนาร์ โซลชาร์ ไม่ใช่คำตอบอยู่แล้ว แมนยูต้องเปลี่ยนโค้ชไม่ว่าช้าหรือเร็ว โซลชาร์ทำดีแค่ช่วงฮันนีมูน 10 เกมแรก แต่แทกติกไม่เพียงพอ การเลือกตัวผู้เล่น การเปลี่ยนตัวผู้เล่นช้า หลายอย่างยังไม่คลิก ฤดูกาลนี้ต้องประคองตัวให้จบที่ท็อป 6 ให้ได้ก่อน แล้วไปลุ้นแชมป์ยูโรปาลีกดีกว่า อยู่ที่ว่าแมนยูจะกลับมาได้หรือเปล่า ตัวผู้เล่นแมนยูไม่ถึงกับแย่ โกลคือ เด เคอา ท็อป 5 ของโลก กองหลังแพงสุดในโลกคือ แฮร์รี แม็คไกวร์ แบ็กขวาแพงสุดในโลกคือ อารอน วาน-บิสซาก้า ตัวอื่นๆ วิคตอร์ ลินเดอเลิฟถือว่าใช้ได้ ตัวผู้เล่นไม่เลวร้ายอยู่ที่โค้ชจะจัดยังไง แมนยูไม่ใช่ครึ่งล่างตารางแน่ ต้องท็อป 6

‘แมนเชสเตอร์ซิตี้’ เป็นทีมที่มีคุณภาพสูงสุดอยู่แล้ว ปัญหาเดียวคือปีนี้ตัวเจ็บเยอะเกินไป แอมริก ลาปอร์ตเจ็บถึงปีหน้า นิโคลัส โอตาเมนดี้ก็เจ็บ จอห์น สโตนส์เพิ่งหายเจ็บแต่เกมล่าสุดไม่ได้ลง เซ็นเตอร์แบ็กไม่เหลือสักคน อย่างเดียวที่จะหยุดแมนเชสเตอร์ซิตี้ได้คืออาการบาดเจ็บ ถ้าตัวผู้เล่นพร้อมสมบูรณ์จะหยุดยาก ลิเวอร์พูลโชคดีที่แมนเชสเตอร์ซิตี้ทำแต้มหลุดเยอะ ไปแพ้เกมที่ไม่ควรจะแพ้ ทำให้ลิเวอร์พูลมีโอกาส อยู่ที่ตอนนี้แมนเชสเตอร์ซิตี้จะมีตัวเจ็บเพิ่มไหม

‘เชลซี’ เปลี่ยนโค้ชมาใช้ แฟรงค์ แลมพาร์ด เกมแรกของฤดูกาลเจอแมนยูแพ้ 4-0 ส่ง เมสัน เมาท์ เป็นตัวจริงเลย ยิงไม่ได้ก็โดนวิจารณ์ แต่การยึดมั่นของเขาได้ผลเหมือนกัน เพราะตัวเยาวชนที่มาจากอคาเดมีของทีม 4 คนลงเล่นตัวจริงได้ดี มี เมสัน เมาท์, ฟิกาโย โทโมริ, คัลลัม ฮัดสัน-โอดอย และแทมมี อับราฮัม ขนาด คริสเตียน พูลิซิช ซื้อมาตั้งกี่ล้านปอนด์ยังเป็นตัวสำรองเลย เชลซีเป็นท็อป 4 อยู่แล้ว

‘อาร์เซนอล’ 3 วันดี 4 วันไข้ บทจะดีก็ดี บทจะเป๋ก็เป๋ไปเลย ที่ ปาทริซ เอฟรา บอกว่าเวลาเจออาร์เซนอลเขาไม่กลัวเลย เพราะทีมมีความเป็นเด็ก ไม่เคี่ยวพอ อาร์เซนอลเองก็คิดอย่างนั้นถึงจังหวะสำคัญแล้วเสียแต้มง่ายตลอด ปีนี้ก็คงท็อป 5

