fbpx
เมื่อ A.I. ทายผลบอลโลก

เมื่อ A.I. ทายผลบอลโลก

สมคิด  พุทธศรี เรื่อง

 

ในฟุตบอลโลกปี 2010 ‘เจ้าหมึกพอล’ เป็นที่รู้จักและโด่งดังไปทั่วโลกเมื่อสามารถทำนายผลการแข่งขันได้ถูกทั้ง 12 จาก 14 เกม ซึ่งรวมถึงเกมนัดชิงชนะเลิศด้วย หลายคนอาจจำภาพได้ว่า เมื่อต้องเลือกกินอาหารระหว่าง ‘สเปน’ กับ ‘เนเธอร์แลนด์’ หมึกพอลแทบไม่ลังเลเลยที่จะเลือกพลพรรคกระทิงดุให้เป็นแชมป์ แต่ในฟุตบอลโลกปี 2018 มนุษย์ได้พัฒนาเครื่องมือในการทำนายที่ว่ากันว่าเป็นวิทยาศาสตร์ที่สุด ทรงพลังมากที่สุด และเปลี่ยนโลกมากที่สุด นั่นคือ บิ๊กดาต้าและปัญญาประดิษฐ์ (A.I.)

ถ้าบิ๊กดาต้าและ A.I. ถูกนำมาใช้ในการทำนายผลฟุตบอลโลก จะเป็นอย่างไร

 

โกลด์แมนแซ็คส์ (Goldman Sachs) สถาบันการเงินชั้นนำของโลกได้เผยแพร่รายงานเรื่อง The World Cup and Economics 2018 เมื่อวันที่ 11 มิถุนายน 2018 แม้เนื้อหาหลักของรายงานฉบับนี้คือ รายงานสถานะทางเศรษฐกิจและการเมืองของประเทศที่ส่งทีมเข้าร่วมการแข่งขันในฟุตบอลโลกรอบสุดท้าย 2018 (พูดง่ายๆ คือ เอาฟุตบอลโลกมา ‘ห่อ’ รายงานทางเศรษฐกิจนั่นเอง) แต่ความฮือฮาก็เกิดขึ้นเมื่อ โกลด์แมนแซ็คส์ได้นำเสนอผลการทำนายฟุตบอลโลกด้วยเทคโนโลยี A.I. ล่าสุดที่ทางบริษัทพัฒนาขึ้น

A.I ของโกลด์แมนแซ็คส์ใช้ข้อมูลเกี่ยวกับฟุตบอลโลกและฟุตบอลยุโรปย้อนหลังตั้งแต่ปี 2005 เป็นฐานในการทำนาย ทีมวิจัยได้สร้างแบบจำลองเพื่อทำการวิเคราะห์กว่า 200,000 แบบ โดยมีอัลกอริธึมคอยจัดระเบียบข้อมูลเหล่านั้น นำมาหาความสัมพันธ์ภายในเพื่อวิเคราะห์ว่า ข้อมูลแต่ละชิ้นสัมพันธ์กับการทำประตูและผลการแข่งขันอย่างไร เพื่อใช้ทำนายผลการแข่งขันแบบเกมต่อเกม ด้วยข้อมูลจำนวนมหาศาลโกลด์แมนแซ็คสามารถทำนายความเป็นไปได้ของทัวร์นาเมนต์ได้กว่า 1,000,000 แบบ จากนั้นความเป็นไปได้ทั้งหมดมาคำนวนหาความน่าจะเป็น

โกลด์แมนแซ็คส์สรุปตรรกะอย่างง่ายในการทำนายในแบบจำลองนี้ไว้ว่า ตัวแปรที่ใช้ทำนายผลสามารถแบ่งได้เป็น 4 ตัวแปร ได้แก่ ระดับของทีม (team level) ซึ่งเป็นตัวแปรที่มีผลต่อความสำเร็จของทีมมากที่สุด ฟอร์มล่าสุด (Recent Performance) ซึ่งเมื่อคำนวนระดับของทีมกับฟอร์มล่าสุดของทีมเข้าไปด้วยแล้วจะมีพลังในการทำนายประมาณ 40% ส่วนอีก 2 ตัวแปรคือ ระดับของผู้เล่น (player level) ซึ่งมีพลังในการทำนายประมาณ 25% และจังหวะของทีมและจังหวะของคู่แข่ง (Recent Momentum) ซึ่งตัวแปรแต่ละตัวนั้นจะถูกคำนวนมาจากจากข้อมูลมหาศาลและสมการอันยุ่งเหยิง

