fbpx
Agony Uncle* Hema ลุงเฮม่าตอบปัญหา

Agony Uncle* Hema ลุงเฮม่าตอบปัญหา

ภาณุ บุรุษรัตนพันธุ์ เรื่อง

Q : ลุงครับ ผมไปเจอเพื่อนคนนึง (ผู้ชาย) เดินควงกับหญิงสาวซึ่งไม่ใช่แฟน ผมควรจะบอกแฟนของผู้ชายคนนั้นหรือไม่ – แอนโทนี

ลุงครับ ผมไปเจอเพื่อนคนนึง (ผู้ชาย) เดินควงกับหญิงสาวซึ่งไม่ใช่แฟน ผมควรจะบอกแฟนของผู้ชายคนนั้นหรือไม่

A : ตอบคุณแอนโทนี

เข้าใจว่ามาตรฐานชีวิตคู่สมัยนี้ผ่อนปรนกว่าสมัยลุงยังหนุ่มๆ ทุกวันนี้ใครจะคบกับใครยังไง คบทีละมากกว่าหนึ่งคนก็ดูจะเป็นเรื่องธรรมดา เพียงแต่เราไม่เห็นตำตาเท่านั้นเอง แนะนำเพื่อนของคุณ (รวมทั้งตัวคุณด้วย) ว่าอย่าไปเครียดเลย อีกอย่างเขาก็แค่เดินควงกันเฉยๆ

แต่อยากจะเตือนว่า มาตรฐานชีวิตคู่จะผ่อนปรนเปรี้ยวปรี๊ดยังไงมนุษย์ก็ยังเป็นมนุษย์ มันอดไม่ได้หรอกที่จะมีหึงหวงกัน และเป็นธรรมดาที่จะต้องรู้สึกนิดนึงว่ามึงไปเดินกับใครเมื่อคืนวันเสาร์ หน้าที่ของเพื่อนอย่างเราคือควรหุบปากเงียบหรือไม่ก็ทำเป็นลืมๆ มันเสีย หรือไม่ก็ถามซะหน่อยว่าน้องที่เจอวันนั้นใครหรือ แล้วรอดูให้ละครฉากนี้ผ่านไป ซึ่งลุงก็คิดว่าการควงกันนี้คงไม่ได้ไปลงเอยที่ไหนจริงจัง ทำใจให้คุ้นเพราะดูจากนิสัยเพื่อนของเพื่อนคนนี้ ไม่ช้าคงได้เห็นเขาควงหญิงอื่นมาให้คุณเห็นอีก

ในทางกลับกัน ถ้าคุณไปเห็นแฟนเพื่อนควงกับชายอื่นล่ะ ความรู้สึกว่าอยากจะสุมหัวกับเพื่อนคนอื่นเพื่อคุยเรื่องนี้ย่อมมีมากกว่าเมื่อเราเห็นเพื่อนไปควงหญิงอื่น (แปลกเนอะ) ลุงอยากจะบอกว่าให้ไปหาอย่างอื่นทำให้มันลืมๆ เรื่องนี้ซะ เพราะ 1) เรื่องแบบนี้ผัวเมียเขาย่อมรู้เอง ไม่ช้าก็เร็วยังไงก็รู้ โดยไม่จำเป็นต้องมีแหล่งข่าวอย่างคุณ 2) สำนวนว่า ‘เรื่องของผัวเมียเขาเราไม่เกี่ยว’ ยังใช้ได้เสมอ คำพูดของเราก็ยังเป็นความเห็นของคนนอกอยู่ดี คนที่เคยแนะนำอะไรไปมากมายเมื่อเพื่อนมาปรับทุกข์เพราะทะเลาะกับแฟน บางทีก็พูดแรงขนาดบอกว่ามึงเลิกกับเขาเหอะ (ทั้งที่เขาก็ยังรักกันอยู่ เพียงแค่ระหองระแหงกันตามประสา) แล้วมองหน้าสองคนนั้นไม่ค่อยติดเวลาเขากลับมาหวานชื่นคืนดี คงเข้าใจเรื่องที่ลุงกำลังพูดใช่ไหม

คงไม่มียาแก้คันปากขนานไหนจะได้ผลกว่า ‘เรื่องของผัวเมียเขาเราไม่เกี่ยว’ อีกแล้วล่ะ

