สงครามของสงครามกลางเมือง

นอกเหนือจากการมีนิคมของชาวนอร์ดิค ณ ประเทศมีแสงแดดในยุคแห่งการท่องเที่ยวด้วยสายการบินโลว์คอสต์ในปัจจุบันแล้ว หากมองย้อนไปในอดีต เราอาจเห็นความสัมพันธ์ที่มากไปกว่าการพักผ่อนในหน้าร้อน หลังผ่านช่วงเวลาทำงานหนักในระบบทุนนิยมอย่างชาวลูเธอรัน ก่อนจะกลับไปสู่ความมืดมิดและความหนาวเย็นในทางเหนือเพื่อเป็นผู้รับใช้ที่ดีของระบบต่อไป

วันนี้ ผมขอเล่าถึงความสัมพันธ์ระหว่างสองประเทศจากทางเหนือและทางใต้ของยุโรป ซึ่งเป็นประเทศที่ต่างเกิดสงครามกลางเมืองด้วยกันทั้งคู่ คือฟินแลนด์และสเปน 


สงครามกลางหลายเมือง 


แม้ว่ามโนทัศน์สงครามกลางเมือง (civil war) จะฟังดูตรงไปตรงมา แต่หากพิจารณาให้ถี่ถ้วนขึ้นสักหน่อย จะเห็นว่ามีความซับซ้อนและความเลื่อนไหลในการเข้าใจมโนทัศน์นี้อยู่มาก ผู้ที่ศึกษามโนทัศน์นี้พยายามให้คำจำกัดความว่าสงครามกลางเมืองเกี่ยวข้องกับ หนึ่ง การเคลื่อนไหวทางการทหารหรือกองกำลังโดยหรือจากเมืองหลวง สอง มีรัฐบาลกลางของรัฐนั้นๆ เข้าร่วม และสาม มีการตอบโต้กันทั้งฝ่ายรัฐและฝ่ายต่อต้าน

สงครามกลางเมืองจึงถูกจำกัดความแบบดั้งเดิมว่าเป็นสงครามที่เกิดขึ้นภายในดินแดนของรัฐอธิปไตยหนึ่ง มีกองกำลังของรัฐนั้นๆ เข้าร่วม มีความรุนแรงเป็นระยะเวลายาวนานเพียงพอ และมีผู้สูญเสียจำนวนที่มากพอ

อย่างไรก็ดี คำจำกัดความนี้เต็มไปด้วยความคลุมเครือซับซ้อน เพราะสงครามกลางเมืองไม่ใช่สงครามของเมืองนั้นเพียงเมืองเดียว แต่มีอีกหลายเมืองที่เกี่ยวข้องด้วย ซึ่งไม่จำเป็นว่า ‘เมือง’ ที่เราพูดถึงก่อนและหลังสงครามจะเป็นเมืองเดียวกัน นอกจากนี้ คำถามสำคัญคือเราจะทราบได้อย่างไรว่าสงครามกลางเมืองครั้งหนึ่งเริ่มและจบลงเมื่อไหร่ แยกออกจากเหตุการณ์ครั้งก่อนหน้าหรือครั้งถัดไปอย่างไร ไม่ต้องพูดถึงคำถามที่ว่าเราจะแยกสงคราม ‘ภายใน’ รัฐ และ ‘ภายนอก/ระหว่าง’ รัฐได้โดยง่ายหรือไม่ ในเมื่อดินดินแดนและอธิปไตยเปลี่ยนแปลงอยู่เสมอ ทั้งในระดับกฎหมายและระดับวัฒนธรรม เช่น สงครามกลางเมืองของรัสเซียในเชชเนียช่วงทศวรรษที่ 1990 อาจถูกจัดเป็นสงครามปลดปล่อยอาณานิคม หรือสงครามกลางเมืองในแคเมอรูนปี 1954

คำถามต่อมา คือเราจะแยกสงครามกลางเมืองออกจากความรุนแรงโดยรัฐอย่างไร เราจะแยกโดยใช้ระดับอะไรกำกับ นอกจากนี้ ในบางกรณีรัฐส่วนกลางหมดอำนาจขณะที่สงครามกำลังดำเนินไป เช่น โซมาเลียหลังปี 1991 หรือในอีกกรณีรัฐใช้กองกำลังตัวแทนในการธำรงความขัดแย้งไว้ ขณะที่อีกด้านหนึ่ง กองกำลังต่อต้านรัฐ (ซึ่งรัฐเรียกว่า ‘กบฏ’) หลายกรณีก็แยกได้ยากจากกลุ่มกองกำลังติดอาวุธรับจ้าง หรือเครือข่ายอาชญากร ฯลฯ 

