fbpx

จากจุดทิ้งระเบิดในสงครามเย็นสู่ป่าสมบูรณ์ของชาวบ้านที่รัฐอยากรวมเป็นอุทยานแห่งชาติ

เมื่อประมาณ 50 ปีก่อน สมัยสงครามเวียดนาม รัฐบาลสหรัฐอเมริกาได้ส่งทหาร 5 แสนคนเข้าช่วยรัฐบาลเวียดนามใต้สู้รบกับกองทัพเวียดนามเหนือ  รัฐบาลไทยในเวลานั้นได้อนุญาตให้ทางกองทัพสหรัฐฯ เข้ามาตั้งฐานทัพในดินแดนไทย เพื่อเป็นฐานใหญ่ในการส่งกำลังสนับสนุนการทำสงครามเวียดนามและลาว 

สนามบินที่ทหารอเมริกันมาใช้เป็นฐานปฏิบัติการประกอบด้วย สนามบินดอนเมือง สนามบินอู่ตะเภา สนามบินอุบลฯ สนามบินตาคลี ที่นครสวรรค์ สนามบินโคราช สนามบินนครพนม และสนามบินอุดร

ประมาณการว่าเครื่องบินราว 600 เครื่องกระจายอยู่ตามฐานทัพเหล่านี้ มีภารกิจเกือบทั้งหมดคือทิ้งระเบิดในเวียดนามเหนือและลาว นับเป็นฐานปฏิบัติการทางทหารที่ใหญ่กว่าฐานสหรัฐฯ ในเวียดนามใต้เสียอีก จนมีการเปรียบเปรยว่าในเวลานั้น ไทยกลายเป็น ‘เรือบรรทุกเครื่องบินที่ไม่มีวันจมของกองทัพสหรัฐ’

ที่จังหวัดอุดรธานี ทหารสหรัฐฯ ยังมาสร้างค่ายรามสูร สถานีข่าวกรองลับสุดยอดในการตรวจจับสัญญาณทุกชนิดที่ใหญ่โตและทันสมัยที่สุดในโลก กล่าวกันว่า ถ้าใครส่งสัญญาณวิทยุทุกคลื่นในไทยเวียดนาม ลาว จีน กัมพูชา ค่ายรามสูรดักฟังได้หมด 

ในสมัยนั้น เครื่องบินจากฐานทัพอากาศอุดรธานีที่ใช้ปฏิบัติภารกิจทิ้งระเบิดและต่อสู้กลางอากาศในประเทศเพื่อนบ้าน ส่วนใหญ่คือเครื่องบินเอฟ-4 แฟนท่อม 2 (F-4 Phantom II) เป็นเครื่องบินสกัดกั้นโจมตีพิสัยไกลทุกสภาพอากาศ มีสองที่นั่ง สองเครื่องยนต์ ความเร็วเหนือเสียง เป็นเครื่องบินที่ทันสมัยที่สุดของกองทัพอากาศสหรัฐอเมริกาในเวลานั้น

ชาวบ้านเล่าให้ฟังว่าประมาณปี 2510-2515 ภายหลังจากเครื่องบินเอฟ-4 บินขึ้นไปปฏิบัติภารกิจที่ประเทศเพื่อนบ้าน พอขากลับหากเครื่องบินทิ้งระเบิดไม่หมด เพื่อความปลอดภัยก่อนจะร่อนลงจอดที่สนามบิน นักบินจะโฉบมาปลดระเบิดทิ้งลงในป่าแถวตำบลกุดหมากไฟ อำเภอหนองวัวซอ 

ตำบลกุดหมากไฟในอดีตมีลำห้วยหรือภาษาอีสานเรียกว่า กุด ไหลผ่านหลายสาย และมีต้นมะไฟขึ้นอยู่มากริมลำห้วย ชาวบ้านจึงเรียกว่า ‘กุดหมากไฟ’

