อายุษ ประทีป ณ ถลาง เรื่อง

ภาพิมล หล่อตระกูล ภาพประกอบ

 

หลายคนอาจจะหงุดหงิดผิดหวังกับท่าทีและจุดยืนทางการเมืองของพรรคอนาคตใหม่ครั้งแล้วครั้งเล่า โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ตัวนายปิยบุตร แสงกนกกุล เลขาธิการพรรคฯ ด้วยเหตุที่รู้จักมักคุ้นมาแต่ครั้งยังเป็นเด็กหนุ่มกำลังศึกษาปริญญาเอกที่ประเทศฝรั่งเศส เคยชื่นชมการแสดงความคิดเห็นทางสังคมการเมืองที่ก้าวหน้า ต่อมาเมื่อเข้ารับราชการเป็นอาจารย์ประจำคณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ก็เป็นหนึ่งในนักวิชาการคณะนิติราษฎร์ กลุ่มอาจารย์คณะนิติศาสตร์ มธ. ซึ่งยึดมั่นในหลักการที่ว่า อำนาจอธิปไตยเป็นของราษฎรทั้งหลาย และมนุษย์มีอิสรภาพและความเสมอภาคเท่าเทียมกัน

ครั้นบุญมาวาสนาส่งเข้าสภา เป็นนักการเมืองเสียเอง กลับตกเป็นที่ครหานินทาว่า “สู้ไปกราบไป” ไม่ได้ผิดแปลกแตกต่างไปจากที่ตัวเองเคยตราหน้าต่อว่าคนอื่นเขาแต่อย่างใด ทำเอามิตรสหายบางคนถึงกับสาปส่ง

หลายคนอาจจะยักไหล่ ไม่ได้ตื่นเต้นอะไรไปด้วยกับการที่ศาลรัฐธรรมนูญมีคำวินิจฉัยด้วยมติเสียงข้างมากให้ยุบพรรคอนาคตใหม่ในคดีกู้เงิน 192 ล้านบาท จากนายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ หัวหน้าพรรค พร้อมกับมีคำสั่งเพิกถอนสิทธิเลือกตั้งกรรมการบริหารพรรค และห้ามกรรมการบริหารพรรคจดทะเบียนตั้งพรรคใหม่มีกำหนด 10 ปี

เพราะนอกจากจะมิได้อยู่เหนือความคาดหมายแต่ประการใดแล้ว

ยังมองเห็นเป็นเรื่องการพ่ายแพ้เกมการเมืองของนักการเมืองซึ่งเชื่อมั่นระบบรัฐสภา ยอมตนเข้าไปเป็นส่วนหนึ่งของระบอบปกครองซึ่งรู้อยู่ว่าปราศจากความชอบธรรมโดยสมัครใจ

สวมสูทผูกเนคไท ใส่ชุดขาวเข้าร่วมพล็อตที่เขาวางแผน ตระเตรียมการกันมานานเกือบ 5 ปีเต็ม ทั้งๆ ที่แต่ละคนรู้เช่นเห็นชาติเป็นอย่างดีว่า การเลือกตั้งซึ่งมีขึ้นเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ 2562 เป็นกระบวนการสืบทอดอำนาจ สานต่อรัฐประหารเมื่อปี พ.ศ. 2557

มีการสถาปนาระบอบปกครองกึ่งเผด็จการทหารกึ่งสมบูรณาญาสิทธิราชย์ขึ้นมารองรับ เป็นหลักประกันค้ำยันความมั่นคงให้กับรัฐบาลใหม่ ขณะเดียวกันก็สร้างเครื่องมือกลไก อาศัยอำนาจรัฐบั่นทอน บ่อนทำลายฝ่ายตรงกันข้ามไม่ให้ผุดไม่ให้เกิด

นักการเมืองต่างรู้ดีว่าโดยผลของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2560 อย่างไรเสีย พรรคเพื่อไทยก็ไม่อาจจะเอาชนะการเลือกตั้ง ครองเสียงเพียงพอที่จะโหวตให้ใครไหนอื่นเป็นนายกรัฐมนตรีได้ ขณะเดียวกันพรรคการเมืองที่ไม่เอาด้วยกับการสืบทอดอำนาจ ก็จักต้องมีอันเป็นไปไม่อย่างใดก็อย่างหนึ่ง หากพลาดพลั้ง เผอเรอ เปิดช่องให้มีการวินิจฉัยตีความ

ดังกรณีของพรรคไทยรักษาชาติ ที่คงคิดว่าหนามยอกต้องเอาหนามบ่ง งัดยุทธวิธีสู้ไปกราบไปสุดลิ่มทิ่มประตูขึ้นมาเป็นไม้เด็ดแข่งขันกับพรรคพลังประชารัฐที่ประกาศสนับสนุน พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา เป็นนายกรัฐมนตรี