เพราะฉะนั้น เราคงต้องทดไว้ในใจเสมอว่า เมื่อกล่าวถึงสงครามกลางเมือง เราไม่ได้พูดถึงเมืองใดเมืองหนึ่งแน่ๆ 


ทางเหนือ


กลับมาที่ฟินแลนด์และสเปน จากขอบทางด้านเหนือของยุโรปและจากขอบทางใต้ของยุโรป ทั้งสองสงครามกลางเมืองนี้เกิดขึ้นในช่วงครึ่งแรกของศตวรรษที่ 20 และมีจุดร่วมที่น่าสนใจ ผมขอนำมาเล่าเพียงย่นย่อ และชี้ชวนให้ท่านผู้อ่านติดตามอ่านเพิ่มเติมจากรายการอ้างอิงนะครับ 

จุดร่วมสำคัญที่ปฏิเสธไม่ได้ คือการปฏิวัติบอลเชวิคในปี 1917 จนเกิดพลังทางอุดมการณ์และกองกำลังที่สำคัญ เป็นพลวัตที่ส่งผลต่อทั้งสองสงคราม

พลวัตนี้ส่งผลโดยตรงและฉับพลันในฟินแลนด์ เกิดเป็นสงครามระหว่างฝ่ายแดงและฝ่ายขาวในปี 1918 โดยฝ่ายแดงหรือสังคมนิยมเห็นสงครามนี้เป็นการต่อสู้เพื่อดำรงสงครามการปฏิวัติ ดังเช่นที่กระทำสำเร็จในสหภาพโซเวียต แต่สำหรับฝ่ายขาวชาตินิยม นี่คือสงครามปลดปล่อยชาติฟินน์ออกจากอิทธิพลของลัทธิบอลเชวิค กล่าวคือเป็นสงครามเพื่อเอกราช 

เนื่องด้วยฟินแลนด์อยู่ภายใต้การปกครองของดุชชี่รัสเซียตั้งแต่ปี 1809 ดังนั้น การปฏิวัติรัสเซียในปี 1917 จึงทำให้เกิดคำถามสำคัญว่าใครจะเป็นผู้ถืออำนาจอธิปไตย แน่นอนว่าคำตอบที่ต่างกันระหว่างฝ่ายแดงและฝ่ายขาวเป็นสาเหตุหลักของสงครามกลางเมือง จะเห็นได้ว่าสงครามกลางเมืองฟินแลนด์ได้รับอิทธิพลจากการเปลี่ยนแปลงทางการเมืองที่ห่างไกลออกไป แต่กลับส่งผลปรากฏต่อภายในและใจกลางของการต่อสู้เพื่อสถาปนาอำนาจอธิปไตย 

กองกำลังฝ่ายแดงในสงครามกลางเมืองฟินแลนด์ (ที่มาภาพ)
กองกำลังฝ่ายแดงสตรี (ที่มาภาพ)

ทางใต้


ส่วนในสเปน สงครามกลางเมืองดูเหมือนจะเริ่มจากความพยายามรัฐประหารของนายพลฟรันซิสโก ฟรังโก (Francisco Franco, 1892-1975) เมื่อกลางปี 1936 เพื่อยึดอำนาจจากรัฐบาลสาธารณรัฐที่สอง การยื้อยุดกันของสองกองกำลังยกระดับเป็นสงครามที่เกิดขึ้นทั่วสเปน ซึ่งมีการสนับสนุนของกองกำลังจากต่างประเทศ

เช่นเดียวกับในฟินแลนด์ ฝ่ายกองกำลังที่สนับสนุนนายพลฟรังโกมุ่งยึดอำนาจเพื่อกันสเปนให้รอดพ้นจากอิทธิพลของสังคมนิยมและกลุ่มการเมืองมวลชนทั้งหลายที่ได้รับแรงบันดาลใจมาจากการปฏิวัติบอลเชวิค นี่เป็นสาเหตุที่ทั้งเยอรมนีและอิตาลีสนับสนุนฝ่ายนายพลฟรังโก 