ไม่นานมานี้ ผู้เขียนมีโอกาสมาเดินป่าแห่งนี้ สำรวจบริเวณที่เคยเป็นสนามทิ้งระเบิดในอดีต

ชาวบ้านเล่าให้ฟังว่า ตอนนั้นยังเป็นเด็กเล็กอยู่ จำได้ว่า แต่ละวันช่วงบ่ายๆ จะเห็นเครื่องบินหลายลำมาทิ้งระเบิด และปลอกกระสุนปืนในป่าแถวนี้ ได้ยินเสียงดังสนั่นทุกวัน บางครั้งสะเก็ดระเบิดปลิวตกหมู่บ้านที่ห่างไปหลายกิโลเมตร

ป่าอุดมสมบูรณ์แถวนั้นหลายพันไร่จึงถูกระเบิดถล่มทำลายยับ ต้นไม้ใหญ่เหลือแต่ซาก สัตว์ป่า ช้าง เสือโคร่ง กระทิง หมี ที่เคยมีมากมาย หากไม่โดนระเบิดตาย ก็หนีตายดิ้นรนไปอยู่ป่าแห่งอื่น

“แต่ชาวบ้านแถวนี้ไม่กลัวตาย พอระเบิดลง ชาวบ้านนับร้อยคนพากันไปเก็บซากเหล็ก เศษทองเหลืองจากระเบิดมาขาย ระเบิดบางลูกที่เกิดด้านไม่ทำงาน ไม่ระเบิด  ตกลงจมดิน ชาวบ้านก็ไปขุดขึ้นมา เอาเลื่อยตัดหัวระเบิด แยกดินระเบิด เศษเหล็กมาขาย” ผู้อาวุโสแห่งหมู่บ้านคนหนึ่งรำลึกความหลังเมื่อครั้งเป็นเด็กเสี่ยงตายไปขุดหาเศษทองเหลืองมาขาย

ตลาดรับซื้อสินค้าเหล่านี้มีชื่อเรียกว่า ลานตลาดนกกระทา ชาวบ้านที่เสี่ยงตาย ได้เงินคนละหลายสิบบาท แต่บางครั้งเกิดอุบัติเหตุ โดนระเบิดตายไปหลายสิบราย แต่ไม่มีใครเข็ด เพราะความยากจน ทำให้ยอมเสี่ยงตาย

“ถือว่าลูกระเบิดคือของขวัญจากฟากฟ้า ทำให้ชาวบ้านยากจนแถวนี้มีรายได้เล็กๆ น้อยๆ แม้จะเสี่ยงกับอันตรายถึงชีวิต”

หลายปีต่อมาป่าได้ถูกทิ้งรกร้าง บางแห่งก็ถูกชาวบ้านบุกรุกเพื่อเพาะปลูก จนกระทั่งในปี 2556 ได้เกิดไฟไหม้ป่าลุกลามใหญ่โต ทางเจ้าหน้าที่ป่าไม้และชาวบ้านได้ช่วยกันดับไฟป่า เพื่อป้องกันไม่ให้ลุกลามเข้ามาในวัดป่าแถวตำบลกุดหมากไฟและตำบลใกล้เคียงจนสำเร็จ

หลังจากนั้น ชาวบ้านได้ช่วยกันมาฟื้นฟูป่านับหมื่นไร่ที่ถูกทำลายจากระเบิด และถูกบุกรุกทำไร่เลื่อนลอยให้กลับมาเป็นป่าสมบูรณ์อีกครั้ง จนกลายเป็นแหล่งต้นน้ำสำคัญของลำห้วยหลวง หล่อเลี้ยงคนในตำบลกุดหมากไฟได้มีน้ำกินน้ำใช้ตลอดปี และบริหารจัดการให้เกิดป่าชุมชน 11 แห่งในหมู่บ้านของตำบล แต่ละป่ามีการบริหารจัดการโดยกรรมการป่าชุมชน โดยมีเป้าหมายเพื่ออนุรักษ์และฟื้นฟูป่า และขอการสนับสนุนจากหน่วยงานเพื่อขุดอ่างเก็บน้ำขนาดเล็กขนาดไม่กี่สิบไร่หลายแห่ง

