เชาวฤทธิ์ เชาว์แสงรัตน์ เรื่อง

กฤตพร โทจันทร์ ภาพประกอบ

 

ในโอกาสครบรอบ 60 ปีการปฏิวัติคิวบาที่ยังมีผลถึงปัจจุบัน ทำให้คิวบาเป็นประเทศเดียวในทวีปอเมริกาที่ยังปกครองด้วยระบอบคอมมิวนิสต์ ผมขอนำเสนอภาพรวมของนโยบายการต่างประเทศของคิวบากับประเทศในเอเชียและโอเชียเนียในปัจจุบันซึ่งยึดถือหลักการพื้นฐานที่สำคัญ 4 ประการดังต่อไปนี้

ประการแรก คิวบาต้องการส่งเสริมความสัมพันธ์กับประเทศต่างๆ ในภูมิภาคนี้เพื่อลดผลกระทบของการที่สหรัฐอเมริกามีนโยบายห้ามการติดต่อทางการค้ากับคิวบาโดยสิ้นเชิงซึ่งส่งผลเสียต่อภาพรวมทางเศรษฐกิจของคิวบาอย่างมหาศาล นอกจากนี้สหรัฐอเมริกายังห้ามไม่ให้บริษัทเอกชนของประเทศอื่นๆ ติดต่อทำการค้ากับคิวบา ถ้าฝ่าฝืนจะถูกตอบโต้อย่างเฉียบขาด ด้วยเหตุนี้คิวบาจึงเร่งสร้างความสัมพันธ์อันดีกับประเทศต่างๆ เกือบทุกประเทศในเอเชียและโอเชียเนีย ยกเว้นก็แต่เพียงไต้หวัน

คิวบามีสถานทูตทั้งหมด 18 แห่งและ 3 สถานกงสุลตั้งอยู่ในภูมิภาคนี้ ในปีค.ศ. 2016 คิวบาย้ายสถานทูตที่เปิดในกรุงมะนิลา ประเทศฟิลิปปินส์ ไปเปิดที่สิงคโปร์แทน เนื่องจากรัฐบาลของฟิลิปปินส์ได้ปิดสถานทูตของตัวเองที่กรุงฮาวานา เมืองหลวงของคิวบา อย่างไรก็ตามความสัมพันธ์ทางการทูตระหว่างสองประเทศก็ดำเนินไปอย่างปกติ ขณะเดียวกันประเทศในเอเชียและโอเชียเนียมีสถานทูตของตัวเอง 14 แห่งในคิวบา

ประการถัดมา คิวบาต้องการรักษาความสัมพันธ์อันดีกับประเทศต่างๆ โดยไม่คำนึงถึงความแตกต่างทางการเมืองหรือเศรษฐกิจ โดยเน้นการส่งเสริมในภาคส่วนที่คิวบามีความโดดเด่นไม่ว่าจะเป็นด้านการศึกษาหรือการสาธารณสุข เพื่อแลกกับการได้รับความช่วยเหลือทางการเงินและเทคโนโลยีในการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานและภาคอุตสาหกรรมในคิวบา รวมทั้งการติดต่อทางด้านการค้าซึ่งปัจจุบันคิดเป็นร้อยละ 16 ของภาพรวมการส่งออกและนำเข้าของคิวบา สินค้าทางการเกษตรสำคัญที่คิวบานำเข้าจากภูมิภาคเอเชียได้แก่ ผลิตภัณฑ์อาหาร โดยเฉพาะข้าว นอกจากนั้นคิวบายังร่วมมือกับบริษัทต่างๆ ในเอเชียและโอเชียเนียในการลงทุนในกิจการต่างๆ ในภูมิภาคอีกด้วย

ประการที่สาม คิวบาต้องการเรียนรู้ประสบการณ์พัฒนาทางเศรษฐกิจในระบอบทุนนิยมของประเทศต่างๆ ในภูมิภาคเพื่อนำไปปรับใช้ให้เหมาะสมกับการพัฒนาเศรษฐกิจของคิวบาเอง

ประการสุดท้าย คิวบาต้องการธำรงไว้ซึ่งความสมานฉันท์ในระดับสากลโดยไม่คำนึงถึงความแตกต่างในมิติต่างๆ ของแต่ละประเทศซึ่งต่างก็มีลักษณะเฉพาะหรือความเป็นมาทางประวัติศาสตร์ที่แตกต่างกันออกไป

