วรพจน์ พันธุ์พงศ์ เรื่อง

กฤตพร โทจันทร์ ภาพประกอบ

สุมาลี เอกชนนิยม ภาพลายเส้น

 

นี่คือสิ่งน่าเบื่อหน่ายที่สุด

ผัดผ่อนได้ ผัดผ่อน เลี่ยงได้ พยามยามหลีกเลี่ยง จ่ายเงินว่าจ้างได้ ยอมจ้าง ใครบ้างล่ะจะชอบถอดเทป มันคือนรกชัดๆ

ซ้ำซาก เปล่าเปลือง เชื่องช้า กัดกร่อนเวลาชีวิต

มีเพียงคนโง่เท่านั้นที่ถึงทุกวันนี้ยังคงนั่งถอดเทป เฮ้ย พวกคนโง่ทั้งหลาย จงไปลงนรกเสียเถิด

 

ผมเริ่มต้นเป็นนักหนังสือพิมพ์ในปี 1993 จนถึงนาทีนี้แม้ชื่อเรียกการงานจะเคลื่อนขยับ แต่ตราบใดที่ยังไม่วางมือจากงานสัมภาษณ์ ถอดเทปเป็นกิจกรรมที่ผมย่อมรู้จักดี เข้าใจ เข้าใจจริงๆ ไม่ได้ล้อเล่น เข้าใจแบบถ่องแท้ พูดให้เว่อร์ๆ ไปอีกก็ได้ว่าทั้งประเทศไทย ทุกตำบล อำเภอ ทุกภูเขา แม่น้ำ ยันทำเนียบรัฐบาล ถ้าจะหาใครสักคนที่เข้าใจและเชี่ยวชาญเรื่องการถอดเทป คุณใส่ชื่อผมไปได้เลย

เพราะทำมานาน ทำด้วยตัวเองมาตลอด ทำซ้ำๆ อยู่นั่นแหละ ทำ ทั้งๆ ที่รู้ด้วยว่าโง่เขลา น่าเบื่อหน่าย เปล่าเปลือง เชื่องช้า เสียเวลาทำมาหากิน

และอีกเช่นกัน, ที่ผมตระหนักรู้อย่างถ่องแท้แจ้งประจักษ์ว่างานถอดเทปคือฤดูกาลในสรวงสวรรค์ น่ารื่นรมย์ น่าหลงใหล เสพติด

เป็นความซ้ำซากที่หลงรักแล้วเสพติด เลิกไม่ได้ ผ่อนปรนอนุโลมให้ผู้อื่นมาถอดให้ในบางครั้งก็ไม่ได้ ไม่ยอม ไม่เอา ไม่เอาโดยเด็ดขาด เรื่องอะไรจะยกทรัพย์สินอันมีค่าที่สุดให้ใครก็ไม่รู้

แปลกใช่ไหม ถอดเทปคืออะไรกันแน่ ทำไมแง่หนึ่งดูช่างชั่วร้ายเลวทราม แต่อีกมุมกลับงดงาม น่าหวงแหน น่าหลงใหล เอาอะไรมาแลกก็ไม่ยอม

แปลกประหลาด ทว่าแท้จริงก็อาจคล้ายหลายสิ่งอย่างในโลกนี้ เป็นความธรรมดา ธรรมชาติ เป็นกฎเกณฑ์แสนสามัญเหมือนโลกมีกลางวันกลางคืน เหมือนเหรียญมีสองด้าน ปัญหาของเราๆ ท่านๆ ก็คือกับสรรพสิ่งยิ่งสามัญ เรียบแบนไม่หวือหวา หรือยิ่งคุ้นชิน อยู่ใกล้ตัว เรามักมองเห็นด้านเดียว

