ถ้าคุณสนใจหรือคลุกคลีกับวงการถ่ายภาพ โฆษณา หรือรายการโทรทัศน์ คุณคงรู้จักผู้ชายไม่ธรรมดาคนนี้อย่างแน่นอน

‘ชาติฉกาจ ไวกวี’ ศิลปินมากฝีมือที่เคยเป็นทั้งผู้กำกับโฆษณา ผู้กำกับมิวสิควิดีโอ โปรดิวเซอร์ ผู้ดำเนินรายการ นักดนตรี ตลอดจนอาจารย์มหาวิทยาลัย ตั้งแต่ 23 เมษายนนี้ เขาและเหล่าเพื่อนศิลปินจะพาพวกเราไปรู้จักและเข้าใจปัญหาของเพื่อนร่วมสังคมที่ถูกซุกซ่อนไว้ให้มากขึ้น ผ่านการสื่อสารด้วยงานศิลปะในรายการสารคดี ‘ณ’ บ้านของเขา เรื่องของเราทุกคน ทาง The101.world และช่อง Now 26

101 คุยกับ ‘ชาติฉกาจ ไวกวี’ ถึงวิธีคิดและวิธีการทำงานเป็นการอุ่นเครื่องก่อนชมผลงานสุดคูลของเขา

 

 

ตอนได้รับคำชวนให้มาร่วมทำ ‘ณ’ รู้สึกอย่างไร

อย่างเเรกคือตื่นเต้น เเละตอบตกลงทันทีที่ถูกชวนทางโทรศัพท์ ผมเองเป็นคนที่ทำงานถ่ายภาพเเละวิดีโอเกี่ยวกับคนชั้นเเรงงาน หรือพื้นที่ที่ไม่ได้รับการดูเเลอย่างเท่าเทียมมาตลอด และยิ่งรู้ว่าเป็นโปรเจ็กต์ที่มีศิลปินหลายๆ คนที่ผมชื่นชอบมาร่วมกันสร้างสรรค์ก็ยิ่งตื่นเต้น เพราะไม่เคยได้ร่วมงานด้วยเลย ได้เเต่ชื่นชม เราเลยรู้สึกว่ายิ่งอยากทำให้สมกับที่ถูกเลือก เพราะเเต่ละคนก็มีอาวุธในการเล่าต่างกัน อย่างของผมก็คือภาพถ่าย ผมตื่นเต้นกับการที่ได้ไปถ่ายในที่ที่ผมไม่เคยได้ไป

เราต้องทำการบ้านหนัก ใช้กล้องอะไร ใช้ฟิล์มอะไร งานจะจบออกมาเเบบไหน เเละยากสุดคือ จะสื่อสารเเบบไหน ซึ่งดูเหมือนง่าย เเต่ไม่ง่าย ผมว่า ในความง่ายนี่เเหละ ที่มันยาก ที่ต้องเล่าเรื่องทั้งหมดในหนึ่งภาพ

 

 

ระหว่างทำงาน คิดว่าไปเจออะไรที่มากระแทกใจหรือกระทบความรู้สึกบ้าง

สิ่งเเรกเลยคือ ‘สถานที่’ อย่างสลัมคลอยเตยเนี่ย เราได้ยินมานาน มันอย่างนั้นอย่างนี้ พอไปจริงๆ มันไม่ใช่อย่างที่เขาลือ ผมเจอคนน่ารัก ผมเข้าใจว่าอะไรที่ทำให้เขาต้องหุ้มตัวเองด้วยเปลือกที่เเข็งขนาดนั้น คนในคลองเตยมีหัวใจที่เเกร่ง ดุ ดิบ เเต่จริงใจมากๆ เวลาเดินไปตามซอยเล็กๆ มันมีพลังบางอย่างจริงๆ กลิ่น ออร่า ความรู้สึก มาหมด มันกระทบให้เรารู้สึกว่า ทุกอย่างในนี้เหมือนดินเเดนต้องห้ามที่น้อยคนจะได้เห็นความจริงที่สุด ซึ่งเราก็ไม่รู้ว่าในเมืองลับเเลเเห่งนี้ อะไรคือความ ‘จริงที่สุด’ นี่เเหละหน้าที่ของช่างภาพเเบบผม จะทำอย่างไรถึงถ่ายทอดความจริงออกมาได้

 

 

นอกจากที่คลองเตย ประทับใจที่ไหนอีก 

หมู่บ้านขยะ ผมชอบพลังของคน คนที่กระหายที่จะมีชีวิตรอด คนเหล่านี้ต้นทุนเเค่ลมหายใจ เขาสู้ เขาทำทุกอย่างเพื่อคำว่า ‘บ้าน’ คำสั้นๆ  คำนี้ มันทำให้คนมีพลัง มีประกายความหวังส่องในเเววตา ทำให้พวกเขาขึ้นมาจากนรกที่พวกเขาเคยผ่านมาได้

ผมว่า สิ่งที่คนเหล่านี้มีคือ ‘หัวใจ’ ที่เปี่ยมด้วยความฝัน ความหวัง ที่มันเกิดบนโลกความจริงนั่นเอง

