fbpx
ฟอกเขียว : เมื่อใครๆ ก็ใส่ใจสิ่งแวดล้อม (จริงเหรอ?)

ฟอกเขียว : เมื่อใครๆ ก็ใส่ใจสิ่งแวดล้อม (จริงเหรอ?)

เอกศาสตร์ สรรพช่าง เรื่อง

 ปทิตตา วาสนาส่งชูสกุล ภาพประกอบ

1

มนุษย์เราเสพติดรถยนต์ ซึ่งต้องยอมรับว่าหนึ่งในนั้นก็มีผมอยู่ด้วย

ผมสนใจเรื่องรถยนต์มาตั้งแต่เด็กๆ และชอบวาดรูปรถยนต์ จำได้ว่าสมัยเด็กๆ ผมเป็นหนึ่งในเด็กที่วาดรูปรถยนต์ได้สวยที่สุดของชั้น อันนี้ไม่ได้พูดเอง แต่ครูยังเอ่ยปากชมว่า “เอกศาสตร์ เธอน่าเธอน่าจะเอาดีทางนี้ได้นะ” แต่เรื่องจริงก็คือ สมองด้านการคำนวนของผมนั้นน่าจะฝ่อตั้งแต่ก่อนเข้าอนุบาล การวาดรูปรถยนต์มันเลยไปไม่ไกลไปกว่าวาดรูปเล่น และในประเทศที่การศึกษาบั่นทอนจินตนาการของเด็กวัยเจ็ดขวบ ผมก็แลดูไม่ค่อยมีอนาคตเท่าไหร่ นอกจากได้ชื่อใหม่ว่าเป็นศิลปินไส้แห้ง

อุตสาหกรรมรถยนต์ตอนนี้ เมื่อเทียบกับสมัยที่เปิดตัวครั้งแรกด้วยฟอร์ดโมเดลที (Ford Model T) เมื่อปี 1908 ร้อยกว่าปีผ่านมา ต้องบอกว่าเรามาไกลมาก รถยนต์รุ่นธรรมดาๆ อย่างอีโคคาร์ก็ยังมีแรงม้ามากกว่าโมเดลทีร้อยเท่าและกินน้ำมันน้อยลงเรื่อยๆ ต้องขอบคุณโอเปค (OPEC) ที่เอาจริงเอาจังกับการขึ้นราคาน้ำมัน

ในช่วงสงครามเย็นระหว่างตะวันออกกลางกับสหรัฐอเมริกาในทศวรรษ 1980 ที่ทำให้ราคาน้ำมันดีดตัวสูงขึ้นแบบพรวดพราดในชั่วข้ามคืนระดับที่ราคาน้ำมันสูงขึ้นกว่าเดิม 4 เท่าในปี 1973 ประเทศผู้ผลิตรถยนต์รายใหญ่อย่างสหรัฐอเมริกาและญี่ปุ่นจึงต้องหาทางผลิตรถยนต์ที่กินน้ำมันน้อยลงเพื่อประหยัดการใช้พลังงาน หาเทคโนโลยีที่ทำให้ตัวถังเบาขึ้น เครื่องยนต์เล็กลงแต่ทรงสมรรถนะ ไม่ถึงสิบปีรถยนต์ในช่วง 1980-1990 ก็กินน้ำมันน้อยลงกว่าก่อนเกิดวิกฤตน้ำมันครึ่งหนึ่ง แถมยังแรงกว่าเดิมอีกด้วย เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพของรถยนต์ที่ดีขึ้น ในตอนนั้นไม่มีใครมานั่งคิดเรื่องสิ่งแวดล้อม เพราะมีแต่แรงบีบคั้นทางเศรษฐกิจล้วนๆ ที่ทำให้อุตสาหกรรมรถยนต์ต้องดิ้นหาทางเอาตัวรอด

ฟังไม่แตกต่างจากปัจจุบันนะครับ การมาถึงของรถยนต์ไฟฟ้ามีหลายอย่างที่ฟังดูคล้ายกัน มันอาจไม่ใช่เรื่องของสิ่งแวดล้อม แต่มันคือการ ‘ฟอกเขียว’ ทางการตลาดเพื่อให้เกิดผลด้านความรู้สึกกับผู้บริโภคต่างหาก

