พงศ์ศักดิ์ เหลืองอร่าม เรื่อง

 

การเปลี่ยนแปลงสภาพแวดล้อมทางการเมืองโลกในช่วงเวลาที่ผ่านมาได้รับความสนใจไม่น้อยในหมู่นักวิเคราะห์การเมืองและเศรษฐกิจ ทั้งนี้เนื่องจากเป็นตัวแปรความไม่แน่นอนที่ยากจะคาดเดาและสามารถส่งผลต่อทิศทางแนวโน้มนโยบายและภาวะเศรษฐกิจในอนาคตได้

ตัวอย่างหนึ่งที่น่าสนใจคือ บทความ ‘Political shocks reorient markets’ ในรายงานประจำปีของธนาคารเพื่อการชำระหนี้ระหว่างประเทศ (Bank for International Settlements หรือ BIS ซึ่งมักถูกขนานนามว่า “ธนาคารของธนาคารกลาง”) ฉบับล่าสุดเมื่อวันที่ 25 มิถุนายน 2560 ซึ่งชี้ให้เห็นว่า ภายใต้สภาวะเศรษฐกิจโลกที่กำลังดูดีและสดใสนั้น ตลาดการเงินกำลังหันเหความสนใจออกจากนโยบายการเงินที่ได้รับความสำคัญมาโดยตลอดนับตั้งแต่วิกฤตเศรษฐกิจโลก มาสู่ปัจจัยทางด้านการเมือง

งานศึกษาชิ้นนี้ได้หยิบยกหลักฐานต่างๆ ที่บ่งชี้ถึงความสำคัญของภูมิศาสตร์การเมืองโลกในฐานะความเสี่ยงที่ไม่ควรมองข้าม

รูปที่ 1 แสดงการเปลี่ยนแปลงของผลตอบแทนในตลาดพันธบัตรรัฐบาลของประเทศอุตสาหกรรมขนาดใหญ่ ข้อมูลชี้ว่าตลาดดูจะตอบสนองเป็นอย่างมากต่อเหตุการณ์ทางการเมือง ไม่ว่าจะเป็นผลโหวตออกจากสหภาพยุโรปของสหราชอาณาจักร ผลการเลือกตั้งประธานาธิบดีของสหรัฐอเมริกาและฝรั่งเศส ขณะที่การตอบสนองต่อข่าวการแถลงผลการประชุมนโยบายการเงินดูจะลดน้อยถอยลงโดยเปรียบเทียบ

 

รูปที่ 1: การเปลี่ยนแปลงของผลตอบแทนในตลาดพันธบัตรรัฐบาล (Event study) ของการประกาศผลการตัดสินใจนโยบายการเงินและเหตุการณ์ทางการเมือง (เวลา = 0 คือวันที่มีเหตุการณ์นั้นๆ เกิดขึ้น)

ที่มา: Bank for International Settlements, Annual Report, หน้า 32

 

นอกจากนี้ ทิศทางดังกล่าวยังสอดคล้องกับสุนทรพจน์เมื่อกลางปี 2559 ของ Mark Carney ผู้ว่าการธนาคารแห่งสหราชอาณาจักร ภายหลังจากที่รู้ผลการลงประชามติออกจากสหภาพยุโรป (Brexit) แล้ว ในขณะนั้น สุนทรพจน์นี้ถูกจับตามองอย่างมากจากตลาดการเงิน เนื่องจากต้องการจะทราบว่าผู้ว่าการธนาคารกลางจะออกมาพูดถึงผลลัพธ์ที่ผิดจากการคาดการณ์ของคนส่วนใหญ่นี้อย่างไร

Mark Carney ได้เน้นถึงภาพรวมของความไม่แน่นอนที่กำลังเกิดขึ้นกับประเทศอังกฤษใน 3 รูปแบบ คือ หนึ่ง ความไม่แน่นอนจากโครงสร้างของระบบเศรษฐกิจ (Economic uncertainty) สอง ความไม่แน่นอนจากนโยบายเศรษฐกิจ (Economic policy uncertainty) (ดังที่ผู้เขียนได้เคยกล่าวถึงมาแล้วในบทความ เศรษฐศาสตร์ว่าด้วย “ความไม่แน่นอน”) และ สาม ความไม่แน่นอนจากภูมิศาสตร์การเมืองโลก (Geopolitical uncertainty)

