fbpx

ภัยคุกคามความมั่นคงนอกแบบ ใต้เงาพญามังกร เหนือแผ่นดินอังกอร์

ระยะนี้จะมีข่าวปรากฏตามสื่อมวลชนค่อนข้างบ่อยว่า เจ้าหน้าที่ของไทยและกัมพูชาร่วมมือกันทลายแก๊งคอลเซ็นเตอร์เพื่อให้การช่วยเหลือคนไทยที่ถูกมิจฉาชีพเหล่านี้หลอกลวงไปทำงานเพื่อให้โทรศัพท์หรือใช้การสื่อสารทางอินเทอร์เน็ตมาหลอกลวงคนไทยด้วยกันให้โอนเงินไปเคลียร์คดีความบ้าง เคลียร์สินค้าจากต่างประเทศออกจากศุลกากรบ้าง หรือร่วมลงทุนที่ไม่มีอยู่จริงบ้าง

จำนวนคนไทยที่ได้รับการช่วยเหลือออกมาแต่ละครั้งมีหลายสิบคน ส่วนใหญ่เป็นคนหนุ่มสาวที่ถูกชักจูงให้ไปทำงานที่เชื่อว่าสร้างรายได้ให้จำนวนมากในสีหนุวิลล์ ประเทศกัมพูชา เมืองซึ่งปัจจุบันดูเหมือนจะกลายเป็นเมืองบริวารของจีน ด้วยว่ามีนักลงทุนจีนจำนวนมากไปลงทุนในกิจการหลากหลายชนิดตั้งแต่การพัฒนาที่ดิน โรงแรม ภัตตาคาร ไปจนถึงคาสิโน และที่กลายเป็นปัญหาหนักในปัจจุบันคือแก๊งคอลเซ็นเตอร์หรือที่รู้จักกันในภาษาอื่นว่า cyber scam

คนที่เป็นเหยื่อมิจฉาชีพที่ถูกบังคับให้ไปทำงานเพื่อให้มาหลอกลวงเพื่อนร่วมชาติอีกทีหนึ่งเปิดเผยผ่านสื่อมวลชนบ้างและโซเชียลมีเดียในบัญชีของตัวเองบ้างว่าพวกเขาถูกบังคับให้ไปทำงานที่ไม่ตรงกับที่ต้องการหรือได้ตกลงกันมาก่อน และเมื่อได้เข้าไปแล้วก็ไม่สามารถกลับออกมาได้ ถ้าขัดขืนจะถูกทำร้ายร่างกายด้วยการทุบตี ใช้กระบองไฟฟ้า บางรายถูกล่วงละเมิดทางเพศอีกด้วย

คนทำงานเหล่านี้มีสภาพไม่ต่างอะไรกับทาส ไม่ได้รับค่าจ้าง มีเพียงอาหารและที่พักให้ พวกเขาถูกนายหน้าขายให้กับเจ้าของกิจการและอาจจะถูกขายต่อไปได้อีกเรื่อยๆ หากต้องการออกจากงานนั้นจะต้องหาเงินมาไถ่ตัวออกไปซึ่งต้องใช้เงินเป็นจำนวนตั้งแต่หลักพันไปจนถึงหลักหมื่นดอลลาร์สหรัฐ ขึ้นอยู่กับว่านายทาสเหล่านั้นจะเรียกเอาตามอำเภอใจหรือสนนราคาค่าตัวที่เขาไปซื้อแรงงานเหล่านี้มาบวกกับกำไรที่เขาต้องการ

สถานทูตไทยในกรุงพนมเปญ ประเมินว่าน่าจะมีคนไทยเข้าไปเกี่ยวข้องการค้าทาสสมัยใหม่และธุรกิจที่ผิดกฎหมายบนโลกไซเบอร์ ทั้งที่เป็นเหยื่อ เป็นตัวกลางในการล่อลวง หรือสมรู้ร่วมคิดกับนายทาสเจ้าของกิจการเหล่านั้นราว 2,500 คน สำนักงานตำรวจแห่งชาติของไทยซึ่งมีความร่วมมือกับทางการกัมพูชาเพื่อปราบปรามมิจฉาชีพเหล่านี้รายงานว่า นับแต่เดือนตุลาคม 2021-มิถุนายน 2022 ได้ให้การช่วยเหลือคนไทยออกมาได้แล้วประมาณ 800 คน มีรายงานข่าวในเดือนกรกฎาคมปีนี้ว่าทางการกัมพูชาได้เนรเทศคนไทย 94 คนที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับอาชญากรรมทางไซเบอร์หรือแก๊งคอลเซ็นเตอร์เหล่านี้ในฐานที่ได้ล่อลวงเพื่อนร่วมชาติให้ไปทำงานผิดกฎหมายในกัมพูชา และทางการไทยยังมีหมายจับบุคคลเหล่านี้อยู่อีกมากกว่า 70 รายที่จะต้องนำตัวมาดำเนินคดีฐานค้ามนุษย์

