อายุษ ประทีป ณ ถลาง เรื่อง

 

เป็นเรื่องที่น่าตระหนกกับข่าวอื้อฉาว กรณีสำนักงานคณะกรรมการอาการและยา หรือ อย. ร่วมกับเจ้าหน้าที่ตำรวจกองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับการคุ้มครองผู้บริโภค หรือ บก.ปคบ. เปิดปฏิบัติการทลายเครือข่าย บริษัท เมจิกสกิน จำกัด ซึ่งทำธุรกิจผลิตและจำหน่ายเครื่องสำอางและอาหารเสริมผิดกฎหมายในลักษณะต่างๆ ได้แก่ ผลิตและจำหน่ายอาหารที่แสดงฉลากไม่ถูกต้อง, ผลิตอาหารเพื่อจำหน่ายโดยไม่ได้รับอนุญาต, ผลิตเพื่อจำหน่ายอาหารปลอม กรณีแสดงฉลากลวง หรือพยายามลวงให้ผู้ซื้อเข้าใจผิดในลักษณะพิเศษว่าได้รับเลขสารบบอาหารจากอย.

นำมาซึ่งการขยายผล กวาดล้างผลิตภัณฑ์อาหารเสริมและเครื่องสำอางผิดกฎหมาย แหล่งค้า และสถานที่ผลิต ตามมา เช่น อาหารเสริมลดน้ำหนักหรือยาลดความอ้วน ยี่ห้อ Lyn ซึ่งมีส่วนผสมของสารไซบูทรามีน อันเป็นสารเคมีออกฤทธิ์ต่อระบบประสาทส่วนกลาง และเกี่ยวพันกับการเสียชีวิตของผู้บริโภคแล้วอย่างน้อย 1 ราย

หรือกรณีของการปิดล้อมตรวจค้นตลาดใหม่ดอนเมือง ซึ่งเป็นที่รับรู้กันดีว่า เป็นแหล่งค้าเครื่องสำอางผิดกฎหมาย วัสดุอุปกรณ์ที่เกี่ยวข้อง ตลอดจนสินค้าปลอมแปลงสารพัดให้ซื้อหา

ตีปี๊บกันเอิกเกริกครึกโครมอยู่พักหนึ่ง ก่อนจะค่อยๆ เงียบหายไปกับสายลม แสงแดด

ที่พูดไม่ออกบอกไม่ถูก ทั้งทุเรศ สมเพชเวทนา และชวนให้สลดหดหู่ กับการแฉโพยเปิดโปงด้วยว่า มีเซเลบคนดัง ดารา นักแสดง พิธีกร เน็ตไอดอล แห่กันไปเป็นพรีเซ็นเตอร์ รับโฆษณาสินค้าผลิตภัณฑ์อาหารเสริมและเครื่องสำอาง เฉพาะกรณีของเมจิกสกิน ถึงกว่า 50 คน

ทั้งๆ ที่กฎหมายห้ามมิให้ผู้ใดโฆษณาคุณประโยชน์ คุณภาพ หรือสรรพคุณของอาหารอันเป็นเท็จ หรือเป็นการหลอกลวงให้เกิดความหลงเชื่อโดยไม่สมควร

ประทานโทษเถอะ ลำพังสามัญสำนึกของวิญญูชนคนทั่วไปซึ่งรู้รับผิดชอบชั่วดีแล้ว ย่อมตระหนักได้ว่าการโกหกแหกตาประชาชนคนอื่นนั้นเป็นเรื่องไม่ชอบ ไม่ควรด้วยประการทั้งปวง

นี่กลับซื่อตาใส รับเงินแลกกับการเป็นพรีเซ็นเตอร์ โฆษณาประชาสัมพันธ์สินค้าแท้ๆ ทว่า กลับใช้ศัพท์แสงหลอกลวงให้ชาวบ้านหลงเชื่อเข้าใจผิด ด้วยการกล่าวอ้างว่าเป็นการรีวิวผลิตภัณฑ์ อวดสรรพคุณต่างๆ นานา ทั้งๆ ที่แท้จริงแล้วส่วนใหญ่ หรือแทบทั้งหมด ไม่เคยใช้ผลิตภัณฑ์ดังกล่าวนั้นแม้แต่น้อย

