ปาณิส โพธิ์ศรีวังชัย เรื่อง

ภาพิมล หล่อตระกูล ภาพประกอบ

กมลวรรณ ลาภบุญอุดม ภาพ

 

ในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมาหลังเหตุการณ์ยุบพรรคอนาคตใหม่ และอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาลประยุทธ์ จันทร์โอชา ช่วงที่อุณหภูมิการเมืองกำลังร้อนในสภา ข้างนอกสภาก็ร้อนระอุจนไม่อาจเอามือไปแตะต้อง เมื่อนักศึกษาจากมหาวิทยาลัยทั่วประเทศออกมาสร้างแฟลชม็อบ และตั้งแฮชแท็กต่อต้านรัฐบาลกันถ้วนหน้า

“นักศึกษาถูกปลุกปั่น”

“เด็กไม่เข้าใจการเมือง”

“ตกเป็นเครื่องมือของพรรคการเมือง”

ฯลฯ

เหล่านี้คือคำวิจารณ์จากคนที่ไม่เห็นด้วยกับม็อบนักศึกษา บ้างก็ว่าพวกเขาเกิดไม่ทันเห็นประวัติศาสตร์ทางการเมือง จึงไม่มีสิทธิออกมาพูดเรื่องการเมือง แต่นักศึกษายังยืนยันจะออกมาส่งเสียง แม้ว่าพวกเขาจะอยู่ในช่วงสอบกลางภาคก็ตาม

#หนังสือก็ต้องอ่าน รัฐบาลก็ต้องด่า #มาด้วยใจไม่มีใบสั่งจย้า คือคำที่นักศึกษาเลือกใช้ตอบโต้ในท่าทีทีเล่นทีจริง แต่น่าสนใจว่าเบื้องหลังความคิดสร้างสรรค์เหล่านี้ พวกเขา ‘ไม่เข้าใจการเมือง’ อย่างที่โดนวิจารณ์รึเปล่า

บรรทัดด้านล่างคือคำปราศรัยจากหลายมหาวิทยาลัยทั่วประเทศ ที่ส่งเสียงผ่านลำโพงและลำคอ จากหัวใจและสมองของพวกเขา

 

 

จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย #เสาหลักจะไม่หักอีกต่อไป

24 กุมภาพันธ์ 2563

 

“เรามาอยู่ ณ ที่นี้ ด้วยความรู้สึกสองอย่าง หนึ่ง ความรัก และสอง ความเกลียดชัง…เป็นความเกลียดชังในความอยุติธรรม และความรักในประชาธิปไตยของพวกเรา”

 

ทุกท่านคะ ดิฉันเชื่อว่า เรามาอยู่ ณ ที่นี้ ด้วยความรู้สึกสองอย่าง หนึ่ง ความรัก และสอง ความเกลียดชัง ถ้าคิดว่าเป็นความรักที่มีต่อพรรคอนาคตใหม่ หรือเป็นความเกลียดชังที่มีต่อรัฐบาลนี้ คุณคิดผิดค่ะ แต่ว่าเป็นความเกลียดชังในความอยุติธรรม และความรักในประชาธิปไตยของพวกเราค่ะ

ทุกท่านคะ จากเหตุการณ์ยุบพรรคอนาคตใหม่ที่ผ่านมา ทำให้เราได้เห็นว่าในสายตาของผู้ที่ปกครองประเทศนี้ ไม่เคยเห็นหัวประชาชน ไม่เคยเห็นคุณค่าของสิทธิเสียงประชาชน เขาเห็นการเลือกตั้งที่ผ่านมาเป็นแค่เครื่องมือในการชุบตัวให้กลายเป็นคนใหม่ เป็นรัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้ง แต่คนที่ไม่เคยเล่นอยู่ในเกมของประชาธิปไตยย่อมไม่มีวันเข้าใจและเคารพในระบอบนี้อย่างแท้จริง ประชาธิปไตยสำหรับเขาคงเป็นเพียงข้ออ้างที่ใช้บังหน้าในการสืบทอดอำนาจเผด็จการอย่างไม่มีที่สิ้นสุดค่ะ

ในวันนี้ ไม่ใช่มีเพียงแค่พรรคอนาคตใหม่และประชาชนกว่า 6 ล้านเสียงที่ถูกลิดรอนสิทธิเสรีภาพ แต่ยังมีผู้คนอีกมากมายที่ต้องทุกข์ทรมานจากการใช้อำนาจในคราบประชาธิปไตยของรัฐบาลนี้ ทั้งคุณนิรนาม ไผ่ ดาวดิน จ่านิว และคนอื่นๆ อีกมากมาย ทั้งที่เรารู้จักและไม่รู้จัก หากวันนี้เรายังยินยอม เพิกเฉย และปล่อยให้อำนาจอยุติธรรมนั้นยังคงอยู่ คนที่ถูกทำให้หายไปอาจจะเป็นพวกเราคนใดคนหนึ่ง ณ ที่นี้ก็ได้ค่ะ

วันนี้เขาขู่เราว่าการมาชุมนุมกันของพวกเราในวันนี้ ระวังอนาคตของพวกเราจะดับ แต่เขาคงลืมไปว่า เขาเองนั่นแหละค่ะที่เป็นคนพยายามดับความหวัง ดับความฝันของพวกเราตั้งแต่เมื่อ 6 ปีที่แล้ว

