FILM ESSAY โดย ศุภชัย เกศการุณกุล

 

—–

บางวรรคบางตอนในแถลงการณ์ของสมัชชาคนจน วันที่ 14 ต.ค. 2562 ระบุว่า ’สมัชชาคนจน’ (สคจ.) เป็นองค์กรชาวบ้านที่มีสมาชิกทั้งคนจนในชนบท และคนจนในเมืองที่ได้รับผลกระทบจากนโยบายการพัฒนาของรัฐ และได้รับความเดือดร้อนจนไม่สามารถดำรงชีวิตอยู่ได้ตามวิถีปกติ

“พวกเราจึงต้องรวมตัวกันออกมาเรียกร้องให้รัฐบาลแก้ไขปัญหานับตั้งแต่ปี พ.ศ.2538 จนถึงปัจจุบัน เป็นเวลากว่า 20 ปี ผ่านมาแล้ว 10 รัฐบาล การแก้ไขปัญหาก็ยังไม่ได้ข้อยุติแต่อย่างใด”

“ปัจจุบันสมัชชาคนจนมีเรื่องร้องเรียนต่อรัฐบาล 35 กรณี เช่น ปัญหาราคาพืชผลการเกษตรตกต่ำ ปัญหาการสร้างเขื่อนทำให้สูญเสียที่ดิน สูญเสียอาชีพ ปัญหาการประกาศเขตป่าทับที่อยู่อาศัยและที่ทำกิน และถูกขับไล่ออกจากที่ดินตามนโยบายทวงคืนผืนป่า ปัญหาการประกาศเขตที่ดินสาธารณประโยชน์ทับที่อยู่อาศัยและที่ทำกิน ปัญหาการละเมิดสิทธิแรงงาน เป็นต้น”

“สาเหตุของปัญหาเหล่านี้ล้วนแล้วแต่เกิดมาจากนโยบายการพัฒนาและการใช้อำนาจของรัฐในการออกกฎหมายที่ไม่เห็นหัวคนจน เพื่อแย่งชิงทรัพยากรและขูดรีดแรงงานของพวกเราเพื่อไปพัฒนาเมือง”

 

—–

และบางถ้อยคำจากใจของ ‘ศุภชัย เกศการุณกุล’ ก็เช่นกัน – “ผมมาสังเกตการณ์ที่สมัชชาคนจนและระลึกได้ว่าผมเคยถ่ายภาพสมัชชาคนจนมาแล้วสมัยเมื่อราวๆ ปี 2540”

“ใต้แสงไฟถนนริมคลองผดุงกรุงเกษม ผมฟังแกนนำและชาวบ้านคุยกัน แล้วก็พบว่าปัญหาเมื่อ 20 กว่าปีก่อนยังคงค้างคา เหมือนไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลง ชาวบ้านยังคงคัดค้านเขื่อนปากมูน เขื่อนแก่งเสือเต้น พื้นที่ป่าทับที่ชาวบ้าน ฯลฯ ปัญหาเหล่านี้ยังคงวนเวียนซ้ำเดิม เหมือนโลกไม่ได้เคลื่อนที่ไปข้างหน้า”

“ในวันที่แดดแผดเผา ผมนั่งฟังชาวบ้านเล่าปัญหา และบันทึกภาพเก็บไว้ในฐานะช่างภาพ เพื่อให้เกิดความเข้าใจในการชุมนุมของพวกเขาว่าเขามาที่นี่ไม่ใช่เพราะอยากมา แต่มาด้วยความจำเป็น มาด้วยความจนบังคับให้มา”

“สมัชชาคนจนไม่ใช่คนอื่น แต่เป็นคนที่ไม่ได้รับโอกาส ยิ่งกว่านั้นเขาถูกแย่งชิงโอกาสที่จะมีชีวิตที่ดีไปต่อหน้าต่อตา”

 

—–

101 ชวนชม ‘สมัชชาคนจน 2562’ ที่พวกเขากำลังเปล่งเสียงเรียกร้องถึง “ประชาธิปไตยที่กินได้ การเมืองที่เห็นหัวคนจน”

 

Author