Q : เบื่อพวกพูดโทรศัพท์เสียงดัง ทำยังไงกับคนพวกนี้ดี – เหวิน

A : ตอบคุณเหวิน

เราเจอเหล่าซอมบี้ก้มหน้าดูมือถือในที่สาธารณะ ชนิดไม่นำพาว่ารอบข้างมีผู้คนอยู่ เจอบ่อยมากจนลืมๆ เรื่องคนคุยมือถือแบบไม่เกรงใจชาวบ้านไปนานแล้ว มือถือก็เหมือนลิฟต์หรือรถยนต์แหละครับ มันเป็นเทคโนโลยีที่จำเป็นต้องมาพร้อมมารยาทเบื้องต้น (ไม่ส่งเสียงดังในลิฟต์, เหลือบดูสักนิดว่ามีใครตามมาไหมก่อนจะปิดประตูลิฟต์ บางคนเห็นนายตามมา อาจรีบกด close รัวๆ ฮ่าๆๆ, หรือถ้ามีเด็กมาด้วยก็ต้องคอยดูไม่ให้บุตรหลานกดลิฟต์เล่นทุกชั้น ฯลฯ) ส่วนการขับรถถ้าไม่มีกฎไม่มีเลน ผลออกมาจะเป็นยังไง คงไม่ต้องพูดถึง

ลุงอยากจะบอกว่าเราทำอะไรไม่ได้มากกับคนที่พูดมือถือเสียงดังราวกลัวคนอื่นไม่รู้เรื่องคุยเขื่องไร้สาระของตน ได้แต่ทำใจ ไม่งั้นก็มาเป็นคอลัมนิสต์หาที่ทางบ่นในโซเชียลมีเดียแบบที่ลุงกำลังทำอยู่เนี่ย

ไหนๆ ก็ไหนๆ ลุงอยากแบ่งเหล่าบัวใต้น้ำโมบิลออกเป็นสองจำพวก พวกแรกคือพวกไร้เดียงสา ไม่รู้ว่าตัวเองพูดเสียงดัง ไม่รู้ว่าเป็นการเสียมารยาท ไม่รู้ว่าคนอื่นรำคาญ

คนเขาไม่รู้คือเขาไม่รู้จริงๆ นะครับ พวกนี้เราควรแผ่เมตตา ยิ้มอ่อน แล้วเร่งเสียงหูฟังของเราเองขึ้นเล็กน้อย เอ็นจอยเพลงโปรดจากสปอตติฟายไป ถือว่าต่างคนต่างอยู่

พวกที่สองตรงข้ามกับพวกแรก เพราะดูจากสถานะทางสังคมแล้วเขาน่าจะรู้ตัวรู้มารยาทแต่ว่าไม่ยอมทำเพราะคิดแล้วอย่างใจกว้างว่าสมควรให้เราได้ยินเรื่องสำคัญที่เขาคุยด้วย (ส่วนใหญ่ตามที่ฟังจากเนื้อความที่ได้ยินเขาพูดทางโทรศัพท์ ล้วนมีบุญหนักศักดิ์ใหญ่ เคยเป็นผู้บริหารหรือข้าราชการชั้นผู้ใหญ่ หรือเพิ่งมารับตำแหน่ง อบต. หรือเป็นเจ้าของธุรกิจร้อยล้าน การปิดดีลละสิบล้านก่อนอาหารเช้าเป็นเรื่องปกติยิ่งกว่าการถ่ายหนักหลังตื่นนอนตอนเช้า) สังเกตได้ว่าเขาจะเหลือบมามองคนรอบข้างทุกห้าหกประโยคเหมือนกลัวว่าเราจะไม่ได้ยิน

สำหรับคนพวกที่เผื่อแผ่อยากให้เรารับรู้เรื่องที่เขาคุย ไม่ต้องแผ่เมตตา ยิ้มอ่อนก็ไม่ต้อง หูฟังไม่ต้องปรับโวลุ่มใดๆ ถ้าอยู่บนรถไฟจงย้ายตู้ ถ้าอยู่ในห้องเดียวกันจงเดินออก ถ้าอยู่ในลิฟต์ก็จงภาวนาให้ถึงชั้นของคุณ (หรือของเขา) โดยเร็ว

