ภาณุ บุรุษรัตนพันธุ์ เรื่อง

กฤตพร โทจันทร์ ภาพประกอบ

Q : หนูเป็นผู้หญิงเอียงซ้าย ชอบผู้ชายหัวก้าวหน้า ซึ่งส่วนใหญ่พบในกลุ่มลิเบอรัล แต่หนูดันชอบผู้ชายที่มีกริยามารยาทดี มีความเป็นสุภาพบุรษแบบเชยๆ ด้วยซึ่งส่วนใหญ่จะพบในผู้ชายอนุรักษ์นิยม หนูควรทำไงดีคะ หนูลักลั่นมาก ชอบความคิดผู้ชายแบบแรก แต่พบว่าอยู่ด้วยกันได้ง่ายกับผู้ชายแบบหลัง…ยากไปมั้ยคะ ชล

 

 

A : ตอบคุณชล

ในยุคที่แฟนเรียกกันโดยใช้สรรพนาม “มึง – กู” ด้วยเสียงดังกลางถนน และเข้าใจว่ากิริยาตนนั้นแสนน่ารัก มีอัตลักษณ์และเป็นกันเอง ในยุคที่ผู้ชายนั่งเก้าอี้ก้มหน้าก้มตากินอาหารในจานซึ่งตักมาจากโต๊ะบุฟเฟต์ ไม่สนใจว่ามีหญิงสาวยืนพิงผนัง มือข้างหนึ่งถือจานอีกข้างพยายามใช้ส้อมตักอาหารอย่างทุลักทุเล ในยุคที่การเมืองสกปรกอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน ลุงว่าเป็นเรื่องธรรมดาที่คุณจะให้ราคากับสิ่งที่เรียกว่า “ความเป็นสุภาพบุรุษ”

ความเป็นสุภาพบุรุษนี่อาจจะเชยก็ได้ เพราะผู้ชายสมัยนี้ส่วนใหญ่จะไม่ค่อยสนใจกันแล้ว (หลายปีมาแล้ว วิสกี้บริษัทหนึ่ง—ของเขาแพงอยู่—พยายามใช้ความเป็นสุภาพบุรุษในแคมเปญส่งเสริมการขาย ไม่กี่ปีก็ต้องพับไป เพราะชาวบ้านไม่เก็ต) บางคนไม่รู้จัก หลายคนมองด้วยความรู้สึกอึดอัดแบบ…จะดีหรือวะ อาจเป็นเพราะที่โรงเรียนเขาเลิกสอนเด็กๆ เรื่องนี้กันแล้ว อาจเป็นเพราะกว่าจะหาที่นั่งได้ในงานเลี้ยงบุฟเฟต์นี่มันยากเย็น ทำไมจะต้องสละที่นั่งให้ยัยคนนี้ สวยก็ไม่สวย บลา บลา…

ลุงไปค้นมา เพราะตอนเด็กๆ ก็เคยสงสัยว่าทำไมผู้ชาย (man) จึงต้องอ่อนโยน (gentle) นั่นมันเรื่องของผู้หญิงไม่ใช่หรือ ผู้ชายเราแมนๆ มันต้องแรงๆ เบ่งๆ เก่งกว่าคนอื่น ไม่ใช่หรือ ซึ่งขอบอกตรงนี้ว่าไม่ใช่ คำว่า gentle ในภาษาอังกฤษมาจากคำว่า gentleman ไม่ใช่ gentleman มาจาก gentle ซึ่งมาจากคำว่า gene หรือเชื้อแถว แปลกันง่ายๆ ว่าสกุลรุนชาตินี่แหละ

ก่อนจะหลุดไปจนลุงพูดจาเพ้อเจ้อจิตนิยมมากไปกว่านี้ ก่อนที่ลุงจะจมหายไปกับเรือไททานิกซึ่งผู้โดยสารชายสละที่นั่งในเรือเล็กให้ผู้หญิง เด็ก และคนชรา (Women and Children First! เป็นวลีที่เท่มาก และเกิดขึ้นได้ในช่วงต้นศตวรรษที่แล้วเท่านั้น) อยากจะบอกว่าคุณสมบัติของสุภาพบุรุษ ไม่ได้จำกัดอยู่แค่การเปิดประตูให้คนที่ตามหลังมาเดินไปก่อน หรือแค่การสละที่นั่งให้คนอื่นซึ่งดูเหมือนเขาจะต้องการที่นั่งมากกว่าเรา ความเป็นสุภาพบุรุษคือการนึกถึงใจเขาใจเรา เรื่องที่เราเองคงไม่ชอบให้ใครมาทำกับเรา เราจะไม่ทำเรื่องแบบนั้นต่อคนอื่น ง่ายๆ แค่นี้เอง ส่วนการสละที่นั่ง เปิดประตูให้ หรือพูดชมผู้หญิงบ้าง (ไม่ใช่เป็นแต่แซวเขาเอาสนุก แล้วคิดเอาเองว่าตนน่ารัก) เป็นเพียงรูปแบบ ถ้าคุณรู้จักเอาใจเขามาใส่ใจเรา มันก็จบ แม้จะไม่มีสกุลรุนชาติอะไรกับเขา ในใจคุณก็เป็นสุภาพบุรุษแล้ว