อาชญากรรมประเภทนี้มีอยู่ทั่วโลก กระทรวงการต่างประเทศสหรัฐฯ จัดทำรายงานการค้ามนุษย์ หรือที่รู้จักกันดีในชื่อ TIP Report (Trafficking in Persons) เป็นประจำทุกปีเพื่อจัดอันดับประเทศทั่วโลกว่ามีการเอาใจใส่ออกมาตรการในการป้องกันและปราบปรามการค้ามนุษย์เพียงใด ปีนี้ประเทศไทยถูกจัดให้อยู่ชั้นสอง เลื่อนขึ้นมาจากชั้นสองที่ต้องจับตา (Tier 2 Watch List) เมื่อปีก่อน ส่วนกัมพูชาถูกจัดให้อยู่ในชั้นสาม ตกจากชั้นสองที่ต้องจับตาที่เคยอยู่มาตั้งแต่ปี 2019 เพราะสหรัฐฯ เห็นว่ารัฐบาลกัมพูชาไม่ได้เอาใจใส่เรื่องนี้เท่าที่ควร

คนที่เกี่ยวข้องกับอาชญากรรมนี้ไม่ได้มีเฉพาะคนไทย จากการรายงานของสื่อมวลชนและการสืบสวนของทางการพบว่า ผู้ที่เป็นตัวการมักจะเป็นนายทุนชาวจีน (แน่นอนมีทั้งจีนแผ่นดินใหญ่และจากเกาะไต้หวัน แต่ส่วนที่มาจากแผ่นดินใหญ่จะมีสัดส่วนมากกว่า) คนที่เป็นผู้สนับสนุนสมรู้ร่วมคิดมีหลายชาติหลายภาษา ตั้งแต่จีนด้วยกัน ไทย เวียดนาม มาเลเซีย อินโดนีเซียและหลายชาติจากแอฟริกา ที่ถูกว่าจ้างหรือบีบบังคับให้ไปล่อลวงเพื่อนร่วมชาติเพื่อให้มาทำงานที่ต้องไปฉ้อโกงเอาทรัพย์จากคนที่มีภาษาและวัฒนธรรมเดียวกันอีกที

บทความนี้เน้นที่จีนแผ่นดินใหญ่เพื่อจะชี้ให้เห็นว่า การค้ามนุษย์และอาชญากรรมทางไซเบอร์ เป็นภัยคุกคามทางความมั่นคงแบบใหม่ (non-traditional security) ที่ไม่ได้เกิดขึ้นอย่างโดดๆ หากแต่มีความเกี่ยวข้องกับภูมิรัฐศาสตร์ การเมืองแบบอำนาจนิยมและระบบพวกพ้อง (cronyism) โดยมุ่งแสดงให้เห็นว่า การแผ่อิทธิพลของจีนในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เฉพาะอย่างยิ่งในกรณีนี้คือกัมพูชานั้นได้เปิดโอกาสให้มิจฉาชีพจากแผ่นดินใหญ่เคลื่อนตัวตามการลงทุนเข้าสู่กัมพูชาและทำธุรกิจที่เอารัดเอาเปรียบและกดขี่เพื่อนมนุษย์ด้วยกันเองภายใต้ระบบอุปถัมภ์และการเมืองแบบอำนาจนิยมของรัฐบาลฮุน เซนจนสามารถขยายตัวเติบโตจนยากจะต้านทานได้ในปัจจุบัน

อิทธิพลจีนและธุรกิจสีเทา

ไม่ใช่เรื่องที่เป็นความลับอะไรที่ว่าจีนมีอิทธิพลเหนือกัมพูชาทั้งในทางการเมือง ความมั่นคง และทางเศรษฐกิจ เฉพาะอย่างยิ่งหลังจากที่รัฐบาลในปักกิ่งเริ่มโครงการหนึ่งแถบหนึ่งเส้นทางเมื่อทศวรรษที่ผ่านมา ทุนจีนหลั่งไหลเข้าไปในกัมพูชาค่อนข้างมาก จนถึงสิ้นปี 2021 กัมพูชาต้อนรับการลงทุนโดยตรงจากจีน (ซึ่งรวมถึงฮ่องกงและมาเก๊ามากถึง 41,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือคิดเป็น 43 เปอร์เซ็นต์ของการลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศทั้งหมดในกัมพูชา โดยภาคส่วนที่นักลงทุนจีนนิยมมากคือ อุตสาหกรรม ไฟฟ้า การเงิน อสังหาริมทรัพย์ โรงแรม ภัตตาคาร การเกษตร และการก่อสร้าง[1]