ด้านที่มืด

โดยสถิติ ถอดเทปจึงมักเป็นกิจกรรมแห่งสัมพันธภาพเพียงระยะสั้น ระหว่างสื่อมวลชนคนหนึ่งกับเครื่องบันทึกเสียงของเขา หากอาวุธของจอมยุทธ์คือดาบ อาวุธของนักสัมภาษณ์ย่อมหมายถึงเครื่องบันทึกเสียง แต่ก็นั่นแหละ ความจริงเราต่างรับรู้กันดีว่ามีสื่อมวลชนสักกี่คนที่ตั้งใจใช้อาวุธมาอย่างต่อเนื่องยาวนาน ใช้เอง ถอดเอง

เท่าที่เห็น พอหน้าที่การงานเติบใหญ่ ร้อยทั้งร้อยก็มักเลือกเดินไปโลก ‘เลนเดียว’ คือใช้คนอื่นทำ ใช้คนอื่นถอด

ปากพร่ำพูดว่ารัก ชื่นชม เห็นคุณค่า

พูดว่า love แต่รังเกียจการ make love คุณเป็นคนชนิดนี้หรือเปล่า คุณอยากคบหาสมาคมกับคนเช่นนี้ไหม

 

ผู้ชมทางบ้านเขาไม่รับรู้ด้วยหรอก ว่าคุณ–สื่อมวลชนทำงานหนักแค่ไหน สัมภาษณ์ได้เรื่องได้รสเลอเลิศหรือเปล่า

จะรู้ก็ต่อเมื่อคุณ–สื่อมวลชนถอดเทปและเรียบเรียง เขียนออกมาให้อ่าน

สารที่อยู่ในเทปจึงสำคัญ

สารที่อยู่ในเทปจึงต้องถอดออกมาอย่างแม่นยำ ถูกต้อง

นึกออกใช่ไหมว่า ไม่ว่าสื่อมวลชนคนหนึ่งจะทุ่มเท เอาจริงเอาจัง และทำงานหนักแค่ไหน human error เป็นสิ่งที่เกิดขึ้นได้เสมอ ยังไงๆ ก็ต้องเกิด ต่อให้ระมัดระวังแล้ว ต่อให้รอบคอบพิถีพิถันแล้ว สัมภาษณ์มาเอง นั่งถอดเทปเอง มากบ้างน้อยบ้าง ยังไงๆ ก็มีข้อผิดพลาด ไม่ว่าอาจจะฟังผิด เข้าใจผิด คิดไปเอง

ไม่มีใครอยากทำผิดหรอก มันแย่ มันน่าละอาย มันเสียหาย แต่มนุษย์น่ะ มนุษย์แปลว่าผู้ไม่สมบูรณ์ เราหนีความผิดพลาดไม่พ้น หนียังไงก็หนีไม่ได้ สิ่งที่พอทำได้คือตั้งใจทำให้ดี พิถีพิถัน

แล้วดูสิ สัมภาษณ์มาเอง นั่งหลังขดหลังแข็งถอดเทปเอง ยังผิด

ประสาอะไรกับการใช้คนอื่น

เมื่อหลักการของเราคือความถูกต้อง แม่นยำ ผมคิดว่าจำเป็นที่นักสัมภาษณ์ต้องถอดเทปเอง ยอมเหนื่อยอีกหน่อย แต่มันจะได้งานที่ดีกว่า โอกาสผิดพลาดน้อยกว่า ผมไม่ปฏิเสธหรอก โลกนี้คงมีแหละ มีแน่ๆ นักรับจ้างถอดเทปหูเหล็กผู้มีความวิริยะ รับผิดชอบ ทำงานด้วยความละเอียดและละเอียดและละเอียด โคตรละเอียด ถอดเทปและพิมพ์ต้นฉบับสัมภาษณ์มาส่งชนิดพิสูจน์อักษรไม่ผิดสักคำ

