วันชัย ตันติวิทยาพิทักษ์ เรื่อง

 

จากกรณีทีมนักฟุตบอลเยาวชนหมูป่า 12 คน และโค้ช 1 คน ติดอยู่ในถ้ำหลวง ขุนน้ำนางนอน ที่อำเภอแม่สาย จังหวัดเชียงราย เพราะฝนตกน้ำท่วมตั้งแต่วันที่ 23 มิถุนายน 2561 จนออกมาไม่ได้ มีการระดมทีมกู้ภัยทั้งในประเทศและต่างประเทศหลายพันคนมาช่วยเหลือเป็นเวลากว่าสองอาทิตย์ จนกลายเป็นข่าวดังข้ามคืน

 

กองทัพสื่อนับพันคนจากทุกสารทิศ ทั้งในและต่างประเทศ พากันมุ่งหน้ามาที่เกิดเหตุ รายงานข่าวนี้อย่างละเอียดถี่ยิบ จนภารกิจช่วยชีวิตเด็กกลายเป็นข่าวดังไปทั่วโลกภายในเวลาอันไม่นาน

เรียกได้ว่าตลอดระยะเวลาสองสามอาทิตย์ สามารถแย่งพื้นที่ข่าวอื่นได้อย่างสิ้นเชิง แม้กระทั่งข่าวฟุตบอลโลก กระทั่งเซเล็ปในวงการฟุตบอลโลกยังต้องพูดถึงทีมหมูป่า

สื่อยักษ์ใหญ่จากทั่วโลก ไม่ว่าจะเป็น BBC CNN CBS ฯลฯ ส่งทีมงานจำนวนมากมารายงานสดบริเวณปากถ้ำ จนข่าวชิ้นนี้ได้กลายเป็นข่าวใหญ่ที่สุดของโลกข่าวหนึ่งในรอบหลายปีทีเดียว

มีผู้พยายามอธิบายว่า ทำไมเหตุการณ์การช่วยเหลือเด็กติดถ้ำจึงได้รับความสนใจจากคนทั่วโลกมากมาย ซึ่งในความเห็นของผู้เขียนคิดว่าเป็นเพราะข่าวชิ้นนี้มีองค์ประกอบสมบูรณ์ครบทุกด้าน ได้แก่

1. ข่าวของทีมฟุตบอลเยาวชนอายุสิบกว่าขวบที่สูญหายเข้าไปถ้ำอย่างไร้ร่องรอย ในช่วงเวลาเดียวกับการแข่งฟุตบอลโลก ก็เรียกความสนใจได้ตั้งแต่เริ่มต้นแล้ว ยิ่งเปิดภาพข่าวด้วยภาพจักรยานของทีมฟุตบอลและรองเท้าที่ถูกทิ้งไว้หน้าถ้ำ ก่อนเข้าไปผจญภัยและหายลับเข้าไปในถ้ำ ก็ชวนให้ติดตามแล้ว

2. สภาพภายในถ้ำหลวงมีความยาวซับซ้อน หลายแยกหลายทางร่วมสิบกิโลเมตร ติดอันดับถ้ำที่มีความใหญ่อันดับสี่ของประเทศ ก็รู้ว่ายากมากในการติดตาม และชื่อของเทือกเขาขุนน้ำนางนอนที่ว่านี้ก็มีที่มา คือถ้ามองดีๆ จะมีลักษณะคล้ายผู้หญิงนอนหงาย ทอดกายเป็นเขตแดนกั้นระหว่างไทยกับเมียนมา ยิ่งชวนให้คนดูมีจินตนาการหลายด้านทีเดียว

3. สำหรับบรรดานักกู้ภัยแล้ว ถือว่าเป็นภารกิจสุดโหดที่แทบจะเป็นไปไม่ได้แบบ mission impossible ในการค้นหาตัวเด็ก ท่ามกลางการดำน้ำในความมืดมิดระยะทางหลายกิโลเมตร และอันตรายรอบด้าน ท้าทายความสามารถของมนุษย์ คนทั่วโลกจึงคอยลุ้นว่าจะสำเร็จหรือไม่

4. เป็นภารกิจกู้ภัยที่ใช้ความรู้เฉพาะด้านสูงมาก ไม่ว่าความรู้ด้านธรณีวิทยา อุทกศาสตร์ แพทยศาสตร์ และการดำน้ำในถ้ำ ผู้เชี่ยวชาญจากทั่วโลกจึงร่วมแรงร่วมใจกัน ทำทุกวิถีทางเพื่อช่วยเด็กออกมาให้ได้ คนดูก็ยิ่งติดตามมากขึ้นว่าจะช่วยกันอย่างไร และเด็กจะอยู่รอดไหม

5. แต่พอเก้าวันผ่านไป ทีมนักดำน้ำอังกฤษสามารถค้นพบเด็กได้สำเร็จ ภาพเด็กที่ติดบนถ้ำกลายเป็นภาพประวัติศาสตร์ไปแล้ว และยิ่งมีข่าวว่าเด็กเหล่านั้นดำรงชีวิตได้ด้วยการดื่มน้ำที่ซึมมาจากหินงอกหินย้อย ประกอบกับโค้ชเอกที่เคยบวชเป็นพระมาก่อนก็สอนให้เด็กนั่งสมาธิ ควบคุมลมหายใจ ลดการใช้ออกซิเจน และใช้ไฟฉายทีละดวงเพื่อรอคนมาช่วย ยิ่งทำให้คนดูข่าวนี้ตื่นเต้นในเรื่องราวอันน่าสนใจ และชวนให้ติดตามมากขึ้นทุกขณะ