Q : ลุง (จริงๆ ไม่อยากเรียกลุงเพราะผมก็ไม่ใช่หนุ่มแล้ว) ผมวิ่งออกกำลังนะ แล้วก็ใช้แอพเพื่อบันทึกการวิ่งแล้วก็มีแชร์ข้อมูลความเร็วกับระยะทางกันให้เฟรนด์คนอื่นเห็นบ้าง ผมมันวิ่งไม่เร็ว อยู่ดีๆ มีเฟรนด์คนหนึ่งมาถามแบบเย้ยๆ ว่าเฮ้ยๆ พี่วิ่งได้แค่นี้เองหรือครับ อะไรประมาณนี้ ผมควรทำไงดี อันเฟรนด์มันซะเลยดีไหม – ตะวัน

ลุง (จริงๆ ไม่อยากเรียกลุงเพราะผมก็ไม่ใช่หนุ่มแล้ว) ผมวิ่งออกกำลังนะ แล้วก็ใช้แอพเพื่อบันทึกการวิ่งแล้วก็มีแชร์ข้อมูลความเร็วกับระยะทางกันให้เฟรนด์คนอื่นเห็นบ้าง ผมมันวิ่งไม่เร็ว อยู่ดีๆ มีเฟรนด์คนหนึ่งมาถามแบบเย้ยๆ ว่าเฮ้ยๆ พี่วิ่งได้แค่นี้เองหรือครับ อะไรประมาณนี้ ผมควรทำไงดี อันเฟรนด์มันซะเลยดีไหม

A : ตอบคุณตะวัน

การออกกำลังเป็นเรื่องจำเป็นสำหรับชายวัยกลางคนซึ่งสังขารอยู่ในช่วงขาลง ถ้าไม่ฝืนสังขาร ขาลงมันจะไปเร็วกว่าที่คิด ซึ่งไม่ใช่เรื่องดีเลย ขณะเดียวกันการข่มกันในหมู่ผู้ชายในเรื่องที่เกี่ยวกับอะไรที่เป็นการออกแรงนี่มันเป็นเรื่องธรรมดาเหมือนหมาข้างถนนเดินสวนกันแล้วแยกเขี้ยว อย่าได้ถือสาเฟรนด์คนนั้นเลย

ในหนังสือซึ่งเขียนบันทึกความคำนึงว่าด้วยการวิ่งของนักเขียนใหญ่อย่างฮารุกิ มูราคามิ (What I Talk about When I Talk about Running) มีข้อความโดนๆ ในหน้าแรกๆ ของหนังสือซึ่งจะพร่ำเพ้อไว้อย่างน่าอ่านเกี่ยวกับการวิ่งของมูราคามิว่า “สุภาพบุรุษย่อมไม่คุยโตโอ้อวดว่าเกี่ยวกับการออกกำลังกายของตน…แต่ใครๆ ก็รู้ว่า อย่างผมนี่ไม่ใช่สุภาพบุรุษหรอกครับ”

สรุปคือคนดีๆ เขาไม่มาคุยโวข่มกันไปมา การแชร์ข้อมูลการออกกำลังของหลายๆ คนในแอพก็เพื่อเปรียบเทียบ ให้กำลังใจกัน ตบไหล่ตบหลัง กระทุ้งกันให้เดินต่อไปข้างหน้า อย่ายอมแพ้ ไม่ใช่มีไว้เพื่อหาช่องเหยียบย่ำ ในสนามวิ่งเราจะปรบมือหรือร้องสู้ๆ! เมื่อสวนกับนักวิ่งที่ดูท่าว่าจะไปไม่ไหว เป็นการให้กำลังใจกัน ไม่ใช่ไปโห่เขา ทำแบบนั้นมันไม่ใช่กีฬาแล้ว

แต่ลุงว่าบอกไปแค่นี้คุณตะวันคงไม่หายเจ็บใจอยู่ดีเนอะ เลยมีเรื่องจะเล่าให้ฟัง ลุงเองก็ใช้แอพแบบนี้ มีแชร์ข้อมูลการวิ่งแบบของคุณนี่แหละ ลุงซวยเองที่แวดล้อมด้วยคน (ในแอพ) ที่วิ่งเร็วกว่า (เหตุผลหนึ่งคือเขาอายุน้อยกว่า คือไม่ใช่ความผิดของเขาเลย) ลุงเปรียบเทียบสถิติแล้วปวดใจ เลยถือคติที่คิดเอาเองว่า Running better is the best revenge. ฮึดสู้ สปรินต์เต็มที่ตอนซ้อมแต่ไม่ได้ยืดเส้นหรือวอร์มดาวน์พอเพียง ผลคือเส้นเอ็นต้นขาขวาอักเสบ (บอกแล้วไงว่าสังขารคนอายุห้าสิบขึ้นมีแต่ขาลง) ต้องงดวิ่งและทำกายภาพบำบัดอยู่สองสามเดือน เจ็บแทบตาย และต้องมาเรียนวิธีที่จะป้องกันไม่ให้มันเจ็บอีก ตอนนี้สบายดีแล้วล่ะ แต่เหตุการณ์คราวนั้นเล่นเอาเข็ด เหมือนได้ตระหนักแล้วว่าไม่ใช่เรื่องฉลาดเลยที่จะไปใส่ใจกับตัวเลขสถิติการออกกำลังของคนอื่น จะเจ็บตัวเปล่าๆ สนใจการซ้อมให้สถิติตัวเองดีขึ้นตามที่ต้องการ ก็พอแล้ว

