วรพจน์ พันธุ์พงศ์ เรื่อง

กฤตพร โทจันทร์ ภาพประกอบ

 

ทำตัวให้เบาๆ เข้าไว้–ผมใช้คำนี้บอกตัวเองบ่อยๆ

ปัญหามันมีกันทุกคน เช่นเดียวกับเงื่อนไข ภาระ พันธะ จิปาถะที่สุมรุมเข้ามาทำให้ชีวิตยุ่งยาก วุ่นวาย ไม่มีเวลา ช่วงนี้ไปไหนไม่ได้ เดือนนี้แน่นเอี้ยดจริงๆ ปีนี้หนักหนาจริงๆ

ทุกคนมีเรื่องหนักใจ

วันนี้ใครไม่มีก็อย่ากังวล เพราะเดี๋ยวพรุ่งนี้มันก็มี

การลอยตัวอยู่เหนือโลก หรือไม่แบกอะไรไว้เลย เป็นไปไม่ได้หรอก เพียงแต่เราต้องหมั่นหาเหลี่ยมหามุม หาวิธีฝึกวิชาตัวเบา ลด ละ เลี่ยง เรื่องปัญญาอ่อน วิเคราะห์อะไรควรแบก อะไรควรแบ่ง แยก ปล่อย วาง

ทำตัวเบาๆ เอาไว้ได้เปรียบ

โปร่ง เบา และยามคับขันต้องเคลื่อนไหวให้เร็ว

 

ขอเพียงสิ่งดลใจบางอย่าง

 

เสือมันต้องใช้เวลาไตร่ตรองหรือเปล่านะ จังหวะที่เผอิญเจอกวางเคราะห์ร้ายเดินผ่าน..

สื่อมวลชนจำเป็นต้องไตร่ตรอง แต่อย่าช้า อย่าเรื่องเยอะ คิดแล้วต้องลุยเลย เพราะบางสถานการณ์ หรือกับบางคน มันอาจมีแค่นาทีนั้น

“ไปพัทยาด้วยกันมั้ย”

เราเจอกันหน้าห้องน้ำโรงแรมทาวน์อินทาวน์ยามพลบค่ำ เขามาร่วมงานประกาศรางวัลสีสันอะวอร์ดส์ ผมมาทำข่าว หลังงานเลิก เขาจะไปเล่นดนตรีต่อที่พัทยา

ไม่คิดว่าจะเจอ ไม่ได้นัดหมายล่วงหน้า ไม่มีการเตรียมตัวเตรียมใจใดๆ

พัทยานะไม่ใช่สะพานควาย ถามว่าไกลมั้ยก็ไกลอยู่เหมือนกัน และถ้าตัดสินใจไปแล้วก็ไม่รู้เลยว่ากลับเมื่อไหร่ ดึกดื่นคืนนี้ หรือพรุ่งนี้ จะกินจะนอนที่ไหน ยังไง

โดยไม่ต้องมีคำตอบ ผมเดินตาม พงษ์สิทธิ์ คำภีร์ ไปขึ้นรถตู้

นอกจากโชเฟอร์ ในรถมีเพียงผมกับเขา เราคุยกันไปตลอดทาง ถึงผับริมทะเล เขาขึ้นเวทีเล่นดนตรี ร้องเพลง เลิกราวๆ ตีหนึ่งเศษ ออกไปหาข้าวหาเหล้ากิน แล้วตีรถกลับกรุงเทพฯ ขณะแสงตะวันค่อยๆ ไต่เส้นขอบฟ้า

 

the portrait

 

อีกครั้ง, ผมนั่งอยู่ร้านกาแฟย่านอารีย์ ทำงานเพิ่งเลิก เตรียมเก็บข้าวของกลับที่พัก เพื่อนเดินผ่านมา ทักทายกันคำสองคำ เขาบอกว่ากำลังจะไปบ้าน ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ

“ไป ไปด้วยกัน”