สงครามกลางเมืองสเปนเป็นสงครามครั้งแรกๆ ที่ได้รับการเผยแพร่ทางภาพ ทางการรายงาน ฯลฯ ไปทั่วโลก ซึ่งสิ่งที่น่าสนใจและควรเน้นในที่นี้ คือมีกองกำลังอาสาสมัครนานาชาติเข้าร่วมรบในสงคราม ซึ่งมีอาสาสมัครจากฟินแลนด์ร่วมรบด้วย โดยมีฐานมาจากสงครามที่เกิดขึ้นไม่กี่สิบปีก่อนในประเทศของตนเอง

อาสาสมัครจากฟินแลนด์ที่ไปร่วมสงครามกลางเมืองสเปน (ที่มาภาพ)

สงครามของสงครามกลางเมือง


ดังที่ผมเล่าถึงปัญหายุ่งยากในการให้คำจำกัดความสงครามกลางเมืองไปพอสังเขป ซึ่งจะว่าไปแล้วเป็นปัญหาเดียวกันกับการอภิปรายเรื่องชาติและชาตินิยม เมื่อเห็นสงครามกลางเมืองเป็นสงคราม ‘ภายในชาติ’ แล้ว ก็จะทำให้เราไม่เห็นพลวัตของความขัดแย้งภายในบริบทของยุโรปโดยรวม 

ว่ากันเฉพาะฟินแลนด์และสเปน บทพรรณนาว่าด้วยสงครามกลางเมืองของทั้งสองแห่งเฉพาะเจาะจงไปที่การเมืองระดับชาติและการเมืองระดับรัฐสภา แต่มองข้ามกลุ่มทางการเมืองที่นักประวัติศาสตร์ก็มักไม่ให้ความสนใจเมื่อย้อนกลับไปพิจารณาเหตุการณ์ กล่าวคือพรรคการเมืองมวลชนคนชั้นแรงงานและสหภาพแรงงาน ซึ่งรวมตัวเป็นกลุ่มทางการเมืองที่ใหญ่ที่สุดในช่วงต้นศตวรรษที่ 20 และเป็นกลุ่มที่ฝ่าย ‘ก้าวหน้า’ ต้องการสร้างจุดเชื่อมเพื่อให้พวกเขา/เธอกลายมาเป็นฐานเสียงสำคัญในการเมืองประชาธิปไตยระบอบรัฐสภา

ในฟินแลนด์ พรรคสังคมนิยมประชาธิปไตย (Sosialidemokraatit) ถือเป็นพรรคการเมืองมาร์กซิสต์แรกของโลกที่ได้รับเสียงส่วนใหญ่จากการเลือกตั้ง แสดงให้เห็นถึงความเข้มแข็งและการเจรจาต่อรองของสหภาพแรงงาน ชาวนา และมวลชนกับผู้นำพรรคการเมือง แต่ก็เกิดขึ้นพร้อมกับการบดบังภาพความหลากหลายซับซ้อนของการเมืองเคลื่อนไหวมวลชน ซึ่งไม่ได้เห็นด้วยกับแนวทางรัฐสภาเสมอไป ดังนั้น เมื่อเกิดสงครามกลางเมืองฟินแลนด์ การเคลื่อนไหวมวลชนจึงถูกรวมเข้ากับฝ่ายก้าวหน้า และทำให้กลายเป็นกลุ่มเดียวกัน

ในสเปนก็เช่นกัน กลุ่มแรงงานและการเคลื่อนไหวมวลชนต่างมีพลวัตอย่างสูงตั้งแต่ก่อนสเปนจะเข้าสู่สาธารณรัฐที่สอง การที่ชาวนาชาวไร่และแรงงานสเปนลุกขึ้นต่อต้านกองกำลังของนายพลฟรัอางโก ไม่ได้หมายความถึงการที่พวกเขา/เธอสนับสนุนรัฐบาลสาธารณรัฐ เท่ากับที่ว่าพวกเขา/เธอต่อต้านความพยายามรวมศูนย์อำนาจและเจ้าของทุน ซึ่งเป็นประเด็นที่เกิดขึ้นก่อนที่ ‘ฝ่ายก้าวหน้า’ จะนำไปเป็นโวหารทางการเมือง

