อายุษ ประทีป ณ ถลาง เรื่อง

กฤตพร โทจันทร์ ภาพประกอบ

 

บ้านนี้เมืองนี้ ยุคสมัยที่ผู้คนยึดถือเอาเตาอั้งโล่เป็นที่พึ่งสุดท้าย เพียงแค่ได้เห็นข้อความทางโซเชียลมีเดีย ได้ยินได้ฟังว่าจะมี “ข่าวใหญ่” เกิดขึ้นเท่านั้น ทำเอาผู้คนตาโต หูผึ่งด้วยความสนใจใคร่รู้ ซุบซิบนินทา สอบถาม คาดเดากันไปต่างๆ นานา ให้เป็นที่โกลาหล

บางคนหงุดหงิดพาลโกรธขึ้ง ตั้งประเด็นวิพากษ์วิจารณ์สื่อเป็นเรื่องเป็นราว

เมื่อพูดถึงข่าวใหญ่ จะว่าไปไม่ได้มีเพียงแค่ประเทศไทยเท่านั้น

ที่สหรัฐอเมริกา ประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ ทวิตข้อความเมื่อวันเสาร์ที่ 26 ตุลาคม ตามเวลาท้องถิ่นว่า มีข่าวใหญ่เกิดขึ้นแล้ว – Something very big has just happened! ตามมาด้วยการแถลงยืนยันการเสียชีวิตของ อาบู บัคร์ อัล-บักห์ดาดี ผู้นำกลุ่มรัฐอิสลามหรือ ISIS จากปฏิบัติการจู่โจมของทหารสหรัฐในพื้นที่ภาคตะวันตกเฉียงเหนือของซีเรีย ห่างจากชายแดนตุรกี 5 กิโลเมตร

“เขาหนีสุนัขทหารของสหรัฐจนไปถึงปลายสุดของอุโมงค์ ก่อนที่จะจุดชนวนระเบิดที่ติดอยู่กับตัวเพื่อฆ่าตัวตายพร้อมกับลูกๆ อีกสามคน”

ผู้นำสหรัฐกล่าวว่า บักห์ดาดีตายไม่ต่างจากสุนัข ตายแบบคนขี้ขลาด ทั้งคร่ำครวญและร้องไห้ เชื่อว่าโลกจะปลอดภัยยิ่งขึ้นนับจากวันนี้

นั่นคือข่าวใหญ่ของสหรัฐ และเป็นข่าวสำคัญไปทั่วโลก

หันไปดูทวีปยุโรป นอกเหนือไปจากเรื่องราวความคืบหน้าเกี่ยวกับเบร็กซิทแล้ว ยังมีเหตุการณ์ความไม่สงบในประเทศสเปนเป็นข่าวใหญ่ โดยเกิดการจลาจลที่เมืองบาร์เซโลนา แคว้นกาตาลุญญา ศูนย์กลางทางเศษฐกิจของสเปน เมื่อประชาชนชาวกาตาลันกว่า 5 แสนคน ลุกฮือชุมนุม ประท้วง แสดงความไม่พอใจกับการที่ศาลสูงสุด มีคำพิพากษาเมื่อวันที่ 14 ตุลาคม จำคุกอดีตผู้บริหารรัฐบาลท้องถิ่น 9 คน ระหว่าง 9 ปี ถึง 13 ปี จากความพยายามทำประชามติแยกตัวเป็นอิสระในปี 2560

ที่กรุงซานติเอโก มีผู้เสียชีวิตมากกว่า 16 คน และถูกจับกุมไปอีกหลายพันคน โดยเป็นผลสืบเนื่องมาจากการที่ประชาชนชาวชิลีรวมตัวกันชุมนุมกลางถนน เมื่อวันที่ 6 ตุลาคม แสดงความไม่พอใจการขึ้นราคาค่ารถไฟใต้ดินของรัฐบาล ก่อนจะบานปลายลุกลามไปยังหัวเมืองใหญ่ ยกระดับเป็นการประท้วง เรียกร้องให้มีการปฏิรูปเศรษฐกิจ สังคม ระบบสวัสดิการ จัดการกับปัญหาความเหลื่อมล้ำ และขับไล่ประธานาธิบดีเซบาสเตียน ปิเนร่า มีผู้ชุมนุมเป็นเรือนล้าน นำไปสู่การจลาจล จนทางการประกาศสถานการณ์ฉุกเฉิน ใช้กองทัพออกมาปราบปรามประชาชน