แล้วก็ไม่ต้องไปใส่ใจกับคำพูดของเฟรนด์ประเภทหมาแยกเขี้ยวในแอพอีกแล้วนะ ช่างเขาเถอะปล่อยเขาไป ใส่ใจก็ไม่ใช่เรื่อง จะไปวิ่งแข่งกับมันถ้าแพ้เราก็เจ็บใจ ดีไม่ดีต้องมาลงเอยที่การกายภาพแบบลุง

Q : ทำไมเวลาหนังจบแล้วยังต้องมีเครดิตยาวยืด เราลุกออกก่อนจบ มีใครว่าอะไรไหม – หลุยส์

ทำไมเวลาหนังจบแล้วยังต้องมีเครดิตยาวยืด เราลุกออกก่อนจบ มีใครว่าอะไรไหม

A : ตอบคุณหลุยส์

ลุกก่อนก็ไม่มีใครว่าอะไรหรอกครับ แต่ถือว่าไม่ให้เกียรติกันเพราะหนังเรื่องหนึ่งไม่ได้อยู่ที่ผู้กำกับ โปรดิวเซอร์ ดาราเท่านั้น แต่ยังประกอบด้วยทีมงานนับร้อย คนทำงานเป็นทีมต้องให้เกียรติกันมันจึงจะไปรอด สมัยนี้เขามาละเอียดขนาดเรารู้ว่าใครเป็นเลขาส่วนตัวของพระเอก บริษัทชื่ออะไรทำกับข้าวเลี้ยงกองถ่าย รวมทั้งชื่อของคนขับรถบรรทุกของกองถ่ายด้วย

ลุงอยากจะเล่าถึงเรื่องของเครดิตหลังหนังจบที่ไปค้นมาให้ฟังสักหน่อยนึง หนังสมัยโบราณเขาให้เครดิตแต่เฉพาะคนสำคัญๆ อย่างผู้กำกับ โปรดิวเซอร์ คนตัดต่อ คนแต่งเพลง และดาราเท่านั้น แต่เครดิตพวกนี้มักจะอยู่ตอนต้น พอหนังจบบนจอจะมีแต่คำว่า THE END หรือ สวัสดี หรือ อวสาน หรือ FIN ซึ่งเป็นที่มาของสำนวน ‘ฟิน’ ที่ติดปากกันสมัยนี้ เข้าใจว่าน่าจะมาจากกะเทยที่ชอบดูหนังฝรั่งเศส

ถึงยุค 70s เครดิตของทีมงานทั้งหมดจึงโผล่มาในตอนท้าย ว่ากันว่าหนังเรื่องแรกที่มี end credit หรือเครดิตหลังหนังจบอย่างเต็มๆ คือ American Graffiti หนังแจ้งเกิดของจอร์จ ลูคัส ผู้กำกับคนนี้คิดว่าอยากให้มีเครดิตตอนท้ายบอกว่าทีมงานทั้งทีมมีใคร และใครทำอะไรบ้าง โดยเปิดเพลงไปด้วย นัยว่าเพื่อไม่ให้คนดูลุกหนีไปเสียก่อน ลุงเองได้ยินมาว่าการให้เครดิตนี้มาจากการกดดันของทางสหภาพแรงงานภาพยนตร์ แต่ยังหาหลักฐานมายืนยันไม่ได้ จึงต้องยกเครดิตให้จอร์จ ลูคัสไปพลางก่อน

end credit ที่เด่นๆ ก็น่าจะมีตอนจบของหนังกังฟูของเฉินหลงตั้งแต่แกยังทำหนังฮ่องกง (หนังบู๊ตลกประเภทเล่นจริงเจ็บจริง) เอาคลิปหลุดๆ หรือที่ภาษาหนังเรียกว่า out take มาให้ดูเหมือนยืนยันให้เห็นเบื้องหลังด้วย ตามด้วย Something About Mary ที่เอาตัวละครทุกคนมาร้องเพลงคนละคำสองคำแล้วร้อยจนจบเพลง หรือ Bug’s Life ที่มีคลิปหลุดของตัวการ์ตูน (คิดได้ไง) หนังเกี่ยวกับความวิปริตของคนอย่าง Seven ก็เลื่อนเครดิตขึ้นบน แทนที่จะเลื่อนลงล่างอย่างชาวบ้านเขา

