fbpx

แฮร์รี่ พอตเตอร์ ฉบับแปลไทย กับ ทักษิณ ชินวัตร: จากผู้ร่ายเวทย์สู่พ่อมดผู้ถูกล่า

แฮร์รี่ พอตเตอร์ กับ ศิลาอาถรรพ์  (แปลไทย พิมพ์ครั้งแรก 2543) ได้สร้างกระแสฟีเวอร์ให้กับวรรณกรรมเยาวชนแบบที่ไม่เคยเป็นมาก่อน อย่างน้อยก็ในสังคมไทย จากวรรณกรรมที่เคยขึ้นหิ้งและอ่านกันอยู่เงียบๆ กลับกลายเป็นกระแสโด่งดัง ไม่เพียงเท่านั้น ยังทำให้สำนักพิมพ์นานมีบุ๊คส์ที่ก่อตั้งในปี 2535 ทำกำไรได้อย่างมหาศาล (อันที่จริงสำนักพิมพ์นี้มีฐานเดิมมาจากบริษัทเครื่องเขียนที่เรารู้จักกันในนาม ‘ตราม้า’ นั่นเอง) ทั้งที่ผ่านปีที่ฟองสบู่แตก เผชิญวิกฤตต้มยำกุ้งมาไม่นาน และความยากเข็ญทางเศรษฐกิจยังตามหลอกหลอนแทบทุกวงการ แม้กระทั่งวงการสิ่งพิมพ์ ความสำเร็จของแฮร์รี่ พอตเตอร์ จึงสะท้อนความมหัศจรรย์ของวรรณกรรมรุ่นใหม่นี้ ที่น่าสนใจคือหนังสือเล่มนี้ต่างจากวรรณกรรมแปลทั่วไปที่มักจะเป็นหนังสือที่โลกอ่านกันมานานแล้ว ส่วน แฮร์รี่ พอตเตอร์ เป็นกระแสของโลกที่แปลมาให้คนไทยอ่านกันแทบจะไม่หนีกับที่โลกนี้ได้เข้าชมสวนอักษรเหล่านี้

ชีวิตทางวรรณกรรมของแฮร์รี่ พอตเตอร์ในสังคมไทยย่อมมีเส้นทางของมันเอง วรรณกรรมเยาวชนเล่มใหม่นี้ ถือว่าได้รับผลพวงจากการเข้มงวดเรื่องลิขสิทธิ์งานแปลมากขึ้น หลังจากที่มีการออก พระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2537 ต่างจากวรรณกรรมยุคก่อนที่ไม่ได้เคร่งครัดเรื่องนี้ การได้รับลิขสิทธิ์แปลจึงเป็นโอกาสสำคัญทางธุรกิจที่ต่างไปจากยุคก่อนด้วย

หลังรัฐธรรมนูญ 2540 และ เยาวชนในฐานะความหวังของชาติ

หลังรัฐธรรมนูญ 2540 มีความคาดหวังของสังคมที่จะสร้างสังคมคุณภาพในแง่มุมต่างๆ เรื่องเด็กและเยาวชนก็เช่นกัน ขณะนั้นมีการผลักดันกฎหมายที่เกี่ยวกับเด็กและเยาวชน เช่น พระราชบัญญัติคุ้มครองเด็กและเยาวชน พ.ศ.2546 เช่นเดียวกับระบบสอบเข้ามหาวิทยาลัย นั่นคือ ระบบเอนทรานซ์ยุคใหม่ช่วงปี 2542-2548 เพื่อต้องการลดความเครียดของนักเรียน มีการจัดสอบ 2 ครั้ง เก็บคะแนนสะสมไว้ได้ ต่างจากก่อนหน้านั้นที่สอบครั้งเดียวในรอบปี[1]

คำขวัญวันเด็กจากเดิมที่เน้นไปที่วินัยและคุณธรรม เช่นปี 2543 และ 2544 ในสมัยของชวน หลีกภัย ที่ซ้ำกันถึงสองปี อย่าง “มีวินัย ใฝ่เรียนรู้ คู่คูณธรรม นำประชาธิปไตย” ก็เปลี่ยนไปสู่ “เรียนให้สนุก เล่นให้มีความรู้ สู่อนาคตที่สดใส” ในปีถัดมา หลังจากที่ ‘ทักษิณ ชินวัตร’ ขึ้นดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี

เวทมนตร์พ่อมดของทักษิณ ชินวัตร

ต้องเข้าใจด้วยว่าปี 2540 นอกจากความซบเซาทางเศรษฐกิจแล้ว กระแสชาตินิยมที่มาพร้อมกับความผิดหวังและความเข้าใจว่าเศรษฐกิจพังทลายจากการโจมตีค่าเงินบาทของชาวต่างชาติ รวมไปถึงการสร้างฉันทามติร่วมกันผ่านรัฐธรรมนูญฉบับประชาชน ทำให้เกิดแสงสว่างท่ามกลางความมืดมิด อย่างน้อยก็ในสายตาชนชั้นกลาง

สถานภาพของทักษิณขณะนั้น เรียกได้ว่าเป็นผู้นำแห่งความหวังของสังคมไทย เขาเป็นนักธุรกิจผู้มีภาพลักษณ์ทันสมัย มีความอินเตอร์ หนังสือ ทักษิณ ชินวัตร อัศวินลูกที่สาม (2536) ได้เล่าให้เห็นชีวิตอันน่าสนใจของชายหนุ่มผู้ชอบเครื่องจักรในวัยเด็ก แต่ต้องมาเรียนตำรวจเพื่อไปเป็นข้าราชการ ก่อนจะตัดสินใจออกมาทำธุรกิจและกลายเป็นผู้มั่งคั่งที่น่าจับตา ด้วยลีลาการทำธุรกิจที่น่าตื่นตาตื่นใจ หนังสือขายดีเล่มนี้ทำให้เกิดหนังสืออีกเล่มคือ ตาดูดาว เท้าติดดิน (2542)

ภาพที่ทักษิณไปชมรายการเดี่ยวไมโครโฟน เมื่อปี 2538 ทั้งยังถูกแซวบนเวทีนั้นในฐานะที่ร่ำรวยมาจากธุรกิจโทรคมนาคม การขายโทรศัพท์มือถือ หรือการที่อุดม แต้พานิช ล้อเลียนท่ายืนอยู่บนโพเดี้ยมแล้วชี้นิ้ว ย่อมแสดงให้เห็นถึงความเป็นบุคคลสาธารณะของเขาได้เป็นอย่างดี

ในแฮร์รี่ พอตเตอร์ สำนักพิมพ์เลือกที่จะใช้ 3 คนดังเขียนคำนิยมก่อนจะเข้าเรื่อง นั่นคือ ทักษิณ ชินวัตร (เกิดปี 2492 อายุ 51 ปี), กัญจนา ศิลปอาชา (เกิดปี 2503 อายุ 40 ปี) และศุ บุญเลี้ยง (เกิดปี 2505 อายุ 38 ปี) คนแรกเป็นนักธุรกิจทางโทรคมนาคมผู้ประสบความสำเร็จและกำลังจัดตั้งพรรคไทยรักไทย คนที่สองคือรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ และคนที่สามคือศิลปินอารมณ์ดี ทั้งหมดน่าจะเป็นภาพตัวแทนของคนรุ่นใหม่ที่สังคมไทยพอจะรู้จัก โดยเฉพาะทักษิณที่กำลังเป็นที่จับตาของสังคมไทยว่า เขาจะก้าวเดินต่ออย่างไร เมื่อตั้งพรรคการเมืองเพื่อท้าชิงตำแหน่งแชมป์กับนักการเมืองรุ่นเก่า ภายใต้กติกาใหม่ที่กำลังจะเกิดขึ้น

ทักษิณระบุในคำนิยมของแฮร์รี่ พอตเตอร์ว่า “โลกปัจจุบันเป็นโลกของสังคมข่าวสารและความรู้ คนที่มีความรู้และความรู้รอบตัวจะเป็นคนที่ได้เปรียบและเห็นโอกาสที่จะสร้างอนาคต อย่างที่เรียกว่า Knowledge is Power ดังนั้นการอ่านคือหัวใจสำคัญของการแสวงหาความรู้และพัฒนาตัวเอง ปรัชญาการศึกษาสมัยใหม่จะเป็นการเรียนรู้ตลอดชีวิต (Life-long learning) ส่งเสริมให้คนศึกษาหาความรู้ได้ไม่มีที่สิ้นสุด เพื่อจะได้พัฒนาคนของชาติให้ทันยุคทันสมัยและทันคน (ชาติอื่น)”[2]