ทำอะไรไม่ได้มากกว่านี้

ส่วนวีรกรรมประเภทที่รอให้เขาวางหูแล้วเดินไปบอกอย่างสุภาพว่า พี่คุยโทรศัพท์เสียงดังรบกวนคนอื่น ลุงไม่แนะนำเลย เพราะบุคคลอวิชชา (แปลว่าไม่รู้) ย่อมยึดติดกับอวิชชาของตน ดีไม่ดีเขาจะเรียกลูกน้องมากระทืบเราเล่น ไม่สนุกแน่

ถ้าเขามีลูกน้องจริงๆ

ปล่อยกระเบื้องให้เฟื่องฟูลอยไปนะครับ เราทำอะไรไม่ได้มากกว่านี้จริงๆ

#ปลง

 

 

เรื่องต่อไปนี้ไม่มีใครถามก็อยากจะตอบ เพราะตอนนี้เพิ่งเปลี่ยนมาสู่ปีหมาตามปฏิทินจีน คราวที่แล้วพูดถึงมารยาทการกินโต๊ะจีน คราวนี้อยากจะแอดวานส์ อยากให้คุณๆ ลองจับคู่อาหารจีนกับไวน์ดู ลุงว่าน่าลอง เพราะ 1) อาหารและไวน์จะอร่อยขึ้น 2) เป็นโอกาสสร้างความประทับใจแก่ผู้พบเห็น โดยเฉพาะสาวๆ และเจ้านาย 3) เกิดมาชาติหนึ่งอะไรไม่เคยลองก็สมควรลอง

 

ตอบ: อาหารจีนน่ะแทนที่จะสั่งคอนญักหรือบรั่นดีอย่างรุ่นถ้าเป็นรุ่นพ่อๆ น้าๆ ลุงว่าน่าจะน่าลองสั่งไวน์มาประกบ ร้านอาหารจีนดีๆ เขาไม่ได้มีไวน์ลิสต์ไว้เท่ๆ แต่รายชื่อไวน์ในนั้นร้านเขาสรรแล้วว่าเหมาะกับการจีบกับอาหารจีนในลักษณะ wine pairing แบบอาหารฝรั่งเลยทีเดียว

ลุงไปขอความรู้จากคุณทิวา เย็นวัฒนา ซอมเมอร์ลิเยร์คนเก่ง ซึ่งตอนนี้ดูแลด้านอาหารและเครื่องดื่มของร้านเชฟแมน ซึ่งมีสาขาใหญ่อยู่ที่ชั้นสามโรงแรมอิสตินแกรนด์สาทร และนี่คือรายการสรุปของเรื่องที่เราคุยกันจนกึ่มแต่บ่าย

ข้อแรกคืออย่าไปเครียด เราชอบไวน์อะไร อยากหิ้วไปเปิดดื่มที่ร้านก็ไม่มีใครว่าแต่ถ้าอยากจะแสดงความรู้สักนิด ว่าฉันก็แพร์ริ่งไวน์กับอาหารจีนได้ ให้ยึดมีหลักง่ายๆ ว่าอาหารจีนเป็นอาหารรสกลมกล่อมแบบอาหารไทย รสไม่เอนไปด้านใดด้านหนึ่ง ถ้าเลือกไวน์ขาวก็ควรจะมีรสสดชื่น เปรี้ยวนิดหน่อยได้เพราะมันรับกันดีกับรสอูมามิของอาหารจีน พยายามเลี่ยงไวน์ขาวแนวโอ๊กกี้ ส่วนไวน์แดงพยายามเลี่ยงแทนนินหนาๆ เพราะพอแทนนินเจอรสอาหารจีนแล้วมันจะยิ่งเน้นแอลกอฮอล์ในไวน์ ดื่มแล้วไม่อร่อย

ข้อควรระวังอีกอย่างคือ ถ้าจิบไวน์แล้วควรเลี่ยงชา หรืออย่างน้อยก็ควรรอจนจบมื้อ เพราะน้ำชาเป็นเครื่องดื่มที่มีแทนนินสูง เจอกันไวน์แล้วจะตีกันยุ่ง

