fbpx
ทุนมนุษย์: ยิ่งลงทุนเร็ว ยิ่งคุ้มค่า

ทุนมนุษย์: ยิ่งลงทุนเร็ว ยิ่งคุ้มค่า

ชลิดา หนูหล้า เรื่อง

กฤตพร โทจันทร์ ภาพประกอบ

 

ปฏิเสธไม่ได้ว่า การลงทุนใน ‘ทุนมนุษย์’ (human capital) นั้นจำเป็นอย่างยิ่งทั้งต่อบุคคลและสังคม งานวิจัยจำนวนมากยืนยันว่า การลงทุนในทุนมนุษย์ โดยเฉพาะอย่างยิ่งการพัฒนาและจัดการศึกษาขั้นพื้นฐานแก่เด็กและเยาวชนซึ่งเป็นกลุ่มเปราะบางทางสังคมนั้นให้ผลลัพธ์ที่ ‘คุ้มค่า’ กล่าวคือ มีแนวโน้มที่จะได้ผลตอบแทนจากการลงทุนมากกว่าเงินที่ลงทุน

แม้การลงทุนในทุนมนุษย์จะคุ้มค่าเพียงใด แต่ภายใต้ทรัพยากรอันจำกัด คำถามสำคัญที่ยังคงต้องหาคำตอบคือ เราควรลงทุนในทุนมนุษย์อย่างไรจึงคุ้มค่าและยั่งยืนที่สุด

ในการประชุมวิชาการนานาชาติเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา: ปวงชนเพื่อการศึกษา (The International Conference on Equitable Education: All for Education) วีระชาติ กิเลนทอง คณบดีคณะการศึกษาปฐมวัย มหาวิทยาลัยหอการค้าไทยอ้างถึงผลการศึกษาหนึ่งของ เจมส์ เจ. เฮกเมน (James J. Heckman) นักเศรษฐศาสตร์เจ้าของรางวัลโนเบลผู้ชี้ว่า “การลงทุน (ในทุนมนุษย์) ที่เร็วกว่านั้น ย่อมให้ผลตอบแทนที่สูงกว่าด้วย” การลงทุนในการจัดการศึกษาและการให้ความช่วยเหลือที่เหมาะสมแก่เด็กปฐมวัยจึงเป็นแนวทางการลงทุนในทุนมนุษย์ที่มีประสิทธิภาพที่สุด

 

กราฟแสดงผลตอบแทนของการลงทุนในการจัดการศึกษาแก่เด็กปฐมวัย

กราฟแสดงผลตอบแทนของการลงทุนในการจัดการศึกษาแก่เด็กปฐมวัย เริ่มตั้งแต่อยู่ในครรภ์ (Prenatal)[1]

 

ความคุ้มค่าของการลงทุนด้านการศึกษา

 

แนวความคิดดังกล่าวสอดคล้องกับความเห็นของผู้ร่วมอภิปราย ได้แก่ อีริก ฮานูเชค (Eric Hanushek) นักเศรษฐศาสตร์ที่ชี้ว่าเศรษฐกิจไม่อาจเติบโตโดยปราศจากการจัดการศึกษาที่มีประสิทธิภาพ เพราะคุณภาพของแรงงานในสังคมนั้นๆ ย่อมกำหนดอัตราเร็วของการเติบโตทางเศรษฐกิจ โดยอย่างน้อย ผู้เรียนทุกคนต้องมี ‘จำนวนปีที่มีคุณภาพ’ อันหมายถึงการมีโอกาสร่วมกิจกรรมการเรียนรู้ที่มีคุณภาพในโรงเรียนมากที่สุดเท่าที่เป็นไปได้

อีริกเสริมอีกด้วยว่า ผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศที่มีรายได้ปานกลาง เช่น ไทย บัลแกเรีย ตุรกี อาร์เจนตินา ฯลฯ นั้นอาจเติบได้กว่าร้อยละ 10 ในอนาคตเพียงเพิ่มทักษะพื้นฐาน อาทิ การรู้หนังสือ แก่ประชากร เพราะเพียงส่งเสริมให้ประชากรซึ่งเป็นกลุ่มเปราะบางที่สุดทางสังคมรู้หนังสือเท่านั้นก็เป็นก้าวแรกสู่การเรียนรู้ด้วยตนเอง การพัฒนาฝีมือแรงงาน และการศึกษาในระดับสูงขึ้นต่อไป