ในรอบแรก A.I. ทำนายว่า บรรดาทีมใหญ่ขวัญใจมหาชน ซึ่งได้แก่ บราซิล อาร์เจนตินา ฝรั่งเศส เยอรมนี อังกฤษ สเปน และโปรตุเกส จะไม่มีทีมไหนเลยที่พลาดตกรอบแรก เซอร์ไพรส์สำคัญเกิดขึ้นในกรุ๊ปเอ เมื่อซาอุดิอาระเบียจะสร้างประวัติศาสตร์เข้ารอบ 16 ทีมสุดท้าย ในขณะที่รัสเซียจะตกรอบแทน แม้จะเป็นเจ้าภาพก็ตาม

ในรอบ 16 ทีมสุดท้าย ทีมใหญ่จะยังคงโชว์ฟอร์มได้ดีและพาเหรดกันเข้าสู่รอบ 8 ทีมสุดท้ายกันอย่างถ้วนหน้า และเริ่มมาพบกันเอง

ในรอบ 8 ทีมสุดท้าย สเปน อาร์เจนตินา และอังกฤษ จะกระเด็นตกรอบไป โดยไฮไลท์สำคัญอยู่ที่การแข่งขันในวันที่ 7 กรกฎาคม 2018 ซึ่งเยอรมนีเอาชนะอังกฤษเข้าสู่รอบรองชนะเลิศได้

รอบรองชนะเลิศ เป็นการตัดเชือกกันระหว่าง ฝรั่งเศส – บราซิล และ เยอรมนี – โปรตุเกส ซึ่งผลลัพธ์คือ เยอรมนีจะเข้าไปชิงกับบราซิล อันที่จริง A.I. ทำนายว่า ฝรั่งเศสมีโอกาสได้แชมป์สูงกกว่าเยอรมนี แต่ฝรั่งเศสไม่ได้เข้าชิง เพราะดันจับฉลากไปเจอบราซิลในรอบรองชนะเลิศ

เมื่อจบทัวร์นาเมนต์ บราซิลจะเป็นแชมป์โลกสมัยที่ 6

 

 

ไม่ใช่แค่โกลด์แมนแซ็คส์เท่านั้นที่ทดลองใช้บิ๊กดาต้าและ A.I. ในการทำนายผลฟุตบอลโลกครั้งนี้ Andreas Groll นักวิจัยแห่ง Technical University of Dortmund และเพื่อนนักวิจัยจากอีกหลายมหาวิทยาลัยได้พัฒนา A.I. ที่ใช้ทำนายผลฟุตบอลจากข้อมูลต่างๆ อาทิ อันดับโลกของฟีฟ่า จำนวนประชากร ผลิตภัณฑ์มวลรวมประชาชาติ จำนวนนักฟุตบอลที่เล่นด้วยในระดับสโมสร อายุเฉลี่ยของนักเตะ ฯลฯ มาทำนายหาทีมที่ชนะฟุตบอลโลก

Groll ใช้แบบจำลองที่เรียกว่า ‘Random Forest’ ซึ่งเป็นแบบจำลองที่ทำให้ความน่าจะเป็นในการทำนายแต่ละครั้งแตกต่างๆ กันได้ โดยเขาใช้ A.I. ทำนายผลการแข่งขันซ้ำทั้งทัวร์นาเมนต์ซ้ำ 100,000 ครั้ง และนำค่าความน่าจะเป็นที่เกิดขึ้นทั้งหมดมาหาค่าเฉลี่ย