นั่นเป็นข่าวใหญ่ของอเมริกาใต้ และเป็นสาเหตุให้ชิลีต้องยกเลิกการเป็นเจ้าภาพจัดประชุมเอเปกที่จะมีขึ้นในเดือนพฤศจิกายน

สำหรับเอเชีย คงไม่มีข่าวใหญ่อะไรสำคัญไปกว่าม็อบฮ่องกง กรณีคนหนุ่มสาวรุ่นใหม่เรือนล้าน ออกมารวมตัวประท้วง แสดงความไม่พอใจกฎหมายส่งผู้ร้ายข้ามแดน โดยเชื่อว่าระบอบปักกิ่งอยู่เบื้องหลัง ก่อนจะยกระดับเป็นการเรียกร้องประชาธิปไตย ความเป็นอิสระจากพรรค  คอมมิวนิสต์และรัฐบาลสาธารณรัฐประชาชนจีน บานปลายกลายเป็นม็อบปนจลาจลยืดเยื้อยาวนาน

ฯลฯ

 

ขณะที่เนื้อหาสาระของข่าวใหญ่บ้านอื่นเมืองอื่นเป็นเรื่องเกี่ยวกับผลประโยชน์ของชาติ  มีประเด็นเกี่ยวเนื่องกับสิทธิเสรีภาพ ความเป็นอิสระ เป็นกรณีที่ประชาชนลุกฮือขึ้นมาเรียกร้องให้รัฐบาลแก้ปัญหาให้กับพวกเขา หรือต้องการได้รัฐบาลที่ดี

ย้อนกลับมาบ้านเรา แผ่นดินซึ่งผู้คนภาคภูมิใจในความเป็นหนึ่ง ต้องมีดีเหนือกว่าแผ่นดินอื่นอยู่เสมอ ซึ่งย่อมแน่นอนว่าต้องมีข่าวใหญ่เกิดขึ้นมากมาย ตามประสาประเทศที่เต็มไปด้วยสถิติที่สุดในโลก

ข่าวหนึ่งนั้น หนังชีวิต ละครชิงรักหักสวาทประเภทคุณชายแสนดี นางเอกแสนซื่อและหญิงแพศยา เมียน้อยเปิดศึกราวีอาละวาดเมียหลวง ฯลฯ ดรามา น้ำเน่าสุดๆ อย่างไร ก็ยังไม่น่าสนใจเท่า

คงเป็นรสนิยมแบบไทยๆ เหมือนประชาธิปไตยแบบไทย หรือการทำอะไรแบบไทยๆ ทั้งหลายนั่นแล

ชาวบ้านร้านตลาดพับเพียบติดตามรับชม รับฟังกันด้วยความสงบเรียบร้อย ไม่มีปากไม่มีเสียง อย่างมากก็ได้แต่ร้องอื้อหือ ครางฮือกันไป โดยปราศจากทัศนะ ความเห็น คำวิพากษ์วิจารณ์ใดๆ

โถ ใครจะกล้าแสดงความคิดอ่าน เพราะเพียงแค่คลิปไวรัลหนุ่มแว่นสภาพจิตไม่ปกติ ด่าทออาละวาดกลางท้องถนน ถูกเผยแพร่ออกไป ยังคลั่งกันจัดถึงขนาดฮือรวมตัวล้อมโรงพักหมายประชาทัณฑ์