หลายคนอาจมองว่าความเป็นสุภาพบุรุษนี่มันสอนกันทีหลังไม่ได้ มันต้องมาจากการที่ผู้ใหญ่สอนเราตั้งแต่เด็ก ทั้งสอน ทั้งมีตัวอย่างให้เห็น จนความเป็น gentleman ซึมซาบจนกลายเป็นนิสัย เรื่องนี้ลุงทั้งเห็นด้วยและเห็นต่าง เห็นด้วยเพราะเคยเห็นคนที่โตมาเป็นสุภาพบุรุษ มาจากบ้านที่เขาสอนลูกหลาน คนพวกนี้แสดงความเป็นสุภาพบุรุษได้อย่างเป็นธรรมชาติ จนเราแทบไม่รู้ตัวว่าเขาสุภาพและวางตัวดี คือมันเนียนมาก เนียนชนิดที่เพลิดเพลินมากเมื่ออยู่ใกล้ ถึงตรงนี้ลุงมีหน้าคุณชลมาลอยตรงหน้าเลยทีเดียว

เหมือนพูดภาษาอังกฤษไม่ติดสำเนียงไทย หลับตาฟังแล้วนึกว่าฝรั่งจากวิทยุบีบีซีมานั่งตรงหน้า

แต่ลุงก็ยังเห็นต่าง เพราะการที่ผู้ชายคนหนึ่งหันมาหัดเป็นสุภาพบุรุษทีหลัง โดยที่บ้านเขาไม่ใช่ตระกูลสุภาพบุรุษ ก็ไม่ได้ทำให้เขาสุภาพน้อยลงเลย เสียอย่างเดียวตรงที่เขาอาจเป็นสุภาพบุรุษอย่างติดสำเนียงบ้าง แต่ช่างมันเถอะ เพราะอย่างเวลาที่พูดภาษาต่างประเทศ ถึงจะติดสำเนียง มันก็ยังสื่อสารกันได้นี่

หวังว่าคงจะตอบคุณชลได้บ้าง เพราะคนหัวซ้ายๆ ที่เป็นสุภาพบุรุษลุงก็เจออยู่บ้างนะ แม้จะติดสำเนียงบ้าง แต่ท้ายที่สุดแล้วเราก็ยังคุยกันรู้เรื่อง

 

Q : ผมเป็นนักข่าว จะต้องไปอีเวนต์เมืองนอก มี dress code มาว่า black tie เขาคาดหวังว่าผมจะไปแบบทักซิโดและโบว์ไทเลยใช่ไหมครับลุง กำลังคิดหาทางตัดช่องน้อยแต่พอตัวโดยการใส่ business suit ปกติ เชิ้ตขาวและเน็คไทดำครับ รด.

 

 

A : ตอบคุณ รด.

เดาจากการที่งานนี้ต่างประเทศเป็นคนเชิญ ดูท่าจะเป็นงานใหญ่ในระดับภูมิภาค และการที่ทางออฟฟิศคุณมอบหมายงานนี้ให้ แปลว่าคุณไม่ใช่จูเนียร์แล้ว จะมาตีตั๋วเด็กไม่ได้แล้ว เป็นระดับหัวหน้า เงินเดือนและความรับผิดชอบสูงกว่า ก็จะต้องตีตั๋วผู้ใหญ่ จ่ายเต็มราคา