A.I. ของ Groll ทำนายว่า สเปน เยอรมนี บราซิล คือทีมที่มีโอกาสคว้าแชมป์มากที่สุดตามลำดับ อย่างไรก็ตาม สเปนจะเป็นแชมป์ก็ต่อเมื่อ เยอรมนีตกรอบ 16 ทีมสุดท้ายเท่านั้น เพราะถ้าหากเยอรมนีผ่านรอบ 16 ทีมสุดท้ายมาได้ สเปนและเยอรมนีจะพบกันในรอบรองชนะเลิศ การทำนายผลซ้ำๆ กันชี้ว่า สเปนมักจะแพ้เยอรมนีในรอบรองชนะเลิศเสมอ และเยอรมนีจะเป็นแชมป์โลกด้วยการเอาชนะบราซิล

ทั้งโกลด์แมนแซ็คส์และ Groll ต่างเชื่อว่า คำทำนายของ A.I. ที่พวกเขาสร้างขึ้นมามีโอกาสน้อยมากที่จะถูก เพราะฟุตบอลเป็นเกมที่ไม่สามารถทำนายอะไรได้ ทุกเรื่องราว ทุกจังหวะ ทั้งในเกมและนอกสนาม ล้วนมีผลต่อการตัดสินว่าทีมใดจะได้ครอบครองถ้วยฟีฟ่าเวิลด์คัพเมื่อจบทัวร์นาเมนต์

 

เอาๆ ง่าย คงไม่มี A.I. เวอร์ชันไหนที่เดาได้ว่า สเปนจะไล่โค้ชทีมชาติก่อนการแข่งขันจะเริ่มแค่ 1 วัน

นี่คือเหตุผลว่า ทำไมคนหลายพันล้านคนจึงยังคงติดตามดูฟุตบอลโลก

MOST READ

World

1 Oct 2018

แหวกม่านวัฒนธรรม ส่องสถานภาพสตรีในสังคมอินเดีย

ศุภวิชญ์ แก้วคูนอก สำรวจที่มาที่ไปของ ‘สังคมชายเป็นใหญ่’ ในอินเดีย ที่ได้รับอิทธิพลสำคัญมาจากมหากาพย์อันเลื่องชื่อ พร้อมฉายภาพปัจจุบันที่ภาวะดังกล่าวเริ่มสั่นคลอน โดยมีหมุดหมายสำคัญจากการที่ อินทิรา คานธี ได้รับเลือกให้เป็นนายกรัฐมนตรีหญิงคนแรกในประวัติศาสตร์

ศุภวิชญ์ แก้วคูนอก

1 Oct 2018

World

9 Mar 2018

สีจิ้นผิงมาถึงจุดนี้ได้อย่างไร?

อาร์ม ตั้งนิรันดร วิเคราะห์เส้นทางการเมืองของสีจิ้นผิง ผู้นำสูงสุดของจีนที่สามารถรวบอำนาจมาอยู่ในมือได้สำเร็จเด็ดขาด สีจิ้นผิงมาถึงจุดนี้ได้อย่างไร? และสุดท้ายเขาจะพาจีนพังกันหมดหรือไม่?

อาร์ม ตั้งนิรันดร

9 Mar 2018

World

17 Jul 2020

ร่วมรากแต่ขัดแย้ง ความบาดหมางระหว่างอินโดนีเซียและมาเลเซีย

อรอนงค์ ทิพย์พิมล เขียนถึงความขัดแย้งระหว่างประเทศมาเลเซียและอินโดนีเซีย ที่ทั้งสองประเทศมีรากเหง้าทางประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมร่วมกันหลายอย่าง จนนำไปสู่ความขัดแย้งในการช่วงชิงความเป็นเจ้าของภาษาและวัฒนธรรมมลายู

อรอนงค์ ทิพย์พิมล

17 Jul 2020

เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และสามารถจัดการความเป็นส่วนตัวเองได้ของคุณได้เองโดยคลิกที่ ตั้งค่า

Privacy Preferences

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

Allow All
Manage Consent Preferences
  • Always Active

Save