สร้างความมั่นคงว่าจะมีน้ำจากป่าไหลมาเติมเรื่อยๆ แม้ในช่วงหน้าแล้ง น้ำก็ไม่ขาด

ชาวบ้านพาผู้เขียนไปดูอ่างเก็บน้ำขนาดเล็กหลายแห่งกระจายอยู่รอบป่า แต่ละแห่งมีประตูน้ำ ขุดคลองระบายน้ำเล็กๆ ต่อท่อไปยังพื้นที่เกษตรที่ห่างไกลออกไป แต่น้ำสามารถเดินทางไปถึง โดยใช้หลักแรงดึงดูดที่จากสูงไปสู่ที่ต่ำ ไม่ต้องเปลืองค่าน้ำมันจากเครื่องสูบน้ำเลย

เมื่อมีป่า มีน้ำ พวกเขาศึกษาการจัดการน้ำให้กระจายไปสู่พื้นที่เกษตรกรรมอย่างทั่วถึง ทั้ง 11 หมู่บ้านรอบๆ ป่า

เมื่อมีน้ำ ชาวบ้านสามารถปลูกข้าว ปลูกพืชนานาชนิดได้ตลอดปี และกระจายความเสี่ยงด้านการตลาด ด้วยการปลูกพืชหลากหลายชนิด ทั้งข้าว ข้าวโพด ผักสวนครัวปลอดสาร กล้วยหอม ฝรั่ง อ้อย แก้วมังกร และมะม่วง โดยเฉพาะมะม่วงน้ำดอกไม้ปลอดสารเคมีจนกลายเป็นแหล่งใหญ่ของจังหวัดในการส่งออกนอกประเทศได้

ผู้เขียนมีโอกาสไปเยี่ยมกลุ่มอนุรักษ์ควายไทย  มีการคัดสายพันธุ์ที่สมบูรณ์ ตัวใหญ่ แข็งแกร่ง และนำมาให้สมาชิกในกลุ่มเลี้ยงปล่อยตามธรรมชาติจนสามารถเพิ่มรายได้ให้กับชาวบ้าน

อีกด้านหนึ่งตำบลแห่งนี้ยังจัดตั้งโรงเรียนชาวนาเกษตรอินทรีย์เพื่อสืบสานวัฒนธรรมการทำนา สอนการทำนาอินทรีย์ ผลิตพันธุ์ข้าวไรท์เบอรี่ ข้าวหอมนิล ข้าวประดู่แดง จนมีชาวบ้านหลายร้อยคนในตำบลหันมาสนใจการทำเกษตรอินทรีย์ เป็นจุดเปลี่ยนสำคัญของพื้นที่เกษตรที่ค่อยๆ เปลี่ยนการใช้สารเคมีมาเป็นอินทรีย์ ซึ่งเป็นกระบวนการที่ใช้เวลาเปลี่ยนผ่านสักระยะ

ทุกวันนี้ชาวตำบลกุดหมากไฟ 7,000 กว่าคนมีความมั่นคงทางเศรษฐกิจที่ค่อนข้างดี ลำพังการเก็บหาของป่าตามฤดูกาล อาทิ เห็ด ไข่มดแดง น้ำผึ้ง ก็สร้างรายได้มีเงินหมุนเวียนทั้งตำบลปีละ 30 กว่าล้านบาท ไม่นับรายได้จากผลผลิตทางการเกษตรต่างๆ