ความเห็นของไมเคิล คาชิค (Michael CaCich) ยิ่งสอดคล้องกับกราฟข้างต้น โดยผู้แทนจากมูลนิธิ Educate a Child ซึ่งเป็นมูลนิธิเพื่อส่งเสริมการเข้าถึงการศึกษาที่มีคุณภาพของเด็กๆ ทั่วโลกกล่าวว่า “หนึ่งในการค้นพบของมูลนิธิ คือการลงทุนในการพัฒนาผู้ปกครองเด็ก โดยเฉพาะแม่ นำมาซึ่งพัฒนาการที่ดีกว่าของลูก และผลตอบแทนจากการลงทุนดังกล่าว สูงกว่าปริมาณการลงทุนแน่นอน” เพราะการลงทุนในการพัฒนาผู้ปกครองเด็กช่วยเพิ่มการลงทุนในการศึกษาของลูกโดยผู้ปกครอง จึงมีประสิทธิภาพในการขจัดภาวะโภชนาการต่ำ การขาดแคลนทุนทรัพย์ และนำมาซึ่งการส่งเสริมการเรียนรู้ของลูก การสรรหาสื่อการเรียนรู้ การมีสัมพันธภาพที่ดีในครอบครัว เป็นต้น

 

คอขวดของการลงทุนในทุนมนุษย์ของไทย

 

อย่างไรก็ตาม วีระชาติชี้ว่า ผลสำรวจการรู้หนังสือ การคิดคำนวณ และภูมิหลังทางเศรษฐกิจและสังคมของเด็กปฐมวัยโดยกองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษาตลอด 3 ปีนี้แสดงปัญหาการลงทุนในทุนมนุษย์อย่างชัดเจน โดยขณะนี้ ข้อมูลของเด็กปฐมวัยราว 13,000 คน ใน 25 จังหวัดทั่วประเทศชี้ว่า เด็กปฐมวัยมากกว่าร้อยละ 30 ในหลายจังหวัดรู้หนังสือน้อยมาก (มีคะแนนทดสอบต่ำกว่าร้อยละ 25) และในหลายจังหวัดเช่นกันที่เด็กปฐมวัยมากกว่าร้อยละ 20 คิดคำนวณได้น้อยมาก

 

แผนที่แสดงกลุ่มชาติพันธุ์ในไทย

แผนที่แสดงกลุ่มชาติพันธุ์ในไทย

 

ข้อสังเกตประการหนึ่งจากผลสำรวจดังกล่าว คือจังหวัดที่ประสบปัญหาข้างต้นมักเป็นจังหวัดขนาดใหญ่ หรือประกอบด้วยหลายกลุ่มชาติพันธุ์ การจัดการศึกษาจึงอาจไม่ทั่วถึง โดยเฉพาะในพื้นที่ห่างไกล และเด็กจำนวนมากอาจเข้าไม่ถึงการศึกษาด้วยอุปสรรคทางภาษา และการขาดแคลนทุนทรัพย์ เช่น เชียงใหม่ กาญจนบุรี สุรินทร์ ศรีสะเกษ ยะลา ปัตตานี นราธิวาส ฯลฯ

ด้วยเหตุนี้ วีระชาติจึงร่วมมือกับกองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษาเพื่อขับเคลื่อนโครงการ ‘ไรซ์ไทยแลนด์’ หรือโครงการลดความเหลื่อมล้ำด้วยการศึกษาปฐมวัยที่มีคุณภาพ (Reducing Inequality through Early Childhood Education in Thailand: REICE Thailand) ซึ่งเน้นทดลองใช้หลักสูตรการศึกษาปฐมวัยที่ได้รับการพัฒนาเป็นพิเศษในศูนย์พัฒนาเด็กเล็กท้องถิ่น โดยการส่งเสริมพัฒนาการของเด็กปฐมวัยในพื้นที่ห่างไกลหรือเป็นกลุ่มเปราะบางทางการศึกษาผ่านโครงการดังกล่าวมีผลลัพธ์น่าพอใจ นำไปสู่การผลักดันให้เพิ่มศูนย์พัฒนาเด็กเล็กท้องถิ่นในพื้นที่อื่นๆ

อย่างไรก็ตาม อุปสรรคสำคัญประการหนึ่งคือการขาดแคลนบุคลากรทางการศึกษาที่เข้าใจหลักสูตรการศึกษาปฐมวัยที่ได้รับการพัฒนาแล้วข้างต้น และมีแรงจูงใจในการทำงานเพื่อพัฒนาเด็กปฐมวัยร่วมกับชุมชนในพื้นที่ห่างไกล ซึ่งสอดคล้องกับความกังวลของผู้ร่วมอภิปรายที่ต่างกล่าวว่า หนึ่งในการลงทุนในทุนมนุษย์ โดยเฉพาะกลุ่มเปราะบางทางสังคมที่ยั่งยืนที่สุด คือการประกันว่าพวกเขาจะสามารถเข้าถึงการศึกษาที่มีคุณภาพ หรือการจูงใจให้ครู หรือบุคลากรทางการศึกษาที่สามารถจัดการเรียนรู้ได้อย่างมีประสิทธิภาพทำงานเพื่อช่วยเหลือพวกเขานั่นเอง