ส่วนคำนำของกัญจนา ศิลปอาชา จากพรรคชาติไทย ที่ขณะนั้นดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีช่วยว่าการศึกษาธิการ ได้สะท้อนให้เห็นว่าสำนักพิมพ์เองพยายามจะเชื่อมโยงกับอำนาจรัฐในขณะนั้นอย่างไร ส่วน ‘คมนิยำ’ จาก ศุ บุญเลี้ยง ก็เป็นตัวแทนศิลปินอารมณ์ดีที่มีภาพลักษณ์ช่างฝัน เขาเขียนว่า “มันไม่ใช่เรื่องเด็กๆ หรือวรรณกรรมเยาวชนเท่านั้น แต่น่าจะเหมาะสำหรับคนทุกวัยที่หัวใจยังไหวโอนกับจินตนาการ” หรือ “เน้นอีกทีว่าหนังสือเล่มนี้ไม่ใช่เพียงเด็กและเยาวชนที่สมควรอ่าน แต่ต้องนับรวมผู้ใหญ่เข้าไปด้วย (อาจวงเล็บว่า ผู้ใหญ่ไม่ควรอ่านโดยลำพังแต่ควรอยู่ในความดูแลของเด็กๆ”

การที่ทักษิณได้รับเกียรติให้เขียนคำนิยมในการพิมพ์ครั้งแรก ย่อมแสดงให้เห็นว่าเขาคือบุคคลสำคัญคนหนึ่ง ขณะนั้นทักษิณอายุเพียง 51 ปี แม้ว่าเขาจะทดลองบทบาททางการเมืองในฐานะการทำงานกับพรรคพลังธรรมมาก่อน และดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ

แฮร์รี่ พอตเตอร์ไม่เพียงเป็นวรรณกรรมเยาวชนที่ยอดขายถล่มทลายไปทั่วโลก แต่ยังรวมถึงในสังคมไทยด้วย การที่มีคำว่า “คำนิยม พันตำรวจโท ดร.ทักษิณ ชินวัตร หัวหน้าพรรคไทยรักไทย” โปรยอยู่ ย่อมแสดงให้เห็นถึงความคาดหวังอะไรบางอย่างจากสำนักพิมพ์

ในที่สุดพรรคไทยรักไทยก็เอาชนะพรรคเก่าแก่อย่างประชาธิปัตย์ได้อย่างหมดจด ‘ทักษิณฟีเวอร์’ เห็นได้ชัดจากเหตุการณ์ต่างๆ  โดยเฉพาะเมื่อเขาเจอคดีซุกหุ้น ก็มีผู้คนจำนวนมากให้กำลังใจและหวังให้เขารอดพ้นคดีเพื่อจะได้เป็นหัวหอกในการนำประเทศชาติผ่านพ้นวิกฤตในช่วงที่ประเทศติดอยู่ในหล่มโคลน

พอมาถึงเล่มที่ 2 แฮร์รี่ พอตเตอร์กับห้องแห่งความลับ ทักษิณก็ได้เป็นผู้เขียนคำนิยมอีกครั้ง แต่ครั้งนี้เขาอยู่ในฐานะนายกรัฐมนตรีแล้ว ครานี้คำว่า “พันตำรวจโท ทักษิณ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี มอบคำนิยมแก่เยาวชนไทย” โปรยอยู่บนหน้าปก เหนือชื่อ สุมาลี ผู้แปลเสียอีก การตัดคำว่า ‘ดร.’ ออกไปนั้น เข้าใจได้ว่าเกี่ยวข้องกับการใช้คำนำหน้าในระบบราชการที่ ดร.ไม่ถูกนับ ยิ่งเมื่อเปิดดูภายในเล่มจะเห็นว่า หน้าคำนิยมนั้นจะมีตราสัญลักษณ์ของสำนักนายกรัฐมนตรีอยู่เหนือคำว่า ‘คำนิยม’ และไม่มีคำนิยมจากผู้อื่นมาประกบอีกเหมือนเล่มแรก

