ธิติ มีแต้ม เรื่อง

– 1 –

ทุกครั้งที่เพลงของเบน ฮาร์เปอร์ (Ben Harper) ดังขึ้น แววตาแม่ของลูกจะสดใสเป็นพิเศษ

ครั้งนี้ก็เช่นกัน เสียงกีตาร์อะคูสติกบรรเลงจากเพลง The Three of us ในอัลบั้ม Welcome to the Cruel world ของเบน ทำให้เราเหมือนได้ไปอยู่อีกโลกหนึ่งโลกที่สงบสุข

แต่นั่นอาจเป็นภาพสะท้อนของคำถามที่เกิดขึ้นมากกว่า สำหรับเบน เขายังคงสงสัยว่าความโหดร้ายบนโลกนี้เกิดขึ้นได้อย่างไร เช่นเดียวกับที่พ่อกำลังเขียนถึงลูกอยู่ในปลายเดือนตุลาคม 2561

14 ปีก่อน เหตุการณ์วันที่ 25 ตุลาคม 2547 กลับมาในห้วงคำนึงอีกครั้ง

ประชาชนในอำเภอตากใบ จ.นราธิวาส กลุ่มหนึ่งไปรวมตัวกันที่หน้าสถานีตำรวจตากใบ พวกเขาเรียกร้องให้เจ้าหน้าที่ตำรวจปล่อยตัวประชาชน 6 คนที่ถูกคุมขังหลังถูกกล่าวหาว่าจัดหาอาวุธให้กับคนร้ายที่ก่อเหตุสร้างความไม่สงบในพื้นที่สามจังหวัดชายแดนใต้

บีบีซีไทยรายงานว่าเหตุการณ์เริ่มตั้งแต่ 08.00 น. เจ้าหน้าที่กำลังเจรจาให้ผู้ชุมนุมกลับบ้าน แต่พวกเขาไม่ยอม

เวลา 09.00 น. มีเฮลิคอปเตอร์บินวนเหนือศีรษะ ก่อนที่เสียงยิงปืนขึ้นฟ้าจะดังขึ้นนัดแรกราว 10.00 น. แต่ผู้ชุมนุมยังปักหลักอยู่ที่เดิม-ยืดเยื้อไปถึงเวลาละหมาดเที่ยง

กระทั่งเวลา 15.00 น. สื่อมวลชนหลายสำนักรายงานว่า ผู้ชุมนุมเริ่มขว้างปาสิ่งของใส่เจ้าหน้าที่ และพยายามบุกเข้าไปใน สภ.อ.ตากใบ ทำให้แม่ทัพภาคที่ 4 มีคำสั่ง “สลายการชุมนุม” เริ่มจากการฉีดน้ำใส่ฝูงชน ใช้แก๊สน้ำตา และยิงตอบโต้นาน 30 นาที

หลังจากนั้นเกิดอะไรขึ้น ?

ประชาชนจากหลักสิบเพิ่มเป็นหลักร้อยและขยายเป็นพันคน แต่ไม่ว่าจะมีปริมาณเพิ่มมากขึ้นขนาดไหน ไม่ว่าจะถูกเปรียบเป็นผนังทองแดงกำแพงเหล็กอย่างไร ความจริงก็คือไม่มีใครรอดไปจากกระสุนปืนได้ ผิวหนังคนไม่ใช่เหล็ก ยิงยังไงก็ทะลุ

เมื่อปืนกับมือเปล่าเผชิญหน้ากัน ฝ่ายหลังก็ต้องหมอบ

พวกเขาถูกจับมัดมือ ปิดตา ขึ้นรถทหารไปค่ายอิงคยุทธบริหาร อ.หนองจิก จ.ปัตตานี ระยะทางประมาณ 150 กิโลเมตร รถวิ่งใช้เวลาวิ่งประมาณ 5 ชั่วโมง