‘สเปอร์ส’ ช่วงหลังไม่รู้ปัญหาอยู่ตรงไหน ฟอร์มโดยรวมไม่ดี เกมล่าสุดเล่นในบ้านตัวเองก็เสมอ อาจต้องเคลียร์ปัญหาเรื่องเฮดโค้ช เมาริซิโอ โปเชตติโน อนาคตจะอยู่หรือเปล่า นักเตะหลายคนในทีมมีปัญหาเรื่องต่อสัญญา อย่าง คริสเตียน อีริคเซ่น, โตบี อัลเดอร์เวเริลด์, ยัน แฟร์ตองเกน ต้องมีความชัดเจนก่อน สมาธิถึงจะกลับมา

 

:: ติ่ง ธีรศิลป์ แดงดา ::

 

 

นักบอลคนแรกที่ชอบคือไมเคิล โอเวน ผมเชียร์ลิเวอร์พูลในยุคที่โอเวนเติบโตขึ้นมา ตอนย้ายไปแมนยูก็ใจสลาย คนที่เราชอบย้ายไปทีมคู่อริเบอร์หนึ่ง ทำไมไม่ย้ายไปทีมอื่น ทีมไหนก็ได้ พออยู่แมนยูแล้วเขาได้แชมป์ก็อาจเป็นทางเลือกของเขา ถ้าเขาไม่ไปแมนยูอาจเป็นตำนานของลิเวอร์พูลมากกว่านี้ แต่เขาอาจเลือกเอาโทรฟีมากกว่า ก็เป็นเจตจำนงของแต่ละคน

นักบอลอีกคนที่ชอบคือ ธีรศิลป์ แดงดา ผมเป็นติ่งเลย เขียนปกป้องเขาทุกครั้ง ธีรศิลป์สมัยเด็กเคยไปเก็บตัวที่แมนเชสเตอร์ซิตี้ ขณะที่นักเตะคนอื่นอย่าง สุรีย์ สุขะ กับ เกียรติประวุฒิ สายแวว กลับมาไทยเพราะไม่ได้ลง แต่ธีรศิลป์ขอสู้ต่อ จากอังกฤษไปฝึกที่กราสฮอปเปอร์ ซูริค สวิสฯ ทุกครั้งที่มีโอกาสเขาท้าทายตัวเองเสมอ ไปลาลีกา สเปน เล่นกับ อัลเมเรีย ทั้งที่โอกาสเป็นตัวจริงยากมาก แล้วไป ซานเฟรซเซ่ ฮิโรชิม่า ที่ญี่ปุ่น เขามีความทะเยอทะยาน ท้าทายตัวเองตลอด เราประทับใจ คนแบบนี้มันเจ๋ง

เมื่อก่อนธีรศิลป์เป็นนักเตะที่เร็วที่สุดในประเทศไทย เลี้ยงครึ่งสนาม สปรินต์ตัว หลบกองหลังได้ทุกคนเข้าไปยิง เก่งขนาดนั้นเลย พอไปสเปนอายุเริ่มเยอะต้องปรับการเล่นใหม่ จะไม่เห็นธีรศิลป์คนเดิมที่ทะลุทะลวง 7 ตัวแล้ว แต่เป็นสไตล์หันหลังเล่นบอล พักบอล จ่ายซ้ายจ่ายขวา ปรับไปตามอายุ ในจุดหนึ่งเราอาจมีพลังทะเยอทะยานทำโน่นนั่น แต่พอเวลาเปลี่ยนไปเราต้องปรับตัวใช้สไตล์ใหม่แต่ยังมีความเป็นตัวเองอยู่

โอเวนกับธีรศิลป์เป็นกองหน้าที่มีความเร็วจัดเหมือนกัน ใส่เบอร์ 10 เหมือนกัน ยิงประตูเยอะเหมือนกัน เล่นให้ทีมที่ชอบเหมือนกัน

 

:: ดูบอลด้วยความเข้าใจ ::

 

ความรู้สึกในการดูบอลจากวันแรกถึงวันนี้ไม่เหมือนเดิมแล้ว แพสชั่นยังมีอยู่แต่ดูบอลด้วยความเข้าใจมากขึ้น เราจะไม่ไปเถียงไปดราม่ากับใครแล้ว จะมีเด็กที่เป็นแฟนคนละทีมโต้เถียงด่าทอกัน ตอนเป็นเด็กเราก็เคยหัวร้อนเหมือนกัน แต่พออายุมากขึ้นก็เข้าใจว่ากีฬาเล่นเพื่อมิตรภาพ มีการแข่งขันจริงแต่สุดท้ายพอจบแล้วต้องมีความกล้าที่จะเป็นมิตรภาพ ต้องแยกแยะได้ มันเป็นแค่เกม นอกเกมก็อีกเรื่องหนึ่ง