ในครั้งนั้นทักษิณเขียนไว้ว่า “การที่ผู้เขียนได้สร้างให้แฮร์รี่ พอตเตอร์เป็นเด็กที่มีจิตใจอ่อนโยน มีน้ำใจและมีคุณธรรม เท่ากับเป็นการสอดแทรกคติสอนใจให้เยาวชนได้ตระหนักว่า “ค่าของคนอยู่ที่คุณงามความดี” และ “ธรรมะย่อมชนะอธรรม”…การฝึกให้เด็กๆ รักการอ่าน และรักที่จะผจญภัยไปกับโลกหนังสือด้วยตัวของเขาเอง จะช่วยพัฒนาให้เขาเติบโตขึ้นเป็นคนที่รักในการเรียนรู้ ปัจจุบันโลกของเราเป็นโลกของสังคมข่าวสารและความรู้ คนที่มีความรอบรู้จะเป็นคนที่ได้เปรียบและเห็นโอกาสที่จะสร้างอนาคต ผมหวังเป็นอย่างยิ่งว่าหนังสือชุดแฮร์รี่ พอตเตอร์นี้ จะเป็นส่วนหนึ่งที่ช่วยจุดประกายการรักการอ่านหนังสือและรักที่จะเรียนรู้ให้เกิดแก่เด็กและเยาวชนไทยของเราตลอดไป”[3]

สังคมไทยตอนนั้นมีแนวคิดเกี่ยวกับการเรียนรู้ของเด็กและเยาวชนที่น่าสนใจอย่าง PLEARN ที่มาจาก PLAY และ LEARN[4] อันนำไปสู่การเรียนรู้และความสนุกไปด้วยกัน ที่เราเห็นได้ชัดที่สุดก็คือการจัดตั้งสำนักงานบริหารและพัฒนาองค์ความรู้ (องค์การมหาชน) (สบร. หรือ OKMD) เมื่อปี 2547[5] อันเป็นองค์กรร่มใหญ่ของสถาบันการเรียนรู้ต่างๆ เช่น มิวเซียมสยาม, TK Park หรือ TCDC ซึ่งล้วนแต่เป็นองค์กรใหม่ๆ ที่ตอบโจทย์การเรียนรู้แทนระบบราชการที่ทำมาแต่เดิมแบบกรมศิลปากรที่เราเห็นผ่านพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติบ้าง หอสมุดแห่งชาติบ้าง

ล่าพ่อมด ทักษิณ ชินวัตร กับ ยุคเสื่อมของความหวังอันก้าวหน้า

แฮร์รี่ พอตเตอร์มีกระแสความนิยมต่อเนื่อง ตั้งแต่ปี 2543 มาจนถึงปี 2550 ที่เป็นภาคสุดท้ายคือ แฮร์รี่ พอตเตอร์ กับ เครื่องรางยมทูต เนื้อเรื่องโดยรวมแสดงให้เห็นการต่อสู้ระหว่างฝ่ายธรรมและอธรรมที่มีศูนย์กลางอยู่ในโลกของพ่อมดแม่มด เรารู้กันดีว่า ในประวัติศาสตร์ตะวันตกพ่อมดและแม่มดคือ คนนอก และเป็นภัยคุกคามต่อชุมชนทางศาสนามาตั้งแต่สมัยยุคกลาง คำศัพท์อย่าง ‘ล่าแม่มด’ เป็นที่รู้จักกันดีในยุคหลังในฐานะการตัดสินโทษของบุคคลด้วยวิธีการแบบ ‘ศาลเตี้ย’ ในแฮร์รี่ พอตเตอร์ฉบับแปลไทย ทักษิณยังได้รับฉายาในปี 2548 ว่า ‘พ่อมดมนต์เสื่อม’ จากผู้สื่อข่าวทำเนียบรัฐบาลอีก[6] แต่ในความหมายว่า เดิมภาพลักษณ์ของเขาคือคนเก่งและเนรมิตได้ทุกเรื่อง กลับกลายเป็นพ่อมดที่ใช้แต่อารมณ์