ทุกท่านคะ วันนี้เขาอาจจะคิดว่าเขามีอำนาจล้นฟ้า จะชี้หมาให้เป็นนก จะชี้เผด็จการให้เป็นประชาธิปไตยก็ได้ เขาจะสร้างหรือเขาจะทำลายอะไรก็ได้ ใช่ค่ะ คุณอาจทำลายประวัติศาสตร์แห่งประชาธิปไตยได้ คุณอาจทำลายหมุดคณะราษฎร ทำลายอนุสาวรีย์ปราบกบฏได้ ทำลายคนที่คิดต่าง ทำลายสิทธิเสียงของประชาชนได้ เขาคิดว่าเขาทำลายความหวังของพวกเราได้ค่ะ แต่พวกเขาคิดผิด เพราะสิ่งที่เขาไม่มีวันทำลายได้คือความจริงที่ว่า ประชาชนคือผู้ที่มีอำนาจสูงสุดในแผ่นดินแห่งประชาธิปไตยแห่งนี้

 

มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ #ที่ยุบอนาคตใหม่พี่มหาลัยกูทั้งนั้น

26 กุมภาพันธ์ 2563

 

“นักศึกษาเป็นกันไม่ได้ง่ายๆ นะครับ ยิ่งตอนนี้ยิ่งยากเลย คุณคิดดู หนังสือก็ต้องอ่าน รัฐบาลก็ต้องด่า”

 

สวัสดี เพื่อนต่างอุดมการณ์ทั้งหลาย ขนมหวานราดกะทิ ที่อาจจะดูไลฟ์สดอยู่ แล้วคอมเม้นต์ด่าอย่างเมามันจากทางบ้าน กลุ่มคนผู้ยืนยันอย่างหนักแน่นว่าชาตินี้หัวเด็ดตีนขาดยังไง ฉันก็จะไม่ให้ลูกหลานมาเรียนธรรมศาสตร์ แต่เวลานานเข้าๆ มันไม่ใช่แค่ธรรมศาสตร์น่ะสิโว้ย หลังๆ ท่านต้องคิดแล้วว่าหัวเด็ดตีนขาดอย่างไรท่านก็จะไม่ให้ลูกหลานไปเรียนธรรมศาสตร์ จุฬาฯ ศิลปากร มศว. ม.รังสิต มข. มช. ท่านจะไม่เหลือสถานที่ให้ลูกหลานท่านได้เรียนบ้างเลยเหรอครับ จะเอาให้ลูกหลานท่านเรียนโรงเรียนนายร้อยอย่างเดียวเลยรึยังไง จะส่งลูกไปเรียนต่างประเทศก็ไม่ได้ เดี๋ยวจะหาว่าเป็น ‘ซ้ายจัด ดัดจริต’

ความแตกต่างทางความคิด ความแตกต่างทางอุดมการณ์ คือเสน่ห์อันน่าเย้ายวนของเสรีภาพ ผมอยากให้ทุกท่านมายืนอยู่ตรงนี้แล้วมองภาพนี้ มันเป็นภาพที่น่าประทับใจมาก และคงเป็นภาพที่คล้ายกันกับภาพจุดเริ่มต้นการต่อสู้เมื่อวันที่ 14 ตุลาคม 2516 ที่นักศึกษาออกมาเสียสละเวลาอันมีค่าในการอ่านหนังสือมิดเทอมเพื่อมาไล่รัฐบาล

นักศึกษาเป็นกันไม่ได้ง่ายๆ นะครับ ยิ่งตอนนี้ยิ่งยากเลย คุณคิดดู หนังสือก็ต้องอ่าน รัฐบาลก็ต้องด่า เปิดหนังสือตำรา ตาดู หูยังฟังคำอภิปรายเลย เราต้องใช้ความสามารถในการแยกประสาท ถ้าไม่เรียกว่าพรสวรรค์จะเรียกว่าอะไร

อำนาจอธิปไตย แบ่งออกเป็น 3 เสาหลักค้ำ อำนาจนิติบัญญัติ บริหาร ตุลาการ ทั้ง 3 อำนาจนั้น บัดนี้หมดความน่าเชื่อถือลงแล้วครับท่าน ฝ่ายนิติบัญญัติเล่า เป็นยังไงบ้าง ท่าน ส.ส. หอในของพวกท่านทั้งหลาย งามไส้มั้ยล่ะฮะ เป็นยังไงบ้าง ส.ส. ที่ท่านตื่นเต้นที่จะได้ใช้สิทธิ์ครั้งแรกในชีวิตของท่านเลือกเขามา คนที่ท่านบรรจงจรดปากกากาเขาแล้วเลือกเขาให้เป็น ส.ส. เป็นอย่างไรบ้างตอนนี้ ส.ส. หอในของท่านทรยศความไว้เนื้อเชื่อใจของประชาชนธรรมศาสตร์เสียสิ้นแล้ว

หลายคนที่อยู่หอในมาบ่นกับผมว่า เฮ้ย ส.ส. ที่อุตส่าห์เลือก บรรจงกาอย่างประณีต ไปอยู่ภูมิใจไทย ทำยังไงดี มันทรยศเรา ผมก็ได้แต่บอกว่า เฮ้ย ไม่เป็นไร เข้าใจ เพื่อนก็มองค้อนว่าจะเข้าใจได้ยังไง ผมก็บอกว่า เข้าใจสิ ผมเป็นคนราชบุรี!