ตอนนั้นธนาธรยังไม่ได้ทำพรรคอนาคตใหม่ ชื่อของเขาจำกัดอยู่ในโลกนักธุรกิจ และคนสนใจการบ้านการเมืองกลุ่มเล็กๆ ผมไม่รู้จักตัวตนหรือความคิดเขามากมาย นอกจากหนหนึ่งที่เคยนั่งฟังเขาพูดบนเวทีเฉพาะกิจในไร่ธารเกษมของ ลาว คำหอม รู้สึกว่าเขาเป็นคนกล้า พูดจาตรงไปตรงมาดี เป็นคนหนุ่มที่เต็มไปด้วยพลังและความเชื่อมั่น

มองในฐานะตัวละครตัวหนึ่งที่น่าคุยน่าสัมภาษณ์ ธนาธรน่าสนใจอย่างไม่ต้องสงสัย ทั้งนี้ก็ต้องดูรายละเอียดอีกที ว่าควรทำในกาลเทศะไหน เขายินดีเปิดตัวเปิดใจหรือเปล่า เหนืออื่นใด คงมีสื่ออื่นๆ อีกหลายสำนักจ้องตาเป็นมัน กระทั่งผมเองก็ย้ายออกจากเมืองหลวงมาแรมปี ฉะนั้น ถามว่าการจะสัมภาษณ์ธนาธรเป็นเรื่องง่ายดายใช่มั้ย ตอบได้ทันทีว่าไม่ง่าย

เพื่อนไม่เฉลยหรือบอกเล่าว่าไปทำไม วาระไหน บอกแต่ว่า–ไป ไปด้วยกัน

เวลาเลิกงานในกรุงเทพฯ ระยะทางจากอารีย์ไปย่านบางนา ถึงมีรถไฟฟ้า การเดินทางก็ไม่น่าสนุก ยังไม่นับว่าลงรถไฟฟ้าแล้วต้องต่อแท็กซี่ไปอีก

ไปทำไม จะไปเจออะไรบ้าง

ผมเก็บทุกคำถามพับไว้ในใจ แล้วไปกับเพื่อน

มองย้อนจากวันนี้ ใครจะคาดคิดว่านั่นคือวันแจ้งความในใจและปรึกษาหารือเรื่องก่อตั้งพรรคอนาคตใหม่ คือจุดเริ่มต้น คือภาพแรก คือโจทย์สำคัญ อันที่สุดนำมาซึ่งการทำหนังสือสัมภาษณ์เขาทั้งเล่ม

–portrait ธนาธร

 

ณ ที่เกิดเหตุ

 

ครั้งที่สามของการมาปัตตานี เราเลือกลงที่สถานีโคกโพธิ์

รถไฟเสียเวลาไปกว่าชั่วโมง แต่นั่นดูจะเป็นผลดีกับเพื่อนของเราที่ไม่ต้องกุลีกุจอมากในการขับรถออกมารับ ชีวิตนักข่าวก็อย่างที่รู้ ยิ่งนักข่าวหนุ่มโสด ค่ำคืนเป็นเวลาสามัญที่คล้ายหัวใจรู้สึกกระตือรือร้นเป็นพิเศษ สมองคิดอ่านได้รวดเร็ว ผิดกับช่วงเช้าๆ ..

เขายกมือสวัสดี และเดินอ้อมรั้วลวดหนามมาหาเรา

ทักทายกันเสร็จ เพื่อนหนุ่มช่วยยกกระเป๋าสัมภาระวางท้ายรถประจำศูนย์ข่าว ยังไม่ทันที่รถจะเคลื่อนตัวออกจากสถานีรถไฟ เขาแจ้งข่าวว่าระเบิดเพิ่งลงกลางเมืองเมื่อชั่วโมงที่ผ่านมา

“เห็นว่ามีครูตายด้วยนะพี่” นักข่าวหนุ่มเล่า

ผมบอกให้เขาเปลี่ยนเป้าหมายจากที่พัก มุ่งหน้าไปยังร้านน้ำชาริมถนนปะนาเระ ที่เกิดเหตุ’

