fbpx

ชีวิตบนเส้นด้ายของเกษตรกรไทยในพื้นที่หลังบ้าน EEC

เกษตรกรไทยถือเป็นกลุ่มคนที่มีวิถีชีวิตแขวนไว้บนความไม่แน่นอน (uncertainties) อยู่ตลอดเวลา ไม่ว่าจะเป็นความไม่แน่นอนจากความผันผวนของตลาดสินค้าและปัจจัยการผลิตทางการเกษตร การเปลี่ยนแนวทางดำเนินนโยบายและกฎหมายของรัฐ การเกิดภัยพิบัติ การเกิดโรคระบาดในพืช สัตว์ ไม่เว้นแม้แต่ในมนุษย์ อย่างไรก็ตามในทุกวันนี้มีกลุ่มเกษตรกรที่จัดว่ากำลังเผชิญกับความไม่แน่นอนที่ยุ่งยากซับซ้อนที่สุดกลุ่มหนึ่งในประเทศไทย นั่นคือเกษตรกรที่อยู่บริเวณใกล้เคียงกับโซนพื้นที่ระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก (Eastern Economic Corridor – EEC)

EEC คือโครงการพัฒนาพื้นที่ชายฝั่งทะเลภาคตะวันออก อันครอบคลุมพื้นที่สามจังหวัด ได้แก่ ชลบุรี ระยอง และฉะเชิงเทรา โดยมุ่งเน้นการลงทุนยกระดับอุตสาหกรรมและโครงสร้างพื้นฐาน เพื่อเพิ่มศักยภาพการแข่งขันทางเศรษฐกิจของประเทศ โดยต่อยอดมาจากแผนพัฒนาเศรษฐกิจภาคตะวันออก (Eastern Seaboard) ซึ่งดำเนินมาต่อเนื่องตั้งแต่ทศวรรษ 2530 ในตลอดสามทศวรรษที่ผ่านมาของการพัฒนาบริเวณดังกล่าว พื้นที่เกษตรกรรมแถบนั้นได้กลายเป็นพื้นที่ที่ต้องผ่านพลวัตการเปลี่ยนแปลงด้านที่ดินมากที่สุดแห่งหนึ่งของไทย จากการถูกจับจ้องโดยบรรดากลุ่มทุนอุตสาหกรรมและนักเก็งกำไรที่ดิน ไม่เพียงแต่พื้นที่เกษตรกรรมในเขตจังหวัด EEC เท่านั้น หากแต่ยังรวมถึงพื้นที่เกษตรกรรมใกล้เคียง เช่นในจังหวัดปราจีนบุรี

ปราจีนบุรีอยู่ภายใต้กระแสของการสนับสนุนให้ผนวกรวมพื้นที่บริเวณนี้ให้เป็นส่วนหนึ่งของ Eastern Seaboard และ EEC มาตลอด แม้ว่าในเวลานี้จะยังไม่ถูกกำหนดให้เป็นส่วนหนึ่งโครงการ EEC แต่ภูมิทัศน์ของพื้นที่แถบนี้ในสายตาของรัฐและกลุ่มทุนได้เปลี่ยนแปลงไปเรียบร้อยแล้ว โดยพื้นที่เกษตรกรรมถูกลดมูลค่าลงเรื่อยๆ ซึ่งเกิดขึ้นพร้อมๆ กับการผลักดันการพัฒนาพื้นที่ไปสู่สังคมอุตสาหกรรมที่ที่ขยายวงกว้างขึ้นเรื่อยๆ ดังเห็นได้จากแนวทางการพัฒนาพื้นที่แห่งนี้ให้กลายเป็น ‘พื้นที่หลังบ้าน’ หรือพื้นที่รองรับการขยายตัวของอุตสาหกรรมให้กับโครงการ EEC จากแผนพัฒนาของทั้งรัฐและบางกลุ่มทุนที่ผ่านมา

ผู้เขียนได้ลงพื้นที่ทำวิจัยสังคมเกษตรกรรมในจังหวัดปราจีนบุรี พบว่าเกษตรกรในพื้นที่ดังกล่าวอันกำลังถูกมองว่าเป็นหลังบ้านของ EEC ล้วนกำลัง ‘แขวนอยู่บนเส้นด้าย’ ท่ามกลางกลุ่มทุนและอุตสาหกรรมที่กำลังรุกคืบเข้ามากลืนกิน

