โตมร ศุขปรีชา : เพราะการอ่านเป็นเรื่อง ‘อัตวิสัย’

โตมร ศุขปรีชา เป็นตัวแทนจาก 101 เข้าไปเป็นหนึ่งในคณะกรรมการ ‘ความน่าจะอ่าน’ เขาออกตัวว่าน่าจะเป็นกรรมการสาย ‘(สู่) รู้ทุกเรื่อง-แต่ไม่รู้จริงสักเรื่อง’ แต่ถ้าดูจากงานที่เขาทำ เราจะเห็นว่าคำว่า Well-Rounded น่าจะเหมาะสมกับตัวเขามากที่สุด และดังนั้น เขาจึงน่าจะเป็นตัวแทน ‘ความน่าจะอ่าน’ ในอีกรูปแบบหนึ่งได้เป็นอย่างดี

แชมป์-ทีปกร วุฒิพิทยามงคล : เมื่อเสพสื่อดิจิตอลจนล้า คนจะกลับมาอ่านหนังสือเล่ม

แชมป์-ทีปกร วุฒิพิทยามงคล เป็นกรรมการ ‘ความน่าจะอ่าน’ ที่อายุน้อยที่สุด ด้วยเหตุนี้ เขาจึงถูกยัดเยียดความเป็น ‘ตัวแทนคนรุ่นใหม่’ ให้โดยปริยาย แต่ถ้าดูจากหนังสือที่แชมป์ชอบอ่าน จะพบว่าเขาชอบหนังสือที่เกี่ยวกับโลกยุคใหม่ เทรนด์ เทคโนโลยี และเรื่องเชิงสังคมที่คนทั่วไปอาจรู้สึกว่าย่อยยาก แชมป์จึงเป็นตัวแทนหนังสือแนว non-fiction ไปพร้อมกับความเป็นคนรุ่นใหม่ด้วย

ทราย เจริญปุระ : การอ่านไม่เห็นต้องปีนบันได

ในการพบปะกันครั้งแรก ทราย เจริญปุระ เป็นผู้ที่บอกว่า “โปรเจ็กต์นี้นี้น่าจะเรียกว่า ‘ความน่าจะอ่าน’ เนอะ” แล้วโปรเจ็กต์นี้ก็ได้ชื่อนี้ขึ้นมาจริงๆ เป็นชื่อที่เหมาะมากกับโปรเจ็กต์ทั้งหมด น่าจะพูดได้ว่า ทรายเป็นนักอ่านที่อ่านหนังสือกว้างขวางที่สุดในบรรดากรรมการทั้งหมด เธอบอกว่าตัวเองเป็นตัวแทนของ ‘นักอ่านสายป๊อบ’ ซึ่งก็มาเป็นจิ๊กซอว์ให้กับคณะกรรมการทั้งหมดได้ลงตัวอย่างยิ่ง

เมื่อหุ่นยนต์เริ่มคล้ายมนุษย์ : อะไรคือจุดเริ่มต้นของความคล้าย

บางครั้งเราอาจจะรู้สึกสับสนว่าสิ่งนี้เป็นมนุษย์หรือเป็นหุ่นยนต์กันแน่ มาดูกันว่าอะไรที่ทำให้เรามองว่ามนุษย์กับหุ่นยนต์เริ่มมีความคล้ายกัน

สฤณี อาชวานันทกุล : คุณค่าทางวรรณกรรม ใครเป็นคนกำหนด?

สฤณี อาชวานันทกุล หนึ่งในคณะกรรมการ ‘ความน่าจะอ่าน’ ชวนเรามาตั้งคำถามว่า ‘คุณค่า’ ของรางวัลวรรณกรรมต่างๆ คืออะไร ประเด็นนี้ไม่เพียงสำคัญ แต่ยังชวนเราตั้งคำถามกับสิ่งที่เป็นอยู่ เพื่อก้าวสู่ความน่าจะเป็นในอนาคตด้วย

นิวัต พุทธประสาท : คนทำหนังสือยุคนี้ ควรมีทัศนคติที่ดีต่อสื่อออนไลน์

นิวัตเป็นทั้งนักเขียน นักอ่าน และบรรณาธิการที่ทำงานด้านวรรณกรรมไทยมากว่า 20 ปี เขาบอกว่าสื่อออนไลน์คืออาวุธที่ต้องใช้เพื่อเข้าถึงคนอ่านให้กว้างที่สุด ไม่ต้องสงสัยเลยว่า ทำไม 101 จึงเชื้อเชิญเขามาร่วมเป็นกรรมการ ‘ความน่าจะอ่าน’ เพื่อร่วมสร้างวัฒนธรรมการอ่านให้เกิดขึ้นในสังคมไทย ติดตามความคิดของเขาได้-ที่นี่!

ความน่าจะอ่าน กับการแนะนำหนังสือที่ ‘เอาแต่ใจที่สุด’

‘ความน่าจะอ่าน’ เกิดขึ้นด้วยแนวคิดที่ผสมกันระหว่าง ‘การรีวิว’ และ ‘การให้รางวัล’ โดยมีคอนเซ็ปต์ง่ายๆว่า ไม่ต้องซีเรียสจริงจังนั่งกอดอกพยักหน้า ไม่ต้องเกรงบารมีผู้ทรงคุณวุฒิใดๆทั้งสิ้น ใครจะเชื่อไม่เชื่อก็สุดแล้วแต่ ชอบไม่ชอบก็แชร์กันได้ กับ 5 กรรมการ อย่าง นิวัต พุทธประสาท / สฤณี อาชวานันทกุล / ทราย เจริญปุระ / ทีปกร วุฒิพิทยามงคล และ โตมร ศุขปรีชา ที่ 101 ชวนมาคัดเลือกหนังสือแนะนำตามใจและความชอบของพวกเขาเองล้วนๆ

ถ้าอยากรู้ว่าคนเหล่านี้จะเลือกหนังสืออะไรมาแนะนำบ้าง-โปรดติดตาม!

ความน่าจะอ่าน : ทำไมไม่อ่าน?

คนไทยอ่านหนังสือกันปีละกี่บรรทัด?

ถามคนแต่ละคน คงได้ตัวเลขที่แตกต่างกันไม่รู้จบ แต่ที่เห็นพ้องต้องกันแน่ๆ ก็คือการอ่านของสิ่งมีชีวิตที่เรียกว่า-พวกเราชาวไทยนั้น, มันน้อยจริงๆ

ญี่ปุ่นก็มีมัมมี่ (พระ)

พูดถึงมัมมี่ ใครๆ ก็ต้องนึกถึงอียิปต์ทั้งนั้น แต่ไปญี่ปุ่นบ่อยๆ นี่ คุณรู้หรือเปล่าว่าญี่ปุ่นก็มีมัมมี่กับเขาเหมือนกัน
แต่เป็น ‘มัมมี่พระ’!

มารู้จักกับ ‘ห้องแล็บขนมปัง’ กันเถอะ

คำว่า ‘ห้องแล็บขนมปัง’ หรือ Bread Lab ในที่นี้ ไม่ใช่ชื่อร้านขายขนมปังเก๋ๆ ที่ไหน แต่มันคือห้องแล็บที่เป็นห้องปฏิบัติการจริงๆ ของมหาวิทยาลัยแห่งรัฐวอชิงตัน หรือ The Washington State University ซึ่งมีเป้าหมายเพื่อทำงานด้านขนมปังกันโดยเฉพาะ!