 

ไทยมุงเบียดกันหลบสายฝนพรำๆ อยู่ใต้ชายคาตึกแถวทั้งสองฝั่งถนน บ้างมุดลอดเชือกสีเหลืองที่มีข้อความว่า DANGER เข้าไปดูใกล้ๆ ทหารถือปืนเวรยามไม่มีท่าทีของการหวงห้าม เขาคงถือว่าไม่มีอะไรน่ากังวลแล้ว ตำรวจสิบกว่านายยังอยู่ในอาการเคร่งเครียด บ้างเก็บเหล็กเส้นสะเก็ดระเบิด บ้างถ่ายภาพบันทึกหลักฐาน

รถกระบะที่จอดไว้คนละฟากถนนพรุนด้วยสะเก็ดระเบิด ยางแตกสองล้อ เจ้าของรถบ่นเซ็งชะตาชีวิต เพิ่งถอยออกมาเมื่อไม่นาน ต้องส่งเข้าอู่ซ่อมเสียแล้ว

พ.ต.อ.อดุลย์ แสงสิงแก้ว ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 4 ยืนให้สัมภาษณ์ในวงล้อมสื่อมวลชน ใกล้ๆ กับมอเตอร์ไซค์ฮอนด้าเวฟ พาหนะต้นเหตุซึ่งพังแทบไม่เหลือซาก รถทหารคันที่มาซื้อกับข้าวยางแตกล้อหนึ่ง ประตูพรุน กระจกหน้าแตกกระจายเกลื่อนถนน ผู้คนละแวกใกล้เคียงแลกเปลี่ยนข้อมูลกันเท่าที่รู้เห็นมีส่วนร่วม เลือดสีแดงข้นนองพื้นอยู่หลายจุด ทั้งที่ดึงสายยางมาฉีดล้างบ้างแล้ว มันยังเห็นเป็นคราบคาว รถบนถนนติดเป็นแพ ผู้โดยสารบางคนบ่นอุบเพราะถูกมอเตอร์ไซค์รับจ้างปล่อยทิ้งกลางทาง ฝูงนกนางแอ่นบินฉวัดเฉวียนบนฟ้า

ชายชราในบ้านที่ใกล้จุดระเบิดมากที่สุดนั่งซึมเหม่อเพียงลำพัง ผนังบ้านเขาเป็นแผลนับร้อย

ถ้าไม่มีเหล็กนี้บัง ผมคงไม่รอด” หนุ่มคนงานร้านข้างๆ เล่า

ครูเบ็ญจวรรณ พรหมณี และครูนันทนิษฎ์ สิตะหิรัญ เสียชีวิตคาที่

เช่นเดียวกับ สุทธิศักดิ์ จุติรักษ์ พลทหารที่มาจอดรถซื้อกับข้าว เพื่อนของเขาอีกสองนาย บาดเจ็บสาหัส

น่าสงสารครูเบ็ญจวรรณ ..เห็นว่าท้องได้ 5 เดือนแล้ว” เพื่อนครูจากโรงเรียนจ้องฮั้วบอกผม มือข้างหนึ่งของเขาถือรองเท้าสตรีสีขาวที่เปรอะเปื้อนรอยเลือด

“เก็บไปให้ครู” เขาพูดเบาๆ

‘ขอสันติสุขจงมีแด่ท่าน’ หน้าแรก บทแรกในหนังสือ ‘ที่เกิดเหตุ’ บันทึก 1 ปี ในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ (พิมพ์ครั้งแรก เมษายน 2006) เปิดเรื่องแบบนี้

ผมจงใจลอกมาให้ดูยาวๆ เพื่อบอกเล่าวิถีเคลื่อนที่เร็ว บอกเล่าร่องรอย วงล้อ และรายละเอียดของการงาน