จากหลักการพื้นฐานสำคัญทั้ง 4 ประการ คิวบายังมีความสัมพันธ์ทางการเมืองที่ใกล้ชิดกับประเทศที่ยังปกครองด้วยระบอบคอมมิวนิสต์อีก 4 ประเทศในเอเชีย อันได้แก่ จีน ลาว เวียดนาม และเกาหลีเหนือ อันเนื่องมาจากคิวบาต้องการเรียนรู้การปฏิรูปในประเทศดังกล่าวเพื่อเป็นแนวทางในการเลือกไปประยุกต์ใช้ในคิวบา

เมื่อมองดูในรายละเอียดของความสัมพันธ์ระหว่างคิวบากับแต่ละประเทศในภูมิภาคนี้จะพบว่า คิวบามีความสัมพันธ์ที่ใกล้ชิดกับจีนเป็นอย่างมาก ในช่วงทศวรรษที่ผ่านมาความสัมพันธ์แบบทวิภาคีและการแลกเปลี่ยนการเยือนของผู้นำระดับสูงของทั้งสองประเทศเป็นไปอย่างสม่ำเสมอ อาทิ การเดินทางเยือนคิวบาของประธานาธิบดี Xi Jinping ในเดือนกรกฎาคม ค.ศ. 2014 ที่นำไปสู่การลงนามในข้อตกลงต่างๆ ถึง 29 ฉบับ ขณะเดียวกันประธานาธิบดี Miguel Díaz-Canel ของคิวบาในขณะที่ดำรงตำแหน่งเป็นรองประธานาธิบดีก็ได้มีโอกาสเดินทางไปเยือนกรุงปักกิ่งเพื่อร่วมเฉลิมฉลองงานวันชาติจีนด้วยเช่นเดียวกัน

นอกจากนี้คิวบายังยึดถือนโยบายจีนเดียวอย่างเคร่งครัด กล่าวคือคิวบาถือว่าไต้หวันนั้นเป็นส่วนหนึ่งของจีน ดังนั้นคิวบาจึงไม่มีความสัมพันธ์ทางการทูตกับไต้หวัน ในประเด็นเรื่องเศรษฐกิจนั้น จีนถือเป็นคู่ค้าที่สำคัญเป็นลำดับที่สองของคิวบานอกจากการเป็นแหล่งเงินทุนหลักที่เข้าไปลงทุนในคิวบาอีกด้วย

ความสัมพันธ์ที่แน่นแฟ้นระหว่างคิวบากับจีน ส่งผลให้ยอดนักท่องเที่ยวจีนเดินทางไปยังคิวบามากขึ้น ในปัจจุบันสายการบิน Air China เปิดเส้นทางบินระหว่างปักกิ่งและฮาวานาโดยแวะพักที่มอนทรีออล ประเทศแคนาดา ในขณะเดียวกันมีการลงนามร่วมมือกันทางเศรษฐกิจทั้งในระยะสั้นและระยะยาวจนถึงปี ค.ศ. 2030 อาทิ ทางด้านเทคโนโลยีชีวภาพ การคมนาคมสื่อสาร พลังงาน การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน โดยเฉพาะอย่างยิ่งการก่อสร้างท่าเรือที่เมือง Santiago de Cuba และเมือง Moa นอกเหนือไปจากการพัฒนาความสัมพันธ์ทางด้านการเมืองที่ต่างก็ยึดถือแนวทางสังคมนิยมเช่นเดียวกัน

เวียดนามถือเป็นอีกหนึ่งประเทศในภูมิภาคที่มีความสำคัญต่อคิวบา อันเนื่องมาจากความคล้ายคลึงของรูปแบบการเมืองการปกครอง มีการเดินทางเยือนกันระหว่างผู้นำของทั้งสองประเทศ อาทิ การเยือนคิวบาของนายกรัฐมนตรีเวียดนามในปี ค.ศ. 2014 ขณะเดียวกันผู้นำระดับสูงของคิวบาจำนวนมากก็ได้เดินทางไปเยือนกรุงฮานอย เช่น รองประธานรัฐสภา