สีหนุวิลล์ เมืองท่าชายทะเลทางตอนใต้ของกัมพูชานั้นอาจจะกล่าวได้ว่ากำลังถูกจีนกลืนไปหมดแล้ว หลังจากที่ทุนจีนพากันหลั่งไหลไปจับจองพื้นที่เพื่อการลงทุนเมื่อประมาณ 5 ปีที่ผ่านมา ทุนจีนทั้งภาครัฐและเอกชนต่างค่อยๆ เปลี่ยนภาคใต้ของประเทศนี้ให้มีบุคลิกเป็นแบบจีนเข้มข้นเข้าไปทุกที กองทัพประชาชนจีนกำลังพัฒนาท่าเรือเรียมให้เป็นฐานทัพเรือแห่งใหม่ที่จีนสามารถใช้ประโยชน์ทางทหารได้อย่างเต็มที่[2] บริษัท Tianjin Union Development Group ลงทุน 350 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เพื่อสร้างสนามบินดาราสกอร์ (Dara Sakor) ที่เกาะกง ที่คาดว่าจะสามารถเปิดให้บริการได้ในเร็ววันนี้[3] คอนโดมีเนียม ห้างสรรพสินค้า โรงแรม และคาสิโน ผุดขึ้นเป็นดอกเห็ดในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมาโดยฝีมือของนายทุนจีนกำลังจะเปลี่ยนให้เมืองของกัมพูชากลายเป็น ‘มาเก๊าแห่งเอเชียตะวันออกเฉียงใต้’[4]

ภาพหน้าอาคารที่สีหนุวิลล์ มีทั้งป้ายภาษาจีนและภาษาเขมร

บ่อนการพนันเป็นธุรกิจต้องห้ามในจีนแผ่นดินใหญ่ แต่ชอบด้วยกฎหมายในเขตเศรษฐกิจพิเศษของกัมพูชาตามแนวนโยบายส่งเสริมการลงทุนและต้อนรับนักท่องเที่ยวจากต่างประเทศ ดังนั้นประเทศในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ที่กำลังเร่งสร้างเศรษฐกิจจึงกลายเป็นสวรรค์ของนักธุรกิจประเภทนี้ กรณีของ ซู อ้ายหมิง (Xu Aimin) เป็นตัวอย่างที่ดี เขาหนีคดีจากแผ่นดินใหญ่ไปใช้ชีวิตหรูหราไฮโซในกัมพูชา[5]เมื่อราวทศวรรษที่ผ่านมานี่เอง เมื่อธุรกิจบ่อนการพนันมูลค่ากว่าพันล้านดอลลาร์สหรัฐ (11,000 ล้านหยวน) ในมณฑลหูเป่ยของเขาถูกทลายเมื่อปี 2012 ตัวเขาเองถูกพิพากษาจำคุก 10 ปีในปี 2013 แต่หนีรอดมาได้เพราะตอนที่มีการปฏิบัติการนั้นซูอยู่ที่ฮ่องกงเพื่อตั้งบริษัทใหม่สำหรับทำธุรกิจสตาร์ตอัปในจีน และเหตุการณ์ในครั้งนั้นเองที่ทำให้เขาตระหนักว่าคงจะทำมาหากินในจีนแผ่นดินใหญ่ไม่ได้อีกต่อไปแล้ว แต่การทำมาหากินในที่อื่นของโลกก็ไม่ง่ายสำหรับซูอีกเช่นกัน เพราะทางการจีนเอาชื่อเขาใส่ในบัญชีตำรวจสากลในฐานที่หนีคดีในจีน อีกทั้งในเดือนพฤศจิกายน 2013 ทางการฮ่องกงยังออกหมายจับเขาอีกฐานฟอกเงิน 300 ล้านหยวนจากการเล่นบาคาราออนไลน์ผ่านสาขาของธนาคารฮ่องกงเซี่ยงไฮ้ การสืบสวนของทางการฮ่องกงยังพบอีกด้วยว่าเขาไม่เคยเสียภาษีให้รัฐเลย[6]