หนึ่งในเหยื่อชื่อ ‘มามะรีกะห์’ ที่ถูกจับขึ้นรถและรอดชีวิตกลับมาบอกกับสำนักข่าวบีบีซีไทยว่า คนที่อยู่ชั้นล่างสุดก็จะดิ้น บอกว่า ช่วยด้วย หายใจไม่ออกพวกเราก็พยายามช่วย โดยขยับๆ เพื่อเปิดช่องให้เขาได้หายใจ มันมีทั้งคน(อุจจาระ)ราด (ปัสสาวะ)ราด ช่วงนั้นผมไม่คิดอะไรแล้ว คิดถึงชีวิตอย่างเดียว ความรู้สึกตอนนั้นคือไม่ได้ทำอะไรผิด แค่ไปดู ทำไมต้องเกิดเรื่องแบบนี้ด้วย”

รายงานจากคณะกรรมการอิสระสอบข้อเท็จจริงกรณีมีผู้เสียชีวิตในเหตุการณ์ อ.ตากใบ จ.นราธิวาส ระบุว่า มีผู้ชุมนุมถูกควบคุมตัวทั้งหมด 1,370 คน ถูกนำตัวขึ้นรถบรรทุก 22 คัน หรือ 24 คัน

มี 77 คนเสียชีวิตระหว่างการเคลื่อนย้าย และอีก 1 คนไปเสียชีวิตที่โรงพยาบาล ผลชันสูตรศพระบุสาเหตุการตายว่าเกิดจาก “ขาดอาหารและน้ำ ขาดอากาศหายใจ ถูกกดทับที่หน้าอก ไตวายเฉียบพลัน”

หตุการณ์สลายการชุมนุมที่ สภ.อ.ตากใบ ไม่เพียงนำไปสู่การสูญเสีย 84 ชีวิต สูญหายอย่างน้อย 7คน ยังทำให้ความหวาดระแวงขยายวงในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้

ลูกเชื่อไหม ผ่านมาจนถึงปัจจุบัน ยังไม่มีเจ้าหน้าที่ฝ่ายรัฐสักคนเดียวที่ถูกดำเนินคดี

 

– 2 –

 

เบน ฮาร์เปอร์เติบโตในบ้านที่ครอบครัวเขาเปิดเพลงของ Willie Jackson บ้านที่เต็มไปด้วยกีตาร์และเครื่องดนตรีพื้นเมืองจากทุกมุมโลก เป็นทั้งร้านขาย ซ่อมเครื่องดนตรี และเปิดให้เป็นศูนย์การเรียนรู้ดนตรีของเด็กๆ 

บ้านหลังนี้ได้สร้างนักดนตรีนักแต่งเพลงชาวอเมริกันคนนี้ที่ขึ้นชื่อว่าเล่นดนตรีได้หลากหลายแนวที่สุดคนหนึ่ง

เบนเล่นได้ บลูส์ โฟล์ค เร้กเก้ ร็อค หลังจากอัลบั้มแรกออกในปี 1994 เขาเริ่มทำเพลงกับวง The Innocent Criminals แต่ไม่ได้เปิดตัววงเป็นทางการ 

จนอัลบั้ม Born to Shine ออกมาเบนถึงระบุชื่อวงลงไปจากนั้นมาเบนและ The Innocent Criminals ก็ใช้ชีวิตทำงานดนตรีด้วยกันมาตลอด

พวกเขาเคยเล่าถึงที่มาของชื่อวง “อาชญากรบริสุทธิ์” ว่าก็เหมือนสิ่งที่คนผิวสีหลายๆ คนเจอบางคนแม้ว่าจะไม่ได้ทำผิดอะไรแต่ก็ถูกตรีตราไปแล้วว่าเป็นอาชญากร

มันทำให้พ่อนึกถึงพวกเขาในสามจังหวัดชายแดนใต้ ไม่ใช่เพียงเหตุการณ์ตากใบที่ทำให้ตกตายไป หรือยังเหลือรอด ผ่านมา 14 ปี ลูกหลานของพวกเขาต้องอยู่กับความหวาดกลัว หวาดระแวงกันเอง

วันและวัยในอนาคตคงพอทำให้ลูกหาคำตอบได้ว่า อะไรและทำไมบ้านนี้เมืองนี้ถึงได้หม่นเศร้า แถมยังเต็มไปด้วยน้ำเสียงหยามเหยียดของผู้คน