อีกข่าวหนึ่ง เป็นการบรรยายพิเศษเรื่อง “แผ่นดินของเราในมุมมอง ด้านความมั่นคง” ของพลเอกอภิรัชต์ คงสมพงษ์ ผู้บัญชาการทหารบก เมื่อวันที่ 11 ตุลาคมที่ผ่านมา เปลือยความรู้สึกนึกคิดของตัวเองออกมาล่อนจ้อน จะโดยตั้งใจหรือไม่ก็ตามที เผยให้เห็นความในใจ ตัวตนของผู้นำทางทหารว่าเป็นเช่นไร มีทัศนคติต่อประเทศชาติ ประชาชนประการใด

เนื้อหาสาระโดยรวมแล้ว มุ่งที่จะยกย่องสรรเสริญและปกป้องสถาบันสำคัญของชาติเป็นสำคัญ ขณะเดียวกัน แสดงตนต่อต้านการเปลี่ยนแปลงประเทศไปสู่สังคมประชาธิปไตย สำแดงความเป็นปฏิปักษ์ หวาดระแวงทุกฝ่ายที่มีความคิดแตกต่างไปจากตัวเอง ไม่ว่าจะเป็นการก่อการในอดีตเมื่อปี 2475 หรือหนุ่มสาว คนรุ่นใหม่ โดยลากโยงไปถึงม็อบฮ่องกง

ฟังแล้วให้เป็นที่สงสัยว่า แผ่นดินของเราที่ว่านั้น คือแผ่นดินของใคร แต่คงไม่ใช่เรา หากจะหมายถึงประชาชนอย่างแน่นอน เพราะถ้าเชื่อว่าปวงอาณาราษฎรเป็นเจ้าของแผ่นดินแล้วไซร้ สังคมกึ่งสมบูรณาญาสิทธิราชย์คงไม่เกิดขึ้น

คำก็ซ้ายจัด อีกคำก็คอมมิวนิสต์ ฟังแล้วคิดว่าบ้านเมืองอยู่ในยุคปี พ.ศ. 2520

และมิน่า ที่บ้านอื่นเมืองอื่นเขาเชิดชูวีรบุรุษผู้เปลี่ยนแปลงสังคม บุคคลซึ่งประกอบคุณงามความดีให้กับชาติบ้านเมือง แต่ประเทศนี้กลับเทิดทูนกบฏ กองทัพถึงกับเอาไปใช้เป็นชื่อห้อง มีความพยายามทำลายประวัติศาสตร์การเปลี่ยนแปลงการปกครองเมื่อปี พ.ศ. 2475 ให้สูญหายไปจากสังคมไทย

สับสนหนัก เกลียดคอมมิวนิสต์เข้ากระดูกดำ แต่ซื้ออาวุธรับคอมมิชชันได้ และไม่เอาด้วยกับการชุมนุมเรียกร้องความเป็นอิสระจากระบอบปักกิ่ง

ทั้งหมดหาใช่อะไรเลย สิ่งที่ทั่นนายพลไม่ได้พูดคือระบอบที่เป็นอยู่เอื้อประโยชน์กับใคร ชนกลุ่มใด และทำไมประเทศนี้จึงมีปัญหาความเหลื่อมล้ำสูงสุดเป็นลำดับต้นๆ ของโลก

มิใช่ระบอบแบบนี้หรอกหรือ ที่ทำให้กลุ่มบุคคลซึ่งผูกขาด อ้างตนว่ารักชาติมากกว่าคนอื่น ที่มีอยู่ไม่กี่พันคนในคณะรัฐมนตรี วุฒิสภา กองทัพตลอดจนนายทุนใหญ่ เป็นชนชั้นนำอยู่ในประเทศนี้ได้

ยิ่งรักชาติ ยิ่งปราบคอมมิวนิสต์ จัดการคนเห็นต่าง ยิ่งทำให้สถานะของตัวเองเหนือกว่าประชาชนคนทั่วไป นายพลบางคนไม่รู้ทำมาหากินร่ำรวย มั่งคั่งมาจากไหน ตายไปความจึงแตก เมียน้อย-เมียหลวงแย่งทรัพย์มรดก 4 พันล้านอีรุงตุงนัง โดยไม่มีกลไกใดไปทำอะไรได้