ตง ลี่เชง (Dong Lecheng) ผู้ก่อตั้งหยูนหนานจินเชงกรุ๊ป (Yunnan Jincheng Group) จากมณฑลหยูนหนาน นักลงทุนจากแผ่นดินใหญ่อีกคนหนึ่งที่ได้ชื่อว่าทรงอิทธิพลอย่างมากในกัมพูชา บริษัทในเครือของเขามีธุรกิจหลายอย่าง ตั้งแต่อสังหาริมทรัพย์ สายการบิน ไปจนถึงธนาคาร ทั้งในพนมเปญและสีหนุวิลล์ ตามประวัติเท่าที่สืบค้นได้ในโลกไซเบอร์ ตง อายุ 53 ปี เกิดในครอบครัวยากจนที่เมืองเต๋อหง แต่ไปสร้างเนื้อสร้างตัวทำธุรกิจมาแล้วทุกชนิดที่รุ่ยลี่เมืองชายแดนด้านที่ติดกับพม่า ซึ่งเข้าใจได้ว่าเกี่ยวข้องกับธุรกิจสีเทาอยู่ไม่น้อย เขาเคยต้องโทษฐานเปิดบ่อนการพนันในปี 2008  แต่นั่นไม่ได้ทำให้ชีวิตธุรกิจเขาต้องจบลงแต่อย่างใด หลังพ้นโทษเขาลงทุนอีกหลายอย่าง รวมทั้งสายการบินรุ่ยลี่ แอร์ไลน์เปิดทำการบินจากคุนหมิงสู่หลายเมืองในจีน พม่า กัมพูชา และไทย ตงได้ชื่อว่าเป็นคนที่ร่ำรวยที่สุดในรุ่ยลี่ด้วยทรัพย์สินมากถึง 5,000 ล้านหยวน[7] เขาปฏิเสธรายงานของสื่อมวลชนเมื่อเร็วๆ นี้ว่าไม่ได้เกี่ยวข้องอะไรกับการค้ามนุษย์เพื่อบังคับคนมาทำธุรกิจต้มตุ๋นทางอินเทอร์เน็ต บริษัทของเขามุ่งมั่นดำเนินธุรกิจตามแนวทางหนึ่งแถบหนึ่งเส้นทางของทางการและมุ่งมั่นลงทุนในธุรกิจสายการบิน JC Airline และธนาคารรุ่ยลี่ เป็นสำคัญ[8]

บรรดาเหยื่อของขบวนการค้ามนุษย์ที่ได้รับการช่วยเหลือออกมาต่างพูดคล้ายๆ กันว่า ธุรกิจสีเทาและผิดกฎหมายทั้งหลายในสีหนุวิลล์ล้วนแล้วแต่เกี่ยวข้องกับนักลงทุนชาวจีนแผ่นดินใหญ่ที่มาพร้อมกับโครงการหนึ่งแถบหนึ่งเส้นทางแทบทั้งสิ้น เหยื่อเหล่านี้ไม่ว่าจะเป็นชาวไทย เวียดนาม หรือมาเลเซีย ล้วนแล้วแต่ถูกบังคับให้ทำงานอยู่แต่ในอาคารของนักพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ชาวจีน หลายแห่งเป็นสถานที่มีชื่อเสียงที่ได้รับการรับรองจากทางการกัมพูชา เหยื่อชาวมาเลเซียคนหนึ่งให้สัมภาษณ์กับสื่อมวลชนหลังจากที่ได้รับการช่วยเหลือออกมาว่า เขาถูกบังคับให้ไปทำงานใน Victoria Paradise Resort and Casino ซึ่งอยู่ในเครือ The Prince Group ที่เบื้องหน้าก็คือกลุ่มธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ที่ประสบความสำเร็จที่สุดรายหนึ่งของกัมพูชา[9] และเชื่อกันว่าผู้บริหารของกลุ่มธุรกิจนี้เกี่ยวข้องกับ United Front Work Development ซึ่งเป็นหน่วยปฏิบัติการในต่างประเทศของพรรคคอมมิวนิสต์จีน[10]

เส้นสายอุปถัมภ์ของการเมืองอำนาจนิยม

แม้ว่าจะถูกพาดพิง (แน่นอนว่าทั้ง Yunnan Jincheng Group และ Prince Group ออกแถลงการณ์ปฏิเสธ) และการปฏิบัติการเพื่อช่วยเหลือเหยื่อหลายครั้งก็นำมาจากอาคารสถานที่ซึ่งระบุได้ว่าเป็นของใคร ซึ่งพอจะทำให้สาวไปถึงตัวการใหญ่ได้ แต่ยังไม่เคยปรากฏว่าทางการกัมพูชาสามารถนำระดับนำของขบวนการเหล่านี้เข้าสู่กระบวนการยุติธรรมได้เลย บรรดาคนที่ถูกกล่าวหาหรือพาดพิง เช่น ซู อ้ายหมิง แห่ง KB ตง ลี่เชง ผู้ก่อตั้งหยูนหนานจิงเซงกรุ๊ป และ เฉิน ซี ประธาน The Prince Group ล้วนแล้วแต่ใกล้ชิดกับผู้มีอำนาจในพนมเปญทั้งสิ้น