หมายความว่าพอเป็นซีเนียร์ ก็ต้องทำตัวให้สมกับที่เป็น…ผู้ใหญ่

เรื่องที่จะตอบมีอยู่สองประเด็น ประเด็นแรกคือเดรสโค้ด ประเด็นที่สองคือการแต่งตัวไม่ใช่เรื่องน่ากลัวเลย…เผลอๆ พอแต่งตัวออกงานเป็นแล้วจะติดใจ

black Tie หมายถึงการแต่งกายเต็มยศในชุดที่เราเรียกว่า tuxedo ซึ่งบางท่านเรียกอย่างตีสนิทว่าชุดทักซ์ฯ เป็นชุดแบบเดียวกับที่เราเห็นนายกฯ คณะรัฐบาล ข้าราชการชั้นผู้ใหญ่ พระบรมวงศานุวงศ์ ทูตานุทูต ฝ่ายชายสวมมาในงานสันนิบาตอันเป็นงานราตรีสโมสรที่ทำเนียบรัฐบาล ถ้าเป็นในหนังก็ให้ดูพวกนายๆ ในเรื่อง Dalton Abbey หรือให้ดูเครื่องแบบคนรับใช้ของลุงอัลเฟรด ผู้เป็นต้นห้อง (สมัยนี้เรียก butler) ของแบทแมน (สมัยก่อนเรียกมนุษย์ค้างคาว)

นี่คือชุดที่ดูจริงจังกว่าการใส่สูทผูกไททั่วไป เมื่อไหร่ที่ต้องแต่ง black tie แปลว่านี่คืองานพิเศษ ในเมืองไทยโอกาสที่ผู้ชายจะได้ใส่ black Tie ก็คือในงานแต่งของตัวเอง (ในฐานะเจ้าบ่าว) น้อยคนจะมีโอกาสใส่ชุดแบบนี้ แต่ในบางวงการ อย่างเช่นสื่อมวลชนอย่างคุณ รด. หรือวงราชการ ไม่ใช่เรื่องเสียหายหากจะรู้จักชุด black Tie ไว้บ้าง

เผื่อวันนั้นมาถึง คุณจะได้ไม่ต้องมาวิ่งทำความเข้าใจกันจนหัวหมุน

black tie ไม่ใช่การสวมสูทสีดำ เชิ้ตขาวแล้วผูกเน็คไทดำ หากเขากำหนดว่าคืนนี้สวมชุด black Tie ก็แปลว่าคุณต้องสวมสูทดำ และต้องผูกโบว์ไท ลุงเข้าใจดีว่าผู้ชายไทยที่โตมากับการถูกตรวจความยาวของเส้นผมที่ข้างใบหู ถูกตำหนิเพราะความสั้นยาวของขากางเกงเครื่องแบบมาตลอดชีวิต พอโตมาถึงจุดหนึ่งจะไม่อยากและไม่ยอมให้ใครมาบงการการแต่งตัว แต่โปรดเข้าใจว่าการแต่งตัวให้ถูกกาลเทศะนี่เราทำเพื่อคนอื่น ไม่ใช่เพื่อตัวเราเอง (แต่จริงๆ แล้วก็เพื่อตัวเราเองนี่แหละ อ่านๆ ไปแล้วคุณจะเข้าใจเอง)

ชุด black Tie เป็นประหนึ่งเครื่องแบบของสุภาพบุรุษ (อ่านคำตอบบน) จะสวมใส่ทั้งทีก็เอาให้มันถูกต้อง อย่าพลาดอย่าเปิ่น พอแต่งเป็นแล้วคุณจะพบว่าชุดที่เรามองว่ามันเป็นเครื่องแบบที่ทำให้ผู้ชายทุกคนออกมาเหมือนๆ กันหมด นอกจากจะเป็นชุดที่ดูดีจริงๆ แล้ว มันยังเปิดช่องให้เราใส่ลูกเล่นเพิ่มความเป็นตัวเรา (สิ่งที่คนสมัยนี้ชอบเสาะหา) เข้าไปได้มากมาย