ปัญหา end credit เริ่มเกิดกับหนังยุคหลังที่พึ่งทีมซีจีอย่างมาก คนทำงานเป็นพันๆ end credit ยาวมาก เอาเพลงมาต่อกันสองสามเพลงก็ดึงคนดูไว้ไม่ได้ จนเขาใช้วิธีแทรกซีนพิเศษหลังหนังจบ เพื่อเป็นเกร็ดเล็กเกร็ดน้อยพอขำๆ หรือไม่ก็เพื่อบอกคนดูว่าภาคต่อไปจะเกิดอะไรขึ้น การแพลมซีนเล็กๆ ออกมาแบบนี้เริ่มมาก่อนหนังมาร์เวลแล้ว

คุณหลุยส์คงพอจะเห็นแล้วว่าคนทำหนังเขาทุ่มเทพอสมควรกับ closing credit ดังนั้นอย่าเพิ่งรีบลุกไปไหนเลยครับ

เพราะยังไงคุณก็ต้องเบียดเข่าชาวบ้านซึ่งยังนั่งในโรงไปอยู่ดี

ข้อมูลส่วนหนึ่งจากวิกิพีเดียและหนังสารคดีฝีมือนักเรียนชื่อ The End: Documentary about Closing Credit

*Agony Uncle หมายถึงชายเจ้าของคอลัมน์ให้คำแนะนำปรึกษาปัญหาชีวิตทั่วไป ลุงเฮม่ามาตอบปัญหาในโลกยุคใหม่ที่เราทึกทักเอาเองว่าไร้กฎเกณฑ์ แต่ว่าถ้ามันไร้กฎเกณฑ์ขนาดนั้น เราคงอยู่ร่วมกันในฐานะเพื่อนมนุษย์ไม่ได้มั้ง

** ส่งคำถามของคุณมาได้ที่ [email protected]

MOST READ

Life & Culture

14 Jul 2022

“ความตายคือการเดินทางของทั้งคนตายและคนที่ยังอยู่” นิติ ภวัครพันธุ์

คุยกับนิติ ภวัครพันธุ์ ว่าด้วยเรื่องพิธีกรรมการส่งคนตายในมุมนักมานุษยวิทยา พิธีกรรมของความตายมีความหมายแค่ไหน คุณค่าของการตายและการมีชีวิตอยู่ต่างกันอย่างไร

ปาณิส โพธิ์ศรีวังชัย

14 Jul 2022

Life & Culture

27 Jul 2023

วิตเทเกอร์ ครอบครัวที่ ‘เลือดชิด’ ที่สุดในอเมริกา

เสียงเห่าขรม เพิงเล็กๆ ริมถนนคดเคี้ยว และคนในครอบครัวที่ถูกเรียกว่า ‘เลือดชิด’ ที่สุดในสหรัฐอเมริกา

เรื่องราวของบ้านวิตเทเกอร์ถูกเผยแพร่ครั้งแรกทางยูทูบเมื่อปี 2020 โดยช่างภาพที่ไปพบพวกเขาโดยบังเอิญระหว่างเดินทาง ซึ่งด้านหนึ่งนำสายตาจากคนทั้งเมืองมาสู่ครอบครัวเล็กๆ ครอบครัวนี้

พิมพ์ชนก พุกสุข

27 Jul 2023

Life & Culture

22 Feb 2022

คราฟต์เบียร์และความเหลื่อมล้ำ

วันชัย ตันติวิทยาพิทักษ์ เขียนถึงอุตสาหกรรมเบียร์ไทย ที่ผู้ประกอบการคราฟต์เบียร์รายเล็กไม่อาจเติบโตได้ เพราะติดล็อกข้อกฎหมาย และกลุ่มทุนที่ผูกขาด ทั้งที่มีศักยภาพ

วันชัย ตันติวิทยาพิทักษ์

22 Feb 2022