พอลงไปในพื้นที่ มีวิธีการอย่างไรในการหยิบจับประเด็นมาสื่อสาร

ผมไม่กล้าเรียกสิ่งที่ตัวเองทำว่าเป็น ‘ศิลปะ’ ผมเเค่อยากให้มันเป็นเครื่องบันทึกช่วงเวลาหนึ่งของสังคม  ผมอยากให้ภาพถ่ายของผมเป็นเหมือนจดหมายเหตุเพื่อบันทึกเหล่าคนกล้าเหล่านี้ อย่างคลองเคย มันคือการบันทึกภาพนักรบของ ‘สงครามครั้งสุดท้าย’ ที่ผมคิดว่าพวกเขาเเทบไม่มีทางชนะ เพราะสิ่งที่พวกเขาต่อสู้ด้วยคืออำนาจที่มองไม่เห็น

ผมเดินผ่านหลากผู้คนเเละคิดว่า ใครที่ผมจะกดชัตเตอร์ได้ เเววตาใครคือตัวเเทนของสังคมนี้ ใครคืออนาคตของสังคมนี้ ประเด็นของผมที่หยิบเเทบจะไม่มีอะไรเพราะว่าในพื้นที่ตรงนั้นมีพลังอยู่

ผมไม่ได้ทำอะไร ทุกอย่างงดงามในตัวเองอยู่เเล้ว ผมเเค่เป็นคนบันทึกมันเพียงเท่านั้น

 

 

ลองยกตัวอย่างให้เห็นภาพได้ไหมว่าพอลงไปแล้วมีวิธีคิดและวิธีทำงานกับทั้ง ‘คน’ และ ‘พื้นที่’ อย่างไร

คลองเตย คือ งานขาวดำเซ็ตเเรกในชีวิตผม ผมไม่ใช่คนชอบการถ่ายขาวดำมากนัก เพราะมีความเชื่อว่าโลกนี้มีสี  ภาพถ่ายขาวดำกับชีวิตของคนจนทำให้คนคิดเรื่องหดหู่และน่าสงสาร หรืออะไรในเเง่ลบ เเต่ครั้งนี้ผมเลือกถ่ายขาวดำในเหตุผลคือ โลกของคนเหล่านี้ มีเเค่สีขาวเเละสีดำ สังคมมองเขาเเค่ 2 สี

ตามความหมาย ผมใช้ฟิล์มขาวดำที่ห่วยสุดในตลาด เพราะพวกเขาไม่มีสิทธิเลือกสิ่งที่ดีที่สุด ใช้กล้องเก่าเน่าแต่ยังใช้งานได้ เหมือนพวกเขาที่มีเเผลรอบตัวเเต่ก็ยังมีชีวิตอยู่ ผมใช้ของห่วยๆ ที่กูรูด้านภาพถ่ายบอกว่าไม่ดีมาสร้างงานนี้ เเต่ผมมั่นใจว่า คนที่มีของดีกว่าผมล้านเท่าก็ไม่สามารถมาบุกเเละได้ภาพอย่างที่ผมกดได้

ภาพของเเต่ละคนที่ผมถ่าย ผมกดชัตเตอร์เเค่คนละหนึ่งครั้ง เเละผมไม่มีพลาด เพราะชีวิตพวกเขาไม่มีโอกาสให้เลือกมาก ผมอัดรูปบนกระดาษที่ราคาถูกสุดเเค่ให้เกิดภาพ นี่คือการคิดงานครั้งนี้ ผมใช้การใช้ชีวิตของพวกเขามาเปรียบเทียบกับคุณภาพในการถ่ายภาพที่สังคมไม่ยอมรับนั่นเอง

……………………….

เชิญร่วม workshop ความคิดสร้างสรรค์ แลกเปลี่ยนเรียนรู้การใช้ศิลปะบอกเล่าปัญหาสังคมกับนักสร้างสรรค์หลากหลายแขนง

Eyedropper Fill ศิลปินสื่อผสมแห่งยุค
B-Floor กลุ่มละครเข้มข้นลึกซึ้ง
ชาติฉกาจ ไวกวี ช่างภาพยียวนกวนเท่
นิ้วกลม+โตมร ศุขปรีชา ครีเอทีฟและมือเขียนบทแห่งทีม 101

ในงานเปิดตัวสารคดี “ณ” – บ้านของเขา เรื่องของเราทุกคน บ่ายอาทิตย์ที่ 9 เมษายนนี้ เวลา 12.30-17.10 น. ที่ NOW Studio สยามสแควร์ ซอย 7

ลงทะเบียนฟรีได้ ที่นี่

 

และติดตามสารคดี ‘ณ’ – บ้านของเขา เรื่องของเราทุกคน ได้ทาง The101.world และช่อง NOW 26 ทุกบ่ายโมงครึ่งวันอาทิตย์ เริ่ม 23 เมษายนนี้

ร่วมสร้างสรรค์โดย สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (องค์การมหาชน) (พอช.) สหพันธ์พัฒนาองค์กรชุมชนคนจนเมืองแห่งชาติ (สอช.) และเครือข่ายที่ดินแนวใหม่ ชุมชนท้องถิ่นจัดการตนเองแห่งชาติ (คทช.)

Author

Wachiravit Kongkarai

วชิรวิทย์ คงคาลัย - อดีตกองบรรณาธิการ The101.world