เพื่อนของพ่อหลายคนที่ไว้เคราครึ้มถูกทักทายว่าเป็น “โจรใต้” ดั่งที่อารมณ์ของวง The Innocent Criminals มีในวาบในครั้งตั้งชื่อวงนี่แหละ

 

– 3 –

 

เบน ฮาร์เปอร์ เป็นชาวแคลิฟอร์เนียแต่กำเนิด พ่อของเบนเป็นชาวแอฟริกันอเมริกันเชื้อสายเชอรากี แม่ของเขามีเชื้อสายยิวและยายของเขาเป็นยิวรัสเซีย

คนในครอบครัวที่ให้แรงบันดาลใจสำคัญที่สุดคือตาของเขา Charles Chase กวีและนักดนตรีพื้นเมืองผู้สร้าง The folk music center and museum ศูนย์ดนตรีพื้นเมืองเพื่อแบ่งปันความรู้ด้านดนตรีให้กับชาวแคลร์มอนต์ 

เบนเคยพูดว่า “ถ้าไม่ได้เจอตาของเขา คงไม่มีเขาในวันนี้”

“อะคูสติกบลูส์เป็นรากฐานทั้งหมดของอเมริกันมิวสิค ร็อคแอนด์โรลและพลงอื่นๆ ก็มาจากความเป็นแอฟริกา เหมือนเพลงแร็ปที่กลั่นออกมาจากความเป็นทาส ทาสที่อยู่ในความไม่เท่าเทียมต่างๆ ทั้งการศึกษา การทำงาน และโครงสร้างสังคม” เบนกล่าว 

ตอนที่เบนอายุ 9 ขวบเขาได้ไปดูคอนเสิร์ตของ Bob Marley ซึ่งกลายเป็นอีกหนึ่งอิทธิพลทางดนตรีให้แก่เขาในแง่การทำเพลง กระทั่งเริ่มอุทิศเพลงให้กับสังคม 

เบนเริ่มแสดงดนตรีตอนอายุเพียง 12 ปี ช่วงวัยรุ่นเขาเริ่มเล่นกีตาร์สไลด์ตามแบบฉบับของ Robert Johnson เขาทำอัลบั้ม Pleasure and Pain ร่วมกับ Tom Freund ในปี 1992 และพอปี 1994 อัลบั้ม Welcome to the Cruel world ก็ออกมาให้นักฟังเพลงได้ยิน 

Welcome to the cruel world
Hope you find your way
It’s a cruel world
Try to enjoy your stay

เพลง Welcome to the Cruel world ถึงตอนนี้ก็ผ่านมา 24 ปีแล้ว เบนยังคงเล่นมันซ้ำๆ ในทุกการแสดงสด แต่เขาจะอิมโพรไวซ์ไปตามอารมณ์ของเขาในขณะนั้น

หรืออย่างเพลง Like a king ที่เนื้อเพลงหยิบยกตัวอย่างชีวิตจริงของ Rodney King คนขับแท็กซี่ผิวสีที่ถูกเจ้าหน้าที่รัฐทำร้ายร่างกายในปี 1991 เพลงของเบนแสดงให้เห็นโลกที่รุดไปข้างหน้าไม่เคยสลายการแบ่งแยกเชื้อชาติได้

Well Martin’s dream
Has become Rodney’s worst
Nightmare
Can’t walk the streets
To them we are fair game
Our lives don’t mean a thing
Like a king, like a king, like a king

 

– 4 –

 

เบนเคยให้สัมภาษณ์ว่า “ในความเห็นของผม การเล่นดนตรีคือการสื่อสารตัวคุณออกมา เราเล่นตามแบบที่เรารู้สึก เล่นจากอะไรบางอย่างที่อยู่ภายใน” 

แล้วอะไรอยู่ภายในห้วงรู้สึกของเบน พ่อคิดว่าเขาอาจไม่เคยแยกความโหดร้ายของโลกนี้ออกไปจากจิตใจได้ แต่นั่นก็เพราะมันเป็นความจริงที่ไม่มีทางแยกออกได้ เพลงของเบนจึงทำให้พ่อรู้สึกไปถึงเหตุการณ์บางเหตุการณ์ที่โหดร้าย