เมื่อใส่ black tie สวมเสื้อนอกสีดำ ปกถ้าไม่ใช่ปกแหลมก็เป็นปกกล้วยหอม (ถามช่างหรือ google) ปกเสื้อเป็นเนื้อผ้าต่างจากตัวเสื้อ จะเป็นกำมะหยี่หรือผ้าอื่นที่เน้นความพิเศษก็ได้ ทางที่ดีควรเป็นเนื้อผ้าที่ใกล้เคียงหรือตรงกับผ้าของโบว์ไทที่จะใช้ กระเป๋าบนของเสื้อนอกมีขลิบ เชิ้ตที่สวมถ้าไม่ใช่แบบปกยกก็เป็นเชิ้ตกระดุมสตัด (ถามช่างหรือ google) โบว์ไทสีดำถ้าผูกเองไม่เป็นเขามีชนิดสำเร็จรูป แต่ถ้าผูกเองนะครับ มันจะเท่มาก (ถาม Youtube) เพราะมันจะได้ปกที่เดี๋ยวก็เบี้ยวๆ หญิงสาวเห็นแล้วจะคันมือมาก อยากเดินเข้ามาจัดให้ตรง นอกจากนั้นคุณจะดูดีมากในช่วง after party ที่เราปลดโบว์ไทให้คล้องคอ เหมือนตัวละครใน Hang Over หรือเจมส์ บอนด์ แดเนียล เครก หลังจากหักคอจารชนฝ่ายศัตรูด้วยมือเปล่า ยังไงยังงั้น กางเกงดำ เดินแถบด้านข้าง นอกจากนั้นควรหาผ้าคาดเอวหรือที่เรียกว่าคัมเมอร์บันด์มาคาดเอว คุณจะดูหล่อเหมือนท่านทูตยังไงยังงั้น

คราวนี้ก็มาถึงรองเท้า ใส่รองเท้าถูกต้องคุณจะดูดี ดูเหมือนไม่ได้ไปเช่าทักซ์ฯ มาจากร้าน รองเท้าที่สมควรคือรองเท้าหนังแก้ว หรือ patent leather เลือกรองเท้าให้ดูสำอางที่สุดเท่าที่คุณจะมีปัญญาหาได้

สายเชี่ยวบางคนเลือกเสื้อนอกสีขาวแทนเสื้อนอกแบบทักซ์ ตามแนวทางของเครื่องแต่งกายเมืองร้อน อันนี้เราไม่ว่ากัน แต่ต้องเป็นเสื้อนอกที่ตัดอย่างทักซ์ฯ ทว่าเป็นสีขาว โบว์ไทสีดำ กางเกงแบบเดียวกัน

เขียนมาถึงตรงนี้ ลุงสังเกตตัวเองว่าสนุกสนานกับการเขียนเรื่องนี้มาก ครั้งแรกที่สวมทักซ์ลุงรู้สึกคล้ายเราเป็นคนใหม่ (เอาล่ะ ปัญญาชนอาจมองว่าการปล่อยให้เสื้อผ้ามีอิทธิพลต่ออารมณ์ของเราขนาดนี้เป็นเรื่องไร้สาระ แต่ขอบอกว่าเราจะมีสาระไปเสียทุกเรื่องไม่ได้) และเสียดายนิดๆ ที่ตอนนั้นไม่ยอมทุ่มซื้อหรือตัดของแพง แต่มาหยุดอยู่แค่ทักซ์ฯ พื้นฐานจากร้านแบรนด์ญี่ปุ่น ซึ่งจะว่าไปก็ไม่เลวนักหรอก

หากอ่านมาถึงตรงนี้แล้วคุณยังคิดว่าจะยังสวมสูทสีดำและผูกไทแบบง่ายๆ ก็แล้วแต่นะครับ คนเรามันบังคับกันไม่ได้ ปกติเวลาลุงไปงานที่เขากะการให้แต่งทักซ์ฯ แล้วไปเห็นชายที่สวมแค่สูทดำผูกไทอยู่ในงาน ก็จะนึกสงสาร อยากจะเรียกบ๋อยให้ยกถาดเครื่องดื่มไปเสิร์ฟให้คนเหล่านั้น ซึ่งมักจะยืนหลบมุมอยู่ คอจะได้ไม่แห้ง

That’s the least I could have done!

 

Agony uncle หมายถึง ชายเจ้าของคอลัมน์ให้คำปรึกษาปัญหาชีวิตทั่วไป (ถ้าเป็นหญิงตอบก็ต้องเรียก agony aunt) ลุงเฮม่าตอบปัญหาในโลกยุคใหม่ที่เราทึกทักเอาเองว่าไร้กฎเกณฑ์ แต่ถ้าโลกมันไร้กฎเกณฑ์ขนาดนั้น เราคงอยู่ร่วมกันในฐานะเพื่อนมนุษย์ได้ลำบาก

**ส่งคำถามมาได้ที่ panubu7@yahoo.com

Author

Panu Burusrattanapan

ภาณุ บุรุษรัตนพันธุ์ - นักเขียน นักแปล บรรณาธิการ และอื่นๆ เท่าที่ทำมาเยอะแยะ เขาบอกว่าคุณลุงในคอลัมน์ agony uncle นี่ดูจะใกล้ตัวตนคนวัยลุงอย่างเขามากที่สุดแล้ว