‘ที่ดิน’ การเสี่ยงโชคท่ามกลางความไม่แน่นอนของเหล่าเกษตรกร

Frank Cancian[1] นักมานุษยวิทยาที่ศึกษาเกี่ยวกับการตัดสินใจของเกษตรกรรมท่ามกลางภาวะความไม่แน่นอน เคยให้ข้อสมมติไว้ว่า การตัดสินใจของเกษตรกรเปรียบเสมือนการเสี่ยงโชค เพราะเกษตรกรต้องใช้ชีวิตอยู่ท่ามกลางความไม่แน่นอนในหลายเรื่อง และในการเสี่ยงโชค ทุกคนต่างก็ย่อมต้องการชัยชนะ เพื่อที่จะยกระดับฐานะทางเศรษฐกิจของตัวเอง ส่งผลให้ทุกการตัดสินใจของเกษตรกรมักมีแนวโน้มอยู่ในรูปของการลดความไม่แน่นอนจากการลงทุนลงแรง ด้วยการใช้ทรัพยากรที่พวกเขามีอยู่ หากเราลองนำเอาข้อสมมติฐานข้อนี้ไปมองสิ่งที่เกิดขึ้นจริงกับสังคมเกษตรกรรมแห่งหนึ่งในจังหวัดปราจีนบุรีที่ผู้เขียนได้ลงพื้นที่วิจัยภาคสนาม ก็พบว่าหนึ่งในทรัพยากรที่เป็นเงื่อนไขสำคัญที่สุดของเกษตรกรพื้นที่แห่งนี้ในการตัดสินใจอนาคตตัวเอง คือ ‘ที่ดิน’ ซึ่งเป็นทรัพยากรที่มีอยู่อย่างจำกัด และเป็นสิ่งที่แต่ละครัวเรือนมีไม่เท่ากัน

ด้านหนึ่ง กลุ่มเกษตรกรเช่าที่ดินด้วยข้อจำกัดของระยะเวลาและเงื่อนไขในสัญญาเช่า รวมถึงต้นทุนค่าเช่าที่ดิน ทำให้ทางเลือกในการตัดสินใจของเกษตรกรเช่าที่ดินต้องอยู่บนหนทางที่เน้นปลอดภัยไว้ก่อน (safety-first) คือต้องพยายามลดความไม่แน่นอนให้มากที่สุด โดยเฉพาะการปลูกพืชเศรษฐกิจที่พวกเขาสามารถเห็นราคาได้ชัดเจน และเป็นพืชที่พวกเขามีประสบการณ์เพาะปลูกมาก่อน เช่น มันสำปะหลัง อ้อย และข้าว รวมถึงการลดความไม่แน่นอนด้วยการใช้เครื่องมือต่างๆ เพื่อควบคุมปริมาณของผลผลิต ดังเช่นที่พี่ริน (นามสมมติ) เจ้าหน้าที่เกษตรกรตำบลในจังหวัดปราจีนบุรี บอกกับผู้เขียนว่า

“แนวโน้มของเกษตรกรเช่าที่ดินเน้นปลูกเข้มข้น คือเลือกปลูกพืชเศรษฐกิจน้อยชนิด เพื่อควบคุมต้นทุน เลือกใช้ปุ๋ยและยากำจัดศัตรูพืชเพื่อลดความเสี่ยงไม่ให้(ปริมาณ)ผลผลิตลดลง รวมถึงเช่าที่ดินจำนวนมากเพื่อให้ครอบคลุมรายจ่ายทั้งหลาย และพอมีรายได้คุ้มกับที่ตนลงแรงไป”

ตรงกันข้ามกับกลุ่มเกษตรกรที่มีกรรมสิทธิ์ที่ดินอยู่ในมือ การตัดสินใจเสี่ยงเลือกแนวทางปฏิบัติใหม่ๆ เช่นเรื่องรูปแบบการเพาะปลูก และประเภทของพื้นที่จะนำมาเพาะปลูก มีแนวโน้มเกิดขึ้นได้มากกว่าเกษตรกรเช่าที่ดิน เพราะปราศจากข้อจำกัดเรื่องระยะเวลาหรือต้นทุนในการเช่าที่ดิน ทำให้เกษตรกรกลุ่มนี้สามารถเลือกลงทุนลงแรงไปกับการพัฒนาที่ดินทั้งระยะสั้นและยาวได้ รวมทั้งยังสามารถนำที่ดินไปเป็นหลักฐานค้ำประกันเงินกู้ เพื่อแปลงทรัพยากรให้เป็นเงินทุนที่นำมาหมุนเวียนได้ด้วย