สิ่งที่น่าสังเกตคือ ก่อนภาคสุดท้าย แฮร์รี่ พอตเตอร์ กับเจ้าชายเลือดผสม (2548) ยังคงมีคำนิยมของทักษิณอยู่ แต่ในภาคสุดท้าย กลับไม่มีคำนิยมของทักษิณอีกต่อไปแล้ว ก็อาจเข้าใจได้ว่าทักษิณไม่อยู่ในตำแหน่งนายกรัฐมนตรีแล้ว แต่อีกด้านหนึ่งก็คือมันเป็นผลลัพธ์จากการรัฐประหาร 2549 ที่น่าตกใจคือมันเป็นรัฐประหารที่กลับมาอีกครั้งหลังจากที่ห่างหายไปนานถึง 15 ปี ก่อนจะเกิดเหตุ ทักษิณ ชินวัตร กลายเป็นเป้าหมายแห่งความเกลียดชังของชนชั้นกลาง ทั้งจากการดำเนินนโยบายทางการเมืองที่ประสบปัญหา รวมไปถึงการเกิดม็อบมวลชนที่รู้จักกันในนาม ‘พันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย’ การขับไล่ทักษิณ และการล้อเลียนเหยียดหยามทักษิณในข้อหาร้ายแรงอย่างขายชาติ หรือกระทั่งหมิ่นพระบรมเดชานุภาพ เกิดขึ้นอย่างรุนแรงเกินกว่าจะจินตนาการได้[7] เนื้อเพลง ‘ไอ้หน้าเหลี่ยม’ ที่มีท่อนฮุกว่า “สี่เหลี่ยมมีสี่ด้าน คนหน้าด้านไอ้หน้าเหลี่ยม ลิ่วล้อสิงคโปร์โตก มันจะตกนรกกะลาหัวไม่เจียม” [8] ย่อมวัดกระแสความเกลียดชังของคนเหล่านี้ได้อย่างตรงไปตรงมา

นอกจากนั้นสิ่งที่ตามมาจากรัฐประหาร 2549 ก็คือการลดบทบาทองค์กรเรียนรู้ต่างๆ อย่างมิวเซียมสยามลง และมีข้อเสนอให้ยุบ TCDC เข้ากับมิวเซียมสยามอีกด้วย อาจเพราะนั่นคือมรดกของรัฐบาลไทยรักไทยที่สร้างมา

ไม่เพียงเท่านั้น การตีพิมพ์ซ้ำ แฮร์รี่ พอตเตอร์ในภาคก่อนหน้านั้น ตั้งแต่ปี 2549 เป็นต้นไป คำนิยมโดยทักษิณก็ถูกตัดออกไป ราวกับว่าทักษิณไม่เคยมีปฏิสัมพันธ์กับสิ่งเหล่านี้ และในครั้งหลังๆ ก็ไม่ปรากฏคำนิยมจากนักการเมืองผู้ใดอีกเลย

ทักษิณ ชินวัตร จึงตกที่นั่งเป็น ‘พ่อมด’ ในสายตาของมวลชนอยู่ 2 ช่วง ช่วงแรกคือพ่อมดผู้ร่ายเวทย์ทางการเมือง เปลี่ยนแปลงประเทศไทยให้ก้าวไปข้างหน้า ทั้งยังเป็นผู้กอบกู้วิกฤตของประเทศที่ต่อเนื่องมาจากช่วงพิษเศรษฐกิจ และช่วงต่อมาคือพ่อมดผู้ชั่วร้ายที่สมควรถูกกำจัดโดยไม่ต้องเลือกวิธี ซึ่งวิธีที่เขาถูกปราบดันเป็นวิธีที่เลวร้ายมากที่สุดในการเมืองสมัยใหม่ นั่นก็คือ ‘การรัฐประหาร’ ที่ลัดวงจร ทำลายสิ่งที่ประชาชนร่วมสร้างกันมาตลอด นั่นคือระบอบประชาธิปไตย