งานดีๆ แบบนี้ผมชอบ.. ก็นะ ใครจะไม่ชอบ

แต่สู้ถอดเองไม่ได้หรอก

ถอดเองดีกว่า เชื่อสิ เพราะหนึ่ง, มนุษย์ใช้วัจนภาษา และอวัจนภาษา นักสัมภาษณ์ (สติปัญญาปกติ) เข้าใจว่าเวลาแหล่งข่าวทำหน้าตาแบบนี้ น้ำเสียงแบบนี้ ยักไหล่ ผายมือ แปลว่าอะไร เขารู้ เพราะเขาอยู่ตรงนั้น เป็นคนถาม เป็นคนฟัง เป็นคนตั้งใจเก็บข้อมูลทุกสิ่งทุกอย่าง สอง, การฟังซ้ำนั้นน่าเบื่อหน่าย แต่–ฟังซ้ำทำให้แยกแยะและคัดสรรได้เร็ว และลึก ว่าอะไรสำคัญ ไม่สำคัญ อะไรควรเก็บไว้เผยแพร่ส่งสาร อะไรเป็นเศษอาหารที่ควรละทิ้ง หรือเก็บไว้กินมื้ออื่น สาม, ถอดเทปเองหรือการยอมอดทนฟังซ้ำๆ เป็นขั้นตอนหรือด่านตรวจไปสู่การเขียนที่ดี

ศัพท์แสงวงการศาสนาเขาเรียก สุ. จิ. ปุ. ลิ. หมายความว่าการกระทำเช่นนี้มันครบถ้วนและเป็นเส้นทางของปราชญ์ ผมเป็นคน ‘ทางโลก’ ผู้ไม่นิยมอ้างคำพระ ขอใช้คำว่า ‘สายแข็ง’ ก็แล้วกัน ฟังมากๆ ใช้เวลานานๆ ไม่แข็งได้ไง

สี่, ข้อสุดท้าย ถอดเองคือการยืนยันในรัก

รักมันคืออะไร คือตับ ไต ไส้พุง–ใช่ไหม ก็อาจใช่ มันอยู่ที่คุณจะหาและให้ความหมาย

คำตอบแต่ละคนไม่จำเป็นต้องเหมือนกัน

 

ไม่ผิดเลย ที่สื่อมวลชนมือใหม่จะถูกใช้ถอดเทป

ผมก็เคยถูกใช้ สมัยหัดขีดเขียน เป็นนักข่าวใหม่ๆ

มันสมประโยชน์กันดีอยู่ ระหว่างการลดภาระ ย่นย่อเวลาทำงานของรุ่นพี่ และน้องฝึกงานก็จะได้แบบฝึก ได้บทเรียน ได้ลองฟังคำถามคำตอบ ก่อนถือดาบออกไปรบด้วยตัวเอง

ฝึกหนัก ฝึกมาเยอะ ย่อมมั่นใจเมื่อก้าวสู่สมรภูมิ

ไม่ผิดเลย หากคุณ–สื่อมวลชนรุ่นใหญ่จะใช้เงินว่าจ้าง ยิ่งหากสามารถค้นหาและครอบครอง เป็นเจ้าของนักถอดเทปหูเหล็กผู้มีความวิริยะ รับผิดชอบ ทำงานด้วยความละเอียดและละเอียดและละเอียด โคตรจะละเอียดได้ การมีมืออาชีพมาร่วมทีมเป็นสิ่งประเสริฐอย่างไม่ต้องสงสัย ถามดีอยู่แล้ว เขียนดีอยู่แล้ว กระดูกแข็งอยู่แล้ว มีคนมาช่วยถอด มันก็ดี

อืมม์ ง่ายดี

ทางใคร ทางมัน เราให้คุณค่ากันคนละอย่าง

ผมบอกว่าถอดเองคือการยืนยันในรัก แปลว่าอะไร..