ดังนั้นบทพรรณนาว่าด้วยสงครามกลางเมืองของที่ใดก็ตาม นอกจากเป็นการมุ่งลบเส้นแบ่งของชนชั้นและขีดเส้นรัฐ-ชาติขึ้นแทนแล้ว ยังทำให้เราไม่เห็นสงครามของสงครามกลางเมืองอีกด้วย 

Guernica ของปิกาโซ ผลของสงครามกลางเมืองสเปน (ที่มาภาพ)


อ้างอิง 

– Helen Graham, The Spanish Republic at War, 1936–1939 (2022) 

– นุชธิดา ราศีวิสุทธิ์, สงครามกลางเมืองสเปน (THE SPANISH CIVIL WAR) (2561) 

– Julián Casanova, “Civil Wars, Revolutions and Counterrevolutions in Finland, Spain, and Greece (1918-1949): A Comparative Analysis” International Journal of Politics, Culture and Society, Vol. 13 No.3 (2000) 

– Nicholas Sambanis, “What is Civil War? Conceptual and Empirical Complexities of an Operational Definition” The Journal of Conflict Resolution Vol.48 No. 6 (2004) 

MOST READ

World

1 Oct 2018

แหวกม่านวัฒนธรรม ส่องสถานภาพสตรีในสังคมอินเดีย

ศุภวิชญ์ แก้วคูนอก สำรวจที่มาที่ไปของ ‘สังคมชายเป็นใหญ่’ ในอินเดีย ที่ได้รับอิทธิพลสำคัญมาจากมหากาพย์อันเลื่องชื่อ พร้อมฉายภาพปัจจุบันที่ภาวะดังกล่าวเริ่มสั่นคลอน โดยมีหมุดหมายสำคัญจากการที่ อินทิรา คานธี ได้รับเลือกให้เป็นนายกรัฐมนตรีหญิงคนแรกในประวัติศาสตร์

ศุภวิชญ์ แก้วคูนอก

1 Oct 2018

World

16 Oct 2023

ฉากทัศน์ต่อไปของอิสราเอล-ปาเลสไตน์ ความขัดแย้งที่สั่นสะเทือนระเบียบโลกใหม่: ศราวุฒิ อารีย์

7 ตุลาคม กลุ่มฮามาสเปิดฉากขีปนาวุธกว่า 5,000 ลูกใส่อิสราเอล จุดชนวนความขัดแย้งซึ่งเดิมทีก็ไม่เคยดับหายไปอยู่แล้วให้ปะทุกว่าที่เคย จนอาจนับได้ว่านี่เป็นการต่อสู้ระหว่างอิสราเอลกับปาเลสไตน์ที่รุนแรงที่สุดในรอบทศวรรษ

จนถึงนาทีนี้ การสู้รบระหว่างอิสราเอลกับปาเลสไตน์ยังดำเนินต่อไปโดยปราศจากทีท่าของความสงบหรือยุติลง 101 สนทนากับ ดร.ศราวุฒิ อารีย์ ผู้อำนวยการศูนย์มุสลิมศึกษา สถาบันเอเชียศึกษา จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ถึงเงื่อนไขและตัวแปรของความขัดแย้งที่เกิดขึ้น, ความสัมพันธ์ระหว่างอิสราเอลและรัฐอาหรับ, อนาคตของปาเลสไตน์ ตลอดจนระเบียบโลกใหม่ที่ก่อตัวขึ้นมาหลังยุคสงครามเย็น

พิมพ์ชนก พุกสุข

16 Oct 2023

World

9 Sep 2022

46 ปีแห่งการจากไปของเหมาเจ๋อตง: ทำไมเหมาเจ๋อตง(โหด)ร้ายแค่ไหน คนจีนก็ยังรัก

ภัคจิรา มาตาพิทักษ์ เขียนถึงการสร้าง ‘เหมาเจ๋อตง’ ให้เป็นวีรบุรุษของจีนมาจนถึงปัจจุบัน แม้ว่าเขาจะอยู่เบื้องหลังการทำร้ายผู้คนจำนวนมหาศาลในช่วงปฏิวัติวัฒนธรรม

ภัคจิรา มาตาพิทักษ์

9 Sep 2022

เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และสามารถจัดการความเป็นส่วนตัวเองได้ของคุณได้เองโดยคลิกที่ ตั้งค่า

Privacy Preferences

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

Allow All
Manage Consent Preferences
  • Always Active

Save