ไม่กี่ปีมานี้ รถยนต์ที่ใช้เครื่องยนต์สันดาปถูกมองว่าเป็นผู้ร้ายทำให้โลกร้อนขึ้น เพราะมันเป็นหนึ่งในตัวการสำคัญที่เพิ่มปริมาณก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ในชั้นบรรยากาศ ซึ่งสัมพันธ์กับสภาวะเรือนกระจกที่เพิ่มมากขึ้น บริษัทรถยนต์น้องใหม่อย่างเทสลาและหลายๆ บริษัทเริ่มเสนอทางเลือกในการพัฒนารถยนต์พลังงานไฟฟ้าที่ไม่ก่อสภาวะเรือนกระจก และอ้างด้วยว่าเทคโนโลยีแบตเตอรีสมัยใหม่ทำให้วิ่งได้ไกล ให้ทั้งความแรง อัตราเร่งและประสบการณ์การขับขี่ที่ดีกว่ารถยนต์ที่ใช้พลังงานจากฟอสซิล ฟังดูก็ชนะเห็นๆ น่าสนใจสุดๆ

แต่มันเป็นอย่างนั้นจริงๆ หรือ? สิ่งนี้เป็นคำถามที่น่าคิดมาก เนื่องจากว่าตลอดระยะเวลาที่เทสลาพยายามโปรโมตรถยนต์ของตัวเอง แทบไม่มีการพูดถึงเรื่องของการกำจัดแบตเตอรี่เสื่อมสภาพ หรือการได้มาซึ่งส่วนประกอบต่างๆ ของรถยนต์ว่า สิ่งเหล่านี้ทำให้เทสลา go green มากกว่าจริงไหม

สิ่งที่ย้อนแย้งในโลกนี้คือ การผลิตแบตเตอรีเป็นหนึ่งในอุตสาหกรรมที่ไม่ค่อย ‘เขียว’ เอาเสียเลย เรียกได้ว่า ซัพพลายเชนของมันเต็มไปด้วยความไม่สวยงาม ไม่เหมือนอย่าง Model S ของเทสลาที่เราเห็น แบตเตอรีนั้นมีแร่ธาตุหลายอย่างที่ต้องใช้ประกอบขึ้นมา นอกเหนือจากลิเธียม (Lithium) ที่เราได้ยินกันบ่อยๆ ก็ยังมีสารประกอบอื่นๆ อย่าง ทองแดง ตะกั่ว แคดเมียม เทลลูเรียม สังกะสี ฯลฯ แม้ว่าแบตเตอรีลิเธียมสมัยนี้จะดีขึ้นเรื่อยๆ ทั้งปลอดภัยกับผู้ใช้งานและผู้ผลิต เมื่อเทียบกับแบตเตอรีแบบเก่าที่มีส่วนประกอบจากจากตะกั่วหรือแคดเมียม แต่การรีไซเคิลลิเธียมในปัจจุบัน พบว่ามันมีต้นทุนสูงกว่าการขุดทำเหมืองลิเธียม ราคารีไซเคิลลิเธียมต่อหนึ่งกิโลกรัม ต้องใช้เงินราว 3 ดอลลาร์ (ประมาณ 100 บาท) ขณะที่การขุดเหมืองต่อหน่วยโดยรวมถูกกว่า

ตัดภาพมาที่เหมืองในคาซัคสถาน การทำเหมืองแร่ทั่วโลกยังขึ้นชื่อว่าเป็นธุรกิจที่สกปรกและอันตรายที่สุด อุตสาหกรรมนี้ยังคงเป็นหนึ่งในอุตสาหกรรมที่ค่าจ้างแรงงานราคาถูก มีทั้งความเสี่ยงเรื่องการรับสารพิษโดยไม่ตั้งใจและความเสี่ยงจากอุบัติเหตุ รวมถึงการทำเหมืองโดยใช้พลังงานจากฟอสซิลก็ยังมีอยู่สูง ที่สำคัญประเทศที่มีสินแร่เหล่านี้ ไม่ว่าจะเป็นโบลิเวีย อาร์เจนติน่า คาซัคสถาน ขึ้นชื่อว่าเป็นประเทศร่ำรวยหรือเปล่า – ก็ไม่ ปัญหาคือแม้ว่าคนเราจะใช้สินแร่เหล่านี้มากขึ้น ก็ไม่ได้ทำให้คุณภาพชีวิตของคนในประเทศที่ทำเหมืองมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นได้สักเท่าไหร่ ปัญหานี้เชื่อว่าในอนาคตจะคล้ายๆ กับกรณีของ ไนกี้ แอปเปิล และสินค้าแบรนด์หรูหราที่โดนกล่าวหาเรื่องของการกดขี่แรงงานในประเทศโลกที่สาม