รักของผมหมายความเชื่อมโยงถึง space and time รักของผมชื่นชมยินดีกับการใช้พื้นที่และเวลาร่วมกัน ไม่มีพื้นที่ เราจะล่องลอยอยู่ตรงไหน ไม่มีเวลา เราจะเอ่ยถ้อยคำรักได้อย่างไร

รัก ไม่น่าแปลว่าผลักออกไป รัก น่าจะหมายถึงการยืนยันอยู่ร่วม รัก ชอบกอดรัด สัมผัสนานๆ นานที่สุด

ไม่มีอะไรน่าเบื่อหน่ายเท่าการถอดเทปอีกแล้ว ข้อความนี้เป็นจริง

และในเวลาเดียวกัน ก็ไม่จริง

หน้าใสๆ ลำไส้มีขี้ปะปน–ผมเคยเขียนกวีวรรคนี้ ใช่, มันปะปนกันเสมอ เป็นข้อดีโดยแท้ที่โลกมีความปะปนและหลากหลาย ในร่างกายเดียวกัน บางจุดซ่อนเร้นน่าสนใจ บางจุดควรข้ามๆ ไป ไม่ต้องมองก็ได้ ไม่ต้องตั้งอกตั้งใจสูดดมบ้างก็ได้ กระทั่งควรกลั้นหายใจ ในบางพื้นที่ บางเวลา ก็ ถ้ามันเหม็น

ถอดเทปไม่เหม็นหรอก หอมเสียด้วยซ้ำ ถ้าเรานอนมาพอแล้ว พร้อมแล้วกับศึกหนัก

โดยลึกๆ ในความน่าเหนื่อยหน่าย ถึงจุดหนึ่งถอดเทปเป็นกิจกรรมซ้ำซากที่แปลกใหม่ เป็นกิจกรรมซ้ำซากที่หลงรักแล้วเสพติด เหมือนกิจกรรมอะไรสักอย่างของมนุษย์ที่ทำกันมานาน ทำซ้ำๆ (หรือต่อให้ไม่ซ้ำก็หนีไปไหนไม่ไกลหรอก) ทว่ายังคงหิว กระหาย โหยหา

จวนจะสามสิบปีในสนาม ผมรู้ว่ากิจกรรมถอดเทปน่าเบื่ออย่างไร แต่–ก็รู้สุนทรียรส รู้และไม่คิดจะเลิก รู้ หลง รัก

อีกเรื่องที่รู้ เรื่องสุดท้าย ผมคิดว่าเรื่องนี้สำคัญ นั่นคือถ้าสัมภาษณ์มาแล้วไม่ถอดเทปเอง วันหนึ่งงานจะหลุดมือ เอาไม่อยู่ ไม่สนุก และคุณ–นักสัมภาษณ์ต้องย้ายไปทำอาชีพอื่น (ซึ่งอาจเหมาะกว่า ดีกว่า รายรับมากกว่าก็ย่อมได้) ประเด็นคือมันสะท้อนความสัมพันธ์อันเปราะบาง จุดแตกหัก วันเลิกรา นึกออกใช่ไหมว่าถ้าไม่กอดรัด ก็หลุดมือ ถ้าไม่ยืนยันการอยู่ร่วมกัน ไม่มีเวลาให้แก่กัน สองมือที่เคยจูงมือจะค่อยหลุดห่าง ไกลออกจากกันไปเรื่อยๆ

ห่างไกล ทั้งๆ ที่เคยผูกพันชิดใกล้ กระทั่งสุดท้ายอาจกลายเป็นคนแปลกหน้า

ผมไม่ใช่คนรู้เรื่องราวความรักนักหรอก เท่าที่รู้ มันเป็นเช่นนี้

และเท่าที่รู้ ถ้าเราไม่ถอด คนอื่นก็ถอด และมันก็ยุติธรรมดีแล้วที่ทั้งนรกและสวรรค์ควรเป็นของใครคนนั้น.

Author

Worapoj Panpong

วรพจน์ พันธุ์พงศ์ - นักเขียน นักสัมภาษณ์ บรรณาธิการ กวี