เจ้าหน้าที่ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์ (ธกส.) บอกผู้เขียนว่า คนในชุมชนแถวนี้เป็นหนี้ธนาคารอยู่บ้าง เป็นเรื่องธรรมดาเมื่อต้องกู้เงินไปซื้อรถหรือเครื่องจักร แต่เป็นหนี้นอกระบบน้อยมาก อันเป็นตัวชี้วัดถึงความมั่นคงทางรายได้ของคนในตำบล ขณะที่คนหนุ่มสาวที่เคยออกไปทำงานในเมืองกรุง กลับมาบ้านเกิดมากขึ้น เพราะคิดว่ามีลู่ทางทำมาหากินได้ดีกว่าดิ้นรนเพื่อทำงานรับเงินเดือนในเมืองใหญ่ เริ่มทำการเกษตรแบบ smart farm และขายสินค้าเกษตรแปรรูปทางออนไลน์ ค่อยๆ มีแบรนด์เป็นของตัวเอง

ป่าชุมชนแห่งนี้จึงเป็นตัวอย่างการกระจายความเจริญไปสู่ท้องถิ่นให้พึ่งตัวเอง มีความมั่นคงทางเศรษฐกิจได้จากการอนุรักษ์ป่า อนุรักษ์น้ำ และการจัดการน้ำอย่างถูกวิธี เพียงระยะเวลาไม่ถึง 10 ปี ชุมชนแห่งนี้ก็มีความมั่นคงทางเศรษฐกิจอย่างน่าศึกษา

แต่ล่าสุด เมื่อป่าชุมชนนับหมื่นไร่ที่ชาวบ้านช่วยกันดูแลและฟื้นฟูจนสำเร็จ ทางการกำลังจะมาขอผนวกเป็นพื้นที่อุทยานแห่งชาติ ตามนโยบายเพิ่มพื้นที่ป่าของรัฐบาล แต่ชาวบ้านไม่ยอมเด็ดขาด เพราะชาวบ้านจะไม่มีส่วนร่วมในการจัดการดูแลป่าอีกต่อไป

ดูกันต่อไปว่า เอาป่าไปให้รัฐบาลจัดการ กับเอาป่ามาให้ชุมชนดูแล สิ่งใดจะยั่งยืนกว่า

MOST READ

Social Issues

27 Aug 2018

เส้นทางที่เลือกไม่ได้ ของ ‘ผู้ชายขายตัว’

วรุตม์ พงศ์พิพัฒน์ พาไปสำรวจโลกของ ‘ผู้ชายขายบริการ’ ในย่านสีลมและพื้นที่ใกล้เคียง เปิดปูมหลังชีวิตของพนักงานบริการในร้านนวด ร้านคาราโอเกะ ไปจนถึงบาร์อะโกโก้ พร้อมตีแผ่แง่มุมลับๆ ที่ยากจะเข้าถึง

กองบรรณาธิการ

27 Aug 2018

Social Issues

21 Nov 2018

เมื่อโรคซึมเศร้าทำให้อยากจากไป

เรื่องราวการรับมือกับความคิด ‘อยากตาย’ ผ่านประสบการณ์ของผู้ป่วยโรคซึมเศร้า คนเคียงข้าง และบทความจากจิตแพทย์

ศุภาวรรณ คงสุวรรณ์

21 Nov 2018

Social Issues

22 Oct 2018

มิตรภาพยืนยาว แค้นคิดสั้น

จากชาวแก๊งค์สู่คู่อาฆาต ก่อนความแค้นมลายหายกลายเป็นมิตรภาพ คนหนุ่มเลือดร้อนผ่านอดีตระทมมาแบบไหน ‘บ้านกาญจนาฯ’ เปลี่ยนประตูที่เข้าใกล้ความตายให้เป็นประตูสู่ชีวิตที่ดีกว่าได้อย่างไร

ธิติ มีแต้ม

22 Oct 2018

เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และสามารถจัดการความเป็นส่วนตัวเองได้ของคุณได้เองโดยคลิกที่ ตั้งค่า

Privacy Preferences

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

Allow All
Manage Consent Preferences
  • Always Active

Save