พวกท่านแค่ย้ายพรรค ผมนี่ อะไรก็ไม่รู้ ประท้วงสะเปะสะปะ… การเป็นคนราชบุรี ตอนนี้อยู่ลำบากมาก เพื่อนเดี๋ยวนี้ไม่ทักชื่อเล่นแล้ว ทักกันว่าเป็นไง ส.ส. บ้านคุณ ผมต้องมานั่งเสียเวลาอธิบายว่า เฮ้ย อยู่คนละเขตกัน ผมไม่ได้เลือก แต่หลังๆ นี่ผมสบายใจมาก เดินไปไหนมาไหนได้อย่างผึ่งผาย ไม่มีใครกล้าล้อ เพราะ ส.ส. หอในของท่านก็งามไส้ไม่แพ้ ส.ส. บ้านผมเหมือนกัน

ท่านจำสโลแกนได้มั้ย ‘เลือกความสงบ จบที่ลุงตู่’ อะไรอะ เขาก็ทำตามนโยบายนะฮะ จบมั้ยครับ จบเลยอนาคตพวกผมอะ จบแล้ว สงบมั้ยครับ คุณไปดู ตลาดไท ไปดูตลาดร้านค้า นิ่งสงบเลย มีแต่คนขาย ไม่มีคนซื้อ

คดีเกี่ยวกับฝ่ายรัฐบาล นาฬิกาบ้างละ รุกป่า เลี้ยงไก่ โต๊ะจีนบ้างละ ปปช. เป็นไงครับ นิ่งสงบตามนโยบายเป๊ะเลย เขาสนองนโยบายกันดี ชอบธรรม ไม่ชอบธรรม ยุติธรรมหรือไม่ มีใบสั่งหรือไม่ คนเขาดูออก ดูออกเลย ‘นะค่ะ’

สุดท้ายนี้แค่อยากจะบอกว่า

มหาชนหลั่งไหลใฝ่ศึกษา

วิทยาลัยแห่งนี้มีความหลัง

วิชาการก่อปัญญาพ้นภวังค์

ธรรมเปรียบดั่งแสงไฟชี้ทางตน

 

ศาสตร์ฤาศิลป์พิทักษ์ไว้ด้วยชีวิต

และอุทิศเพื่อประชาทุกแห่งหน

การศึกษามิสอนให้เป็นนายคน

เมืองนี้ชนทุกชั้นนั้นเท่าเทียม

 

ขอบคุณครับ

 

มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตปัตตานี #มอออตานีขยี้รอบสอง

26 กุมภาพันธ์ 2563

 

“เศษฝุ่นอย่างเราด้อยค่าเหลือเกินในสายตาเผด็จการ แต่เศษฝุ่นเหล่านี้ถ้ารวมตัวกันไว้ เผด็จการก็เอาไม่อยู่”

 

ขอบคุณพี่น้องที่รักยิ่ง ที่ศรัทธาในประชาธิปไตย เศษฝุ่นอย่างเราด้อยค่าเหลือเกินในสายตาเผด็จการ แต่เศษฝุ่นเหล่านี้ถ้ารวมตัวกันไว้ เผด็จการก็เอาไม่อยู่ เพราะฉะนั้นอย่ากลัว อย่าแอบอยู่หลังต้นไม้ อย่าแอบอยู่หลังม่าน อย่าแอบอยู่บนเตียง ยิ่งเราแอบ เผด็จการยิ่งได้ใจ ยิ่งไม่มีวันเปลี่ยนแปลง

ผมขออ่านแถลงการณ์นักศึกษามหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตปัตตานี และผู้มาร่วมชุมนุมแฟลชม็อบในวันนี้ ผู้รักในประชาธิปไตย และสังคมที่เป็นธรรม

ตลอดระยะเวลา 5 ปี ในกาลสมัยอันมืดมิดที่ผ่านมา ได้นำพาประเทศไทยมาถึงจุดที่ดิ่งที่สุดในสังคมไทย อันเต็มไปด้วยปัญหามากมายที่เกิดขึ้นในบ้านเมือง เช่น ปัญหาความแตกแยกที่ร้าวลึกในสังคมไทย ปัญหาสภาวะเศรษฐกิจถดถอย ปัญหาความเหลื่อมล้ำที่เพิ่มช่องว่างระหว่างคนรวยและคนจนมากขึ้น และที่สำคัญปัญหาที่เกิดขึ้นกับกระบวนการยุติธรรมในสังคมไทย อันเป็นปัจจัยหลักที่ทำให้สังคมรังแต่จะเพิ่มความขัดแย้ง ปัญหาเหล่านี้ที่ได้กล่าวมา เกิดขึ้นจากรัฐบาล โดยการนำของพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา และที่สำคัญไปกว่านั้น รัฐธรรมนูญ 2560 มรดกของคณะรักษาความสงบแห่งชาติ หรือ คสช. ส.ว. 250 คนที่ถูกแต่งตั้งโดยคณะคนเพียงหยิบมือ โดยไม่มีที่มาที่ยึดโยงกับประชาชน รวมถึงองค์กรอิสระต่างๆ ที่คอยชี้ผิด ชี้ถูก ต่อองค์การทางการเมืองที่มีที่มาที่ยึดโยงกับประชาชน และที่สำคัญไปกว่านั้น ปัญหาการละเมิดสิทธิมนุษยชนต่อนักกิจกรรมที่เคลื่อนไหวทางการเมือง รวมถึงประชาชนผู้อาศัยอยู่ในสามจังหวัดชายแดนภาคใต้

