กระจายอำนาจมิใช่คำตอบ

กระจายอำนาจก็มิใช่คำตอบ ที่ถูกควรเขียนว่าแม้กระจายอำนาจแล้วยังมีงานต้องทำอีกมาก ประเด็นคืองานเหล่านั้นมิใช่ใครที่ได้รับเลือกตั้งขึ้นมาจะเก่งในทันที ทุกคนต้องใช้เวลาในการฝึกปรือหรือเอ็กเซอร์ไซส์ฝีไม้ลายมือกันอีกนานมาก 

มิหนำซ้ำยังเป็นการแก้ปัญหาไม่สิ้นสุด

แต่ก็มิใช่ทำไม่ได้ หากถามว่าห้าสิบปีพอไหม คำตอบคือญี่ปุ่นและเยอรมนีหลังสงครามโลกครั้งที่สองเขาทำได้ ประเทศหนึ่งยังมีสถาบันพระมหากษัตริย์ อีกประเทศหนึ่งไม่มี บ้านเมืองเจริญดีงามทั้งสองแห่ง บางคนจะอ้างนั่นอ้างนี่ว่าเพราะนั่นเพราะนี่ แต่ผลลัพธ์เชิงประจักษ์คือเขาทำได้ สร้างระบอบประชาธิปไตยที่มีส่วนร่วมของส่วนท้องถิ่นได้จริง

รอบนี้หากทำไม่ได้โลกก็จะร้อนแรงแผดเผาน้ำและป่าของเราไม่เหลืออยู่ดี ลูกหลานส่วนท้องถิ่นเป็นได้แย่งชิงทรัพยากรสนุกมือกันเป็นแน่

มีบ้างกล่าวติดตลกว่าไม่ต้องทำอะไรก็ได้เพราะประชากรของเราลดลงเรื่อยๆ อยู่แล้ว รัฐบาลจะอยู่เฉยๆ อะไรๆ ก็จะดีเอง แต่ตัวแปรที่คาดไม่ถึงคือโลกร้อนเร็วมาก

สาเหตุหนึ่งที่จะไม่มีตำราบริหารใดใช้แก้ปัญหาสังคมระดับท้องถิ่นหรือระดับชาติได้ในทันทีเพราะว่า ‘ระบบปัญหาเป็นสิ่งมีชีวิต‘ มันดิ้นรนและเอาตัวรอดจากเราได้เสมอ ปัญหายาเสพติดของเชียงรายและของสตูลต่างกัน ปัญหาการท่องเที่ยวของเชียงใหม่และภูเก็ตต่างกัน เหล่านี้คือความยากของผู้บริหารที่ต้องใช้เวลาในการศึกษา ‘สิ่งมีชีวิต’ ของเราในท้องถิ่นของเราว่ามันมีหน้าตาอย่างไร 

ประกอบด้วยผู้มีส่วนได้ส่วนเสียไหนบ้างและแต่ละส่วนมีฤทธิ์เดชหรือได้ประโยชน์จากระบบมากน้อยเพียงใด ไม่นับว่าผู้เสียประโยชน์มาช้านานมีโทสะสุมอยู่มากเพียงใด

เพื่อทำความเข้าใจ ‘ระบบปัญหา’ จึงมีคำกล่าวว่าผู้บริหารควรมีทักษะคิดเชิงระบบ การคิดเชิงระบบมีความซับซ้อนมากกว่าการคิดเชิงเส้นตรง การคิดเชิงเส้นตรงคือต้นเหตุที่ทำให้ทุกจังหวัดมีปัญหาสะสมมากเรื่อยๆ ถึงวันนี้ ตัดถนน ขุดอุโมงค์ ถมหนองน้ำ สร้างแนวกันชายหาด สร้างแลนด์มาร์กการท่องเที่ยวขนาดยักษ์มองเห็นจากทุกทิศ เหล่านี้เป็นตัวอย่างของการคิดเชิงเส้น เราไม่สามารถใช้การคิดเชิงเส้นแก้ปัญหาที่ตัวมันเองก่อได้

มีวิธีประชุมสารพัดที่เราเคยใช้ มีคำศัพท์มากมายที่เราเคยได้ยิน ประชุมระดมสมอง ประชุมแสดงโมเดลตัวอย่าง ประชุมผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย ค้นหาจุดคานงัด ยุทธศาสตร์ทำน้อยได้มาก วาดภาพฝันร่วมกัน จัดรีทรีต เวิลด์คาเฟ่ ฯลฯ กาลเวลาที่ผ่านมาก็พิสูจน์ให้เห็นว่าปัญหาหลายเรื่องวนลูปอยู่ที่เดิม เช่น ปฏิรูปการศึกษา ปัญหายาเสพติด ปัญหาไฟป่า ปัญหาฝุ่นควันพิษ ปัญหาความรุนแรงของอาชญากรรมที่สูงขึ้น คนล้นคุก รวมทั้งปัญหาความยากจน

เรื่องสำคัญที่ทุกคนอาจจะลืมหรือไม่ลืมแต่ก็ยอมรับได้ยากคือ เมื่อเห็นปัญหา เราเป็นส่วนหนึ่งของปัญหาเสมอ’ พูดชัดๆ คือหลายครั้งที่ผู้แก้ปัญหาเป็นต้นเหตุใหญ่ของปัญหา

ทุกคนมีผลประโยชน์จากระบบแน่และไม่มีใครอยากเสียไปโดยไม่มีหลักประกันว่า เมื่อระบบเปลี่ยนไป ‘หลายสิ่งอย่าง’ จะดีกว่าเดิม 