เฉิน ซี เป็นใครมาจากไหนไม่เป็นที่เปิดเผยต่อสาธารณะชัดเจนนัก สื่อมวลชนในกัมพูชาส่วนใหญ่พูดถึงเขาแต่เพียงว่าเป็นนักธุรกิจชาวกัมพูชาเชื้อสายจีน ประธาน The Prince Group ที่มีธุรกิจมากมายหลายอย่างในประเทศนี้ ในเว็บไซต์ของบริษัทพูดถึงเขาเพียงสั้นๆ ว่าเขาเป็นประธาน The Prince Holding Group ผู้ทำให้บริษัทกลายเป็นกลุ่มบริษัทชั้นนำของกัมพูชาสู่มาตรฐานสากล เฉินขยายกิจการของบริษัทไปในหลายภาคส่วน ไม่ว่าจะเป็นอสังหาริมทรัพย์ การเงิน การท่องเที่ยว นอกจากนี้เขายังมีส่วนสำคัญในการพัฒนาชุมชนในกัมพูชาอีกด้วย โดยทั่วไปแล้วเขาจะไม่ค่อยปรากฏตัวเป็นข่าวในสื่อมวลชนเท่าใดนัก สาธารณชนสามารถติดตามเขาได้ทางทวิตเตอร์และอินสตาแกรม ซึ่งก็จะไม่มีข้อมูลอะไรมากไปกว่าการแชร์ข่าวบริษัทและกิจกรรมทางสังคมของเขา เรื่องราวของเขาที่ปรากฏในสื่อกระแสหลักของกัมพูชาอย่าง Phnom Penh Post และ Khmer Times ที่สืบค้นได้มักจะเป็นการซื้อพื้นที่เพื่อโฆษณาตัวเอง (sponsored content) เมื่อเขาได้รับรางวัลผู้ประกอบการแห่งปี 2021 และบริจาคเงิน 1 ล้านดอลลาร์สหรัฐเพื่อช่วยเหลือลาวสู้กับโรคระบาดโควิด เป็นต้น

เฉินได้สัญชาติกัมพูชาเมื่อปี 2014 และก็เหมือนกับนักธุรกิจใหญ่รายอื่นๆ เขาบริจาคเงินให้รัฐบาลกัมพูชามากกว่า 500,000 ดอลลาร์สหรัฐจึงได้รับบรรดาศักดิ์ ‘ออกญา’ (Oknha) เอาไว้เชิดหน้าชูตาในวงสังคม แต่เฉินไม่ได้หยุดแค่นั้น เขาได้ยกระดับเป็น ‘เนี๊ยก ออกญา’ (Neak Oknha) ซึ่งเป็นชั้นที่สูงกว่าออกญาธรรมดา ที่สำคัญเขามีสายสัมพันธ์กับผู้นำระดับสูงในพรรคประชาชนกัมพูชา มีตำแหน่งเป็นที่ปรึกษาส่วนตัวของซอ เค็ง รัฐมนตรีมหาดไทยกัมพูชาตั้งแต่ปี 2017 ทำธุรกิจร่วมกับซอ สุขา ลูกชายคนโตของซอ เค็ง และเขาสามารถสร้างสายสัมพันธ์ไปจนถึงฮุน เซนได้เมื่อได้รับแต่งตั้งให้เป็นที่ปรึกษาของนายกรัฐมนตรีในปี 2020[11]    

ส่วนซู อ้ายหมิงนั้นแม้จะถูกทางการจีนติดตามตัว และแม้ว่ารัฐบาลกัมพูชาจะมีความสัมพันธ์อันดีกับรัฐบาลในปักกิ่ง อีกทั้งได้เคยส่งผู้ร้ายชาวจีนกว่าพันคนกลับไปลงโทษในแผ่นดินใหญ่ แต่ไม่เคยปรากฏว่าชื่อของซู อ้ายหมิงผู้นี้อยู่ในบัญชีส่งผู้ร้ายข้ามแดนเลย เนื่องจากเขาได้สัญชาติกัมพูชาตั้งแต่ปี 2005 หลายปีก่อนที่จะต้องคดีความด้วยซ้ำไป เพราะเขาได้ชื่อว่าเป็นผู้บริจาครายใหญ่ที่จ่ายเงินให้กับรัฐบาลกัมพูชาและสามารถใช้เงินซื้อเส้นสายทางการเมืองในประเทศนี้ได้ด้วย ดังนั้นเขาจึงรอดพ้นเสมอมา เพราะตามกฎหมายส่งผู้ร้ายข้ามแดนของกัมพูชานั้นรัฐบาลสามารถปฏิเสธที่จะส่งพลเมืองของกัมพูชาไปรับโทษในประเทศอื่นได้