เวียดนามถือเป็นคู่ค้าที่สำคัญเป็นอันดับสองของคิวบาในเอเชีย ในปี ค.ศ. 2018 มียอดการค้าประมาณ 300 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (คิดเป็นร้อยละ 12 ของการค้าทั้งหมดของคิวบาในเขตเอเชียแปซิฟิก) รัฐบาลคิวบาเป็นเจ้าของบริษัท Labiofam Vietnam ซึ่งผลิตเวชภัณฑ์ ผลิตภัณฑ์ทางเทคโนโลยีชีวภาพและสารเคมีในเวียดนาม ขณะเดียวกันรัฐบาลเวียดนามก็สนใจเข้าไปลงทุนในกิจการน้ำมัน การผลิตอาหาร การท่องเที่ยว การก่อสร้างและอื่นๆ ในคิวบา ในปี ค.ศ. 2014 มีการลงนามของผู้นำทั้งสองประเทศในสนธิสัญญาความร่วมมือทางเศรษฐกิจเป็นเวลาห้าปี เพื่อส่งเสริมการค้าการลงทุนควบคู่ไปกับความต่อเนื่องของความสัมพันธ์ทางการเมืองอันดีของทั้งสองประเทศ

ความสัมพันธ์ระหว่างคิวบากับญี่ปุ่นพัฒนาขึ้นอย่างมีนัยสำคัญในช่วงทศวรรษที่ผ่านมา ในปี ค.ศ. 2013 รัฐบาลญึ่ปุ่นยกเลิกภาระหนี้สินระยะสั้นกว่าร้อยละ 80 ของคิวบา อาจจะกล่าวได้ว่าการฟื้นฟูความสัมพันธ์ระหว่างสหรัฐอเมริกาและคิวบามีผลอย่างยิ่งต่อแนวทางดำเนินนโยบายทางการทูตของญี่ปุ่น โดยมีการเยือนกันของผู้นำระดับสูง เช่น ประธานาธิบดี Miguel Díaz-Canel ของคิวบาในขณะที่ดำรงตำแหน่งเป็นรองประธานาธิบดีได้เดินทางไปเยือนกรุงโตเกียว ขณะที่นายกรัฐมนตรีของญี่ปุ่น Shinzo Abe ก็มีโอกาสเดินทางไปกระชับความสัมพันธ์ทางการทูตระหว่างสองประเทศที่กรุงฮาวานาเช่นเดียวกัน

ความสัมพันธ์ระหว่างคิวบากับประเทศอื่นๆ ในเอเชียต่างก็มีทิศทางในเชิงบวก มีการแลกเปลี่ยนการเยือนกันของผู้นำระดับสูงระหว่างคิวบากับมาเลเซีย นโยบายการต่างประเทศของผู้นำปัจจุบันของมาเลเซีย Mahathir Mohamad ที่มีแนวทางต่อต้านลัทธิจักวรรดินิยมส่งผลดีต่อการเสริมสร้างความสัมพันธ์ของทั้งสองประเทศ รวมทั้งคิวบากับอินโดนีเซียต่างก็มีความสัมพันธ์กันมายาวนาน เพราะทั้งสองเป็นผู้นำในการก่อตั้งกลุ่มผู้ไม่ฝักฝ่ายใด (The Non-Aligned Movement) ในช่วงสงครามเย็นที่โลกแบ่งออกเป็นสองขั้วทางอุดมการณ์ทางการเมืองอย่างชัดเจน

สำหรับไทยเรานั้นมีการสถาปนาความสัมพันธ์ทางการทูตกับคิวบาเมื่อวันที่ 15 พฤษภาคม ค.ศ.1958 ในช่วงสมัยของรัฐบาลเผด็จการทหารของทั้งสองประเทศ การค้าของทั้งสองประเทศยังมีไม่มากนัก โดยสินค้าส่งออกของไทยคือ อาหารทะเลกระป๋องและแปรรูป เครื่องปรับอากาศและส่วนประกอบ ไม้และผลิตภัณฑ์ไม้ ผลิตภัณฑ์ยาง ตู้เย็น ตู้แช่แข็งและส่วนประกอบ  และสินค้านำเข้าที่สำคัญจากคิวบา ได้แก่ ผลิตภัณฑ์ยาสูบ ผลิตภัณฑ์เวชกรรม  และเภสัชกรรม เครื่องดื่มประเภทน้ำแร่ น้ำอัดลมและสุรา เครื่องจักรไฟฟ้าและส่วนประกอบ ผลิตภัณฑ์สิ่งทออื่นๆ ทางด้านการลงทุนบริษัท ซิมับ จำกัด (CIMAB S.A. – เภสัชภัณฑ์) ซึ่งเป็นบริษัทผลิตยาภายใต้การดูแลของรัฐบาลคิวบา ร่วมลงทุนกับบริษัท สยาม ไบโอไซเอนซ์ จำกัด ของไทย โดยในปี ค.ศ. 2015 มีการส่งผ่านเทคโนโลยีจากคิวบามาไทย เพื่อพัฒนาความร่วมมือระหว่างสองบริษัทในการพัฒนายากลุ่มชีวเภสัชภัณฑ์