6. ทีมกู้ภัยทราบดีว่าการค้นพบทีมหมูป่าเป็นงานยากสุดขีด แต่การจะพาออกมาได้อย่างไรนั้น กลับยากยิ่งกว่า จึงเป็นพล็อตที่สนุกเร้าใจตลอด คือ ต้องทำงานแข่งกับเวลาและฝนที่ตกลงมาอย่างต่อเนื่อง และทางเลือกว่าจะเอาเด็กออกมาอย่างไร อาทิ ให้เด็กอยู่ต่อไปอีกหลายอาทิตย์จนปริมาณน้ำลดลง หรือควรนำเด็กออกมาเลย ซึ่งทุกทางออกมีอันตรายรออยู่มากมาย เช่น หากอยู่ต่อไปต้องพบกับระดับออกซิเจนทีกำลังลดลงอย่างน่าใจหาย หากดำน้ำออกมาเด็กจะรอดไหม ขนาดนักดำน้ำมืออาชีพยังแทบเอาตัวไม่รอดในถ้ำแห่งนี้ คนดูทั่วโลกจึงติดตามด้วยใจระทึกราวกับดูเรียลลิตี้

7. ข่าวนี้จึงมีไคลแมกซ์สองช่วง ในช่วงแรก การดำน้ำลอดถ้ำระยะทางหลายกิโลเมตรว่าจะพบเด็กหรือไม่ ท่ามกลางความมืดมิดและความซับซ้อนของถ้ำ ก็ถือว่าข่าวได้ถึงจุดไคลแมกซ์ไปแล้ว แต่เมื่อพบเด็ก โจทย์ใหญ่ที่ยากไปกว่านั้นคือจะช่วยเด็กออกมาอย่างไร เป็นอีกไคลแมกซ์ ที่ชวนติดตามยิ่ง

ไม่แปลกใจที่ข่าวทีวีทั้งในและต่างประเทศ แทบจะรายงานสดตลอดเวลา และยิ่งรายงานข่าวก็ยิ่งมีข้อมูลหลั่งไหลมากมายทุกด้าน ตั้งแต่ทำไมเด็กเข้าไป จะช่วยเหลืออย่างไร สภาพภายในถ้ำ ความยากในการดำน้ำ การอยู่รอดของมนุษย์หากขาดน้ำ ความเชื่อด้านโหราศาสตร์ เบื้องหลังทีมงาน ฯลฯ เรียกว่าเป็นข่าวที่ครบทุกรสชาติ

8. เมื่อสุดยอดฝีมือจากไทยและทั่วโลกมาประกอบร่างรวมตัวกันเพื่อช่วยเหลือทีมหมูป่า เห็นความร่วมมือร่วมใจของทุกภาคส่วนที่เข้าร่วม ไม่ว่าทีมนักดำน้ำทั่วโลก หน่วยซีล บรรดานักปีนเขา นักเจาะบาดาล คนซักเสื้อผ้า อาสาสมัครจำนวนมาก มาทำงานอย่างเต็มที่อย่างไม่เห็นแก่ความเหน็ดเหนื่อย และเสี่ยงตาย จึงยิ่งเร้าใจคนทั่วโลกให้ติดตามว่าภารกิจจะสำเร็จไหม ราวกับเป็นภารกิจกู้โลก คนที่ดูจึงรู้สึกว่า นานๆ จะได้เห็นเรื่องราวดีๆ ในโลกอันเส็งเคร็งนี้ที่มีแต่สงครามและความขัดแย้งมากมาย

9. เมื่อมีข่าวจ่าสมาน หรือนาวาตรีสมาน กุนัน นักรบซีลไทย หมดสติเพราะขาดอากาศระหว่างดำน้ำลำเลียงเอาท่อออกซิเจนไปวางตามจุดต่างๆ ภายในถ้ำ ก่อนจะเสียชีวิตลงท่ามกลางความโศกเศร้าของทุกคน ก็ยิ่งสร้างความเสียใจและระทึกขวัญให้กับผู้ช่วยเหลือ กองเชียร์และผู้ชมทั่วโลกยิ่งลุ้นว่าภารกิจอันเป็นไปไม่ได้นี้จะสำเร็จหรือไม่

10. สุดท้าย ภารกิจที่เป็นไปไม่ได้ ก็สำเร็จลุล่วงอย่างเหลือเชื่อ สมกับคำพูดของหน่วยซีลไทยที่บอกว่า “ไม่สำเร็จไม่กลับบ้าน” ไม่มีใครบาดเจ็บหรือล้มตายอีก บรรดาวีรบุรุษก็แยกย้ายกลับบ้านใครบ้านมันอย่างเงียบๆ เรื่องราวจบแบบแฮปปี้เอนดิ้ง ระหว่างทางก็มีความขัดแย้งหรือดราม่าเล็กๆ พอหอมปากหอมคอ ราวกับพล็อตเรื่องฮอลลีวู้ด

 

เชื่อว่าพล็อตเรื่องนี้ คงมีผู้สร้างภาพยนตร์ระดับโลกหลายรายกำลังเตรียมงานอย่างเงียบๆ เพราะพล็อตเรื่องแบบนี้ทำเงินถล่มทลายมาแล้วทั่วโลก

Author

vanchai tantivitayapitak

วันชัย ตันติวิทยาพิทักษ์ - สื่อมวลชนอิสระ อดีตรองผู้อำนวยการด้านข่าวและรายการ สถานีโทรทัศน์ไทยพีบีเอส อดีตบรรณาธิการนิตยสารสารคดี ผู้สนใจประเด็นด้านการเมืองภาคประชาชน สิ่งแวดล้อม ชุมชน และการพัฒนา