อย่างไรก็ตาม จากประสบการณ์ของเกษตรกรในปราจีนบุรีตลอดช่วงสามทศวรรษที่ผ่านมา กรรมสิทธิ์ที่ดินที่ควรเป็นทรัพยากรพื้นฐานที่ช่วยยกระดับฐานะทางเศรษฐกิจและลดความไม่แน่นอนให้กับชีวิตของเกษตรกร กลับกลายเป็นส่วนหนึ่งที่สร้างความไม่แน่นอนให้กับเกษตรกรเองได้เช่นกัน เพราะภูมิทัศน์ของพื้นที่ในบริเวณนี้ได้เปลี่ยนแปลงไปแล้วในสายตาของรัฐและกลุ่มทุน

ทุน ความรุนแรง กับการพรากที่ดินเกษตรกรรมในพื้นที่หลังบ้าน EEC

การเกิดขึ้นของโครงการ Eastern Seaboard ในช่วงทศวรรษ 2530 ตามด้วยโครงการ EEC ที่ดำเนินการโดยรัฐบาลปัจจุบัน ทำให้หลายพื้นที่ในจังหวัดปราจีนบุรีถูกหมายตาจากกลุ่มทุน ในการพัฒนาเป็นพื้นที่หลังบ้าน รองรับการขยายตัวของเขตพื้นที่อุตสาหกรรม EEC แน่นอนว่าพื้นที่ที่ถูกหมายตาเหล่านั้นจำนวนมากเป็นพื้นที่เกษตรกรรม  

แผนภาพ 1: การเปลี่ยนแปลงการใช้ที่ดินในจังหวัดปราจีนบุรี 2546-2562 (ไร่)

ข้อมูลจาก: สำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร. (2557). สถิติการใช้ที่ดิน จังหวัดปราจีนบุรี พ.ศ. 2546-2556. เข้าถึงได้จาก http://service.nso.go.th/nso/web/statseries/tables/22500_Prachin_Buri/100101_46-56.xls; สำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร. (2563). ลักษณะการถือครองที่ดินทางการเกษตร จำแนกเป็นรายภาค และจังหวัด พ.ศ. 2553 – 2562. เข้าถึงได้จาก http://statbbi.nso.go.th/staticreport/Page/sector/TH/report/sector_11_19_TH_.xlsx.

การเปลี่ยนมือที่ดินสู่กลุ่มนักลงทุนย่อมไม่ใช่สิ่งที่เกษตรกรในพื้นที่นี้คาดคิดมาก่อน เพราะไม่มีเกษตรกรคนใดอยากเสียทรัพยากรที่สำคัญต่อชีวิตและการประกอบอาชีพของตนเองไป แต่ด้วยความต้องการที่ดินและมูลค่าที่ดินนอกภาคเกษตรกรรมที่เพิ่มสูงขึ้น จึงเกิดความพยายามดึงเอาที่ดินจากมือเกษตรกรพื้นที่บริเวณนี้บ่อยครั้งและเกิดขึ้นในหลายรูปแบบ ทั้งด้วยการซื้อที่ดินตามหลักกลไกตลาดทั่วไป กระทั่งการใช้ความรุนแรงและการคุกคามโดยบรรดาผู้มีอิทธิพล ในบางกรณี

หนึ่ง (นามสมมติ) เกษตรกรรายหนึ่งในจังหวัดปราจีนบุรีเคยพูดกับผู้เขียนไว้ว่า

“ถ้าเขาต้องการที่(ดิน)ของเรา ก็ต้องยอมหลีกทางให้เขาไป หากไปขวางทางเขา ถ้าไม่ถูกยิงตายเสียก่อน ยังไงก็อยู่ที่(แถว)นี้ไม่ได้”

นอกเหนือจากการดึงที่ดินเกษตรกรรมเข้าสู่ตลาดโดยตรงอย่างการใช้ทุนและความรุนแรงแล้ว การดึงที่ดินยังสามารถเกิดขึ้นได้ในทางอ้อมเช่นกัน โดยเกิดจากการขยายตัวของการใช้ที่ดินภาคอุตสาหกรรมในบริเวณใกล้เคียง และการกว้านซื้อที่ดินโดยรอบของบรรดากลุ่มทุนที่ได้เกิดขึ้นก่อนหน้า เนื่องจากผลของมันตามมาด้วยสถานการณ์การแย่งชิงทรัพยากรน้ำจากภาคเกษตรกรรม การรั่วไหลของสารเคมีจากโรงงานสู่แปลงที่ดินเกษตร รวมถึงปัญหาน้ำท่วม (ที่ตั้งของโรงงานและการปรับระดับความสูงที่ดินมีส่วนต่อการขัดขวางเส้นทางเดินทางของน้ำฝนสู่แม่น้ำ) ซึ่งล้วนมีผลกระทบต่อกระบวนการเพาะปลูกของเกษตรกร จนกลายเป็นแรงบีบทางอ้อมให้เกษตรกรจำต้องยอมปล่อยมือจากที่ดิน