ทิ้งท้าย

จะด้วยอะไรก็แล้วแต่ ในสังคมไทยหลังการรัฐประหาร สิ่งที่เยาวชนจะได้พบก็คือระบบสอบคัดเลือกเข้ามหาวิทยาลัยแบบใหม่ (อีกครั้ง) และหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน ปี 2551 ส่วนแรกยังคงสร้างปัญหามาอย่างยาวนานจนถึงทุกวันนี้เพราะมีการเปลี่ยนแปลงมาอีกหลายรอบไม่ว่าจะเป็น O-NET, GAT/PAT, TCAS ขณะที่หลักสูตรที่ถูกวิพากษ์ว่าคลอดมาจากแนวคิดอนุรักษนิยม-อำนาจนิยมหลังรัฐประหาร ก็ถูกใช้มาอย่างยาวนานจนถึงปัจจุบัน ราวกับว่าตั้งแต่รัฐประหาร 2549 คือ ‘lost generation’ ของเด็กและเยาวชนไทยที่อยู่ภายใต้ความอึมครึมในยุคมืดของคนที่คุณก็รู้ว่าใครครองอำนาจ

ตารางแสดงบริบททางประวัติศาสตร์ไทยว่าเกิดอะไรขึ้นบ้างในแฮร์รี่ พอตเตอร์แต่ละเล่ม

ชุดหนังสือปีที่พิมพ์เหตุการณ์สำคัญ
แฮร์รี่ พอตเตอร์ กับ ศิลาอาถรรพ์2543– GPA และ PR ถูกใช้จริงในระบบเอนทรานซ์ที่ปรับเปลี่ยน หลังจากที่ถูกต่อต้านในปีที่ผ่านมา
– คำขวัญวันเด็ก “มีวินัย ใฝ่เรียนรู้ คู่คุณธรรม นำประชาธิปไตย”
แฮร์รี่ พอตเตอร์ กับ ห้องแห่งความลับ2543
แฮร์รี่ พอตเตอร์ กับ นักโทษแห่งอัซคาบัน2543
แฮร์รี่ พอตเตอร์ กับ ถ้วยอัคนี2544ทักษิณ ชินวัตร ขึ้นดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี (2544-2549), ดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (มิถุนายน-ตุลาคม 2544)
แฮร์รี่ พอตเตอร์ กับ ภาคีนกฟินิกส์2546คำขวัญวันเด็ก “เรียนรู้ตลอดชีวิต คิดอย่างสร้างสรรค์ ก้าวทันเทคโนโลยี”
แฮร์รี่ พอตเตอร์ กับ เจ้าชายเลือดผสม2548– เปิดบริการ TK Park หรือสถาบันอุทยานการเรียนรู้, สถาบันพิพิธภัณฑ์การเรียนรู้แห่งชาติ ได้รับมอกตึกและที่ดินจากกรมธนารักษ์เพื่อสร้างมิวเซียมสยาม, ก่อตั้ง TCDC
– คำขวัญวันเด็ก “เด็กรุ่นใหม่ ต้องขยันอ่าน ขยันเรียน กล้าคิด กล้าพูด”
แฮร์รี่ พอตเตอร์ กับ เครื่องรางยมทูต2550– หลังรัฐประหารมีความพยายามยุบรวมศูนย์สร้างสรรค์งานออกแบบ (TCDC-ทีซีดีซี) เข้ากับสถาบันพิพิธภัณฑ์การเรียนรู้แห่งชาติ (NDMI) เป็นศูนย์การเรียนรู้และสร้างสรรค์แห่งชาติ (Thailand Discovery and Creative Center)
– คำขวัญวันเด็ก “มีคุณธรรมนำใจ ใช้ชีวิตพอเพียง หลีกเลี่ยงอบายมุข”

[1] Way Magazine. “ประวัติศาสตร์เส้นทางสู่มหาวิทยาลัย”. สืบค้นเมื่อ 30 พฤษภาคม 2567 จาก https://waymagazine.org/2016-08-29_entrance01/ (29 สิงหาคม 2559)

[2] เจเค โรว์ลิง, แฮร์รี่ พอตเตอร์ กับ ศิลาอาถรรพ์, สุมาลี, แปล (พิมพ์ครั้งที่ 9, กรุงเทพฯ : นานมีบุ๊คส์, 2543), คำนิยม พันตำรวจโท ดร.ทักษิณ ชินวัตร หัวหน้าพรรคไทยรักไทย