ซูไม่เพียงหลุดรอดจากเงื้อมมือกฎหมายได้ง่ายๆ เท่านั้น เขายังพบช่องทางเติบโตในกัมพูชาด้วยการเข้าสู่ระบบอุปถัมภ์ของผู้มีอำนาจ เขาทำธุรกิจร่วมกับฤทธี ซัมนาง (Rithy Samnang) ลูกเขยของวุฒิสมาชิก ก๊ก อัน (Kok An) แห่งพรรคประชาชนกัมพูชา ความสัมพันธ์นี้เริ่มต้นตั้งแต่เมื่อใดไม่เป็นที่ประจักษ์ชัดนัก แต่ที่เห็นเปิดเผยอย่างเป็นการเมื่อซูตั้งบริษัท RSX Investment ร่วมกับฤทธีเมื่อปี 2017 จากนั้นเขาก็ปรากฏตัวในที่สาธารณด้วยกันอยู่บ่อยๆ เมื่อเวลาที่บริษัทจัดงานต่างๆ ด้วยเส้นสายทางการเมืองระดับนี้ก็ไม่ใช่เรื่องยากนักที่ซูจะหวนคืนสู่ธุรกิจรากเหง้าของเขา KB Hotel and Casino จึงเกิดขึ้นในปี 2019 เพื่อเป็นศูนย์กลางความบันเทิงและการพนันในสีหนุวิลล์ คอมเพลกซ์แห่งนี้ถูกพาดพิงในการรายงานของสื่อมวลชนหลายครั้งว่าเกี่ยวข้องกับการค้ามนุษย์และธุรกิจการต้มตุ๋นทางอินเทอร์เน็ต[12]

สรุป

การค้ามนุษย์และการหลอกลวงต้มตุ๋นกันในโลกไซเบอร์ถือเป็นภัยต่อความมั่นคงชนิดใหม่ที่ทุกประเทศจะต้องเอาใจใส่ ที่ผ่านมาก็ใช่ว่าทางการจีนจะไม่รับรู้ ทวงถาม หรือติดตามผู้ร้ายที่ก่อคดีในจีนและหนีมาสร้างความร่ำรวยบนความทุกข์ยากของผู้คนจำนวนมากในดินแดนอุษาคเนย์ มีรายงานข่าวอยู่เนืองๆ ทั้งจากสื่อของทางการจีนเองและสื่อท้องถิ่นในกัมพูชาว่า เจ้าหน้าที่ระดับสูงหรือรัฐมนตรีของจีนได้ยกเรื่องนี้หารือกับนายกรัฐมนตรี ฮุน เซน และรัฐมนตรีมหาดไทย ซอ เค็ง ผู้ให้การอุปถัมภ์ผู้ที่ถูกกล่าวหาว่าเกี่ยวข้องกับอาชญากรรมเหล่านั้น แต่คำตอบจากรัฐบาลหรือเจ้าหน้าที่ของรัฐบาลมักออกมาในทางบ่ายเบี่ยงหรือแบ่งรับแบ่งสู้ โดยที่ดูเหมือนว่าทางฝ่ายจีนก็จะไม่ได้ออกแรงกดดันสักเท่าใดและพอใจเท่าที่ได้ซึ่งมักจะเป็นตัวเล็กๆ และเหยื่อเสียเป็นส่วนใหญ่

รัฐบาลของประเทศอื่นๆ ที่พลเมืองเข้าไปเกี่ยวข้องกับอาชญากรรมนี้ เช่น รัฐมนตรีต่างประเทศอินโดนีเซียเคยยกเรื่องนี้หารือกับกัมพูชาหลังจากที่ได้รับรู้ว่ามีชาวอินโดนีเซียถูกหลอกให้ไปทำงานในเครือข่ายมิจฉาชีพในสีหนุวิลล์ ส่วนประเทศไทยเพิ่งลงนามในบันทึกความเข้าใจกับทางการกัมพูชาเมื่อเดือนกรกฎาคมปีนี้ อีกทั้งเจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคงก็ยังเคยร่วมกับฝ่ายกัมพูชาในการปฏิบัติการทลายแก๊งคอลเซ็นเตอร์ ทั้งในพนมเปญ กันดาล และสีหนุวิลล์ แต่ก็ทำได้เฉพาะช่วยเหลือเหยื่อออกมาได้เพียงเล็กน้อยเท่านั้น ไม่สามารถสาวไปถึงต้นตอหรือนำผู้ก่อการรายใหญ่เข้าสู่กระบวนการยุติธรรมได้เลย

สาเหตุสำคัญที่ทำให้การจัดการเรื่องนี้เป็นไปด้วยความยากลำบาก เพราะประการแรก ระบบอุปถัมภ์ในกัมพูชาเข้มแข็งและค้ำจุนด้วยการเมืองแบบอำนาจนิยมของฮุน เซนและพรรคประชาชนกัมพูชาที่ครองอำนาจอยู่อย่างยาวนาน ธุรกิจไม่ว่าถูกหรือผิดกฎหมายล้วนแล้วแต่ต้องแสวงหาองค์อุปถัมภ์ที่มีอำนาจทางการเมืองเพื่อให้ได้ใบอนุญาตทางธุรกิจหรือได้รับการคุ้มครองเพื่อป้องกันการโจมตีจากคู่แข่งหรือเงื้อมมือของกฎหมายจากประเทศอื่น ในทางกลับกัน บรรดานักธุรกิจเหล่านี้ต่างก็จ่ายเงินเพื่อประโยชน์ส่วนตัวขององค์อุปถัมภ์เองหรือเพื่อสร้างภาพลักษณ์ในทางสาธารณะของทั้งเครือข่ายอุปถัมภ์นั่นเอง