ผมดูบอลสบายๆ ยังชอบไปดูในสนาม แต่จะดูเพื่อหาประเด็นมากขึ้น เช่น นักเตะคนนี้วิ่งไปกี่ กม. เกมนี้ส่งพลาดกี่ครั้ง ครอสบอลบ่อยไหม วันนี้แฟนบอลในสนามเล่นประเด็นอะไร ชูป้ายผ้าแปลกๆ ไหม ไม่ใช่แค่ดูเพื่อความเพลิดเพลิน

ผมเคยเป็นนักข่าวคนสุดท้ายที่อังกฤษของคิกออฟ ตระเวนดูบอลพรีเมียร์ลีก เขามีทีมฟุตบอลเป็นหมื่นทีม ลีกมี 24 เลเวล ทีมฟุตบอลมีความเชื่อมโยงกับชุมชนจริงๆ และสื่อมวลชนเขาเข้มแข็ง เขียนแล้วมีพลัง คอลัมนิสต์เก่งๆ เยอะมาก ทำให้ได้รู้โครงสร้างฟุตบอลอังกฤษ ได้เห็นวัฒนธรรม แต่สิ่งที่ไม่ชอบคือเราไม่มีบทบาทอะไรในวงการฟุตบอลเขาเลย เหมือนเป็นคนนอกเพราะเราเป็นนักข่าวต่างชาติ พอกลับมาก็คิดว่าอยากเขียนเกี่ยวกับฟุตบอลไทยมากขึ้นเพื่อจะได้มีพลังในการเปลี่ยนแปลง

 

:: เรียนรู้การเขียนจากนักเขียนในดวงใจ ::

 

 

นักเขียนในดวงใจคนไทยคือคุณสรจักร (สรจักร ศิริบริรักษ์) หนังสือที่เปลี่ยนชีวิตผมคือเรื่อง ‘เลี้ยงลูกอย่างไร ไม่ให้เป็นฆาตกร’ ตอนเรียนมหา’ลัยปี 2 ผมเจอเล่มนี้ในห้องสมุด เป็นเรื่องแปลที่เกิดขึ้นจริงของฆาตกรต่อเนื่อง เขาเล่าว่าฆาตรกรคนนี้ถูกพัฒนามาจากเด็กธรรมดาคนหนึ่งยังไง ถูกเลี้ยงมายังไง ปลูกฝังยังไงจึงเป็นฆาตกร แล้วตบท้ายว่าคุณจะทำยังไงไม่ให้ลูกเป็นฆาตรกร เราอ่านแล้วคิดว่าเรื่องจริงมีพลังโดยไม่จำเป็นต้องสร้างเป็นนิยาย อยู่ที่ว่าจะหาแง่มุมไหนแล้วคนอ่านจะได้อะไรตอนจบ ผมคิดว่าเขาเป็นครูและไล่ตามเก็บหนังสือสรจักรทุกเล่ม เป็นนักเขียนในดวงใจซึ่งท่านเสียชีวิตไปแล้ว

นักเขียนคนอื่นๆ จะชอบเป็นเล่มๆ ไป อย่างคุณวินทร์ เลียววาริณ เจ.เค.โรว์ลิ่งที่เขียนแฮร์รี่ พอตเตอร์สนุกมาก แต่อ่านเล่มอื่นแล้วไม่ค่อยประทับใจเท่าไหร่

ส่วนคอลัมน์นิสต์ชอบคุณมาริโน่ เมื่อก่อนอยู่สตาร์ซอคเก้อร์ ตอนนี้เขียนให้หลายที่อย่าง SPORTDesk. อีกคนคือคุณลูกแม่กิ่ง เขียนอยู่ The Standard เขามีทริกที่ผมทึ่งมาก จับเอาเรื่องที่ไม่เกี่ยวกับฟุตบอลโยงมาเข้าเรื่องฟุตบอลได้ มีทริกการเขียนโดยเล่าเรื่องเป็นบล็อกๆ ตัดสลับเหมือนหนัง ทำให้เห็นว่าการเขียนคอลัมน์สามารถพลิกแพลงได้เหมือนหนัง ไม่จำเป็นต้องเริ่มจากจุดเอไปจุดบี