ในนามของนักศึกษาผู้รักในความถูกต้อง ความยุติธรรม และสังคมประชาธิปไตย หรือถ้าจะให้พูดให้เจาะจงกว่านั้น เราคือนักศึกษามหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตปัตตานี คือบุคคลที่ปวารณาว่าตัวเองคือปัญญาชนผู้อุทิศตนเพื่อคนอื่น ขอเชิญชวนเหล่าบรรดาปัญญาชนตั้งคำถามเพื่อหาคำตอบ เพราะความรู้นั้นเกิดขึ้นได้จากการตั้งคำถาม และการแลกเปลี่ยนความรู้ที่หลากหลาย การปิดกั้นการแสดงออกและความคิดเห็นยิ่งกดทับสร้างความไม่เท่าเทียม นำมาสู่ความแตกแยกอันร้าวลึกในหมู่ประชาชน อีกทั้งมหาวิทยาลัยแห่งนี้เป็นองค์กรที่รับภาษีมาจากประชาชน ที่ต้องตระหนักและให้ความสำคัญต่อผลประโยชน์ของประชาชน และอุทิศตนเพื่อสังคม เพื่อตอบแทนภาษีของประชาชน ดังคำกล่าวที่ว่า พึงรู้เถิดว่า ประเทศนี้เป็นของราษฎร

แม้การเลือกตั้งวันที่ 24 มีนาคม 2562 ที่ผ่านมาจะผ่านพ้นไปแล้ว แต่ประชาธิปไตยไทยหาได้มีความมั่นคงไม่ แต่ยังเพิ่มและซ้ำเติมความเหลื่อมล้ำในสังคม และบรรดาความไม่เป็นธรรมอย่างที่กล่าวไปแล้วนั้น ได้ทวีคูณเพิ่มขึ้นมาอย่างเด่นชัด มีการยุบพรรคการเมืองถึง 2 พรรคในเวลาไม่ถึง 1 ปี ในขณะที่ฝ่ายสืบทอดอำนาจของ คสช. แทบจะไม่ถูกดำเนินคดีอะไรเลย สร้างความเคลือบแคลงใจให้สังคมเป็นอย่างมาก ขณะเดียวกันประชาชนก็ถูกลดทอนศักดิ์ศรี ลิดรอนสิทธิเสรีภาพ มีการจับกุมประชาชนที่แสดงความเห็น ที่เห็นแย้งกับผู้มีอำนาจ ไม่มีสิทธิ์ ไม่มีเสียง ลิดรอนสิทธิเสรีภาพ ถูกกระทำประหนึ่งว่าไม่ใช่มนุษย์ สร้างความเจ็บปวดทั้งร่างกายและจิตใจ ภายใต้ความรุนแรงเชิงโครงสร้างนี้

พวกเราในฐานะนักศึกษา ผู้ตระหนักในบุญคุณของภาษีประชาชน ขอสนับสนุนสิทธิเสรีภาพในการแสดงออกทางการเมือง เพื่อสร้างการตระหนักรู้ในเรื่องสิทธิเสรีภาพให้กับสังคม พวกเราหวังเป็นอย่างยิ่งว่า มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์แห่งนี้จะสนับสนุนแนวทางประชาธิปไตย และให้เสรีภาพแก่นักศึกษาเพื่อทำกิจกรรมทางการเมืองและสังคม เพื่อตอบแทนเงินภาษีประชาชนที่ได้ทำนุบำรุงแก่พวกเราทั้งหลาย โดยไม่มีการปิดกั้นการแสดงออกใดๆ โดยเราขอยื่นข้อเรียกร้องต่อผู้มีอำนาจทั้งที่สามารถเอ่ยนามได้ และไม่สามารถเอ่ยนามได้

 

  1. ขอเรียกร้องให้มีการตั้งสภาร่างรัฐธรรมนูญ หรือ สสร. โดยสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญมีที่มาจากการเลือกตั้งทางประชาชน 100% เพื่อเปิดโอกาสให้มีการร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ โดยจัดให้มีการลงประชามติและการรณรงค์จากทุกฝ่ายอย่างเป็นธรรม
  2. ขอเรียกร้องต่อผู้ดำรงตำแหน่งในองค์กรอิสระที่ได้รับการแต่งตั้งหรือขยายระยะเวลาการดำรงตำแหน่งจาก คสช. ให้ลาออก และให้มีการจัดหาบุคคลเข้าดำรงตำแหน่งโดยมีที่มาที่ยึดโยงกับประชาชน
  3. ให้พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีลาออกจากตำแหน่ง เพื่อแสดงความรับผิดชอบต่อเหตุการณ์หลายประการทั้งปวง เพื่อให้สังคมไทยข้ามพ้นวิกฤตต่างๆ เช่น วิกฤตเศรษฐกิจ วิกฤตความแตกแยกในสังคมไทย และวิกฤตอื่นๆ อีกมากมายที่ไม่สามารถกล่าวได้ทั้งหมดในแถลงการณ์ฉบับนี้