ความที่อยากสนับสนุนสันติภาพ เพลงแนวเร้กเก้เป็นส่วนหนึ่งของชีวิตเบนเหมือนในเนื้อเพลง Jay Work อัลบั้ม The will to live ที่เขาเขียนอุทิศให้กับ Jah หรือพระเจ้าในกลุ่มความเชื่อแบบ ‘Rasta’ 

พ่อเข้าใจว่าเบนน่าจะหมายถึงคนที่อุทิศตัวเพื่อประโยชน์ส่วนรวม

Tell me do you really knowe
Your brother man
‘Cause a heart speaks louder
Than a color can
And why would you even
Shake a man’s hand
If you’re not going
To help him stand
Jah work
Jah work
Jah work is never done

Every man’s actions
Belong to he
If prepared for thereafter
To reach his destiny
Some people believe
And some people know
Some people deceive
And some people show
Jah work
Jah work
Jah work is never done, never done

เบนและ The Innocent Criminals ได้สร้างสรรค์เพลงทั้งในกระแสที่โด่งดังอย่าง Fight outta you, Diamond On the inside, Morning Yearning และเพลงนอกกระแสหลายๆ เพลงที่เขียนเกี่ยวกับชีวิตการเมืองความยุติธรรม 

เขามักจะยกตัวอย่างข้อคิดของแต่ละแนวเพลงไว้ว่า “ดนตรีโฟล์คเป็นเหมือนดนตรีที่มีความหมายพื้นฐานที่อยู่ในเลือดเนื้อทุกๆคนอยู่แล้วไม่ต้องไปแต่งเติมอะไรมากคุณอาจจะเล่นแบบพื้นบ้านหรือเล่นมันในแบบที่เข้ากับคุณ”

“เมื่อความรุนแรงเป็นเรื่องปกติและความสันติเป็นเรื่องลึกลับ  ผมได้แต่หวังว่าสักวันผมจะเป็นคนที่ดีขึ้น” เบนเคยให้สัมภาษณ์ไว้ เหมือนอย่างในเพลง Better way

Reality is sharp
It cuts at me like a knife
Everyone I know
Is in the fight of their life
And I believe in a better way
Take your face out of your hands
And clear your eyes
You have a right to your dreams

“เพลงไม่จำเป็นต้องดัง แต่ต้องมีความจริงใจที่แสดงออกมา มันสำคัญที่จะมองเข้าไปให้ลึกว่าแต่ละเพลงมีความหมายและรายละเอียดยังไง” 

“ผมอาจนั่งอยู่ที่ไหนสักแห่งแต่จิตใจผมไม่ได้อยู่ที่นั่นมันเดินทางไปที่อื่นใจผมต้องรู้สึกผ่อนคลายเพื่อที่เล่นดนตรี” เบนนิยามการเล่นดนตรีของเขาเอง

ปัจจุบันวงของเขายังคงเดินทางเล่นสดทั่วโลกตารางทัวร์ราวๆ 250 วันต่อปีแน่นอนว่ามีแฟนเพลงจำนวนมากรอฟังเพลงต่างๆ ของพวกเขาอยู่

พ่อหันไปมองหน้าแม่ เราต่างก็อยากจะไปฟังแสดงสดของเบนสักครั้งในชีวิต

แน่นอน, ก็เหมือนในท่อนเพลงของเขานั่นแหละ “… have a right to your dreams”

และพ่อก็คิดว่าพวกเขาในสามจังหวัดชายแดนใต้คงจะ “… have a right to your dreams” เช่นเดียวกัน

แต่ในความเป็นจริงเราคงไม่ลืมว่าในมุมมืดที่สุดก็คงยังส่งเสียงเตือนสติพวกเราอยู่เสมอว่า “Welcome to the Cruel world”

Author

Thiti Meetam

ธิติ มีแต้ม - หัวหน้ากองบรรณาธิการ The101.world