คิวบามีความสัมพันธ์ทางการทูตที่ยาวนานกับเกาหลีเหนืออันเนื่องมาจากการยึดถืออุดมการณ์ทางการเมืองเดียวกัน ขณะที่ก็ได้รับแรงกดดันจากนานาชาติ โดยเฉพาะสหรัฐอเมริกาที่พยายามอย่างยิ่งยวดในการหยุดยั้งการพัฒนาอาวุธนิวเคลียร์ของเกาหลีเหนือ โดยเฉพาะอย่างยิ่งภายใต้การนำของรัฐบาลประธานาธิบดี Donald Trump การที่คิวบาเป็นพันธมิตรกับเกาหลีเหนือทำให้ไม่มีการสถาปนาความสัมพันธ์ทางการทูตอย่างเป็นทางการกับเกาหลีใต้ แต่ก็ไม่เป็นอุปสรรคในการที่ทั้งสองประเทศจะส่งเสริมความสัมพันธ์กันทางด้านการค้า การลงทุนและวัฒนธรรม คิวบามีจุดยืนในปัญหาบนคาบสมุทรเกาหลีว่าจะต้องหาทางออกโดยการเจรจา หลีกเลี่ยงการทำสงคราม และจะต้องปราศจากการแทรกแซงของต่างชาติ ยิ่งไปกว่านั้นคิวบาไม่เห็นด้วยต่อการพัฒนาอาวุธนิวเคลียร์ของเกาหลีเหนือ เพราะคิวบามองว่าอาวุธนิวเคลียร์นั้นเป็นภัยต่อมนุษยชาติ

ปัจจุบันคิวบาเร่งกระชับความสัมพันธ์กับประเทศเล็กๆ ในมหาสมุทรแปซิฟิก อาทิ นาอูรู หมู่เกาะโซโลมอน วานูอาตู คิริบาติ ตองกา ปาปัวนิวกินี รวมทั้งติมอร์ เลสเต และออสเตรเลีย โดยคิวบามีความสัมพันธ์ทางการทูตอย่างเป็นทางการกับ 14 ประเทศในภูมิภาคนี้และมีการเปิดสถานทูตคิวบาเมื่อปี ค.ศ. 2012 ที่หมู่เกาะโซโลมอนเพื่อเป็นตัวแทนของรัฐบาลคิวบาในเขตทะเลแปซิฟิกตอนใต้ คิวบาส่งความช่วยเหลือทางการแพทย์นอกเหนือไปจากทางด้านการศึกษาต่อประเทศเหล่านี้ เพื่อเป็นการตอบแทนคะแนนเสียงที่สนับสนุนคิวบาในองค์การสหประชาชาติ บุคลากรทางสาธารณสุขนับร้อยคนถูกส่งมาเพื่อพัฒนาและส่งเสริมคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นให้แก่ประชากรของประเทศในเขตทะเลแปซิฟิกตอนใต้ มีการให้ทุนการศึกษาทางด้านการแพทย์เพื่อไปเรียนต่อในคิวบา นอกจากนี้คิวบายังได้เข้าเป็นสมาชิกสังเกตการณ์ของกลุ่มประเทศเล็กๆ ในมหาสมุทรแปซิฟิก (The Pacific Islands Forum) อีกด้วย

คิวบามีความสัมพันธ์ที่ดีกับติมอร์ เลสเต อันเป็นผลมาจากการที่คิวบาเป็นผู้สนับสนุนที่สำคัญในการให้ติมอร์ เลสเตประกาศเอกราช อดีตนายกรัฐมนตรีของติมอร์ เลสเต Ramos Orta ได้เดินทางไปเยือนคิวบาหลายครั้ง ส่วนติมอร์ เลสเตเองก็ไม่เห็นด้วยกับการแทรกแซงทางเศรษฐกิจของสหรัฐอเมริกาที่มีต่อคิวบา คิวบาได้จัดหาบุคลากรทางสาธารณสุขเป็นจำนวนมากให้กับติมอร์ เลสเต รวมทั้งช่วยฝึกแพทย์ให้ด้วย