 

มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตปัตตานี ผู้อุทิศตนทำเพื่อประโยชน์ของมนุษย์เป็นกิจที่หนึ่ง

 

มหาวิทยาลัยมหาสารคาม #ถึงจะอยู่ไกลขอส่งใจที่ลานแปดเหลี่ยม

27 กุมภาพันธ์ 2563

 

“เราไม่ได้มาเพื่อที่จะชูป้ายแล้วยืนด่าเขาอย่างเดียว แต่เรามาเพื่อบอกเขาว่าเราคืออนาคตที่จะเปลี่ยนประเทศไทยให้เป็นประชาธิปไตยที่สมบูรณ์”

 

พี่น้องที่เคารพ ผมเรียนกับพี่น้องว่า ผมเกิดมา 20 กว่าปี ไม่เคยเห็นนายกรัฐมนตรี หรือ ครม. ชุดใด ทำประเทศฉิบหายป่นปี้ได้ขนาดนี้มาก่อน ที่สำคัญ มันทำให้เราสูญเสียประชาธิปไตย ไม่ใช่แค่ปี 57 แต่ลากยาวมาตั้งแต่ปี 49 ย่ำยีประชาธิปไตย ย่ำยีคะแนนเสียงเรา มองข้ามหัวอกประชาชน ผมถามอย่างเดียวว่า พี่น้องยอมมั้ย

พลังประชารัฐ หรือจะสู้ พลังประชาชน

เรารวมกันวันนี้ เราไม่ได้มาเพื่อที่จะชูป้ายแล้วยืนด่าเขาอย่างเดียว แต่เรามาเพื่อบอกเขาว่าเราคืออนาคตที่จะเปลี่ยนประเทศไทยให้เป็นประชาธิปไตยที่สมบูรณ์

ผมอยากจะย้อนไปถึงข้อเสนอของชาว มมส. สิ่งที่เราต้องการ คือ ต้องการให้มีการร่างรัฐธรรมนูญใหม่ที่เป็นรัฐธรรมนูญของประชาชน ไม่ใช่รัฐธรรมนูญที่เอาคะแนนไปแจกพรรคเล็ก 30,000 คะแนน เข้ามาเป็น ส.ส. โหวตเลือกกันเอง มี ส.ว. สืบทอดอำนาจกัน แบบนี้มันไม่เห็นหัวประชาชน มีอยู่อย่างเดียวคือต้องร่างรัฐธรรมนูญใหม่ ให้เป็นรัฐธรรมนูญที่มาจากประชาชน โดยประชาชน และเพื่อประชาชน

ผมได้รับข้อมูลมาว่า พวกเราคือกลุ่มที่เรียกว่าเป็น new voter มีอยู่ประมาณ 4 ล้านคน เราไม่มีการเลือกตั้งมาตั้งแต่ปี 54 พอปี 57 เราเลือกไม่ได้ เพราะมีม็อบไปปิด แล้วภายใต้รัฐธรรมนูญฉบับนี้ที่สร้างขึ้นมา เขาทำลายคะแนนเราทิ้ง เราไม่ได้เลือกคนที่ใช่ ไม่ได้เลือกพรรคที่ชอบ ถึงเลือกมาคะแนนก็ไปกระจัดกระจายอยู่ที่พรรคไหนไม่รู้ ไม่เช่นนั้นแล้วเราคงไม่ได้เห็น ส.ส. ที่คอยมาต่อรองราคากันอยู่ในสภา รัฐธรรมนูญฉบับนี้เปิดโอกาสให้พ่อค้ายาเข้ามาเป็นรัฐมนตรี หมอยาตราสิงโตเหยียบโลกบอกว่าเงินเดือนแสนสองไม่พอใช้ ลองมาใช้เดือนละ 9,000 เหมือนพ่อแม่ผมมั้ย จะได้รู้ว่าเขาลำบากกันขนาดไหน

นอกจากร่างรัฐธรรมนูญใหม่ เรายังต้องการให้ไม่ใช่แค่คุณประยุทธ์ลาออก แต่ต้องการให้ยุบสภา เพราะมันบ่งบอกแล้วว่ารัฐบาลชุดนี้ไม่มีศักยภาพในการบริหาร

นอกเหนือจากเรื่องนี้แล้ว ถ้าหากมีการเลือกตั้งใหม่ ผมมั่นใจเลยว่า ต่อให้เขายุบพรรคอีกเป็นร้อย เหลือพรรคเดียว เราก็ไม่เลือก แค่นายกฯ บอกวิธีแก้ปัญหาว่า ฝนตกก็ไปเลี้ยงปลา ข้าวถูกปลูกหมามุ่ย ฝนแล้งก็สวดมนต์ ถ้าคิดได้แค่นี้ ผมก็เป็นนายกฯ ได้เหมือนกัน