อีกท่านที่ผมเคยไปอบรมคอร์สคอลัมนิสต์ด้วยคือ คุณยอดทอง-ยอดชาย ขันธะชวนะ ผู้บริหารสยามสปอร์ต เขาบอกว่าการเขียนบทความ สิ่งสำคัญที่จะทำให้คนมาอ่านคือชื่อเรื่อง แต่คนจะแชร์เพราะประโยคสุดท้าย บทความในสตาร์ซอคเก้อร์จึงทำตัวหนาประโยคสุดท้าย ผมเองบางครั้งเขียนจะเสร็จแล้วแต่คิดประโยคจบอยู่ 2-3 ชั่วโมง ถ้าจบไม่ดีคนจะไม่แชร์

 

:: อ่านให้มาก ทำงานให้ต่อเนื่อง ::

 

 

การเขียนทุกครั้ง ทั้งในเพจวิเคราะห์บอลจริงจัง การเขียนหนังสือเล่ม หรือเขียนให้ Workpoint News จะไม่เขียนโดยไม่มีจุดหมาย ต้องวางเอาท์ไลน์คร่าวๆ ว่าจะไปทิศทางไหน จะให้สารอะไรกับคนอ่าน ทำให้เส้นเรื่องไม่มั่วและไปสู่บทสรุปที่เราตั้งใจได้ คนที่เขียนยาวแล้วเป๋เพราะไม่ได้คิดว่าจะเริ่มตรงไหนและจบตรงไหน

งานลงเพจชิ้นหนึ่งเขียนขั้นต่ำ 5 ชั่วโมง เมื่อก่อนกิจวัตรประจำวันคือทำงานเสร็จ 4 ทุ่ม เริ่มเขียนงานลงเพจตอนเที่ยงคืนจนถึงเช้า นอน 6 โมงเช้า แล้วเที่ยงไปทำงาน พออายุมากขึ้นร่างกายเริ่มเปลี่ยนไป เลยต้องเปลี่ยนมาเขียนงานตอนเช้าแทน

การหาข้อมูลในการเขียนอย่างแรกคือพวกเว็บไซต์ แต่ที่คนจะมองข้ามคือหนังสือเล่ม ที่บ้านผมจะมีชั้นหนังสือเกี่ยวกับกีฬา หนังสือเล่มหนึ่งเล่าชีวิตนักกีฬาหนึ่งคนที่บางมุมไม่เคยเปิดเผยที่ไหน พอมีเหตุการณ์ที่เกี่ยวเนื่องเกิดขึ้นเราก็เขียนโยงได้ การจะย่อยข้อมูลได้เราต้องอ่านมากพอและมีข้อมูลในหัว เมื่อมีสถานการณ์สำคัญเกิดในโลกกีฬาเราก็เอาสิ่งที่อ่านมาเปรียบเทียบได้

ส่วนโฆษณาลงเพจผมคิดเสมอว่าต้องเขียนอะไรที่ทำให้เขารู้สึกว่าได้ประโยชน์จากการอ่านโฆษณาชิ้นนี้ ก็เลยเขียนยาวไม่แพ้คอนเทนต์ทั่วไป

เว็บพนันบอลก็มีติตต่อมาทุกวัน ตั้งแต่เพจ 5 พันไลก์ จะให้เดือนละ 2 หมื่นแต่ไม่ได้เอา เพราะถ้าเพจรับงานสีเทาไปแล้วจะรับงานจากแบรนด์ปกติยากขึ้น แต่ละคนก็มีทางของตัวเอง ตามเพจระดับหลักแสนไลก์ก็จะได้ข้อเสนอเดือนละ 8 หมื่น ถึง 1 แสนบาท แต่ผมมองว่าไม่ยั่งยืน อยากสร้างจุดยืนชัดเจนว่าจะไม่รับเว็บพนัน