Carney ชี้ให้เห็นว่า แนวโน้มของความไม่แน่นอนทั้งสามรูปแบบนี้ดูจะมีทิศทางเพิ่มสูงขึ้นนับตั้งแต่ช่วงหลังวิกฤตเศรษฐกิจโลกในปี 2551 เป็นต้นมา ในกรณีของ Brexit ความไม่แน่นอนด้านนโยบายเศรษฐกิจได้พุ่งสูงขึ้นเป็นอย่างมาก ขณะที่ผลการลงประชามติยังมิได้ส่งผลกระทบโดยตรงต่อโครงสร้างระบบเศรษฐกิจในขณะนั้นเลย นอกจากนี้ปัจจัยทางการเมืองสามารถส่งผลต่อความไม่แน่นอนได้ ทั้งด้านนโยบายเศรษฐกิจและด้านนโยบายการเมืองระหว่างประเทศ

 

จับตาภูมิศาสตร์การเมืองโลก: จากอดีตสู่ปัจจุบัน

ความไม่แน่นอนทางภูมิศาสตร์การเมืองโลกนั้น สามารถเกิดขึ้นได้ในหลากหลายรูปแบบ นอกจากเหตุการณ์การก่อการร้ายข้ามชาติแล้ว ยังมีความขัดแย้งทางการเมืองระหว่างประเทศ หรือความรุนแรงในขั้นทำสงคราม

ตัวอย่างที่เกิดขึ้นเมื่อเร็วๆ นี้คือ ปัญหาความตึงเครียดระหว่างสหรัฐอเมริกาและเกาหลีเหนือ จากคำประกาศของเกาหลีเหนือที่จะยิงขีปนาวุธพิสัยไกลข้ามทวีปไปตกยังทะเลใกล้เกาะกวม รวมถึงคำขู่ของประธานาธิบดี Donald Trump ด้วยวลีรุนแรงว่าผู้นำเกาหลีเหนืออาจเผชิญกับ “ไฟและความเดือดดาลอย่างที่โลกไม่เคยเห็นมาก่อน” (“fire and fury like the world has never seen”) คำพูดนี้ทำให้เกิดความกังวลเป็นวงกว้าง รวมถึงตลาดการเงินที่ตอบสนองในเชิงลบโดยทันที

คงไม่มีใครทราบว่าปัญหาความขัดแย้งดังกล่าวนี้จะคลี่คลายไปในรูปแบบใด เพราะในหลายครั้ง คำขู่ (threat) ก็ไม่ได้นำไปสู่การกระทำ (act) แต่อย่างไรก็ตาม เราอาจพอที่จะเรียนรู้จากเหตุการณ์อื่นๆ ที่เคยเกิดขึ้นในอดีตได้ว่า ภูมิศาสตร์การเมืองโลกมีพัฒนาการที่เปลี่ยนแปลงไปอย่างไรจากอดีตถึงปัจจุบัน และพอจะศึกษาผลกระทบของความเสี่ยงนี้ต่อเศรษฐกิจได้ จากการใช้ข้อมูลในอดีตผ่านเครื่องมือวิเคราะห์ทางเศรษฐศาสตร์

รูปที่ 2 แสดงประมาณการของระดับความเสี่ยงทางด้านภูมิศาสตร์การเมืองโลกและเหตุการณ์สำคัญในรอบ 100 กว่าปีที่ผ่านมา จะเห็นว่า ‘การปะทุขึ้น’ (spikes) ­ของความตึงเครียดทางภูมิศาสตร์การเมืองโลกนั้นเกิดขึ้นบ่อยครั้ง โดยมีระดับความรุนแรงของเหตุการณ์แตกต่างกัน ความรุนแรงที่เคยเกิดขึ้นมากที่สุดเท่าที่โลกเคยประสบก็คงจะหนีไม่พ้นสงครามโลกครั้งที่หนึ่งและสงครามโลกครั้งที่สอง

หากลงรายละเอียดของเหตุการณ์ในช่วงประมาณ 30 ปีที่ผ่านมา คือตั้งแต่ปี ค.ศ. 1985 จนถึงปี ค.ศ. 2016 (ดังที่แสดงในรูปที่ 3) จะเห็นได้ว่า นับตั้งแต่การก่อการร้ายในสหรัฐอเมริกาในวันที่ 11 กันยายน ปี ค.ศ. 2001 หรือเหตุการณ์ 9/11 ความตึงเครียดที่สำคัญๆ ของภูมิศาสตร์การเมืองดูเหมือนจะเกิดบ่อยครั้งมากขึ้น โดยเฉพาะเมื่อเทียบกับช่วง 15 ปีก่อนหน้า

 

รูปที่ 2: The Historical Geographical Risk Index ตั้งแต่ปี ค.ศ. 1900

ที่มา: Caldara and Iacoviello (2017)

รูปที่ 3: ความเสี่ยงทางด้านภูมิศาสตร์การเมืองในช่วงปี ค.ศ. 1985 ถึงปี ค.ศ. 2015

ที่มา: Caldara and Iacoviello (2017)