ผมเชื่อว่าที่มาวันนี้มีทั้งคนเห็นต่างและเห็นด้วย แต่ว่าเราก็ให้โอกาส เราก็เปิดพื้นที่ เราไม่ใช่คนใจแคบ ที่จะไม่เปิดโอกาสให้ใครนะครับ เราไม่เคยไปบอกใครว่าคิดต่างแล้วเป็นคนหนักแผ่นดิน ชังชาติ ถ้าเขาคิดได้แค่นั้น ผมถามพี่น้อง ยอมมั้ย เราสู้มั้ย ถ้าเขา ‘แอนแอ่นแอ้น’ อีกรอบนึง จู่ๆ ก็ปลุกเรื่องหนักแผ่นดินขึ้นมา พี่น้องยอมมั้ย ผมเชื่อว่าไม่มีใครหรอกที่ยอมให้เงิน 500 มาจ้างเพื่อเอาอกตัวเองไปรับกระสุนปืน คนเราต้องมีอุดมการณ์ มีจิตใจ และมีสิ่งที่รักอยู่ ถึงกล้าทำขนาดนั้น ดังนั้น ไม่ว่าจะเป็นพี่น้องเราที่ตายไป ที่เสียสละไปตั้งแต่เหตุการณ์ 14 ตุลาฯ หรือ 6 ตุลาฯ หรือวีรชนที่พลีชีพเพื่อประชาธิปไตย เขาไม่ได้ตายแล้วสูญเปล่า อย่างน้อยเราคือผู้สืบทอดอุดมการณ์ เราคือหมุดหมาย คือต้นกล้าที่จะก้าวขึ้นมาเปลี่ยนแปลงประเทศไทยในอนาคต

ถ้าเราไม่สู้แล้ว ประเทศไทยไม่มีทางเปลี่ยน อยู่อีก 20 ปี ก็ฉิบหายไปอีก 20 ปี อยู่อีก 30 ปี ก็ฉิบหายอีก 30 ปี

ถึงเวลาแล้วที่เราจะต้องลุกขึ้นสู้ ถึงเวลาแล้วที่เราจะต้องหันมาสนใจการเมือง มันไม่ใช่เรื่องไกลตัวเรา การเมืองอยู่ในทุกลมหายใจของเรา อยู่ในทุกช่วงเวลาชีวิต เราต้องออกมาเพื่อพิทักษ์สิทธิ์ของเรา พิทักษ์ผลประโยชน์ของเรา อย่าให้ใครเอาประชาธิปไตยของเรา หรือประเทศของเราไปย่ำยีอย่าง 6 ปีที่ผ่านมา

 

มหาวิทยาลัยรามคำแหง #ลูกพ่อขุนไม่รับใช้เผด็จการ

27 กุมภาพันธ์ 2563

 

“ตราบใดก็ตามที่เผด็จการไม่ฟังเสียงของเรา ไม่แคร์แม้แต่ชีวิตของเรา ทำไมเราจะต้องทน”

 

ผมจะมาชวนทุกท่านย้อนนึกว่า ทำไมพวกเราต้องมายืนตรงจุดนี้ จุดที่พวกเราไม่อยากทนอีกแล้ว ถ้าพวกท่านจำกันได้ วันที่ 22 พฤษภาคม 2557 พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชาและบริวารเอารถถังปล้นอำนาจของเราไป นั่นคือสิ่งที่เลวร้ายที่สุด และหลังจากนั้นพลเอกประยุทธ์ทำอะไร คสช. พยายามบอกว่าอยากอยู่ต่อ พวกเขาทำอะไร พวกเขาร่างกติกา ร่างรัฐธรรมนูญที่ผิดเพี้ยน ร่างรัฐธรรมนูญที่พิกลพิการ ร่างรัฐธรรมนูญที่ไม่เคยเคารพประชาชน ร่างรัฐธรรมนูญที่ประชาชนไม่เคยรู้สึกว่าเป็นเจ้าของ นี่คือสิ่งที่พลเอกประยุทธ์ และ คสช. ทำ

พี่น้องที่รักในประชาธิปไตยทุกท่านครับ ก่อนหน้านี้ คสช. ทำอะไรลงไป ผมเป็นคนจากสามจังหวัดชายแดนภาคใต้ คสช. รัฐบาลเผด็จการบอกว่าจะโอนอำนาจให้กองอำนวยการรักษาความมั่นคง แล้วพลเอกประยุทธ์นั่งหัวโต๊ะ แล้วบอกว่าสิ่งนี้คือสิ่งที่ต้องทำเพื่อระงับปัญหา แต่สิ่งที่เราเห็นคืออะไร ปัญหาสามจังหวัดชายแดนภาคใต้ไม่เคยถูกแก้ไข