เช่นเดียวกับพรรคอนาคตใหม่ ที่จะด้วยเหตุผลประการใดก็ตามที เมื่อนายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ไปปริปากเปิดประเด็นเองว่า ให้พรรคกู้เงินจำนวน 192 ล้านบาท ระหว่างเป็นแขกรับเชิญของสโมสรผู้สื่อข่าวต่างประเทศประจำประเทศไทย นำไปสู่การยุบพรรคตามมาในที่สุด

ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยลงมติโดยแทบไม่มีใครคาดคิดมาก่อนเลยว่าจะมีปฏิกิริยาอะไรมากมายตามมาเหมือนเช่นทุกครั้ง

สำหรับผู้ใหญ่คนวัยทำงานซึ่งเคยรับรู้สถานการณ์บ้านเมืองในห้วงทศวรรษที่ผ่านมา อาจจะชาชิน มองเห็นการยุบพรรคการเมืองเป็นเรื่องปกติธรรมดา

แต่กับหนุ่มสาว นิสิตนักศึกษา ที่เป็นฐานเสียงสำคัญทำให้พรรคอนาคตใหม่ได้รับเลือกตั้งเข้ามาด้วยคะแนนกว่า 6.2 ล้านเสียงแล้วคงไม่ใช่

การที่พรรคอนาคตใหม่ถูกยุบ พร้อมกับตัดสิทธิทางการเมืองกรรมการบริหารพรรคก่อนหน้าการอภิปรายไม่ไว้วางใจ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีเป็นรายบุคคลรวม 6 คนจะมีขึ้นเพียง 3 วัน เป็นเรื่องซึ่งลูกหลานยุวชนคนรุ่นหลังยากจะเข้าใจได้

ความรู้สึกอัดอั้นจากบรรยากาศทางการเมืองซึ่งอยู่ภายใต้ระบอบปกครองที่ไม่เป็นประชาธิปไตย ความเหลื่อมล้ำทางเศรษฐกิจและสังคม ความรู้สึกเบื่อหน่ายเอือมระอาผู้ปกครองบริหารประเทศ  ประสมประสานไปกับเนื้อหาสาระการอภิปรายไม่ไว้วางใจนายกรัฐมนตรีและพวก ที่สะท้อนให้เห็นทั้งความล้มเหลวในการบริหารราชการแผ่นดิน

หกปีนับแต่รัฐประหาร ประชาชนคนส่วนใหญ่ของประเทศต้องเผชิญกับความลำบากยากแค้นสวนทางความร่ำรวยมั่งคั่งของอภิมหาเศรษฐีไม่กี่ตระกูล ความสุขสำราญของชนชั้นนำ

มีการแฉโพยเปิดโปงว่ารัฐบาลใช้งบประมาณแผ่นดินและกำลังพลกองทัพ ปฏิบัติการข่าวสาร-ทำ IO สร้างความมั่นคงให้กับตัวเองด้วยการก่อความแตกแยกในหมู่ประชาชนเพื่อประโยชน์ทางการปกครอง

ปั่นข่าวเท็จ บิดเบือนเบี่ยงเบน  ยุแยงตะแคงรั่ว ปั่นหัวเสี้ยมเขาให้ชาวบ้านราษฎรเผชิญหน้าวิวาทกันเอง

ขณะที่รัฐมนตรีเสนาบดีซึ่งถูกซักฟอก แทนที่จะชี้แจงแสดงคำตอบให้ตรงกับสิ่งที่เขาถาม กลับพยายามปัดป่ายบ่ายเบี่ยง ถามช้างตอบม้า โอดครวญว่าตัวเองก็โดนมาเยอะ

บางคนเคยติดคุกติดตะราง ถูกจับกุมดำเนินคดีในต่างประเทศด้วยข้อหาความผิดเกี่ยวกับยาเสพติด ลอยหน้าลอยตาดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีโดยอ้างว่า ตัวเองไม่เคยมีประวัติอาชญากรรมว่าเคยถูกต้องโทษโดยศาลไทยมาก่อน สิ่งที่ตำรวจปราบปรามยาเสพติดออสเตรเลียอ้างว่าเป็นเฮโรอีน 32 กิโลกรัมมันคือแป้ง

ผู้คนได้ยินได้ฟังแล้วได้แต่อึ้ง พูดไม่ออกบอกไม่ถูกกันทั้งประเทศ

ไหนจะมีขบวนการลักลอบกักตุนหน้ากากอนามัยอยู่ใกล้ตัวคนในรัฐบาล หากินกับโรคระบาด ความเจ็บไข้ได้ป่วย ความเป็นความตายของพี่น้องเพื่อนร่วมชาติ