2

ปัญหาเรื่องการรีไซเคิลเริ่มต้นขึ้นแล้วนะครับ เมื่อปี 2017 เป็นปีแรกของโลกที่เรามีรถพลังงานไฟฟ้าวิ่งอยู่บนถนนเกิน 1 ล้านคัน หลังจากนั้น ปริมาณของรถพลังงานไฟฟ้าที่จำหน่ายได้ในโลกก็เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ในระยเวลา 3 ปีมานี้ พบว่าโลกของเรามีปัญหาเรื่องแบตเตอรีในรถยนต์ไฟฟ้าที่ไม่ได้ถูกนำกลับไปรีไซเคิลเพิ่มมากขึ้นอีก 250,000 ตัน ซึ่งปัญหานี้จะขยายตัวขึ้นไปไกลกว่านี้ได้ไม่ยากหากดูสัดส่วนของรถยนต์ที่เราใช้กันทั้งโลก ปริมาณรถพลังงานไฟฟ้ายังมีไม่ถึง 5% เสียด้วยซ้ำ จินตนาการภาพต่อจากนี้ว่าหากว่ามีผู้ใช้งานเพิ่มมากขึ้น โลกเราอาจต้องหาวิธีจัดการให้เข้มงวดมากขึ้น ซึ่งก็มีแนวโน้มว่าตามประวัติศาสตร์ของมนุษย์เรา เรามักสนใจสิ่งสวยงามตรงหน้า มากกว่าเรื่องการจัดการที่วุ่นวายในภายหลัง

การโปรโมตผลิตภัณฑ์ของตัวเองว่าเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ในแง่เศรษฐกิจนั้นมีข้อดีกับผู้ผลิตหลายอย่าง โดยเฉพาะในกลุ่มประเทศที่เรียกตัวเองว่าประเทศที่พัฒนาแล้ว ยกตัวอย่างในสหรัฐอเมริกา มีการออกกฎหมายเกี่ยวกับสิ่งแวดล้อมเมื่อปี 2008 รู้จักกันในชื่อว่า ‘Dingell-Boucher Draft’ กฏหมายที่ว่าด้วยการกำหนดความรับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อม โดยยึดจากการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์เป็นหลัก หากบริษัทฯ ไหน สามารถลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกได้ ก็สามารถเอาไปใช้ในการลดหย่อนภาษีได้

และยังมีการจัดตั้งระบบการซื้อขายก๊าซเรือนกระจกที่เรียกว่า Cap and trade โดยสำนักงานคุ้มครองสิ่งแวดล้อมของสหรัฐ (EPA) ประกาศกำหนดปริมาณก๊าซเรือนกระจกที่อนุญาตให้ปล่อยได้ มีการจัดสรรให้กับประเภทอุตสาหกรรมหรือกิจการที่เฉพาะเจาะจง มีการเปิดให้มีการประมูลซื้อขายด้วย

ด้วยเหตุผลนี้ จึงเป็นที่มาของ iPhone แบบไม่แถมที่ชาร์จ รถพลังงานไฟฟ้าของเทสลา สตาร์บัคส์ลงทุนทำตึกใหม่ อะเมซอนและดีเอชแอลเปลี่ยนรถขนส่งเป็นรถไฟฟ้า หรือสายการบินที่เปลี่ยนเครื่องบินขนาดเล็กลง และอีกหลายบริษัทที่เริ่มทยอยหาทางใหม่ๆ ในการลดการปล่อยคาร์บอนไดออกไซด์เพื่อให้ได้สิทธิประโยชน์ทางด้านภาษี แต่เราลืมไปว่าเรื่องราวทั้งหมด ไม่ได้จบอยู่ที่ว่า การซื้อหรือใช้บริการเหล่านี้แล้ว คุณจะช่วยลดโลกร้อนหรือช่วยลดก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ได้

พลังงานไฟฟ้าที่เราใช้ตามบ้าน ทั้งโลกยังพึ่งพิงพลังงานจากฟอสซิลอยู่ในสัดส่วนที่มากที่สุด ฉะนั้น การเพิ่มรถยนต์ไฟฟ้าบนถนน ไม่ได้หมายถึงว่าโรงไฟฟ้าเหล่านี้จะหายไปนะครับ ตรงข้าม อาจเพิ่มขึ้นเสียด้วยซ้ำ