บางสถานการณ์มันกะเกณฑ์หรือรอคอยไม่ได้ คิดนานๆ ก็ไม่ได้ จะเอางานมันต้องไว เจอแล้วต้องรีบกระโจนลงไปในสนาม

วางเรื่องอื่นไว้ก่อน

ลืมความเหนื่อย พักภาระ ผ่อนผันพันธะ นาทีนี้มีเพียง ‘เราและงาน’

โดยทั่วไปงานสื่อ/สัมภาษณ์ยืนอยู่ด้วยการนัดหมายล่วงหน้า เป็นข้อตกลง มีขั้นตอนเตรียมตัว ออกแบบ วางแผน แต่ด้วยธรรมชาติของงานสื่อ/สัมภาษณ์อีกเช่นกัน ที่เป็นเรื่องของสถานการณ์เฉพาะหน้า ต้องตัดสินใจนาทีนั้น เอาไม่เอา–เอายังไง–เอาแค่ไหน

ช้าแล้วจบเลย

หลุด ผ่าน ละลาย

ช้าแปลว่าไม่มี

ช้า บางทีถูกหมาคาบ –gone with the dog

 

ผู้ชนะ ?

 

ไม่มีใครออกมาจากกระบอกไม้ไผ่หรอก เราท่านล้วนมีห่วงรัดล้อม ไม่ว่าครอบครัว คนรัก พันธะ ภาระ การงาน มีความจำเป็นและมีความไม่จำเป็น ไม่เข้าท่า ไม่เป็นโล้เป็นพาย ทั้งที่บอกสอนตัวเองครั้งแล้วครั้งเล่า ทั้งที่ดิ้นรนตะเกียกตะกายจะไปข้างหน้า พยายามทำตัวให้เป็นวัวงาน ฝันอยากวิ่งให้ไวเป็นรถไฟความเร็วสูง แต่ความจริงก็ยังงกๆ เงิ่นๆ และเชื่องช้าเป็นเต่าป่วย

โซ่แส้อะไรสักอย่างฉุดรั้งไว้เสมอ

ข้ออ้างอะไรบางอย่างขวางกั้นไว้เสมอ

ผมพ่ายแพ้โซ่แส้นั้นตลอด มีข้ออ้างข้างๆ คูๆ เป็นประจำ ขณะเดียวกันก็ไม่พอใจเลย ไม่เป็นสุข มีชีวิตต่อไปไม่ได้ ถ้าต้องจมอยู่กับไฟปรารถนาที่งอมืองอเท้า อืดอ้วน ไม่ออกแรง

ใครหลายคนคงเป็นเหมือนกัน ตอนไหนควรหยุดพัก ผัดผ่อน ตอนไหนควรออกวิ่งให้ไว ในเกม หากวาดหวังชัยชนะเราคงต้องจับจังหวะให้ได้ ในเกม ต้องเท่าทันเกม ไม่ทันก็ขยันฝึกฝน ฝึกให้เป็นนิสัย ฝึกจนเป็นลมหายใจเข้าออก

วิชาตัวเบาและการเคลื่อนที่เร็วเหมือนความสัมพันธ์มาๆ หายๆ ไม่มีใครกอดรัดไว้ได้จริง วันนี้เอาอยู่ พรุ่งนี้ก็ไม่รู้จะยังไง มันเคลื่อนไหวและมีชีวิตของมัน เชื่องเพียงชั่วคราว พยศเป็นนิรันดร์ อยากได้อยากเป็นต้องหมั่นสมาทาน มีสติ มีสมาธิ และเตรียมพร้อมทุกเวลา พร้อมทุกสถานการณ์

ปรัชญาของการเคลื่อนที่เร็วคือพร้อมโจมตี

ทำตัวให้เบาๆ เข้าไว้–ผมเชื่อในทัศนะนี้ และสดุดีคนทำงานหนัก.

Author

Worapoj Panpong

วรพจน์ พันธุ์พงศ์ - นักเขียน นักสัมภาษณ์ บรรณาธิการ กวี