การชุมนุมต่อต้านรัฐบาลของกลุ่มเยาวชนปลดแอกและสหภาพนักเรียนนิสิตนักศึกษาแห่งประเทศไทย (สนท.) ที่อนุสาวรีย์ประชาธิปไตย เมื่อวันที่ 18 กรกฎาคมที่ผ่านมา ซึ่งมีข้อเรียกร้องสามข้อ คือ 1.ยุบสภา 2.ให้หยุดคุกคามประชาชน และ 3.ต้องมีการร่างรัฐธรรมนูญใหม่ ได้กลายเป็นชนวนให้เกิดการประท้วงในหลายพื้นที่ทั่วประเทศ ซึ่งส่วนใหญ่ริเริ่มโดยคนรุ่นใหม่ และมีประชาชนทั่วไปหลายช่วงอายุเข้าร่วมการประท้วง

สิ่งที่น่าสนใจการประท้วงที่เกิดขึ้นมีการใช้ความคิดสร้างสรรค์อย่างโดดเด่น เช่น ป้ายประท้วงที่เต็มไปด้วยการเสียดสี เล่นมุกตลก หรือรูปแบบการชุมนุมของกลุ่มต่างๆ เช่น การนัดไปชม ‘สวน’ ที่อนุสาวรีย์ประชาธิปไตยที่มีการจัดต้นไม้เต็มพื้นที่อนุสาวรีย์จนทำให้ประชาชนเข้าไปใช้พื้นที่แสดงออกทางการเมืองไม่ได้ การนัดรวมตัวกันร้องเพลงการ์ตูนแฮมทาโร่ หลังโดนกล่าวหาว่าเป็นม็อบมุ้งมิ้ง หรือที่กลุ่มผู้สนับสนุนความเท่าเทียมทางเพศนัดต่อบทภาพยนตร์หอแต๋วแตก เพื่อผลักดันเรื่องสมรสเท่าเทียมเพิ่มเติมจากข้อเรียกร้องสามข้อ

ความคิดสร้างสรรค์และการเรียกเสียงหัวเราะเป็นอีกหนึ่งวิธีในการต่อสู้กับอำนาจรัฐ แต่เหนืออีกใดคือเส้นทางที่จะทำให้ข้อเรียกร้องของประชาชนบรรลุผลอย่างสันติวิธี และไม่มีการใช้ความรุนแรงจากอำนาจรัฐ

101 ชวนมองสถานการณ์การประท้วง ผ่านมุมมองของ ดร.จันจิรา สมบัติพูนศิริ นักวิจัยประจำสถาบัน German Institute of Global and Area Studies (GIGA) และสถาบันเอเชียศึกษา จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ว่าอะไรคือสิ่งที่น่าจับตามองในความเคลื่อนไหวครั้งนี้ รูปแบบการชุมนุมมีผลต่อข้อเรียกร้องแค่ไหน มีอะไรที่ควรระมัดระวัง และเหตุการณ์ทั้งหมดที่เกิดขึ้นนี้อาจนำไปสู่อะไร