ประการที่สอง ระบบยุติธรรมและหลักนิติรัฐของกัมพูชาไม่เข้มแข็งและขาดความโปร่งใส เปิดโอกาสการทุจริตคอร์รัปชันดำเนินไปราวกับประเทศไร้กฎเกณฑ์ เจ้าหน้าที่ระดับล่างหรืออำนาจการปกครองท้องถิ่นมักจะละเลยต่ออาชญากรรมเหล่านี้ง่ายๆ ด้วยการทำเป็นไม่รู้ไม่เห็น หรืออ้างว่าไม่ใช่ความรับผิดชอบของตนเองโดยตรง หรือขาดแคลนงบประมาณและบุคคลากรในการดำเนินการ เป็นต้น บรรดาเหยื่อที่รอดออกมาได้ให้สัมภาษณ์กับสื่อมวลชนว่า ทุกครั้งที่มีโอกาสติดต่อโลกภายนอกเขาจะพยายามติดต่อขอความช่วยเหลือจากตำรวจกัมพูชาเสมอ แต่หลายต่อหลายครั้งพวกเขาไม่ได้รับการตอบสนองจากตำรวจจนกระทั่งความแตกถูกคนที่ควบคุมสถานที่แห่งนั้นจับได้ พวกเขาต้องถูกลงโทษทุบตี ทรมาน หรือโดนขายไปที่อื่นจนทำให้กลายเป็นหนี้สินที่พอกพูนเกินกว่าครอบครัวจะไถ่ถอนออกมาได้ นอกจากนี้ผู้มีอำนาจทางการเมืองมักจะใช้กฎหมายแบบเลือกปฏิบัติ เคร่งครัดกับคู่แข่งหรือคนที่อยู่นอกอุปถัมภ์ของตัวและผ่อนปรนกับคนที่อยู่ในเครือข่ายหรือจ่ายสินบนให้แก่ตน

ประการที่สาม อำนาจและอิทธิพลของจีนเองนั่นแหละที่กลายเป็นร่มเงาให้เครือข่ายอาชญากรรมเหล่านี้ ดังที่ได้กล่าวมาข้างต้น นักลงทุนจีนหลายคนเกี่ยวข้องกับโครงการหนึ่งแถบหนึ่งเส้นทางหรือบางครั้งก็เป็นคนทำงานให้กับพรรคคอมมิวนิสต์จีนแบบปิดลับ ทำให้พวกเขาอาศัยความมืดดำเหล่านั้นทำธุรกิจแอบแฝงที่หาเงินง่ายๆ บนความทุกข์ยากของคนอื่น โดยที่ทางการกัมพูชาก็จำต้องทำเป็นเอาหูไปนาเอาตาไปไร่เพื่อให้มีเงินทุนเข้าสู่ระบบเศรษฐกิจหรือกระตุ้นความเติบโต และสร้างความสำเร็จหรือคะแนนนิยมทางการเมืองของผู้ที่อยู่ในอำนาจเอง แน่นอนด้วยการทำงานของระบบแบบนี้เมืองสำคัญๆ ของกัมพูชาตั้งแต่พนมเปญจนถึงสีหนุวิลล์ เจริญขึ้นผิดหูผิดตา มีถนนหนทาง สะพาน ตึกรามที่สวยสดงดงามต่างๆ ผุดขึ้นอย่างรวดเร็วในช่วงเวลาเพียงไม่ถึงทศวรรษที่ผ่านมา

ด้วยอิทธิพลของจีนอีกเช่นกันทำให้ประเทศเพื่อนบ้านของกัมพูชาไม่ว่าจะเป็น ไทย มาเลเซีย เวียดนาม ไม่สามารถออกแรงกดดันได้อย่างเต็มที่ให้ทางการกัมพูชาจัดการกับเครือข่ายมิจฉาชีพที่หลบอยู่ในเขตที่มีการลงทุนของจีนอยู่อย่างหนาแน่นหรือมีความเกี่ยวเนื่องกับโครงการหนึ่งแถบหนึ่งเส้นทางของรัฐบาลปักกิ่ง  


[1] Chanrith Ngin “The Undetermined Cost and Benefits of Cambodia’s Engagement with China’s Belt and Road Initiative Perspective Issue 2022 No.84 (Singapore, ISEAS Yusof Ishak)

[2] Tomoya Onichi “Swallowed by China: Cambodia’s Ream base expansion raises alarm” Nikkei Asia August 28, 2022 (https://asia.nikkei.com/Spotlight/Belt-and-Road/Swallowed-by-China-Cambodia-s-Ream-base-expansion-raises-alarm)