หลังจากนั้นพลเอกประยุทธ์บอกว่ารัฐธรรมนูญฉบับนี้เราต้องผ่านมันให้ได้ แต่การผ่านรัฐธรรมนูญฉบับนี้ เขาจับคนที่ไม่เห็นด้วยกับรัฐธรรมนูญ เขาจับคนที่เห็นต่างกับรัฐธรรมนูญฉบับฉ้อฉลนี้ นั่นคือสิ่งที่ คสช. ทำ หลังจากนั้น เลือกตั้งก็ยังมีบัตรเขย่ง จนได้รัฐมนตรีที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับยาเสพติด มีรองนายกฯ ที่นาฬิกายืมเพื่อน

ผมจะพาทุกท่านลงใต้ ถ้าเราดูประชุมสภา 2-3 วันที่ผ่านมา พรรคฝ่ายค้านพยายามจะชี้ให้เห็นว่าในพื้นที่สามจังหวัดชายแดนภาคใต้ ประชาชนได้รับผลกระทบอย่างไรจากระบอบเผด็จการนี้

ทุกท่านครับ ถ้าเราดูข่าว คนที่ชื่ออับดุลเลาะ อีซอมูซอ เป็นชาวบ้านปัตตานี บ้านเดียวกับผม แกเป็นชาวบ้านธรรมดา มีอาชีพเป็นช่างก่อสร้าง เขาถูกเจ้าหน้าที่ทหารเชิญตัว บ้านเราใช้คำว่าเชิญตัวนะครับ เพราะกฎหมายอัยการศึกพร้อมที่จะจับเวลาไหนก็ได้ ถูกเชิญตัวไปค่ายทหารไม่ถึง 24 ชั่วโมง คนที่ชื่อ อับดุลเลาะ อีซอมูซอ สลบ สมองตายเข้าโรงพยาบาล สุดท้ายเสียชีวิต พรรคฝ่ายค้านในสภาตั้งคำถามต่อพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชาว่า แล้วกรณีเช่นนี้ท่านคิดว่าเป็นอย่างไร พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชาบอกว่า เขาลื่นล้มในห้องน้ำ ผมนี่อยากแจกมินิฮาร์ตเลยครับ นั่นคือสิ่งที่เกิดขึ้น

หลังจากนั้นมีประชาชน 3 คน ถูกทหารยิงเสียชีวิตบนเขา เขาบอกว่าตั้งคณะกรรมการตรวจสอบ คณะกรรมการตรวจสอบที่ถูกตั้งด้วยเจ้าหน้าที่รัฐที่ทำลายประชาชน สิ่งที่เกิดขึ้นคืออะไร วัฒนธรรมลอยนวลพ้นผิด ตาย จ่าย แล้วก็จบ นี่คือสิ่งที่เกิดขึ้น และเหตุนั้นเองที่เกิดขึ้นในพื้นที่บ้านผม ตอนนี้ลามไปถึงภาคอื่นๆ ของประเทศไทย ท่านจำชัยภูมิ ป่าแสได้ ท่านจำจ่านิวได้ จ่านิวโดนทำร้ายหน้ากล้องวงจรปิด ถูกชายฉกรรจ์ตบหน้า แต่คดีเป็นยังไงครับท่าน นี่คือสิ่งที่เราเห็นว่าตราบใดก็ตามที่เผด็จการไม่ฟังเสียงของเรา ไม่แคร์แม้แต่ชีวิตของเรา ทำไมเราจะต้องทน

มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี #ศาลาวีรชนจะไม่ใช่ที่หลบฝนอีกต่อไป

27 กุมภาพันธ์ 2563

 

“เราไม่ได้สนับสนุนคุณธนาธร เราไม่ได้สนับสนุนปิยบุตร เราสนับสนุนการเรียกร้องประชาธิปไตยและความยุติธรรมของประเทศไทยให้กลับคืนมา”

 

ผมคือคนหนึ่งที่รู้สึกว่ารัฐบาลนี้มีความไม่ชอบมาพากลอะไรต่างๆ นานาเต็มไปหมด ตอนแรกเขาบอกว่าจะจัดตั้งการเลือกตั้ง แล้วคืนอำนาจให้ประชาชน 1 ปีแล้ว 1 ปีเล่า 1 ปีแล้ว 1 ปีเล่า เลื่อน! เลื่อนทำไมครับ คุณกำลังทำอะไรอยู่รึเปล่าครับ ซึ่งเราไม่รู้เหตุผลที่แท้จริงว่าเขาเลื่อนการเลือกตั้งไม่รู้กี่ครั้ง โกหกประชาชนไม่รู้กี่ครั้ง เขาเลื่อนทำไม โอเค เรารอได้ เรารอ

ผมขึ้นปี 1 เขาบอกจะจัดเลือกตั้ง โอเค เราดีใจมาก เพราะว่าเราอายุ 18 ปีบริบูรณ์ เราอยากที่จะเลือกตั้งเป็นครั้งแรกในชีวิต แล้วเราอยากจะเห็นคนใหม่ๆ เข้ามาบริหารบ้านเมือง ถ้าเกิดพวกเขาเข้ามาบริหารบ้านเมืองแล้ว แล้วมันมีความไม่ชอบมาพากลเหมือนรัฐบาลปัจจุบัน พวกเราก็จะไม่อยู่นิ่ง พวกเราก็จะออกมาประท้วง ตรวจสอบการทำการเมืองของพวกเขาว่าสุจริต โปร่งใสจริง ไม่ใช่ว่าเราเข้าข้างใคร ไม่ใช่ว่าเราสนับสนุนใครเป็นตัวบุคคล เราอยากจะเห็นการเปลี่ยนแปลงของประเทศ เราให้โอกาสกับคนอื่นๆ ได้เข้ามาพัฒนาประเทศ ถ้าเกิดเขาทุจริตเหมือนที่ผ่านมา เราก็จะไม่ยอมให้พวกเขาเอาเงินภาษีของพวกเรา ของพ่อแม่พวกเราไปใช้ในทางที่ผิด ซึ่งตอนนี้ เราก็รู้อยู่ว่า เหตุการณ์บ้านเมืองมันเป็นยังไง

