Isara Choosri

สงครามทวิตเตอร์จีน-ไทย : Lost in Translation

อิสระ ชูศรี เขียนถึงความหมายที่ซ่อนอยู่ในดราม่า #nnevvy บนโลกทวิตเตอร์ที่ปะทุขึ้นจนทำให้ภาพความสัมพันธ์ระหว่างจีน-ไทย เปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง

‘โรคระบาด’ ในรัฐธรรมนูญไทย

อิสระ ชูศรี สำรวจประเด็นและถ้อยคำเกี่ยวกับ “สาธารณสุข” ในรัฐธรรมนูญไทย พร้อมตั้งข้อสังเกตถึงสิทธิ์ของประชาชน

การเมืองเรื่องชื่อพรรค : ‘พลัง’ ฮิต ‘ประชาธิปไตย’ หด

อิสระ ชูศรี วิเคราะห์ชื่อพรรคการเมืองหลังทศวรรษ 2540 เป็นต้นมา ซึ่งสะท้อนถึงอุดมการณ์ทางการเมืองของพรรคการเมืองไทยอย่างมีนัยสำคัญ

ชังชาติชังแต่ชื่อ

อิสระ ชูศรี วิเคราะห์วาทกรรม ‘ชังชาติ’ ที่ปรากฏผ่านสื่อต่างๆ ไล่เรียงตั้งแต่ช่วงที่คำนี้ถูกสถาปนา ไปจนถึงความเชื่อมโยงของกลุ่มก้อนทางการเมืองและสื่อมวลชน ที่มีส่วนร่วมสร้างวาทกรรมดังกล่าวขึ้นมา

ทิศทางไทย : ย่าง ย่ำ หรือย้อน?

อิสระ ชูศรี เขียนถึงการเกิดขึ้นของสถาบันทิศทางไทย (Thai Move Institute) พร้อมวิเคราะห์แก่นเนื้อหาในวิดีโอเปิดตัว ที่สะท้อนให้เห็นการบ่มเพาะความกลัวและการเดินถอยหลัง มากกว่าการก้าวไปข้าวหน้า

#ควายแดง กับการเปลี่ยนแปลงทางความหมาย

อิสระ ชูศรี เขียนถึงปรากฏการณ์ #ควายแดง ในช่วงที่ผ่านมา พร้อมวิเคราะห์การประกอบสร้างความหมายใหม่ จากที่เคยถูกใช้ในความหมายเดิมมาเป็นเวลากว่าทศวรรษ

ร้องสู้! เพลงชาติจีน vs เพลงสดุดีฮ่องกง

อิสระ ชูศรี เขียนถึงการปะทะและช่วงชิงความหมายกันของเพลงชาติฮ่องกงสองเวอร์ชั่น คือเพลง ‘มาร์ชทหารอาสา’ ที่เป็นเพลงชาติของจีน กับเพลง ‘Glory of Hong Kong’ ที่ถูกแต่งขึ้นใหม่ในระหว่างการชุมนุมที่ผ่านมา

‘กร่าง’ เชิงโครงสร้าง

อิสระ ชูศรี วิเคราะห์องค์ประกอบของความ ‘กร่าง’ จากกรณีคลิปอื้อฉาวที่ ส.ส.พลังประชารัฐ มีปากเสียงกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ ขณะลงพื้นที่จังหวัดภูเก็ต

ภาษาเราไม่เท่ากัน

อิสระ ชูศรี วิพากษ์ข้อเสนอของ ส.ส.พรรคอนาคตใหม่ เรื่องการใช้ภาษาถิ่นในการอภิปรายในสภา ว่าอาจเป็นข้อเสนอที่มีความย้อนแย้งในตัวเอง พร้อมเสนอว่า หากอยากผลักดันประเด็นนี้ไปให้สุด ยังมีอีกหลายจุดที่สามารถทำได้

อดีตและอนาคตในพานไหว้ครู

อิสระ ชูศรี เขียนถึงความหมายของพิธีไหว้ครูและพานไหว้ครู พร้อมวิเคราะห์องค์ประกอบและสัญลักษณ์บนพานไหว้ครูที่ตกเป็นข่าวเมื่อสัปดาห์ก่อน

เกมสนทนาในมหาศึกชิงบัลลังก์

อิสระ ชูศรี วิเคราะห์นัยยะของบทสนทนาในซีรีส์ Game of Thrones 8.1 ที่เพิ่งออกฉายไปหมาดๆ โดยตีแผ่ออกมาเป็นเครือข่ายบทสนทนาของตัวละครต่างๆ ที่มี ‘จอน สโนว์’ เป็นจุดศูนย์กลาง