ในเมื่อที่ดินที่ควรจัดว่าเป็นทรัพยากรสำหรับสร้างความแน่นอนให้กับชีวิตเกษตรกร ได้กลายเป็นความไม่แน่นอน ด้วยแรงบีบจากทุนและความรุนแรง ดังนั้นหนึ่งในทางเลือกที่เกษตรกรในพื้นที่แห่งนี้นำขึ้นมาใช้คือการรื้อฟื้นภูมิทัศน์เดิมกลับมา นั่นคือการทำให้ที่ดินแห่งนี้เป็น ‘แหล่งอาหาร’ สำคัญของทั้งคนท้องถิ่นและคนทั่วโลก เพื่อจะช่วยรักษาวิถีชีวิตเกษตรกรรมของคนท้องถิ่นและที่ดินภาคเกษตรกรรมของพื้นที่นี้เอาไว้

รูปที่ 1: แปลงเกษตรกรรมขนาดใหญ่ระยะไม่ห่างจากเขตอุตสาหกรรม

           

ปกป้องแหล่งอาหาร ปกป้องอนาคตเกษตรกร

“การส่งเสริมให้ตั้งโรงงานและกิจการที่สืบเนื่องจากกัน(เช่น บ่อขยะ และโรงงานกำจัดขยะ) ถือเป็นความไม่เข้าใจรากของปราจีนบุรี และเป็นสิ่งที่แตกต่างไปจากรากเหง้าเดิมที่มีมา คือการเป็นพื้นที่ทำเกษตร … แม้ตนจะไม่ต่อต้านการเปลี่ยนแปลงที่กำลังเกิดขึ้น แต่การทำความเข้าใจรากฐาน และคำนึงถึงหลากหลายมิติ (ไม่เพียงแต่มิติเศรษฐกิจเท่านั้น)ถือเป็นสิ่งที่ช่วยลดปัญหาที่อาจเกิดขึ้นได้”

เสียงของป้ารี (นามสมมติ) เกษตรกรในปราจีนบุรี เน้นย้ำถึงให้เห็นถึงสภาพภูมิทัศน์เดิมที่คนท้องถิ่นส่วนใหญ่ยังยึดถืออยู่ นั่นคือการเป็นแหล่งอาหารสำหรับทุกคน แม้จะเป็นเสียงที่ไม่ได้เรียกร้องถึงปัญหาที่ดินเกษตรกรรมถูกรุกโดยตรง แต่ก็สามารถสะท้อนถึงการตัดสินใจและความหวังของเกษตรกรที่มีต่ออนาคตของพื้นที่แห่งนี้

ขณะที่มิว (นามสมมติ) เกษตรกรรุ่นใหม่ในปราจีนบุรี ก็มองว่าการตัดสินใจเลือกเส้นทางเกษตรกรบนพื้นที่แห่งนี้ ยังสามารถเป็นความหวังและช่วยเลี้ยงชีพแก่ตนเองและครอบครัวได้ แม้ว่าต้นทุนและที่ดินที่ครอบครัวมีอยู่จะมีไม่มากนัก แต่สิ่งที่ทดแทนข้อจำกัดดังกล่าวได้ก็คือแนวทางทำเกษตรที่แตกต่างจากเกษตรกรคนอื่น

“เกษตรกรเป็นอาชีพที่กุมอาหารของคนทั้งโลก หากอยู่เป็นก็อยู่ได้ … สิ่งสำคัญ คือต้องมีความรู้ ปลูกพืชหลากหลาย มองหาตลาด(ผู้ซื้อ)ก่อนปลูก และสร้างเครือข่ายเพื่อแลกเปลี่ยนความรู้ แม้จะมีที่ดินไม่มากก็ตาม”

อย่างไรก็ตาม แม้ว่ามิวจะเชื่อมั่นในแนวทางของตนเองมากเพียงไร แต่ก็ไม่อาจปฏิเสธถึงข้อกังวลเกี่ยวกับการขยายตัวเข้ามาของโรงงานอุตสาหกรรมใกล้กับแปลงที่ดินเกษตรของตนเอง ซึ่งมิวเองก็เป็นเกษตรกรคนหนึ่ง นอกเหนือจากเครือข่ายเกษตรกรในพื้นที่อีกหลายคน ที่ได้พยายามลุกขึ้นมาส่งเสียงถึงความสำคัญของพื้นที่บริเวณนี้ในฐานะแหล่งอาหาร และยืนยันว่าการส่งเสริมวิถีเกษตรกรรมยังสามารถเป็นโอกาสให้กับคนอีกหลายคนได้ในอนาคต