[3] เจเค โรว์ลิง, แฮร์รี่ พอตเตอร์ กับ ห้องแห่งความลับ, สุมาลี, แปล (พิมพ์ครั้งที่ 21, กรุงเทพฯ : นานมีบุ๊คส์, 2543), คำนิยม

[4] มิวเซียมสยาม. “เกี่ยวกับเรา”. สืบค้นเมื่อ 30 พฤษภาคม 2567 จาก https://www.museumsiam.org/about.php

[5] สำนักงานบริหารและพัฒนาองค์ความรู้ (องค์การมหาชน). “รู้จัก OKMD”. สืบค้นเมื่อ 30 พฤษภาคม 2567 จาก https://www.okmd.or.th/about/index.php

[6] ผู้จัดการออนไลน์. “สื่อให้ฉายาแสบรัฐบาล “ประชาระทม” – “ทักษิณ – พ่อมดมนต์เสื่อม””. สืบค้นเมื่อ 30 พฤษภาคม 2567 จาก https://mgronline.com/politics/detail/9480000178709 (29 ธันวาคม 2548)

[7] อ่านเพิ่มเติมได้ใน กนกรัตน์ เลิศชูสกุล, จากมือตบถึงนกหวีด..พัฒนาการและพลวัตรของขบวนการต่อต้านทักษิณ (กรุงเทพฯ : อิลูมิเนชั่นส์ เอดิชั่นส์, 2563)

[8] ผู้จัดการออนไลน์. “มาแล้ว “คนหน้าเหลี่ยม” เพลงสุดฮอตของคนยุคนี้”. สืบค้นเมื่อ 30 พฤษภาคม 2567 จาก https://mgronline.com/onlinesection/detail/9490000040970 (27 มีนาคม 2549)

MOST READ

Life & Culture

14 Jul 2022

“ความตายคือการเดินทางของทั้งคนตายและคนที่ยังอยู่” นิติ ภวัครพันธุ์

คุยกับนิติ ภวัครพันธุ์ ว่าด้วยเรื่องพิธีกรรมการส่งคนตายในมุมนักมานุษยวิทยา พิธีกรรมของความตายมีความหมายแค่ไหน คุณค่าของการตายและการมีชีวิตอยู่ต่างกันอย่างไร

ปาณิส โพธิ์ศรีวังชัย

14 Jul 2022

Life & Culture

27 Jul 2023

วิตเทเกอร์ ครอบครัวที่ ‘เลือดชิด’ ที่สุดในอเมริกา

เสียงเห่าขรม เพิงเล็กๆ ริมถนนคดเคี้ยว และคนในครอบครัวที่ถูกเรียกว่า ‘เลือดชิด’ ที่สุดในสหรัฐอเมริกา

เรื่องราวของบ้านวิตเทเกอร์ถูกเผยแพร่ครั้งแรกทางยูทูบเมื่อปี 2020 โดยช่างภาพที่ไปพบพวกเขาโดยบังเอิญระหว่างเดินทาง ซึ่งด้านหนึ่งนำสายตาจากคนทั้งเมืองมาสู่ครอบครัวเล็กๆ ครอบครัวนี้

พิมพ์ชนก พุกสุข

27 Jul 2023

Life & Culture

22 Feb 2022

คราฟต์เบียร์และความเหลื่อมล้ำ

วันชัย ตันติวิทยาพิทักษ์ เขียนถึงอุตสาหกรรมเบียร์ไทย ที่ผู้ประกอบการคราฟต์เบียร์รายเล็กไม่อาจเติบโตได้ เพราะติดล็อกข้อกฎหมาย และกลุ่มทุนที่ผูกขาด ทั้งที่มีศักยภาพ

วันชัย ตันติวิทยาพิทักษ์

22 Feb 2022

เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และสามารถจัดการความเป็นส่วนตัวเองได้ของคุณได้เองโดยคลิกที่ ตั้งค่า

Privacy Preferences

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

Allow All
Manage Consent Preferences
  • Always Active

Save