ทุกอย่างเป็นไปตามสคริปต์ที่เจ้าของสินค้าต้องการ

มีเรื่องมีราว เป็นข่าวฉาวโฉ่ขึ้นมา บางคนมิได้รู้สึกรู้สา รู้ร้อนรู้หนาวอะไรเลย อ้างว่าเป็นเรื่อง ของการทำมาหากิน ที่ตัวเองไม่มีหน้าที่ไปตรวจสอบว่าผลิตภัณฑ์ดังกล่าวมี อย. จริงหรือไม่ อย่างไร มิหนำซ้ำยังย้อนถามทำนองว่า ถ้าไม่ให้รีวิวแล้วจะให้ตัวเองไปทำอะไรหากิน

สะท้อนจิตสำนึก ความรับผิดชอบที่มีต่อสังคมได้เป็นอย่างดี

หลายคนอ้างว่าไม่รู้ หรือรู้เท่าไม่ถึงการณ์ ซึ่งดูเหมือนจะเป็นคำตอบมาตรฐานเดียวกันไปเสียแล้ว สำหรับผู้คนในบ้านนี้เมืองนี้ที่ตกเป็นจำเลยสังคม ยามต้องจำนนต่อพยานหลักฐาน

ที่ดูดีมีเหตุมีผลขึ้นมาหน่อย อ้างว่ารีวิวสินค้าไปในฐานะผู้บริโภคคนหนึ่ง ตัวเองตกเป็นผู้เสียหายกับเขาด้วยเหมือนกัน ซึ่งก็พอฟังได้อยู่หรอก หากไม่ฉุกใจคิดว่ามีอย่างที่ไหน เป็นไปได้อย่างไรที่ดารานักแสดงคนดัง ซึ่งใช้สินค้าแบรนด์เนมเต็มตัวตั้งแต่หัวจรดเท้า จะกล้าใช้ผลิตภัณฑ์เหล่านั้น

ก่อนหน้านี้ ไม่ช้าไม่นานนักก็เคยมีเรื่องอื้อฉาว ข่าวเหล่าบรรดาเซเลบคนดัง ดารา นักแสดง เน็ตไอดอล แห่เซลฟี พร้อมใจกันนำภาพตัวเองชูขวด ชูแก้ว ชูกระป๋องเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ลงเฟซบุ๊ก ลงอินสตาแกรม ให้เป็นที่เอิกเกริกครึกโครม

สร้างความงุนงงสงสัยให้กับชาวบ้านร้านตลาดไปทั่ว ว่าจู่ๆ เหตุใด ทำไมเซเลบคนดัง รสนิยมเลิศวิไล จึงมีภาพออกมาให้เห็นราวกับปลาบปลื้ม นิยมชมชอบเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ไทย ตราสารพัดสัตว์เดียรัจฉานกันเป็นหนักเป็นหนา

เป็นประชารัฐ ไทยนิยมขึ้นมาไม่มีปี่ไม่มีขลุ่ย

ก่อนที่ความจะแตกออกมาว่า แท้จริงแล้วเป็นการรับงานโฆษณาเหล้าเบียร์ โดยไม่แยแสสนใจเลยว่าจะมี พ.ร.บ. ควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ห้ามเอาไว้

พอกลายเป็นประเด็นอื้อฉาวขึ้นมาก็อ้างกันว่ารู้เท่าไม่ถึงการณ์ไปตามระเบียบ ก่อนที่ข่าวคราวจะสร่างซา จางหายไปกับสายลมและแสงแดด

โดยไม่รู้ความคืบหน้าว่าได้มีการลงโทษเอาผิดอย่างไรบ้าง เพื่อมิให้แบบอย่างของการเย้ยหยันกฎหมายกบิลเมือง

โดยเฉพาะอย่างยิ่ง กับบริษัทธุรกิจเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ที่อยู่เบื้องหลัง ซึ่งบางแห่งอาเสี่ยเจ้าสัว เขามีบุญคุณกับผู้ซึ่งยึดถือตนเป็นรัฏฐาธิปัตย์เสียด้วย

แต่ก็นั่นละ จะไปเอาอะไรหนักหนากับจริตของสังคมจารีตนิยม ที่ระบบอุปถัมภ์ยังคงครอบงำเบ็ดเสร็จเด็ดขาดเช่นทุกวันนี้ ซึ่งเกี่ยวพันกับผลประโยชน์ตามลำดับชั้นบนห่วงโซ่อำนาจและเงินตรา