บางประเทศอย่างในสหรัฐอเมริกา ญี่ปุ่น ฝรั่งเศสพึ่งพิงโรงไฟฟ้าพลังงานนิวเคลียร์มากกว่าถ่านหิน แต่สารกัมนันตรังสีจากการสลายตัวของยูเรเนียมก็ยังเป็นประเด็นที่นักสิ่งแวดล้อมยังคงพูดถึง ไหนจะการสร้างเขื่อนในจีน อีนเดีย ลาว เพื่อใช้ในการลิตกระแสไฟฟ้าให้ทันกับความต้องการต่อการเติบโตของเทคโนโลยีที่ก้าวล้ำนำหน้ามากขึ้น

การสร้างวงจรของพลังงานสะอาด หรือโรงไฟฟ้าพลังงานหมุนเวียนขึ้นมาเพื่อใช้ในสเกลระดับประเทศ เราคงต้องรอกันอีกหลายปี แม้ว่าในบางประเทศอย่างเยอรมนีหรือนอร์เวย์จะมีความก้าวหน้าไปมาก ทั้งเรื่องของการเอาพลังงานจากลม คลื่นทะเล พลังงานจากสาหร่าย ฯลฯ มาใช้ ทดแทนแหล่งพลังงานเดิม  แต่ทั้งหมดนี้อาจไม่ทันกับการบริโภคของมนุษย์ที่ยังคงมีโทรศัพท์มือถือใหม่ทุกปี ทุกบริษัทยังคงต้องการตัวเลขผลประกอบการที่สวยหรู การบริโภคที่มากขึ้น มากขึ้น มากขึ้น อย่างไม่มีทีท่าว่า มนุษย์เราจะฉุกคิดได้ว่าเราไม่มีทางชนะไปหมดเสียทุกอย่าง – เราไม่มีทางได้อะไรมา โดยไม่เสียอะไรไปเลย

หากคุณอยากเปลี่ยนรถตอนนี้เสียเหลือเกิน อยากได้รถไฟฟ้า รถไฮบริด แนะนำว่าให้ไตร่ตรองดูอีกนิดว่าการไม่เปลี่ยนอะไรเลยและใช้ของเก่าอย่างคุ้มค่าที่สุด น่าจะเป็นหนทางที่ดีกว่าในการช่วยโลกใบนี้ อีโคคาร์ของคุณและไอโฟน 6 ที่ลงแอพคลับเฮาส์ก็ยังไม่ได้ อาจช่วยโลกได้มากกว่าเทสลาและไอโฟนรุ่นล่าสุด

อันนี้พูดจริง

MOST READ

Social Problems

14 Aug 2018

เปิดตา ‘ตีหม้อ’ – สำรวจตลาดโสเภณีคลองหลอด

ปาณิส โพธิ์ศรีวังชัย พาไปสำรวจ ‘คลองหลอด’ แหล่งค้าประเวณีใจกลางย่านเมืองเก่า เปิดปูมหลังชีวิตหญิงค้าบริการ พร้อมตีแผ่แง่มุมเทาๆ ของอาชีพนี้ที่ถูกซุกไว้ใต้พรมมาเนิ่นนาน

ปาณิส โพธิ์ศรีวังชัย

14 Aug 2018

Social Problems

27 Aug 2018

เส้นทางที่เลือกไม่ได้ ของ ‘ผู้ชายขายตัว’

วรุตม์ พงศ์พิพัฒน์ พาไปสำรวจโลกของ ‘ผู้ชายขายบริการ’ ในย่านสีลมและพื้นที่ใกล้เคียง เปิดปูมหลังชีวิตของพนักงานบริการในร้านนวด ร้านคาราโอเกะ ไปจนถึงบาร์อะโกโก้ พร้อมตีแผ่แง่มุมลับๆ ที่ยากจะเข้าถึง

กองบรรณาธิการ

27 Aug 2018

เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว

Privacy Preferences

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

Allow All
Manage Consent Preferences
  • คุกกี้ที่จำเป็น
    Always Active

    คุกกี้ประเภทนี้มีความจำเป็นสำหรับการทำงานของเว็บไซต์ เพื่อให้คุณสามารถใช้เว็บไซต์ได้อย่างเป็นปกติ คุณไม่สามารถปิดการทำงานของคุกกี้นี้ในระบบเว็บไซต์ของเราได้

  • Analytics Cookie

    คุกกี้ประเภทนี้มีเก็บข้อมูลการใช้งานเว็บเพื่อพัฒนาประสบการณ์การใช้เว็บไซต์ต่อไป

Save