 

YouTube video

วิดีโอแนะนำโครงการ และความเห็นของผู้ปกครองเด็กในศูนย์พัฒนาเด็กเล็กในตำบลต่างๆ

 

แต่ละประเทศมีแนวทางจูงใจครูและบุคลากรทางการศึกษาให้ปฏิบัติหน้าที่ในพื้นที่ห่างไกลแตกต่างกัน แม้ยังมีข้อถกเถียงว่าแนวทางใดมีประสิทธิภาพและยั่งยืนที่สุด หนังสือ Improving the conditions of teachers and teaching in rural schools across African countries โดยสถาบันนานาชาติเพื่อเพิ่มพูนสมรรถนะภูมิภาคแอฟริกาของยูเนสโกก็ได้แนะแนวทางที่เป็นไปได้ในการจูงใจครูและบุคลากรทางการศึกษาให้จัดการเรียนรู้แก่เด็กๆ ในพื้นที่ห่างไกลในทวีปแอฟริกา ดังนี้[2]

 

Improving the conditions of teachers and teaching in rural schools across African countries

หนังสือ Improving the conditions of teachers and teaching in rural schools across African countries

 

ประการแรก หนังสือเล่มนี้ชี้ว่าการพัฒนาสภาพแวดล้อมการทำงานของครูในพื้นที่ดังกล่าว สำคัญต่อการสร้างแรงจูงใจอย่างยิ่ง โดยครูควรได้รับค่าตอบแทนโดยคำนึงถึงคุณค่าของการอุทิศตนเพื่อสังคมและวิชาชีพ รวมถึงมีค่าตอบแทนเพิ่มเติมที่แปรผันตามอุปสรรคในการปฏิบัติหน้าที่ เพื่ออำนวยความสะดวกในการปฏิบัติการสอนแก่ครู อาทิ ค่าเดินทาง เพราะในปัจจุบัน ครูจำนวนไม่น้อยเผชิญการเลือกปฏิบัติ และการได้รับความนับถืออย่างไม่เท่าเทียมซึ่งแปรผันตามจำนวนเงินเดือน ครูในเมืองใหญ่ซึ่งมีแนวโน้มได้รับค่าตอบแทนมากกว่า จึงได้รับการยอมรับมากกว่าครูในชนบท ส่งผลให้ครูผู้เสียสละขาดแรงจูงใจในการปฏิบัติหน้าที่ และมีทัศนคติเชิงลบต่อวิชาชีพ

ค่าตอบแทนแก่ครูและบุคลากรทางการศึกษาจึงควรลดหลั่นโดยคำนึงถึงอุปสรรคที่ครูแต่ละคนต้องเผชิญอย่างยุติธรรม โดยต้องครอบคลุมค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมจากความเสียเปรียบทางสังคมและเศรษฐกิจในพื้นที่นั้นๆ ด้วยเหตุนี้ จึงต้องประเมินความเสียเปรียบทางสังคมและเศรษฐกิจในแต่ละพื้นที่อย่างระมัดระวัง เพราะแต่ละโรงเรียนแม้ในพื้นที่เดียวกัน เช่น ในเมืองเดียวกัน ในมณฑลเดียวกัน ฯลฯ ก็ย่อมมีอุปสรรคที่ครูต้องเผชิญแตกต่างกัน มีความได้เปรียบและเสียเปรียบแตกต่างกันเช่นกัน

หนังสือเล่มนี้ยังชี้ว่า การจัดสรรสวัสดิการและเครื่องอำนวยความสะดวกแก่ครูผู้เลือกพัฒนาเด็กที่เป็นกลุ่มเปราะบางทางสังคมก็สำคัญต่อการจูงใจครูเหล่านั้น โดยหนึ่งในสวัสดิการและเครื่องอำนวยความสะดวกที่จำเป็นคือบ้านพักสำหรับครู โดยเฉพาะครูเพศหญิงที่มีความเสี่ยงถูกล่วงละเมิดทางเพศ รวมถึงการจัดสรรทรัพยากรทางการศึกษาที่จำเป็น การฝึกอบรม ห้องสมุดออนไลน์ การประชุมทางไกล เป็นต้น เพื่อสนับสนุนการพัฒนาตนเองของครู อันจะส่งผลดีต่อการพัฒนาเด็กๆ ในพื้นที่ห่างไกลต่อไป