ความเลวร้ายของระบอบที่เป็นอยู่ ความเหลื่อมล้ำไม่เสมอภาคเท่าเทียมกัน เป็นสิ่งซึ่งทั่นนายพลไม่เคยปริปากเอ่ยถึง

พูดกันอย่างตรงไปตรงมา ที่บรรยายมาทั้งหมด เพราะหวาดผวากลัวว่าระบอบซึ่งเอื้อประโยชน์ให้กับตัวเอง จะล่มสลายลงไปก็เท่านั้นเอง หาได้มีเนื้อหาสาระอะไรอื่นเลยไม่

นับวัน การเผชิญหน้าของคนในชาติจะทวีความรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ ทั้งระหว่างชาวบ้านราษฎรด้วยกันเอง และระหว่างรัฐกับประชาชน

เมื่อคนระดับผู้นำทางทหารเปิดตัวลงมาเผชิญหน้าด้วยตนเองเสียแล้ว ความปรองดองสมัครสมานสามัคคีจะเกิดขึ้นได้อย่างไร

 

ก่อนจะถลำลึกไปสู่สถานการณ์ความเลวร้ายยิ่งกว่านี้ สาธุชนทั้งหลาย ไม่ลองตั้งสติทบทวนไตร่ตรองดูหรือว่า ระบอบปกครองที่เป็นอยู่ หลงยุค ล้าสมัยหรือไม่ สอดคล้องต้องด้วยประโยชน์ของชนกลุ่มใดเป็นหลัก นำมาซึ่งความเหลื่อมล้ำของคนในชาติจริงหรือเปล่า

แม้จะเป็นเพียงแค่ความฝันปลายฤดูฝนต้นฤดูหนาว แต่ก็เชื่อว่าผู้คนจำนวนไม่น้อยยังคงมีความหวังอยู่เสมอว่า ข่าวใหญ่ เหตุการณ์บ้านเมืองซึ่งเกิดขึ้นในห้วง 2-3 ปีที่ผ่านมา ซึ่งทำให้ประเทศไทยไม่เหมือนเดิมอีกต่อไป เรื่องราวอันฟอนเฟะเละเทะทางสังคม การเมืองดังที่ปรากฏให้เห็นอยู่ในเวลานี้ อาจทำให้เพื่อนร่วมชาติได้สติ ฉุกคิดทบทวนความเป็นไปในแผ่นดิน เกิดพุทธิปัญญาประจักษ์ถึงต้นตอ ตัวการปัญหาของชาติที่แท้จริงเสียที

นำไปสู่การปรับปรุง เปลี่ยนแปลงสังคมไทยอย่างสงบ และสันติตามมา ในยามที่ผู้ปกครองกำลังมัวเมาอยู่ในอำนาจวาสนา อาศัยกองทัพค้ำยันความมั่นคงให้กับตัวเอง ใช้ความแตกแยกของประชาชนเป็นเครื่องมือในการรักษาสถานภาพของตน ลากพาประเทศไปสู่จุดอับตันทุกขณะ

อ้าปากก็เห็นลิ้นไก่ ทำไม 2475 จึงเป็นตัวเลขแสลงใจ เหตุใดจึงต้องลากโยงไปไกลถึงม็อบฮ่องกง

Author

aryus prateep na thalang

อายุษ ประทีป ณ ถลาง - อดีตบรรณาธิการข่าวหนังสือพิมพ์แนวหน้า สยามโพสต์ และไทยโพสต์ เจ้าของนามปากกา “นายประชา ช้ำชอก” 101 เชิญอายุษกลับมาเขียนเรื่องแวดวงการเมือง สังคม และสื่อมวลชนไทยอีกครั้งหลังจากวางปากกาและก้าวออกจากวงการสื่อไปพักใหญ่