[3] Chea Vanyuth “Dara Sakor Int’l Airport conducts flight testing” Khmer Times April 25, 2022 (https://www.khmertimeskh.com/501062922/dara-sakor-intl-airport-conducts-flight-testing/)

[4] Shaun Turton and Huang Yang “Stuck in Sihanoukville: Projects grind to halt in Cambodia resort town” Nikkei Asia. August 2, 2022 (https://asia.nikkei.com/Business/Business-Spotlight/Stuck-in-Sihanoukville-Projects-grind-to-halt-in-Cambodia-resort-town)

[5] Qi Desai, Lee Yuk Yue and Raymond Cheng “Human trafficking, job scams liked to Chinese owned casinos in Sihanoukville” Radio Free Asia August 23, 2022 (https://www.rfa.org/english/news/china/taiwan-cambodia-scam-08232022132211.html)

[6] Jack Davies, Lee Chi Chi, Chan Yun Nam and Sovanarith Kao “Wanted Chinese kingpin owns casino with Cambodia senator’s son in law. Radio Free Asia June 22, 2021 (https://www.rfa.org/english/news/special/hunsen-family/xu-aimin.html)

[7] “The wealth legend of Ruili’s richest man; debuted at the age of 16, after up and down, 51 years old net worth 5.1 billon” iMedia June 13, 2021 (https://min.news/en/economy/38c7f288eff18efaffc4edfb6b308ab3.html)

[8] “Yunnan Jiangcheng Group Co.Ltd. strongly deny changes of human trafficking, fraud, cyber fraud” Khmer Times August 23, 2022 (https://www.khmertimeskh.com/501137150/yunnan-jingcheng-group-co-ltd-strongly-deny-charges-of-human-trafficking-fraud-cyber-fraud/)

[9] Mary Hong “Cyber scam victim says CCP Belt and Road developers are international human trafficking syndicates based in Cambodia” The Epoch Times September 2, 2022 (https://www.theepochtimes.com/cyberscam-victim-says-ccp-belt-and-road-developers-are-international-human-trafficking-syndicates-based-in-cambodia_4701278.html)

[10] David Hutt “Cambodia playing US to squeeze more from China” Asia Times October 16, 2020 (https://asiatimes.com/2020/10/cambodia-playing-us-to-squeeze-more-from-china/)

[11] Ibid

[12] “Association disputes ‘Crime Haven’ Tag as trafficking reports mount” VOD August 24, 2022 (https://vodenglish.news/association-disputes-crime-haven-tag-as-trafficking-reports-mount/)

MOST READ

World

1 Oct 2018

แหวกม่านวัฒนธรรม ส่องสถานภาพสตรีในสังคมอินเดีย

ศุภวิชญ์ แก้วคูนอก สำรวจที่มาที่ไปของ ‘สังคมชายเป็นใหญ่’ ในอินเดีย ที่ได้รับอิทธิพลสำคัญมาจากมหากาพย์อันเลื่องชื่อ พร้อมฉายภาพปัจจุบันที่ภาวะดังกล่าวเริ่มสั่นคลอน โดยมีหมุดหมายสำคัญจากการที่ อินทิรา คานธี ได้รับเลือกให้เป็นนายกรัฐมนตรีหญิงคนแรกในประวัติศาสตร์

ศุภวิชญ์ แก้วคูนอก

1 Oct 2018

World

9 Mar 2018

สีจิ้นผิงมาถึงจุดนี้ได้อย่างไร?

อาร์ม ตั้งนิรันดร วิเคราะห์เส้นทางการเมืองของสีจิ้นผิง ผู้นำสูงสุดของจีนที่สามารถรวบอำนาจมาอยู่ในมือได้สำเร็จเด็ดขาด สีจิ้นผิงมาถึงจุดนี้ได้อย่างไร? และสุดท้ายเขาจะพาจีนพังกันหมดหรือไม่?

อาร์ม ตั้งนิรันดร

9 Mar 2018

Asean

10 Feb 2020

‘หมวย’ นักสิ่งแวดล้อมหญิง นักแอนตี้คอร์รัปชันชาวลาวที่โลกควรรู้จัก

เนติวิทย์ โชติภัทร์ไพศาล และ ศุภกฤต เขียนถึง ‘หมวย’ ผู้หญิงธรรมดาที่ค้นพบว่าเสียงของเธอมีความหมาย และใช้มันส่งเสียงถึงความไม่เป็นธรรมรอบตัว

เนติวิทย์ โชติภัทร์ไพศาล

10 Feb 2020

เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และสามารถจัดการความเป็นส่วนตัวเองได้ของคุณได้เองโดยคลิกที่ ตั้งค่า

Privacy Preferences

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

Allow All
Manage Consent Preferences
  • Always Active

Save