คุณทิวาลองให้ลุงชิมไวน์คู่กับอาหารจีน เริ่มด้วยติ่มซำ เราสั่งขนมจีบแบบกวางตุ้งและฮะเก๋า คู่กับสปาร์กลิ้งไวน์ยอดนิยมอย่าง prosecco คุณทิวาเลือก Prosecco Canella ออกดรายนิดๆ ไวน์ขาวเจอรสกุ้งในติ่มซำนี่มันเยี่ยม ไวน์มีพรายฟองสดชื่น ชวนเจริญอาหารและเหมาะกับเป็นเมนูแรก

แต่อาหารจีนไม่ได้มีแต่ติ่มซำ และไวน์ก็ไม่ได้มีแค่ prosecco ถัดมาเราชิมปลาเก๋าเจี๋ยนต้นหอม เนื้อปลากับต้นหอมผัดซอส จับคู่กับ Sauvignon Blanc ของ Lightband Rightwater Nelson ของนิวซีแลนด์ กลิ่นหญ้าตัดใหม่ๆ รับกับต้นหอมซึ่งมากับเนื้อปลา เคี้ยวกร้วมแล้วจิบไวน์ตามนี่มันอร่อยสองเด้ง ลุงเพลิดเพลินกับการจับคู่ไวน์ จนมาถึงคู่ต่อไปซึ่งน่าสนใจมาก

สงสัยนะว่าเครื่องเทศเสฉวนรสเผ็ดจนปากชาอย่างหมาล่านี่มีไวน์อะไรบ้างที่เอาอยู่ คำตอบมาเมื่อเราชิมซี่โครงหมูผัดแบบเสฉวน ซึ่งมีรสเผ็ดหมาล่า เผ็ดร้อนชนิดที่ติดในกระพุ้งแก้ม แต่เมื่อเจอไวน์ขาว Riesling ของ Diel เป็นรีสลิงกึ่งดราย นอกจากจะให้รสชาติสดชื่นแล้ว ยังชะล้างความเผ็ดร้อนของหมาล่าได้อย่างอยู่หมัด

การแพร์ริ่งไวน์กับอาหารจีนคราวนี้สนุกขึ้นเรื่อยๆ

คราวนี้มาถึงอาหารจานหนักหน่อยอย่างเป็ดย่าง หยิบชิ้นเป็ดฉ่ำๆ ใส่ปากเคี้ยวเสร็จแล้วเอื้อมไปหยิบแก้วไวน์ จิบ Merlot ของ Hugo Casanova Reserva ตาม “แมร์โลต์ตัวนี้แทนนินน้อย ฟรุ้ตตี้นิดๆ มีแอซิดิตี้ที่ลงตัวเมื่อเจอกับเนื้อแดงอย่างเป็ดย่างครับ” คุณทิวาบอก

เป็นอันเสร็จการอธิบายเรื่องการแพร์ริ่งไวน์กับอาหารจีนเพียงคร่าวๆ ลุงซักว่าถ้าไม่อยากสิ้นเปลือง มีไวน์ตัวไหนไหมที่พอจะจับคู่กับอาหารจีนได้ตลอดคอร์ส คุณทิวาบอกว่า prosecco ก็น่าจะได้ แต่คงจับคู่อย่างเหมาะเหม็งเท่าตัวอย่างที่ยกมาไม่ได้ แต่มันจะทำให้ติ่มซำมื้อกลางวันชื่นมื่นดีไม่น้อย

 

*Agony Uncle หมายถึงชายเจ้าของคอลัมน์ให้คำแนะนำปรึกษาปัญหาชีวิตทั่วไป ลุงเฮม่ามาตอบปัญหาในโลกยุคใหม่ที่เราทึกทักเอาเองว่าไร้กฎเกณฑ์ แต่ว่าถ้ามันไร้กฎเกณฑ์ขนาดนั้น เราคงอยู่ร่วมกันในฐานะเพื่อนมนุษย์ไม่ได้มั้ง

** ส่งคำถามของคุณมาได้ที่ agonyunclehema@outlook.co.th

Author

Panu Burusrattanapan

ภาณุ บุรุษรัตนพันธุ์ - นักเขียน นักแปล บรรณาธิการ และอื่นๆ เท่าที่ทำมาเยอะแยะ เขาบอกว่าคุณลุงในคอลัมน์ agony uncle นี่ดูจะใกล้ตัวตนคนวัยลุงอย่างเขามากที่สุดแล้ว