ทั้งหมดเป็นเชื้อเพลิงอย่างดี ส่งผลทำให้แฟลชม็อบของนิสิต นักศึกษาจุดติด ลุกลามแพร่กระจายขยายตัวออกไปตามสถาบันการศึกษา มหาวิทยาลัยต่างๆ ราวกับไฟไหม้ป่า

แม้กระทั่งนักเรียนระดับมัธยม ยังออกมาแสดงจุดยืนไม่เอาด้วยกับเผด็จการ อันเป็นปรากฏการณ์ที่ยากจะเกิดขึ้นหากบ้านเมืองไม่วิปริตผิดเพี้ยน หรือผู้คนไม่คับแค้นเหลืออดจริงๆ

ภาพข่าวการลุกฮือขึ้นท้าทายอำนาจรัฐของนักเรียน นิสิต นักศึกษาซึ่งเป็นพลังบริสุทธิ์ ห่างหายไปจากสังคมไทยเนิ่นนานเต็มที ครั้งสุดท้ายคือเมื่อ 40 ปีก่อนกับการรวมตัวกันเรียกร้องประชาธิปไตยเมื่อปี พ.ศ.2516 กระทั่งนำไปสู่การขับไล่ “สามทรราช” 2 จอมพลกับ 1 พันเอก ผู้ปกครองเผด็จการที่มาจากกองทัพ

ถึงแม้เป้าหมายโดยรวม จะเป็นการเคลื่อนไหวเรียกร้องต้องการประชาธิปไตยมิได้แตกต่างกัน แต่นอกเหนือไปจากต่อต้านอำนาจรัฐเผด็จการแล้ว กรณีของแฟลชม็อบปี พ.ศ. 2563 ยังแสดงให้เห็นการท้าทายค่านิยมเดิมๆ ของคนรุ่นก่อน ปฏิเสธความเชื่องมงาย ปราศจากเหตุผล อันเป็นอุปสรรคฉุดรั้งสังคมไทยมาช้านาน

มีใครคาดคิดว่าเรื่องราวเช่นนี้จะเกิดขึ้น

ป้ายโปสเตอร์แต่ละใบใครสันหลังหวะ อ่านแล้วต้องสะอึก สะดุ้งโหยงกับความจริงที่คนรุ่นพ่อรุ่นแม่ ลุงป้าน้าอา อาจจะจำยอมเสแสร้งแกล้งหลับหูหลับตาเพื่อความอยู่รอด แต่สำหรับลูกหลานคนรุ่นหลังซึ่งต้องแบกรับทุกข์สุขอยู่กับประเทศนี้ต่อไปอีกค่อนครึ่งศตวรรษเป็นอย่างน้อยคงไม่ไหว

อดทนต่อไปก็ไร้อนาคต มีแต่หายนะ ไม่เปลี่ยนแปลงประเทศชาติก็เดินหน้าต่อไปไม่ได้ วนเวียนอยู่ในลูปการทำรัฐประหาร เพื่อปกปักรักษาผลประโยชน์ของฝ่ายอนุรักษ์ ทหารและชนชั้นนำ

ประชาธิปไตย ความเสมอภาคเท่าเทียมกัน เป็นภัยร้ายแรงต่อความมั่งคั่งและความมั่นคงของคนเหล่านั้น

แฟลชม็อบ การลุกฮือของนักเรียน นิสิต นักศึกษา ซึ่งถือเป็นพลังที่บริสุทธิ์ ปราศจากผลประโยชน์เข้ามาเกี่ยวข้อง ทำให้ฝ่ายซึ่งกุมอำนาจรัฐกลืนไม่เข้าคายไม่ออก จะปล่อยไว้ก็ไม่ดี จะจัดการอะไรลงไปก็ไม่ได้ เพราะบานปลายขึ้นมาก็พังกันทั้งระบอบ

ถือเป็นห้วงเวลาย่ำแย่ที่สุดของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา เลยก็ว่าได้

จะย่ำรอยเผด็จการรุ่นพ่อหรือทรราชรุ่นพี่ อีกไม่ช้าไม่นานคงได้เห็นกัน

Author

aryus prateep na thalang

อายุษ ประทีป ณ ถลาง - อดีตบรรณาธิการข่าวหนังสือพิมพ์แนวหน้า สยามโพสต์ และไทยโพสต์ เจ้าของนามปากกา “นายประชา ช้ำชอก” 101 เชิญอายุษกลับมาเขียนเรื่องแวดวงการเมือง สังคม และสื่อมวลชนไทยอีกครั้งหลังจากวางปากกาและก้าวออกจากวงการสื่อไปพักใหญ่