สุดท้ายนี้ หนังสือยังเน้นความสำคัญของการมีส่วนร่วมของชุมชนในการบริหารและกำหนดทิศทางดำเนินงานของโรงเรียน โดยอาจมีการแต่งตั้งสมาชิกชุมชนให้ดำรงตำแหน่งคณะกรรมการบริหารสถานศึกษา สมาชิกชุมชนเหล่านี้ยังสามารถระดมความช่วยเหลือจากชุมชนในกรณีที่จำเป็นอย่างทันท่วงที  อาทิ การซ่อมแซมอุปกรณ์การศึกษา และเป็นผู้ชักชวนครูและบุคลากรทางการศึกษาในโรงเรียนให้เข้าร่วมกิจกรรมต่างๆ ในชุมชน จนเติบโตเป็นส่วนหนึ่งของชุมชนนั้นๆ ในที่สุด แนวทางดังกล่าวจึงไม่เพียงประกันความปลอดภัยและสวัสดิภาพของครูในพื้นที่ห่างไกลซึ่งเป็นแรงจูงใจประเภทหนึ่งได้เท่านั้น ทว่าส่งเสริมสุขภาพจิตและความเป็นอยู่ที่ดีของครูผู้อุทิศตนเพื่อสังคมได้อีกด้วย

การศึกษาเป็นก้าวแรกในการพัฒนามนุษย์ อย่างไรก็ตาม การศึกษาไม่อาจพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ได้อย่างยั่งยืนโดยปราศจากการพัฒนาตนเอง การลงทุนในทุนมนุษย์ นอกจากหมายถึงการลงทุนเพื่อพัฒนาศักยภาพเด็กและเยาวชนแล้ว จึงหมายถึงการลงทุนเพื่อพัฒนาบุคลากรผู้มีองค์ความรู้ ทักษะ และความมุ่งมั่นในการพัฒนาผู้อื่นต่อไปด้วย การลงทุนในทุนมนุษย์จึงไม่เพียงเป็นการจัดสรรงบประมาณจำนวนมหาศาลโดยคำนึงถึงบทบาทของทรัพยากรมนุษย์ในการเติบโตทางเศรษฐกิจ ทว่าเป็นการจัดสรรงบประมาณจำนวนดังกล่าวอย่างรอบคอบ เพื่อเสริมสร้างศักยภาพของ ‘ทุนมนุษย์’ ผู้มีหน้าที่พัฒนา ‘ทุนมนุษย์’ อย่างครอบคลุม และเต็มเม็ดเต็มหน่วย

ทุกการลงทุนมีความเสี่ยง ผู้ลงทุนจึงควรศึกษาข้อมูลก่อนตัดสินใจ การลงทุนในทุนมนุษย์ – ที่แม้ให้ผลตอบแทนคุ้มค่ากว่าการลงทุนอื่นประเภทอื่น – ก็เช่นกัน

 

 

อ้างอิง

[1] ที่มา: The Heckman Curve

[2] ที่มา: Improving the conditions of teachers and teaching in rural schools across African countries

 


ผลงานชิ้นนี้เป็นส่วนหนึ่งของความร่วมมือระหว่าง กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.) และ The101.world

MOST READ

Social Issues

27 Aug 2018

เส้นทางที่เลือกไม่ได้ ของ ‘ผู้ชายขายตัว’

วรุตม์ พงศ์พิพัฒน์ พาไปสำรวจโลกของ ‘ผู้ชายขายบริการ’ ในย่านสีลมและพื้นที่ใกล้เคียง เปิดปูมหลังชีวิตของพนักงานบริการในร้านนวด ร้านคาราโอเกะ ไปจนถึงบาร์อะโกโก้ พร้อมตีแผ่แง่มุมลับๆ ที่ยากจะเข้าถึง

กองบรรณาธิการ

27 Aug 2018

Social Issues

21 Nov 2018

เมื่อโรคซึมเศร้าทำให้อยากจากไป

เรื่องราวการรับมือกับความคิด ‘อยากตาย’ ผ่านประสบการณ์ของผู้ป่วยโรคซึมเศร้า คนเคียงข้าง และบทความจากจิตแพทย์

ศุภาวรรณ คงสุวรรณ์

21 Nov 2018

Social Issues

22 Oct 2018

มิตรภาพยืนยาว แค้นคิดสั้น

จากชาวแก๊งค์สู่คู่อาฆาต ก่อนความแค้นมลายหายกลายเป็นมิตรภาพ คนหนุ่มเลือดร้อนผ่านอดีตระทมมาแบบไหน ‘บ้านกาญจนาฯ’ เปลี่ยนประตูที่เข้าใกล้ความตายให้เป็นประตูสู่ชีวิตที่ดีกว่าได้อย่างไร

ธิติ มีแต้ม

22 Oct 2018

เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และสามารถจัดการความเป็นส่วนตัวเองได้ของคุณได้เองโดยคลิกที่ ตั้งค่า

Privacy Preferences

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

Allow All
Manage Consent Preferences
  • Always Active

Save