โยงใยไปจนสิ้นสุดจุดที่ไม่อาจไปแตะต้อง

อย่าได้ประหลาดใจอะไรเลยว่าทำไม จึงพูดถึงการปฏิรูปประเทศกันมาเป็นทศวรรษ ท่องคำว่าปฏิรูปกันเป็นนกแก้วนกขุนทอง เลือกตั้งกี่ครั้งกี่หน รัฐประหารแล้วรัฐประหารอีก ก็ไม่เคยประสบผลสำเร็จเป็นรูปธรรมในทางปฏิบัติขึ้นมาเลยแม้แต่น้อย

เหตุใดยิ่งพัฒนา ยิ่งทุ่มเทงบประมาณเพื่อแก้ไขปัญหาความเหลื่อมล้ำทางสังคม การณ์กลับปรากฏว่า ความมั่งคั่งยังคงผูกขาด กระจุกอยู่ในกลุ่มชนชั้นนำเพียงไม่กี่คน ไม่กี่ตระกูล

ช่องว่างระหว่างคนรวยกับคนจนขยายถ่างกว้างออกไปทุกขณะ

และเมื่อพูดถึงเซเลบคนดัง ดารา นักแสดงทั้งที

ไม่อาจจะปฏิเสธไปได้เลยว่าความล่าช้าล้าหลังของพัฒนาการทางการเมืองและสังคมไทย ส่วนหนึ่งนั้นเป็นผลมาจากการมอมเมาประชาชนในทางวัฒนธรรมโดยธุรกิจบันเทิงและสื่อสารมวลชน ด้วยการสร้างกระแสให้เกิดความบ้าคลั่งในหนังละคร หรือเรียลลิตีโชว์

ปลุกปั่นกระแสคลั่งไคล้ในตัวดารา นักแสดง ซึ่งเป็นเซเลบหลักในสังคมไทย

ทำทุกอย่างเพื่อกอบโกยเม็ดเงิน ผลประโยชน์ที่ได้มาจากการมอมเมาชาวบ้าน โดยมิได้คำนึงถึงผลกระทบใดๆ ที่จะตามมา

หนังละครจะน้ำเน่าอย่างไรก็ช่าง จะมีเนื้อหาแฝงคติที่เป็นปฏิปักษ์ต่อสังคมอย่างไรก็ได้ ขอให้คนติดงอมแงมเท่านั้นเป็นพอ เช่นเดียวกับรายการเรียลลิตี เกมโชว์ จะเฟคอย่างไรไม่ต้องไปแยแสสนใจ ขอให้เรียกเรตติ้งได้อย่างเดียวก็พอแล้ว

ละครพีเรียด ย้อนยุคอิงประวัติศาสตร์สังคมศักดินาจึงเป็นเรื่องที่สอดคล้องต้องด้วยยุคสมัยเป็นยิ่งนัก

อิทธิพลของเซเลบคนดังไม่ได้มีเฉพาะวงการดารานักแสดงเพียงเท่านั้น แต่ยังปรากฏในแวดวงการเมือง โดยเห็นได้จากการนำเสนอข่าวสาร กิจกรรมความเคลื่อนไหวของนักการเมืองรุ่นใหม่ ที่เวียนวนอยู่ในหมู่คนดังนามสกุลใหญ่โตไม่กี่คน

ไม่ใช่อีลีท บุตรหลานนักการเมืองคนสำคัญ ก็เป็นลูกหลานอภิมหาเศรษฐีหมื่นล้าน หรือไม่เช่นนั้นก็ต้องมีสถานะที่ไม่ธรรมดา

ประเภทลูกชาวบ้านหรือสามัญชนที่จะมาท้าทายหลอกหลอนสังคมเก่าเหมือนเช่นผู้คนในยุคหนึ่งสมัยหนึ่ง คงจะมีเพียงแค่ “สาย สีมา” ในนวนิยายเรื่องปีศาจ ของเสนีย์ เสาวพงศ์ เท่านั้นเอง

Author

aryus prateep na thalang

อดีตบรรณาธิการข่าวหนังสือพิมพ์แนวหน้า สยามโพสต์ และไทยโพสต์ เจ้าของนามปากกา “นายประชา ช้ำชอก” 101 เชิญอายุษกลับมาเขียนเรื่องแวดวงการเมือง สังคม และสื่อมวลชนไทยอีกครั้งหลังจากวางปากกาและก้าวออกจากวงการสื่อไปพักใหญ่