รูปที่ 2: แปลงที่ดินของเกษตรกรรุ่นใหม่กับความหวังในการเป็นแหล่งอาหารหนึ่งของคนทั้งโลก

           

ท้ายที่สุด ในเรื่องราวทั้งหมดเกี่ยวกับการใช้ชีวิตท่ามกลางความไม่แน่นอน และความสำคัญของที่ดินในฐานะใจกลางของความ (ไม่) แน่นอนของเกษตรกรในกรณีนี้ สิ่งที่ควรถูกนำไปพิจารณาต่อคือ จะทำอย่างไรให้การถือครองที่ดินของเกษตรกรมีความมั่นคงได้

จากประสบการณ์ของสังคมไทยที่ผ่านมา เราเรียนรู้ว่าการปฏิรูปที่ดินและการปรับปรุงกฎระเบียบเกี่ยวกับที่ดินเพียงอย่างเดียวอาจไม่เพียงพอ แต่จำเป็นต้องผนวกเอาแนวทางการปฏิรูประบบภาษี ระบบสวัสดิการ ระบบการเข้าถึงแหล่งทุน รวมถึงเครื่องมืออื่นๆ เข้ามาร่วมด้วย โดยที่เราไม่ควรปล่อยให้เกษตรกรในฐานะผู้ผลิตและผู้พัฒนาแหล่งอาหารของทุกคน ต้องกลายเป็นผู้แบกรับผลจากการพัฒนาและความไม่แน่นอนเพียงลำพัง


บทความชิ้นนี้เป็นส่วนหนึ่งของโครงการวิจัยย่อยเรื่อง ‘เกษตรกรบนหนทางของความไม่แน่นอน: จากการเปลี่ยนที่ดินให้กลายเป็นทุนสู่ยุทธศาสตร์การดำรงชีพของเกษตรกรเพื่อรับมือกับความไม่แน่นอน’ ภายใต้ชุดโครงการวิจัย ‘ฝ่าภาวะความไม่แน่นอน: การดำรงอยู่ในห้วงเปลี่ยนผ่านของสังคมไทย’ โดยได้รับการสนับสนุนจากสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ(วช.) ประเภททุนส่งเสริมกลุ่มวิจัย (เมธีวิจัยอาวุโส) โดยมี รศ.ดร.ปิ่นแก้ว เหลืองอร่ามศรี เป็นหัวหน้าโครงการ

 

References
1 Cancian, F. (1980). ‘Risk and Uncertainty in Agricultural Decision Making,’ In Peggy F. Barlett (ed.). Agricultural Decision Making: Anthropological Contributions to Rural Development (161-176). Florida: Academic.

MOST READ

Social Issues

27 Aug 2018

เส้นทางที่เลือกไม่ได้ ของ ‘ผู้ชายขายตัว’

วรุตม์ พงศ์พิพัฒน์ พาไปสำรวจโลกของ ‘ผู้ชายขายบริการ’ ในย่านสีลมและพื้นที่ใกล้เคียง เปิดปูมหลังชีวิตของพนักงานบริการในร้านนวด ร้านคาราโอเกะ ไปจนถึงบาร์อะโกโก้ พร้อมตีแผ่แง่มุมลับๆ ที่ยากจะเข้าถึง

กองบรรณาธิการ

27 Aug 2018

Social Issues

21 Nov 2018

เมื่อโรคซึมเศร้าทำให้อยากจากไป

เรื่องราวการรับมือกับความคิด ‘อยากตาย’ ผ่านประสบการณ์ของผู้ป่วยโรคซึมเศร้า คนเคียงข้าง และบทความจากจิตแพทย์

ศุภาวรรณ คงสุวรรณ์

21 Nov 2018

Social Issues

22 Oct 2018

มิตรภาพยืนยาว แค้นคิดสั้น

จากชาวแก๊งค์สู่คู่อาฆาต ก่อนความแค้นมลายหายกลายเป็นมิตรภาพ คนหนุ่มเลือดร้อนผ่านอดีตระทมมาแบบไหน ‘บ้านกาญจนาฯ’ เปลี่ยนประตูที่เข้าใกล้ความตายให้เป็นประตูสู่ชีวิตที่ดีกว่าได้อย่างไร

ธิติ มีแต้ม

22 Oct 2018

เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และสามารถจัดการความเป็นส่วนตัวเองได้ของคุณได้เองโดยคลิกที่ ตั้งค่า

Privacy Preferences

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

Allow All
Manage Consent Preferences
  • Always Active

Save