มีพรรคหนึ่ง สีส้ม โดนยุบพรรค หัวหน้าพรรคโดนเตะออกจากสภา คุณคิดว่าเป็นเกมของพวกเขาหรือไม่ เรารู้ว่าพวกเขาต้องการที่จะกำจัดผู้นำฝั่งตรงข้าม ตัวที่เป็นหัวหน้าออกไป เพื่อที่จะไม่ให้เข้าไปดิสเครดิตพวกเขาในสภา เราไม่ได้สนับสนุนคุณธนาธร เราไม่ได้สนับสนุนปิยบุตร เราสนับสนุนการเรียกร้องประชาธิปไตยและความยุติธรรมของประเทศไทยให้กลับคืนมา

ผมศึกษาการเมืองมาเกือบครึ่งชีวิต และผมอยากจะเห็นการเมืองของประเทศไทยขาวสะอาด เป็นประชาธิปไตยที่แท้จริง ไม่ใช่ว่าคุณต้องมากำจัดฝ่ายตรงข้าม เพื่อไม่ให้ฝั่งตรงข้ามนี้ไปดิสเครดิตพวกคุณ แน่จริงทำไมพวกคุณไม่ปล่อยให้เขาเข้าไปในสภาแล้วต่อสู้กันในสภา แต่คุณใช้ความอยุติธรรมกับพวกเขา เตะพวกเขาออกจากสภา ทั้งๆ ที่เขามาจากการเลือกตั้งของประชาชน

คุณครูสอนว่า บ้านเราคือประเทศที่เป็นประชาธิปไตย นี่หรือครับประชาธิปไตยที่เราได้ร่ำเรียนมา แล้วพวกเขาทำประชาธิปไตยให้บ้านเมืองเราเป็นอย่างนี้ แสดงว่าพวกคุณหลอกพวกผม แสดงว่าพวกคุณโกหกพวกผมมาตั้งแต่พวกผมเด็กๆ

เห็นศาลาวีรชนมั้ยครับ พี่สมพงษ์ (พลอยเรืองรัศมี) เขาต่อสู้เพื่อเรียกร้องประชาธิปไตยให้เราเมื่อ 47 ปีที่แล้ว ปี 2516 เขาต้องเสียชีวิตในเหตุการณ์นั้น เพราะเขาออกไปเรียกร้องประชาธิปไตยให้กับพวกเรา แต่แล้ว จนถึงวันนี้ ณ ตอนนี้ ประชาธิปไตยที่พี่เขาได้เรียกร้องเมื่อ 47 ปีที่แล้วยังไม่เกิดขึ้นเลยในสังคมไทย ถ้าบอกว่ารัฐประหารแล้วจะดีขึ้น ทำไมประเทศเราถึงยังไม่พัฒนาล่ะครับ

ผมขอบคุณทุกคนที่ออกมาแสดงพลังกันในวันนี้ ชาว มจธ. ทุกคนที่ยึดมั่นในหลักประชาธิปไตย แล้วคิดว่าทุกคนเกิดมาเป็นมนุษย์ มีสิทธิและเสรีภาพที่เท่าเทียมกันทุกคน ผมอยากให้ทุกคนจำวันนี้เอาไว้ วันที่คุณก้าวออกมา แล้วมาแสดงพลัง ณ จุดๆ นี้ ต่อหน้าศาลาวีรชนที่มหาวิทยาลัยเรามี อยากให้ทุกคนจงภูมิใจว่า วันหนึ่งเราเคยต่อสู้กับอำนาจอยุติธรรม เราเคยต่อสู้กับอำนาจมืด เราจะเอาไปเล่าให้กับลูกหลานเราฟังได้ว่า เราไม่ก้มหัวให้เผด็จการ

คุณรู้มั้ยครับว่า เผด็จการกลัวอะไร เผด็จการกลัวประชาชน!

Author

Panis Phosriwungchai

ปาณิส โพธิ์ศรีวังชัย สำเร็จการศึกษาระดับปริญญาตรีจากคณะเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร สาขานิเทศศาสตร์ มหาวิทยาลัยศิลปากร และระดับปริญญาโทที่คณะนิเทศศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เป็นอดีตกองบรรณาธิการนิตยสาร WRITER และอดีตผู้ช่วยบรรณาธิการที่สำนักพิมพ์มติชนปาณิสสนใจเรื่องราวของผู้คน ทำงานลงพื้นที่สังเกตการณ์ และเข้าไปใช้ชีวิตเพื่อให้เห็นชีวิต