ข้าราชการเป็นตัวอย่างหนึ่ง พวกเราทำงานตามความสามารถโดยได้รับค่าตอบแทนน้อยเมื่อเทียบกับภาคเอกชน แต่ค่าตอบแทนอื่นๆ มีมากมายเสียจนเกินเลยประชาชนอีกหลายกลุ่ม หากจะให้ข้าราชการแก้ปัญหานี้ย่อมมิได้ เพราะคิดเชิงเส้นตรงเสมอ มิใช่การคิดเชิงระบบ มีผู้มีส่วนได้ส่วนเสียมากมายในปัญหาระบบราชการ ที่สำคัญคือข้าราชเป็นตัวปัญหาของระบบด้วย

เราจะออกจากวังวนนี้ได้เมื่อคิดเชิงระบบและสามารถแสดงให้ผู้เสียประโยชน์ยอมรับได้ว่าการเปลี่ยนแปลงที่จะเกิดขึ้นนั้นหากคิดเชิงระบบแล้วตนเองและครอบครัวและทุกคนจะได้ประโยชน์มากกว่าเดิม ซึ่งจะไม่มีใครเชื่อถ้าคิดเชิงระบบไม่ออก

มีอีกตัวอย่างหนึ่งของการคิดเชิงเส้นตรง กล่าวคือถ้าเราทำให้ทุกๆ ส่วนย่อยได้ประโยชน์สูงสุด ระบบจะได้รับประโยชน์สูงสุด ด้วยแนวคิดนี้ผู้บริหารจึงใช้เวลาไปกับการช่วยเหลือส่วนย่อยๆ ทีละเรื่องเสียมาก แต่แท้จริงแล้ว ‘ถ้าเราสามารถปรับความสัมพันธ์ระหว่างส่วนย่อยส่วนต่างๆ ให้ดีขึ้น ระบบทั้งหมดจึงจะดีขึ้น’ นี่ก็เป็นกระบวนทัศน์แบบหนึ่ง

สรุปในขั้นตอนนี้คือการวาดฝันร่วมกันว่าเราอยากให้ถนนของจังหวัดเราเป็นอย่างไร อยากจะขุดอุโมงค์หรือเปล่า อยากมีขนส่งสาธารณะไหม ไปจนถึงการแก้ปัญหาภัยแล้งหรือแม้แต่เรื่องเดิมๆ คือการศึกษาของลูกหลาน เราต้องวาดฝันร่วมกันแน่จากนั้นจำเป็นต้องดูว่าในความฝันนั้นเราจะเสียประโยชน์ปัจจุบันไปมากเท่าใด แล้วที่จะได้คืนมาน่าพอใจมากน้อยเพียงใด

คนตอบคำถามเหล่านี้ย่อมเป็นผู้มีส่วนได้ส่วนเสียตัวจริงในพื้นที่ มิใช่นักวิชาการหรือเทคโนแครตจากภายนอก

เมื่อถึงวันนี้นักโทษการเมืองเสียชีวิตในคุก การเลือกตั้งวุฒิสมาชิกชุดใหม่กำลังจะเริ่มต้น ปัญหาหนี้สินครัวเรือนทวีความรุนแรง ในขณะที่ปัญหาเดิมๆ ยังไม่มีอะไรดีขึ้น ไม่ว่าจะเป็นการศึกษาทุกพื้นที่ การขนส่งสาธารณะทุกจังหวัด ฝุ่นควันพิษลามทุกจังหวัด ซ้ำเติมด้วยปัญหาโลกร้อนและขาดฝนอย่างรุนแรง จะว่าไปวิธีดูปัญหาเหล่านี้คล้ายงานรักษาผู้ป่วยจิตเวชที่ทำอยู่ทุกวัน นั่นคือเราไม่แก้ปัญหาทีละเรื่อง เครียด เศร้า นอนไม่หลับ อ่อนเพลีย ขาดสมาธิ ไม่ยอมไปโรงเรียน ไม่ยอมไปทำงาน ฯลฯ ผู้ป่วยแต่ละคนมีอาการ 10-20 อย่าง เราไม่คิดเชิงเส้นตรง เราคิดเชิงระบบให้ได้แล้วแก้ไขทีเดียวทุกเรื่องพร้อมกัน

MOST READ

Thai Politics

3 May 2023

แดง เหลือง ส้ม ฟ้า ชมพู: ว่าด้วยสีในงานออกแบบของพรรคการเมืองไทย  

คอลัมน์ ‘สารกันเบื่อ’ เดือนนี้ เอกศาสตร์ สรรพช่าง เขียนถึง การหยิบ ‘สี’ เข้ามาใช้สื่อสาร (หรืออาจจะไม่สื่อสาร?) ของพรรคการเมืองต่างๆ ในสนามการเมือง

เอกศาสตร์ สรรพช่าง

3 May 2023

Politics

23 Feb 2023

จากสู้บนถนน สู่คนในสภา: 4 ปีชีวิตนักการเมืองของอมรัตน์ โชคปมิตต์กุล

101 ชวนอมรัตน์สนทนาว่าด้วยข้อเรียกร้องจากนอกสภาฯ ถึงการถกเถียงในสภาฯ โจทย์การเมืองของก้าวไกลในการเลือกตั้ง บทเรียนในการทำงานการเมืองกว่า 4 ปี คอขวดของการพัฒนาสังคมไทย และบทบาทในอนาคตของเธอในการเมืองไทย

ภัคจิรา มาตาพิทักษ์

23 Feb 2023

เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และสามารถจัดการความเป็นส่วนตัวเองได้ของคุณได้เองโดยคลิกที่ ตั้งค่า

Privacy Preferences

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

Allow All
Manage Consent Preferences
  • Always Active

Save