ในความสัมพันธ์กับออสเตรเลีย คิวบามีส่วนช่วยส่งเสริมการอ่านออกเขียนได้ของชนพื้นเมืองดั้งเดิมของออสเตรเลีย ทำให้พวกเขาเหล่านั้นสามารถเลื่อนสถานภาพทางสังคมได้ดียิ่งขึ้น นอกจากนี้รัฐบาลออสเตรเลียยังสนใจเข้าไปลงทุนในกิจการทางด้านการเกษตรและพลังงานในคิวบาอีกด้วย สำหรับความสัมพันธ์กับนิวซีแลนด์นั้น คิวบาช่วยนิวซีแลนด์หาเสียงในการสมัครเข้าชิงตำแหน่งในคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติ ในทางกลับกันคิวบาก็ศึกษาและเรียนรู้กระบวนการพัฒนาของนิวซีแลนด์เพื่อนำไปประยุกต์ให้เข้ากับประเทศ

ในอนุภูมิภาคเอเชียใต้ อินเดียมีความสัมพันธ์ที่ดียิ่งกับคิวบา มีการแลกเปลี่ยนของผู้นำระดับสูงเพื่อเสริมสร้างความร่วมมือทางด้านการค้า การลงทุน เฉกเช่นเดียวกับความสัมพันธ์ระหว่างคิวบากับปากีสถานและศรีลังกา รัฐบาลคิวบาให้ทุนการศึกษา 1,000 ทุนแก่นักศึกษาปากีสถานไปศึกษาต่อทางด้านการแพทย์ในคิวบา

กล่าวโดยสรุปแล้วแนวโน้มความสัมพันธ์ระหว่างคิวบากับประเทศในเอเชียและโอเชียเนียมีลักษณะดังต่อไปนี้

1. ด้านการค้า มีแนวโน้มที่การค้าระหว่างคิวบากับประเทศในภูมิภาคนี้จะเพิ่มมากขึ้น แต่อย่างไรก็ตามก็ส่งผลให้การขาดดุลการค้าของคิวบาเพิ่มสูงขึ้นไปด้วย เนื่องจากสินค้าออกที่สำคัญของคิวบายังมีมูลค่าต่ำเมื่อเทียบกับสินค้านำเข้า

2. ด้านการลงทุน ประเทศในเอเชียจะเข้าไปลงทุนในคิวบาเพิ่มมากขึ้น โดยเฉพาะทางด้านการท่องเที่ยว อุตสาหกรรมการผลิต พลังงานทดแทน และเทคโนโลยีชีวภาพ

3. ด้านเงินช่วยเหลือ จะมีเงินไหลเข้าประเทศคิวบาเพิ่มมากขึ้น โดยเฉพาะทางด้านเทคโนโลยีสารสนเทศ การคมนาคมขนส่ง การเกษตร เป็นต้น

4. ด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี เอเชียจะเป็นแหล่งสำคัญที่คิวบาเข้ามาเรียนรู้ศึกษาถึงนวัตกรรมใหม่ๆ โดยเฉพาะทางด้านเทคโนโลยีสารสนเทศ และการผลิตทางอุตสาหกรรม

5. ด้านความร่วมมือระดับทวิภาคี มีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้น โดยเฉพาะทางด้านการเกษตร สาธารณสุข การผลิตโรงไฟฟ้าพลังงานงานทดแทน

6. ด้านการท่องเที่ยว จำนวนนักท่องเที่ยวที่จะเดินทางไปยังคิวบามีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้น ส่งผลต่อความต้องการทางด้านการขยายตัวของโรงแรมและธุรกิจการบริการอื่นๆ

7. ด้านการเมือง คิวบายังคงยึดแนวทางธำรงไว้ซึ่งความหลากหลาย ไม่แทรกแซง และต่อต้านลัทธิจักรวรรดินิยมโดยเฉพาะภายใต้การนำของสหรัฐอเมริกา ซึ่งสอดคล้องกับแนวนโยบายต่างประเทศของประเทศต่างๆ ในเอเชียและโอเชียเนีย

Author

Chaowarit Chaowsangrat

เชาวฤทธิ์ เชาว์แสงรัตน์ - อาจารย์ประจำสาขาวิชาประวัติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ผันตัวเองจากนักเศรษฐศาสตร์กลายเป็นลาตินอเมริกันนิสต้า เพราะหลงรักในกาแฟของโคลอมเบีย ปัจจุบันทำงานวิจัยเกี่ยวกับการเมืองสมัยใหม่ของลาตินอเมริกา รวมถึงความรุนแรงและประชานิยมที่เกี่ยวข้องกับภูมิภาคนั้น พร้อมๆ ไปกับการเลี้ยงหมาคอร์กี้และปักกิ่งอีก 6 ตัว