 

ดัชนีวัดระดับความเสี่ยงของภูมิศาสตร์การเมืองโลกดังที่ได้กล่าวมานี้ มาจากงานวิจัยของ Dario Caldara และ Matteo Iacoviello (นักเศรษฐศาสตร์แห่ง U.S. Federal Reserve) ที่ได้ปรับปรุงล่าสุดเมื่อเดือนกรกฎาคม 2017 โดย Caldara and Iacoviello ทำการวัดระดับความเสี่ยงเหล่านี้จากการค้นหาคำที่เกี่ยวข้อง (keywords) ที่สามารถคลอบคลุมเหตุการณ์ด้านภูมิศาสตร์การเมืองโดยเฉพาะ และนับจำนวนความถี่ของบทความจากหนังสือพิมพ์สำคัญๆ จำนวนกว่า 10 ฉบับ เพื่อมาคำนวณเป็นดัชนีชี้วัด (News-based index)

ดัชนีที่เสนอมานั้นมีข้อดีเมื่อเทียบกับแหล่งอื่นๆ โดยเฉพาะการวัดออกมาเป็นเชิงปริมาณซึ่งนักเศรษฐศาสตร์สามารถวิเคราะห์ต่อได้ (quantitative) และมีความถี่สูงในระดับรายเดือนทำให้ติดตามได้ทันกาล (real-time) แต่ก็มีข้อเสียคือการวัดความถี่ของเหตุการณ์ผ่านการนับจำนวนบทความจากหน้าหนังสือพิมพ์ (press coverage) อาจแสดงความผันผวนมากเกินไป ทั้งๆ ที่เป็นไปได้ว่าความตึงเครียดหรือความเสี่ยงของเหตุการณ์นั้นๆ ไม่ได้เปลี่ยนแปลงมากนัก

นอกเหนือจากดัชนีวัดระดับความเสี่ยงด้านภูมิศาสตร์การเมืองโลกแล้ว Caldara and Iacoviello ได้ประมาณการผลกระทบที่มีต่อเศรษฐกิจ ซึ่งค้นพบว่า การปะทุเพิ่มขึ้นของความเสี่ยงด้านภูมิศาสตร์การเมืองส่งผลกระทบทางลบในภาพรวมอย่างมีนัยสำคัญต่อกิจกรรมทางเศรษฐกิจทั้งภาคเศรษฐกิจจริงและผลตอบแทนในตลาดการเงิน

เมื่อเป็นดังนี้แล้ว ผู้ที่ไม่ได้เชี่ยวชาญด้านภูมิศาสตร์การเมือง รวมถึงผู้เขียนบทความนี้ คงจะเริ่มหาหนังสือความรู้เบื้องต้นเพื่อทำความเข้าใจเรื่องภูมิศาสตร์การเมืองให้มากขึ้น เพราะ “เป็นเรื่องจำเป็นอย่างยิ่งที่เราต้องรู้ภูมิรัฐศาสตร์”

สุดท้าย ผู้เขียนขอแนะนำหนังสือ ภูมิรัฐศาสตร์: ความรู้ฉบับพกพา ของ Klaus Dodds ที่แปลเป็นภาษาไทยโดย จิตติภัทร พูนขำ (สำนักพิมพ์ openworlds, เมษายน 2560) ให้อ่านกันครับ

 

อ้างอิง

Bank for International Settlements (2017). “Political shock reorient markets”. BIS 87th Annual Report.

Carney, Mark (2016). “Uncertainty, the economy and policy”. Speech (30 June 2016).

Caldara, Dario and Matteo Iacoviello, “Measuring Geopolitical Risk“. Working paper, Board of Governors of the Federal Reserve Board, 2017 (version: 11 July 2017).

Author

Pongsak Luangaram

พงศ์ศักดิ์ เหลืองอร่าม - อาจารย์คณะเศรษฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ผู้สนใจศึกษาด้านนโยบายการเงินและนโยบายรักษาเสถียรภาพระบบการเงิน พงศ์ศักดิ์เป็นผู้เขียนหนังสือ 72 ปี ธนาคารแห่งประเทศไทย ในช่วงหลังหันมาสนใจเรื่องประวัติศาสตร์เศรษฐกิจไทยและประวัติความคิดทางเศรษฐศาสตร์ด้วย พงศ์ศักดิ์เกาะติดพรมแดนความรู้ด้านเศรษฐศาสตร์อยู่เสมอ โดยเฉพาะระเบียบวิธีศึกษาเศรษฐศาสตร์ใหม่ๆ ในโลกวิชาการ